Sponsor

29 เมษายน 2560

อี้จิง - กับการอ่านของข้าพเจ้า


คัมภีร์อี้จิงนับเป็นปรัชญาโบราณที่เก่าแก่มากที่สุดเล่มหนึ่งของโลก แนวคิดพื้นฐานของอี้จิงเริ่มต้นราวสามพันปีก่อนคริสตกาลโดยฝูซี ต่อมาราวหนึ่งพันปีก่อนคริสตกาลโจวเหวินหวางและโจวกงได้นำมาพัฒนาและบันทึก จากนั้นได้มีการพัฒนาต่อกระทั่งสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ คัมภีร์อี้จิงจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโจวอี้ นับแต่นั้นมาอี้จิงได้กลายเป็นคัมภีร์คลาสสิคที่เหล่าบัณฑิตในสมัยโบราณใช้เวลาว่างมองดูฉักษลักษณ์ และครุ่นคิดตีความเพื่อให้เข้าใจถึงความลึกลับที่ซ่อนอยู่ ขงจื่อก็เป็นผู้หนึ่งที่ศึกษาโจวอี้อย่างจริงจังและมักพกติดตัวอยู่เสมอ ในช่วงปลายชีวิตขงจื่อได้หยิบจับโจวอี้บ่อยมากจนม้วนคัมภีร์ไม้ไผ่ขาดหลุดร่วงถึงสามครั้งสามครา
โจวอี้
อี้ แปลว่า ง่าย และ เปลี่ยนแปลง อี้จิงมีแนวคิดพื้นฐานว่าสรรพสิ่งต่างมีลักษณะเป็นทวิภาวะ เย็นและร้อน มืดและสว่าง ผู้หญิงและผู้ชาย อ่อนและแข็ง เลขคู่และเลขคี่ ฯลฯ ทวิภาวะเหล่านี้เรียกรวมว่า หยินและหยาง แม้ตรงข้ามแต่เกื้อกูลกัน ดังนั้นหยินหยางสมดุลสรรพสิ่งจึงดำรงอยู่ได้ หลักการของอี้จิงได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น การพยากรณ์โชคชะตา ฮวงจุ้ย ปรัชญา การแพทย์ การปกครอง ศิลปะการต่อสู้ และพิชัยสงคราม เป็นต้น เล่มเดียวอักษรเดิม สามารถตีความประยุกต์ใช้ได้มากมาย นับว่าเป็นคัมภีร์อภิปรัชญาที่มีความลึกซึ้งแฝงเร้นไว้มากมาย เหตุนี้อี้จิงจึงเป็นแม่บททางความคิดของปราชญ์ชาวจีนมาตลอดทุกยุคทุกสมัย และใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอีกด้วย
คัมภีร์โบราณจะเขียนเป็นวลีสั้น ๆ  กระชับ เรียบง่าย และกินความมาก ซึ่งกระตุ้นให้ผู้อ่านต้องพิจารณาตีความทำความเข้าใจความหมายให้กว้างไกลลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เข้าใจตนเองมากขึ้น เพราะเนื้อหาที่สมบูรณ์ไม่ได้อยู่เพียงในตำราเท่านั้น หากแต่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ด้วย ข้าพเจ้าเชื่ออย่างยิ่งว่าการศึกษาเช่นนี้จะสามารถดึงศักยภาพของแต่ละฅนออกมาได้ ใคร่ขอยกตัวอย่างเพื่อเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆผู้สนใจ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

===================



乾qián เฉียน พลังสร้างสรรค์        乾上乾下
乾พลังสร้างสรรค์,元เริ่มต้นกำเนิดยิ่งใหญ่亨เติบโตราบรื่น利เป็นประโยชน์สัมฤทธิผล貞ดำรงความถูกต้องบริสุทธิ์ดีงามตามวิถี。
-พลังสร้างสรรค์ คือการริเริมก่อกำเนิดยิ่งใหญ่ พัฒนาเติบโตขึ้นอย่างราบรื่นรุ่งเรือง เป็นประโยชน์สัมฤทธิผล ดำรงในความถูกต้องบริสุทธิ์ดีงามตามวิถี

