Sponsor

06 พฤศจิกายน 2559

Battle card game - เกมการ์ดแม่ทัพ

Generals card game - เกมการ์ดแม่ทัพ

ผมสนใจนำไพ่ป๊อกธรรมมาเล่นเป็นเกมแนววางแผนมานานแล้ว เอาไว้เล่นแทนหมากรุกในยามที่ไม่มีชุดหมาก ครั้งก่อนได้เคยเสนอเกม War - เกมไพ่สงคราม แนวเล่นสนุกได้ไม่ต้องขบคิดมาก แต่เกมนั้นเป็นเกมที่ใช้ดวงเข้าว่าอย่างเดียว อาจไม่สะใจสำหรับคอแนววางแผน ผมจึงคิดจะประยุกต์ไพ่ให้สามารถเล่นเกมแนววางแผนขึ้นมา จึงได้เอากติกาของ Stratego ในเวอร์ชั่นการ์ดมาปรับใช้เล่นกับไพ่ป๊อกธรรมดา ให้เล่นได้สนุกและท้าทายความจำของผู้เล่น ถ้าใครรู้จักเกม Stratego ที่เป็นเกมกระดานจะรู้เลยว่าเกมนี้ท้าทายความจำมากทีเดียว(ขอยกไปพูดถึงเกมนี้ท้ายบทความนะครับ) 
เกมนี้เกี่ยวกับการตัดสินใจในการจัดแนวรบและใช้สกิลของการ์ดแต่ละใบให้เกิดประโยชน์สูงสุด จัดแนวรบมาประจัญหน้ากัน เป็นเกมที่สนุกและน่าจะถูกใจคอเกมแนววางแผนแน่นอนไม่มากก็น้อย การ์ดสำเร็จรูปหาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ ใช้ไพ่ป๊อกธรรมดาเพียงสำรับเดียวเท่านั้นก็สามารถเล่นได้แล้ว ผมขอเรียกเกมนี้ว่า Battle card game - เกมการ์ดแม่ทัพ
เอาละทุกท่าน ได้เวลาจัดแนวรบกันแล้ว เริ่มกันเลยครับ ;)

อุปกรณ์
ไพ่ป๊อกมาตราฐาน 1 สำรับ และมี Joker 2 ใบ (ถ้าไม่มีให้เอา K ออก 2 ใบ)
ผู้เล่น 2 คน
*หมายเหุต ถ้ามี Joker จะเล่นสนุกและท้าทายกว่า

เป้าหมายในการเล่น
จับตัว Joker ของอีกฝ่ายได้ก่อนชนะ (หรือ K กรณีไม่มี Joker)

สกิลพิเศษของไพ่แต่ละใบ
มารู้จักไพ่แต่ละใบกันก่อนว่ามีแต้มเท่าไหร่และมีสกิลอะไรบ้าง
  • ไพ่ J Q และ K (แต่จะยกเว้น K กรณีใช้แทน Joker) เป็นกับระเบิด (Mine) ใช้โจมตีไม่ได้ แต่ถ้าไพ่ใบไหนโจมตีมาที่กับระเบิด ไพ่ใบนั้นตาย กับระเบิดยังอยู่ต่อ แต่กับระเบิดแพ้ไพ่แต้ม 3 (นักกู้ระเบิด กับระเบิดโดนกู้)
  • ไพ่ 4-10 เป็นไพ่ทหารไม่มีสกิล ใช้แต้มสู้อย่างเดียว แต้มสูงกว่าชนะ ถึงจะไม่มีอะไรพิเศษแต่มารู้จักยศของไพ่แต่ละใบกันหน่อยดีกว่า จะช่วยให้สนุกกับเกมมากขึ้นครับ
    • ไพ่ 10 จอมพล (Marshal) มีแต้มต่อสู้สูงสุด แต่แพ้ไพ่ A (สายลับ โดนสายลับลอบสังหาร)
    • ไพ่ 9 พลเอก (General) 
    • ไพ่ 8 พันเอก (Colonel)
    • ไพ่ 7 พันตรี (Major)
    • ไพ่ 6 ร้อยเอก (Captain)
    • ไพ่ 5 ร้อยโท (Lieutenant)
    • ไพ่ 4 สิบเอก (Sergeant)
  • ไพ่ 3 นักกู้ระเบิด (Miner) มีแต้มเท่ากับ 3 มีสกิลกู้ระเบิดได้(โจมตีระเบิดได้) 
  • ไพ่ 2 ผู้สังเกตุการณ์ (Scout) มีแต้มเท่ากับ 2 มีสกิลขอดูการ์ดฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในแนวรบได้ 2 ใบ
  • ไพ่ A สายลับ (Spy) แต้มเท่ากับ 1 มีสกิลดูการ์ดทั้งหมดบนมือฝ่ายตรงข้ามได้ และสามารถลอบสังหาร ไพ่ 10 ได้ (เมื่อสั่ง Spy โจมตี ไพ่ 10 เท่านั้น)
  • ไพ่ Joker (หรือ K กรณีไม่มี Joker) ผู้บัญชาการสูงสุด แต้มเท่ากับ 0 ใช้โจมตีไม่ได้ มีสกิลเก็บไพ่ฝ่ายเราทั้งหมดที่อยู่ในแนวรบและบนมือ(ยกเว้นไพ่ที่ตายแล้ว)เข้ากอง สับแล้วจั่วใหม่ 8 ใบ เลือกวางบนแนวรบ 5 ใบ เหมือนตอนเริ่มเกม แล้วจบเทิร์น เป็นการ์ดเปลี่ยนแนวรบ แต่ถ้าการ์ดนี้โดนโจมตีจะถือว่าแพ้ทันที
สกิลสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อไพ่ใบนั้นอยู่ในแนวรบเท่านั้น และสามารถใช้ได้ทุกเทิร์นไม่มีหมดสกิล
แบ่งไพ่ออกเป็นสองสี

