ฮาร์โมนิก้าก็มีหลายชนิด เหมือนในวง Orchestre ที่มี Violin หลายชนิดตั้งแต่เล็กไปถึงอันใหญ่มาก และก็มีชื่อต่างกันอย่าง Violin, Viola, Cello, Duble Bass เป็นต้น
ฮาร์โมนิก้าเราก็มีระดับเสียงที่หลากหลายเช่นกัน เอามารวมกันเล่นก็สามารถเป็นวง Harmonica Orchestra ได้เลยทีเดียว เกริ่นพอสมควรได้เวลามาดูกันแล้วว่ามีแบบไหนกันบ้าง
1. Diatonic Harmonica (ไดอะโทนิค ฮาร์โมนิก้า)
เป็นฮาร์โมนิก้าที่นิยมเล่นกันทั่วโลก โดยเฉพาะแนว Blues นิยมมากจนมีอีกชื่อนึงว่า Blues Harp และเป็นแบบที่ผมแนะนำให้เลือกเล่นเพราะสามารถเล่นเทคนิดได้หลากหลาย เล่นทำนองโซโล่ก็ได้ เล่นคอร์ดก็ได้พอสมควรปกติจะมี 10 ช่อง ใน 1 ช่อง จะมี 2 โน้ต เป่าได้โน้ตนึง ดูดในช่องเดียวกันก็ได้อีกโน้ตนึง
Diatonic มี 12 คีย์ G Ab A Bb B C Db D Eb E F F# (เรียงจากเสียงคีย์ต่ำกว่ามาสูง)
และมีเสียงพิเศษอีก 3 เสียงคือ Low C, Low F, Hight G
2. Tremolo Harmonica (เทรโมโล่ ฮาร์โมนิก้า)
แบบนี้หาง่ายและนิยมกันพอสมควรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีช่องเป่าตั้งแต่ 16 ถึง 24 ช่อง ใน 1 ช่อง จะมี 1 โน้ต 2 ลิ้นเสียง เวลาเป่าแล้วจะเหมือนเล่นพร้อมกันสองคน และฟังเหมือนเป็นลูกคอสั่นๆด้วย เป่าดูดสลับช่องกันไป
เอามาเล่นทำนองโซโล่ได้ แต่เล่นคอร์ด เป่าควบเป็นคอร์ดได้น้อย ถ้าจะเล่นคอร์ดก็ต้องเล่นแบบ Apegio กระจายโน้ตคอร์ด
และ Tremolo มีคีย์เสียงให้เลือกเล่นได้น้อย มักจะมีแต่คีย์ C
3. Chromatic Harmonica (โครมาติค ฮาร์โมนิก้า)
ฮาร์โมนิก้ารุ่นนี้ตัวเดียวสามารถเล่นได้ทุกคีย์ เพราะมีโน้ต #,b(ชาร์ป,เฟล็ต) ครบถ้วน เวลากดปุ่มที่อยู่ข้างๆ แล้วเล่นเสียงโน้ตนั้นๆจะสูงขึ้นครึ่งเสียงเช่น ถ้าเป่า โด(C) แล้วกด ก็จะได้เสียง โดชาร์ป(C#)หรือเรียกว่า เรเฟล็ต(Db)ก็ได้ (เป็นเสียงที่อยู่กึ่งกลางระหว่างโด(C) และ เร(D))
ปกติจะมี 12 ช่อง ไปจนถึง 16 ช่อง
เวลาเล่นแบบไม่กดปุ่มการเล่นก็จะคล้ายๆกับคีย์ C Diatonic คือ 1 ช่องมี 2 โน้ต เป่ากับดูด แต่จะต่างกันที่การเรียงโน้ตนิดหน่อย
และ Chromatic ก็มีแบบ Tremolo ด้วย แต่มีให้เลือกน้อยทั้งรุ่นและยี่ห้อ(และแพง)
การดูแลรักษาเคยได้ยินมาว่าน้ำลายเข้าเยอะก็ไม่ได้ ล้างน้ำก็ไม่ได้ ฯลฯ เขาว่ากลไกจะพัง ตรงนี้ก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร จากที่ได้ยินมาก็น่าจะดูแลยากพอสมควร