初九,潛ซ่อนกาย龍มังกร,勿 อย่า用ลงมือ。
-มังกรซ่อนกาย อย่าลงมือ
มังกรเป็นสัญญลักษณ์ของผู้มีศักยภาพ ซึ่งซ่อนกายในน้ำ ทำให้นึกถึงภาพของทารกในครรภ์ เด็กในครรภ์ก็นับเป็นผู้มีศักยภาพที่จะโตขึ้นเพื่อเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ทั้งสิ้น แต่ในที่นี้อาจเป็นสัญลักษณ์ของการบ่มเพาะความสามารถหรือศักยภาพของตน ช่วยเริ่มต้นอย่าเพิ่งโอ้อวด

九二,見พบ龍มังกร在อยู่ใน田นา,利เป็นประโยชน์見พบ大人มหาบุรุษ。
- พบมังกรในนา การพบมหาบุรุษย่อมเป็นประโยชน์
นาเป็นสัญลักษณ์ของแหล่งเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว การจะพบกับมังกรหรือศักยภาพนั้น เราต้องแสวงหา เรียนรู้ และฝึกฝน การค้นหาเพื่อพบกับผู้มีความรู้ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์ในเรื่องนี้ได้

九三,君子สัตบุรุษ終ตลอด日วัน乾ตื่นตัว乾หมั่นเพียร,夕กลางคืน惕ระมัดระวัง若ดั่งนั้น,厲อันตราย,無ไร้咎ตำหนิ。
-สัตบุรุษตลอดวันตื่นตัวกระตือรือร้น กลางคืนระมัดระวัง อันตราย แต่ไร้ตำหนิ
ผู้มีความสามารถจะตื่นตัวฝึกตนตลอดวัน กระทั่งกลางคืนก็มีความระมัดระวัง อาจมีอันตราย แต่ไม่มีตำหนิ

九四,或บางทีอาจจะ躍กระโดด在อยู่ใน淵ห้วงลึก,無ไร้咎ตำหนิ。
- บางทีอาจจะกระโดดอยู่ในก้นบึ้ง ไร้ตำหนิ
การฝึกฝนในพื้นฐาน(ความรู้หลายอย่างที่ไหลลงมาในห้วงลึกผสมผสานมากมาย) ย่อมทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดาในจุดนี้ ไม่มีตำหนิ

九五,飛บิน龍มังกร在อยู่บน天ฟ้า,利เป็นประโยชน์見หากพบ大人มหาบุรุษ。
-มังกรบินอยู่บนฟ้า การพบมหาบุรุษย่อมเป็นประโยชน์
ฟ้าเป็นสภาพแวดล้อมที่เราควบคุมไม่ได้ มังกรบินอยู่บนฟ้าจึงให้ภาพว่า การแสดงศักยภาพขึ้นอยู่กับโอกาสที่จะผ่านเข้ามา ดังนั้นการเข้าหาผู้ที่รู้ในเรื่องนี้(ผู้ที่เป็นใหญ่)ย่อมเป็นประโยชน์

上九,亢สูงเกินขอบเขต龍มังกร,有มี悔เสียใจ。
-สูงเกินของเขตมังกร มีเสียใจ
ผู้ที่ทำเกินศักยภาพของตน ย่อมต้องเจอกับการเสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป

用九,見พบ群กลุ่ม龍มังกร無ไร้首หัวหน้า,吉โชคดี。
-พบกลุ่มมังกรไร้หัว โชคดี
ผู้มีศักยภาพและความสามารถมาร่วมตัวกัน โดยไม่มีการแก่งแย่งเป็นใหญ่(หัวหน้า) การได้เรียนรู้และรวมกลุ่มกับผู้มีศักยภาพเช่นนี้ย่อมนำไปสู่สิ่งที่ดียิ่งขึ้นไป ถือเป็นมงคล

(อักษรจีนและคำแปลจาก อี้จิง ฉบับคำต่อคำ พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ)