เตรียมการเล่น
แบ่งไพ่เป็นสองกอง ดอกสีดำ และ ดอกสีแดง
ใส่ Joker ลงไปฝ่ายละ 1 ใบ
สับไพ่ และจั่วจากกองของตัวเองคนละ 8 ใบ
ฝ่ายสีดำเริ่มก่อน ฝ่ายสีแดงที่เริ่มทีหลัง
เลือกไพ่วางเป็นแนวรบ วางคว่ำไว้คนละ 5 ใบ โดยห้ามให้อีกฝ่ายเห็นหน้าไพ่
จัดแนวรบ 5 ใบ ถือในมือ 3 ใบ

วิธีการเล่น
  • ฝ่ายดำเริ่มก่อน
    • เลือกไพ่ในแนวรบของตน 1 ใบ แล้วเปิดไพ่เพื่อโจมตีการ์ดฝ่ายตรงข้าม ใบไหนก็ได้ เปิดหน้าไพ่ที่โดนโจมตี ไพ่ไหนแต้มสูงกว่าชนะ ถ้าแต้มเท่ากันตายทั้งคู่ ถ้าโจมตีโดนระเบิดก็ตาย ไพ่ที่ตายนำไปวางในสุสาน
    • ถ้าไม่ต้องการโจมตี สามารถเลือกไพ่ใช้สกิลได้ 1 ใบ ต้องเปิดไพ่ที่ใช้สกิลให้อีกฝ่ายเห็น
    • คว่ำหน้าไพ่ที่เหลือใบคืนทุกใบ
    • ถ้าแนวรบมีไพ่ตายไป เลือการ์ดจามมือเติมลงไปในแนวรบให้เต็ม 5 ใบ
    • จั่วไพ่ ให้ในมือมี 3 ใบ จบเทิร์น
  •  เทิร์นฝ่ายแดง ให้โจมตีหรือใช้สกิลจากไพ่ที่เหลืออยู่ในแนวรบ(แม้แนวรบจะว่างไปช่องนึงการโจมตีของฝ่ายดำในเทิร์นก่อนก็ตาม)
    • แล้วจึงค่อยเติมไพ่ลงแนวรบ และจั่วไพ่ให้มี 3 ใบในมือ และจบเทิร์น ตามลำดับขั้นตอนเดียวกัน
  • ทั้งสองฝ่ายสามารถเปิดดูการ์ดของตัวเองได้ตลอดเวลา
  • เล่นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ฝ่ายที่ชนะคือ ฝ่ายที่สามารถจับ Joker ของฝ่ายตรงข้ามได้ หรือ จนกระทั่งอีกฝ่ายไม่ไม่มีไพ่ที่จะโจมตีหรือใช้สกิลได้อีก(เพราะเหลือแต่กับระเบิดและ Joker ในแนวรบ)