4. Chord Harmonica (คอร์ดฮาร์โมนิก้า)
ตามชื่อเลย ฮาร์โมนิก้าชนิดนี้ใช้เล่นคอร์ดโดยเฉพาะครับ มีตั้งแต่แบบคอร์ดน้อยไปจนถึงแบบคอร์ดเยอะ แน่นอนว่าแบบคอร์ดเยอะก็จะยาวมาก เผลอๆยาวกว่าแข้งอีก(ฮา)หายากหน่อยครับในประเทศไทย อาจจะต้องสั่งเข้ามา เพราะไม่ค่อยนิยมเล่นกันในบ้านเรา รุ่นพิเศษแบบนี้จะมีแต่ของเกรดสูงครับ เพราะคนที่ใช้มักจะสนใจใช้เล่นจริงๆจังๆ
5. DoubleBass Harmonica (ดับเบิ้ลเบสฮาร์โมนิก้า)
เสียงคล้ายกับการสี DoubleBass(ไวโอลินยักษ์) เลยครับ ทุ้มต่ำหนักแน่นมากDoubleBass Harp ใน 1 ช่องจะมี 1 โน้ต และเป็นแบบ Chomatic ครับ แต่ไม่ใช่แบบปุ่นกด จะเป็นแบบ 2 ชั้น(ตามรูป) ชั้นล่างเล่นแบบดูดทั้งหมดเสียงคีย์ C และชั้นบน เล่นแบบเป่าทั้งหมดเสียงคีย์ Db(C#) เวลาเล่นโน้ตปกติก็เล่นชั้นล่างเวลาจะเล่นโน้ต #,b ก็เล่นชั้นบนครับ ก็ครบโน้ต Chomatic พอดี (ชั้นล่างดูด ชั้นบนเป่า)
จากรูปมีโน้ตทั้งหมด 39 โน้ตพอดี มีโน้ตพอๆกับ Guitar Bass 4 สาย เลยครับ แล้วรู้สึกว่ารุ่นนี้จะสามารถเสียงแจ๊คต่อเข้าตู้แอมป์ได้ด้วย
และ DoubleBass Harp ก็หายากอีกเช่นกันเพราะเป็นรุ่นพิเศษ ถ้าสนใจอาจจะต้องสั่งเข้ามา และอย่างที่บอกล่ะครับรุ่นพิเศษมักจะFull Option เพราะคนที่สนใจมักจะเอาไปใช้เล่นกันจริงจังเลยทีเดียว(และแพงได้อีก ฮา)
เป็นไงบ้างครับสำหรับฮาร์โมนิก้า 5 แบบที่มาแนะนำให้ดูกัน นี่เป็น 5 แบบหลักๆครับ ยังมีแบบพิเศษอีก ซึ่งก็จะต่างกันที่รายละเอียดนิดหน่อยตามแต่ผู้ผลิตจะคิดค้นออกมา แต่เพียงเท่านี้ก็ครบถ้วนและน่าจะจุใจกันพอสมควร
วงดนตรีในต่างประเทศนั้นมีวงชนิดนึงที่ผมเรียกว่า Harmonica Band คือ ในวงจะมีเครื่องดนตรีหลักเป็นฮาร์โมนิก้า อย่างเช่น อาจจะมี 3 คน คนแรกเล่น Diatonic หรือไม่ก็ Chromatic คนที่สองเล่น Chord Harp คนที่สามเล่น DBass Harp เป็นต้น (หรืออาจจะเป็นแบบอื่นก็ได้)
เป็นลักษณ์แบบเดียวกับวง Sting ทั่วไป ที่มี Guitar Solo, Guitar Chord, Guitar Bass ประมาณนี้ล่ะครับ
วันนี้คงพอเท่านี้ก่อนไว้เจอกันใหม่คราวหน้าครับ
ขอให้มีความสุขกันการเล่นฮาร์โมนิก้าที่คุณรักนะครับ
^_^
Harmonica แบบ chromatic
ตอบลบปรกติแล้วราคาเท่าไหร่หรือครับ ?
ขอบคุณครับ ><
ที่ผมเคยเห็นถูกสุดของ Hohner กับ Suzuki ราคาประมาณ 3,xxx฿ ครับ
ตอบลบแต่ถ้าลองหายี่ห้อของจีนอาจจะได้ถูกกว่านี้ครับ แต่คุณภาพก็ด้อยกว่าครับ