===================

นี่คือปรัชญาที่ข้าพเจ้าได้จากการอ่านกว้าที่หนึ่งของคัมภีร์อี้จิง ส่วนที่นำเสนอนี้เป็นส่วนที่เห็นว่าใกล้เคียงเหมือนขยายความจากต้นฉบับโบราณที่สุด ข้าพเจ้าเองไม่อาจตีความได้ทั้งหมด แต่ที่สำคัญคือข้าพเจ้าเชื่อว่าผู้อ่านแต่ละคนย่อมตีได้ในมุมมองที่ต่างกันไปตามความถนัดของแต่ละคน ไม่มีถูกไม่มีผิด ไม่ควรถือว่าแบบใดถูกต้องที่สุด มีแต่เป็นประโยชน์หรือไม่ ซึ่งการตีความแบบอื่นๆจะช่วยเปิดมุมมองของให้กว้างขวางยิ่งๆขึ้นไปได้อีกมากมาย
ในบันทึกผู้แปลของ อี้จิง ฉบับคำต่อคำ ที่ข้าพเจ้าบอกว่าใช้ทบทวนก็คือเมื่อเห็นอักขระ แนวความคิดเหล่านี้ก็จะปรากฏขึ้นเหมือนการกระตุ้นความทรงจำทั้งให้ความเพลิดพลินในการตีความมองเห็นถึงแนวคิดใหม่ๆนับเป็นความสนุกอย่างหนึ่ง ข้าพเจ้าเชื่อว่าหนังสือไม่ควรคิดแทนเรา แต่ควรทำให้เราคิดได้
คัมภีร์อี้จิงสามารถอ่านเพื่อตีความในเชิงปรัชญา นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากอี้จิงเท่านั้น เป็นเพียงส่วนเล็กๆ นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้ในการพยากรณ์โชคชะตา การแพทย์ วิชามวย พิชัยสงคราม และอื่นๆอีกมากมายไม่รู้จบ เป็นได้มากเท่าที่อยากให้เป็น เสมือนเป็นสมบัติที่รอให้เราหยิบไปใช้ประโยชน์จากคัมภีร์บรรพชนโบราณเล่มนี้ หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยแก่ผู้ที่สนใจ

อี้จิง ฉบับคำต่อคำที่ข้าพเจ้าทำออกมานั้นนับเป็นฉบับแปลดิบกึ่งเรียบเรียง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอ่านจากต้นฉบับโบราณอย่างตรงไปตรงมา ต้องการเรียบเรียงด้วยตนเอง และต้องการตีความด้วยตนเอง เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างที่ข้าพเจ้าได้รับ ที่จัดทำออกมาเช่นนี้เพราะต้องการให้มีการตีความที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป เพื่อให้อี้จิงในยุคสมัยใหม่ไม่ถูกผูกขาดโดยความคิดใดความคิดหนึ่งโดยปราศจากการถกเถียงกันอย่างลึกซึ้งและเอาจริงเอาจังด้วยตนเอง
ดั่งคำกล่าวสุดท้ายในกว้าที่หนึ่งของคัมภีร์อี้จิงที่ว่า พบกลุ่มมังกรไร้หัวหน้า โชคดี

ขอท่านผู้อ่านให้ได้ประโยชน์และเพลิดเพลินกับคัมภีร์อี้จิงนะครับ
สวัสดีครับ ^_^

อี้จิง ฉบับคำต่อคำ พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ


หาผิดพลาดประการใดหรือมีอะไรควรเพิ่มเติมขอความกรุณาผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ขอบพระคุณมากครับ :D

28 เมษายน 2560

อี้จิง - วิธีการเสี่ยงทายด้วยเหรียญ


บทความนี้เราจะพูดถึงวิธีการเสี่ยงทายของอี้จิง ซึ่งมีวิธีเสี่ยงทายหลายแบบ แต่วิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดคือการใช้เหรียญ ไม่พูดพร่ำทำเพลงเริ่มกันเลยดีกว่าครับ ;)

หาสถานที่เงียบสงบ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย นึกถึงปัญหาที่ต้องการถามตลอดการเสี่ยงทาย นำเหรียญขนาดเท่ากัน 3 เหรียญถือไว้ แล้วทอย
  1. ทอยได้หนึ่งหัว เป็นหยาง -----
  2. ทอยได้หนึ่งก้อย เป็นหยิน -- --
  3. ทอยได้สามหัว เป็นหยางแก่ ----- o
  4. ทอยได้สามก้อย เป็นหยินแก่ -- -- x
  5. ทอยเหรียญหกครั้ง ให้เขียนขีดเหยาจากล่างไปบน จนครบทั้งหกเหยา
  6. เปิดอ่านฉักลักษณ์ที่ได้นั้นใช้พยาการณ์
  7. หากมีหนึ่งเส้นเป็น แก่ ให้อ่านเส้นเหยานั้นเป็นเส้นพยากรณ์เพิ่มเติม
  8. หากมีเส้น แก่ มากกว่าหนึ่ง ให้กลับเล้นเฉพาะเส้นแก่(ทั้งหมด)จาก หยิน<->หยาง จะได้ฉักลักษณ์ใหม่
  9. เปิดอ่านฉักลักษณ์นั้นใช้พยาการณ์เพิ่มเติม