สรุปหลักการเล่นจำง่ายๆคือ ตี-เติม-จั่ว-จบ หมายถึง โจมตีหรือใช้สกิล เติมการ์ดให้เต็มแนวรบ จั่วให้ในมือมี 3 ใบ และจบเทิร์น อีกฝ่ายหนึ่งก็เริ่มแบบเดียวกัน คือเริ่มจากโจมตีก่อน(จากไพ่ที่เหลือในแนวรบ) แล้วค่อยเติมไพ่ จั่ว และจบเทิร์น ตามลำดับ
ลองดูคลิปเพื่อจะได้เห็นภาพมากขึ้นครับ

แนะนำการเล่นแบบรวบรัด


แนะนำการเล่นแบบละเอียด


ในการจัดแนวรบให้ดีมีสำคัญ รวมทั้งการจำตำแหน่งและแต้มไพ่ที่เปิดแล้วของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ คาดเดาไพ่ที่เหลืออยู่ จำนวนระเบิดและทหารที่วางในแนวรบก็สำคัญ เพราะหากไม่มีไพ่ที่จะใช้โจมตี(หรือใช้สกิล)จะแพ้ทันที รวมถึงหากเห็นว่าจำเป็นต้องจัดแนวรบใหม่ทั้งหมด ต้องลงการ์ด Joker เพื่อรอใช้สกิลในเทิร์นหน้า ซึ่งมีความเสี่ยงอยู่พอสมควรเลยล่ะครับ นับเป็นเกมที่ต้องใช้ความคิด เป็นการเล่นในรูปแบบเกมการ์ดต่อสู้ โดยใช้ไพ่เพียงสำรับเดียวนี่แหละ ไม่ต้องซื้อการ์ดอะไรเพิ่มอีกแล้ว ก็สามารถเล่นสนุกแบบเดียวกันได้เลย (สำหรับการ์ดสำเร็จรูปชื่อว่า Stratego Battle Cards ถ้าเพื่อนๆชอบสามารถหาซื้อได้ มีหลายธรีมให้เลือกเลยทีเดียว แต่ในไทยหายากหน่อยครับ)
โดยหลักการเล่นเกมแนวนี้ให้สนุกจะต้องสมมติว่ากำลังจัดแนวรบและกลยุทธ์ในการรบ ให้มองตัวไพ่เป็นทหาร ใช้จิตนาการณ์ที่มีให้เต็มที่ไปเลยครับแล้วจะสนุกมากๆ ต้องเล่นผสมสานจิตนาการณ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว จะเห็นความเชื่อมโยงในการเลือกใช้กลยุทธ์กับการเลือกใช้ไพ่ตามความสามารถได้
พกไพ่สำหรับเดียวเล่นอะไรได้มากมายครับ ยังมีเกมอื่นๆอีก ลองดูได้ที่บทความ ไพ่เล่นเกมอะไรได้บ้าง?