การพยากรณ์แบบดั้งเดิมใช้ไม้ติ้ว 55 อัน

หาผิดพลาดประการใดหรือมีอะไรควรเพิ่มเติมขอความกรุณาผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ขอบพระคุณมากครับ :D

18 เมษายน 2560

พิชัยสงครามซุนจื่อ บทวิเคราะห์ ภาค 3 จุดอ่อนห้าประการ


ในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อบทที่ 8 เก้าการเปลี่ยนแปลง 九變 คำว่า 九 เก้า ถูกใช้ในความหมายว่าหลากหลาย และ 變 การเปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาวการณ์และการปรับตัวที่ต่างกันออกไป บทนี้จึงเป็นการกล่าวถึง สภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอันหลากหลาย ซึ่งในตำราได้แจกแจงและให้คำอธิบายไว้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา แต่ในส่วนท่อนสุดท้ายที่กล่าวถึง แม่ทัพมีห้าภยันตราย ซึ่งเราเรียกกันว่า จุดอ่อนห้าประการของแม่ทัพ นั้นคือการเปลี่ยนแปลงของอะไร บทความนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันครับ

ฉะนั้น แม่ทัพมีห้าภยันตราย
สู้ตายอาจถูกฆ่า
กลัวตายอาจถูกจับ
โกรธง่ายอาจถูกข่ม
สัตย์ซื่ออาจถูกหยาม
รักราษฎร์อาจถูกกวน
(จากตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ)

เมื่อลองพิจารณาดูแล้วจะเห็นว่าจุดอ่อนของแม่ทัพเกิดจากจุดแข็งของแม่ทัพนั่นเอง! ยังจำจุดแข็งของแม่ทัพได้มั้ยครับ ในบทที่หนึ่ง คือ ปัญญา สัจจะ เมตตา กล้าหาญ เข้มงวด
จับคู่ได้ดังนี้ครับ
สู้ตาย เพราะ กล้าหาญมากสุดโต่ง ทำให้บ้าบิ่นและถูกฆ่าได้
กลัวตาย เพราะ ปัญญามากสุดโต่ง จนไม่กล้าเสี่ยงอะไรเลย(มีปัญญาไม่มีความกล้า)
โกรธง่าย เพราะ เข้มงวดมากสุดโต่ง อะไรที่ผิดไปจากระเบียบแบบแผนจะทำให้คนเข้มงวดโกรธได้ง่ายมาก
สัตย์ซื่อ เพราะ สัจจะมากสุดโต่ง จนกลัวเสียชื่อเสียงจึงอาจถูกหยามได้
รักราษฎร์ เพราะ เมตตามากสุดโต่ง จึงถูกก่อกวนได้

จะเห็นว่าจุดแข็งสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นจุดอ่อนได้หากมีไม่ครบหรือมีมากเกินไป! จุดแข็งมีไม่ครบก็ไม่ได้ น้อยไปก็ไม่ได้ มีมากไปก็ไม่ได้ ต้องมีอย่างสมดุลทั้งห้าประการเท่านั้นจึงจะเป็นแม่ทัพที่ดีตามหลักของซุนวูนั่นเอง แต่คุณสมบัติเหล่านี้ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวการณ์รอบตัวอีกด้วย และแต่ละคุณสมบัติก็มีจุดเด่นด้อยต่างกันไป จึงต้องเลือกใช้จุดอ่อนจุดแข็งให้ตรงตามสภาวการณ์ที่ต่างกันด้วยนั่นเอง บทที่ 8 เป็นบทที่สั้นที่สุดในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ แต่มีความสำคัญยิ่งยวดไม่แพ้บทอื่นเลยทีเดียวล่ะครับ
ฉะนั้น ไม่อาจไม่พินิจพิเคราะห์ ;)

บทความนี้เท่านี้ก่อน
ขอให้เพลิดเพลินกับตำราพิชัยสงครามซุนจื่อนะครับ
สวัสดีครับ ^_^


บทวิเคราะห์นี้เป็นการศึกษาจากเอกสารต่างๆและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง หากผิดพลาดประการใดใคร่ขออภัยและขอน้อมรับคำชี้แนะจากท่านผู้รู้ด้วยความยินดียิ่ง

12 เมษายน 2560

อี้จิง ฉบับคำต่อคำ - แปลไทย พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ


มีคำกล่าวว่า ไม่ศึกษาอี้จิง ไม่อาจเป็นใหญ่!

เนื้อหาโดยสังเขป
หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทบทวนและเป็นตัวช่วยนำทางในการอ่านโจวอี้ด้วยตนเองของข้าพเจ้าแปลแบบคำต่อคำเคียงข้างต้นฉบับจีนโบราณเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าต่อไป ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์ในวงกว้างจึงได้จัดพิมพ์เพื่อผู้สนใจ และถ้าท่านผู้อ่านศึกษาพื้นฐานอี้จิงมาก่อนจะช่วยในการอ่านได้อย่างมาก สุดท้ายนี้หากขาดตกบกพร่องประการใดข้าพเจ้าจึงใคร่ขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ โอกาสนี้
(บันทึกผู้แปล)

เนื้อหาหลัก
ตรีลักษณ์โดยสังเขป
แผนภูมฉักลักษณ์
ฉักลักษณ์ทั้ง 64
คำอธิบายแต่ละฉักลักษณ์ของโจวเหวินหวาง
คำอธิบายแต่ละเหยาของโจวกง

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือทำมือ เย็บด้วยมือแบบคัมภีร์โบราณ
ใช้กระดาษถนอมสายตาเพื่อให้สบายตาและอ่านได้นาน
เดิมทีข้าพเจ้าแปลไว้ศึกษาด้วยตนเองและบริจาคห้องสมุด
เห็นเป็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในวงกว้าง
จึงจัดพิมพ์เพื่อนำเสนอแด่ท่านผู้สนใจร่วมกัน
รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาคในรูปแบต่างๆต่อไป
ขอบคุณทุกคนมากครับ ;)
รายชื่อห้องสมุดที่ได้รับบริจาค

====================

อี้จิง
ฉบับคำต่อคำ
พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ
แปล กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
แปลเสร็จสิ้น เมษายน พ.ศ.2560
จัดพิมพ์ Harirak Farm

หนังสือทำมือรูปแบบพรีเมี่ยม
เข้าเล่มด้วยเชือกแบบคัมภีร์โบราณ
พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตาอย่างดี 80 แกรม
เพื่อให้หนังสือแข็งแรงคงทนและเก็บได้นาน

ขนาด 145 x 210 x 7 มม.
หนา 100 หน้า
ราคา 350 บาท
จัดส่ง EMS ฟรี!

แถมสมุดจีน 1 เล่ม
สั่งซื้อวันนี้แถมฟรี! สมุดจดบันทึกพกพา แบบสมุดจีนโบราณ (คละแบบ) ขนาด A6 จำนวน 1 เล่ม ด้วยกระดาษถนอมสายตา 80 แกรม ไม่มีเส้น จำนวน 80 แผ่นรวมปก เป็นสมุดทำมือ มูลค่า 40 บาท จนกว่าของจะหมด มีจำนวนจำกัด!
ของแถมหมดแล้ว!

สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่นี่!
harirakfarm@gmail.com
http://harirakfarm.lnwshop.com/
https://www.facebook.com/harirakfarm

มีอี้จิงเพียงเล่มเดียว เสมือนหนังสือนับหมื่นเล่ม!
ซื้อ "อี้จิง ฉบับคำต่อคำ พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ" วันนี้
แล้วท่านจะศึกษาอี้จิงได้ตลอดไป...

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมและอุดหนุนจ้า ^-^


หมายเหตุผู้แปล แนะนำให้อ่าน อี้จิง ศาสตร์พื้นฐานแห่งชีวิต เพื่อเข้าใจภาพรวมพื้นฐานอี้จิงก่อนอ่านงานประพันธ์ดั้งเดิมนะครับ ;)
ฉบับนี้นับเป็นฉบับแปลดิบกึ่งเรียบเรียง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอ่านจากต้นฉบับโบราณอย่างตรงไปตรงมา ต้องการเรียบเรียงด้วยตนเอง และต้องการตีความด้วยตนเอง ที่จัดทำออกมาเช่นนี้เพราะต้องการให้มีการตีความที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป เพื่อให้อี้จิงในยุคสมัยใหม่ไม่ถูกผูกขาดโดยความคิดใดความคิดหนึ่งโดยปราศจากการถกเถียงกันอย่างลึกซึ้งและเอาจริงเอาจังด้วยตนเอง
แนะนำแนวทางในการอ่านของผู้แปล อี้จิง - กับการอ่านของข้าพเจ้า





後天八卦
ปากว้าหลังสวรรค์
ของโจวเหวินหวาง

02 เมษายน 2560

พิชัยสงครามซุนจื่อ บทวิเคราะห์ ภาค 2 คุยเฟื่องเรื่องปิงฝ่า


ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ ภาษาจีนเรียกว่า ซุนจื่อปิงฝ่า 孫子兵法 คำว่า ปิงฝ่า 兵法 แปลตรงตัวว่า ทหารกฎ จึงแปลเป็น พิชัยสงคราม หรือ กลยุทธ์ เขียนโดย ซุนวู 孫武 มานับสองพันกว่าปีมาแล้วในสมัยชุนชิวก่อนยุกสามก๊กเกือบพันปี ในภาษาอังกฤษเรียก The Art of War จะหมายถึงตำราพิชัยสงครามของซุนจื่อเป็นหลักครับ
ได้รับการแปลเป็นภาษาตะวันตกครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1782 เป็นการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสโดยบาทหลวงฌอง โชแซฟท์ มารี อามีโอต์ (Jean Joseph Marie Amiot) นักบวชในศาสนาคริสต์นิกายเยซูอิต จนถึงปัจจุบันนี้มีการแปลเป็นภาษาต่างๆมากมายทั่งโลก และยังคงมีการตีความและแปลใหม่อยู่ตลอด แม้ในภาษาจีนเองก็แปลจากจีนโบราณเป็นสำนวนจีนปัจจุบันด้วยเช่นกัน และมีการตีความต่างๆกันไป ในฉบับคลาสสิคฉบับภาษาอังกฤษจะเป็นของ Lionel Giles และอีกฉบับที่ใหม่กว่าเป็นของ Gary Gagliardi ซึ่งได้แปลคำต่อคำและตีความใหม่จากภาษาจีนโบราณ ของไทยเราเองก็มีการแปลออกมาหลายสำนวนเช่นกันที่คลาสสิคสุดจะเป็นสำนวนของคุณบุญศักดิ์ แสงระวี

รู้เขารู้เรา ร้อยรบมิพ่าย
ในฉบับโบราณที่ถูกค้นพบจากหลายแหล่งมีบางคำที่ต่างกันไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วมีเนื้อหาเดียวกัน แม้ว่าใช้ต้นฉบับภาษาจีนโบราณเหมือนกัน แต่การแปลความของฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกแปลออกมาไม่เหมือนกัน เนื่องจากคัมภีร์จีนโบราณเขียนอย่างสั้นกระชับแต่กินความมาก ด้วยการประหยัดถ้อยคำของคนโบราณนี้เองไม่ว่าจะเพราะสมัยนั้นมีคำน้อยหรือเพื่อความสวยงามในการอ่านและเขียนหรือพื้นที่บันทึกบนซีกไม้ไผ่มีจำกัดก็ตาม รวมถึงคำที่ใช้ก็คนละความหมายกับปัจจุบันและมีความหมายกว้างมาก คัมภีร์โบราณจึงต้องอ่านและตีความ นอกจากจะตีความในแง่ของภาษาแล้วยังต้องตีความหมายแฝงและรูปลักษณ์ของตัวอักษรอีกด้วย สิบคนอ่านสิบความหมาย อ่านรอบแรกกับรอบสองได้ประเด็นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกความหมายดูจะเข้าท่าทั้งนั้นครับ จึงไม่มีการแปลความใดที่ถูกที่สุดเพียงแบบเดียว ทุกแบบถูกต้องหมดครับ อยู่ที่จะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร ทีนี้มาดูความแตกต่างของตำราพิชัยสงครามซุนจื่อตะวันตกและตะวันออกในจุดที่ผมเห็นว่าน่าสนใจกันครับ

ในบทที่ 3 ส่วนที่ว่า
ฉะนั้น การสงครามชั้นยอดพิชิตด้วยอุบาย
รองมาพิชิตด้วยการทูต
รองมาพิชิตด้วยทหาร


ทางตะวันตกแปลว่า
ฉะนั้น การสงครามชั้นยอดทำลายแผนของข้าศึก
รองมาทำให้ข้าศึกแตกแยกพันธมิตร
รองมาจู่โจมกองกำลังของข้าศึก

ผมมองว่าเข้าท่าทั้งคู่ แต่การแปลแบบฝั่งตะวันออกเราจะคล้ายกับพิชัยสงครามของอินเดียที่ว่า การสงคราม หนึ่งใช้ทูต สองใช้ทาน สามใช้ทัณฑ์ ส่วนการแปลของฝั่งตะวันตกเป็นหลักการที่น่าสนใจครับ มาดูอีกตัวอย่างหนึ่ง

ในบทที่ 9 ส่วนที่ว่า
สงครามไม่ใช่สำคัญประโยชน์ด้วยจำนวนมาก
เพียงอย่าผลีผลามบุก
รวมกำลังพอเหมาะ
คาดคะเนข้าศึก
เอาชนะได้เป็นพอ


ทางตะวันตกแปลว่า
ทหารไม่มากพอจะใช้ประโยชน์
แค่ไม่สามารถโจมตีโดยตรง
รวมกำลังที่มีทั้งหมด
เฝ้าระวังข้าศึก
แล้วหาคนมาเพิ่ม

ตรงนี้นับว่าต่างกันพอสมควรที่เดียว ทางฝั่งตะวันออกเราได้ความหมายว่า ไม่ใช่อาศัยแต่จำนวนที่มากกว่า ส่วนตะวันตกได้ความหมายว่า น้อยกว่าก็ให้หาไพร่พลมาเพิ่ม ก็นับว่าเข้าท่าทั้งคู่ครับ ส่วนตัวจากการแปลจากภาษาจีนโบราณแบบตรงไปตรงมาผมว่าได้ความแบบตะวันออกเรามากกว่าครับ แต่การตีความของตะวันตกใช่จะไม่มีเหตุนะครับ เพราะย่อหน้าถัดจากนี้เป็นเรื่องของ ไพร่พลใหม่ที่ยังไม่สนิท จึงนับว่ามีมูลอยู่ไม่น้อยทีเดียว

การแปลความแบบต่างๆ นับว่าน่าสนใจทั้งสิ้นครับ การอ่านซุนจื่อควรอ่านหลายๆสำนวนแปล

จะเห็นว่าตำราพิชัยสงครามซุนจื่อเล่มเดียวกัน แต่คนตะวันตกกับตะวันออกได้อ่านไม่เหมือนกัน แต่ก็เข้าท่าทั้งสองแบบเลยครับ ในฉบับจีนโบราณเองอ่านแต่ละรอบก็ได้รับอะไรใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกครั้งเช่นกัน เป็นการเขียนที่เลือกใช้คำได้สุดยอดมากครับ ดังนั้นแม้ภายนอกของตำราพิชัยสงครามซุนจื่อจะเป็นนิพนธ์ทางการทหาร แต่ก็มีแนวคิดทางปรัชญาแฝงไว้มากมาย นับว่าเป็นการเขียนที่ไม่ธรรมดาจริงๆครับ

คัมภีร์จีนโบราณแทบทุกเล่มจะเขียนออกมาแบบนี้ทั้งหมดครับ เป็นวลีสั้น ๆ  กระชับ เรียบง่าย และกินความมาก ซึ่งกระตุ้นให้ผู้อ่านต้องพิจารณาตีความทำความเข้าใจความหมายให้กว้างไกลลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เข้าใจชีวิตตนเองมากขึ้น เพราะเนื้อหาที่สมบูรณ์ไม่ได้อยู่เพียงในตำราเท่านั้น หากแต่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ด้วย ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าการศึกษาเช่นนี้จะสามารถดึงศักยภาพของแต่ละฅนออกมาได้ครับ

บทความนี้เท่านี้ก่อน
ไว้เจอกันใหม่ครับ
สวัสดีครับ ^_^



อ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B9

บทวิเคราะห์นี้เป็นการศึกษาจากเอกสารต่างๆและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง หากผิดพลาดประการใดใคร่ขออภัยและขอน้อมรับคำชี้แนะจากท่านผู้รู้ด้วยความยินดียิ่ง