หวังว่าเพื่อนๆคงจะสนุกกับเกมนี้นะครับ
แล้วไว้เจอกันบทความหน้า สวัสดีครับ ^_^


แถม
เกม Stratego ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในประเทศไทยสักเท่าไหร่ แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปนั้นรู้จักดีทีเดียว มีการแข่งขันชิงแชมป์ระดับโลกเหมือนการแข่งหมากรุกเลยครับ ต้นตำรับเดิมเป็นเกมกระดาน เล่นคล้ายหมากรุก ใช้กระดาน 10x10 มีตัวหมากฝ่ายละ 40 ตัว ทั้งกระดานก็ 80 ตัว หมากแต่ละตัวมีแต้มเหมือนกับเกมไพ่นี้ ในตอนเริ่มเกมแต่ละฝ่ายสามารถจัดตัวหมากได้อย่างอิสระ และทุกตัวเดินเหมือนกันหมด คือ บน-ล่าง-ซ้าย-ขวา ยกเว้นตัวที่มีสกิลบางตัวจะเดินได้มากกว่าตัวอื่น บนกระดานบางพื้นที่ก็ไม่สามารถเดินได้ เช่นทะเลสาบ ต้องอ้อมไป ฝ่ายที่ยึดธงของอีกฝ่ายได้ก่อนชนะ เกมนี้ขึ้นหิ้งคลาสสิคไปแล้วครับ มีธรีมออกมามากมายทั้ง ธรีมสงครามโลกครั้งที่สอง ธรีมสงคราม Sci-fi และธรีมสงครามเทพนิยายตะวันตก ที่มีอัศวิน เอลฟ์ มังกร ฯลฯ และธรีมจากภาพยนตร์ต่างๆอีกมากมาย เลือกหาได้ตามชอบเลยล่ะครับ ความเป็นไปได้ของเกมทั้งหมด Stratego อยู่ที่ 10^535 ซึ่งมีความเป็นไปได้มากกว่าหมากรุกสากล(10^123) หมากรุกโชกิญี่ปุ่น(10^226) และหมากล้อม(10^360)ซะอีก นับว่าเป็นเกมที่เทียบชั้นกับเกมกระดานคลาสสิคอื่นๆได้เลยล่ะครับ
อันที่จริง ต้นตำรับเกมนี้มาจากเกมคลาสสิคของจีนที่ชื่อว่า 军棋 (Luzhanqi) แปลว่า Land Battle Chess กติกาการเล่นเหมือนกันทุกอย่างครับ แต่ตัวหมากของจีนจะทำจากไม้ ปัจจุบันนี้ก็ยังคงความเป็นไม้อยู่ นับว่าคลาสสิคมาก แต่เสียอย่างตรงที่อาจมีตำหนิให้ดูออก และไม่เขียนแต้มลงไปบนหมาก ทำให้ต้องเอาชื่อหมากไปเทียบแต้มจากคู่มืออีกทียุ่งยากพอสมควร(เขียนลงไปเองซะเลย)
แต่เกม Stratego นี้เราสามารถทำเล่นเองได้ ด้วยการนำกระดาษตัดและพับเป็นสามเหลี่ยมเหมือนป้ายชื่อบนโต๊ะในสำนักงาน ทาสีและเขียนแต้มเอาไว้ด้านหลัง(ดูว่าหมากแต้มไหนมีกี่ตัวได้ใน wiki) แล้วทำกระดานก็สามารถทำเล่นเองได้ อาจจะไม่สวยเท่า แต่นับเป็นกิจกรรมภายในครอบครัวที่พ่อแม่ลูกได้ร่วมกันประดิษฐ์เกมเล่นกันเองภายในบ้าน ถ้ารู้สึกว่าเยอะไปสามารถลดเหลือฝ่ายละ 30 ตัว 20 ตัว หรือ 10 ตัว ก็ได้ตามต้องการครับ(ในการเล่นจริงก็มีการลดตัวหมากเพื่อความรวดเร็วในการเล่นเหมือนกัน) จะจัดแนวรบสำหรับเล่นแบบ 3 คน หรือ 4 คนก็ได้ จะได้เล่นร่วมกันทั้งครอบครัวเลยครับ :D
ทะเลสาบไม่สามารถเดินผ่านได้ ต้องเดินอ้อมไป
สำหรับเกม Stratego มีทั้งแบบกระดาน เป็นแอพใช้เล่นในคอมฯ มือถือ แท๊ปเล็ต หรือแบบการ์ดก็มี ซึ่งการ์ดนี่เองที่ผมนำกติกามาใช้เล่นกับไพ่ป๊อกในบทความนี้ หรือแบบเล่นออนไลน์ก็มี เกมนี้มีการวิเคราะห์และศึกษาการจัดแนวรบและกลยุทธ์การเล่นกันอย่างจริงจัง เหมือนการตั้งป้อมในโชกิ(หมากรุกญี่ปุ่น)กันเลยล่ะครับ ดูการจัดแนวรบมาตราฐานได้จากเว็บนี้ http://www.ultrastratego.com/setups.php ถ้ามีการสนับสนุนอย่างจริงจัง ไม่แน่ว่าความนิยมอาจจะสูงขึ้นจนได้รับการบรรจุเป็นกีฬาแบบเดียวกับหมากรุกก็เป็นได้ และถือได้ว่าเกมนี้เป็นหมากรุกแบบใหม่ที่มีวิธีเล่นง่ายๆ ไม่ต้องจำตาเดินมากมาย เป็นวิธีเล่นเกมกระดานที่เน้นตัวหมากเยอะๆได้สะดวกดี แต่ความซับซ้อนและการจัดแนวรบนี่ต้องบอกเลยว่า ไม่ธรรมดาจริงๆครับ ;)

Stratego ธรีมสงคราม Sci-fi


โฆษณาของ Stratego ทำออกมาได้เจ๋งทีเดียว


อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Strสายลับ(Spy)atego
https://cdn.shptrn.com/media/mfg/1725/media_document/9144/7479_BattleGards_RulesEng.pdf
https://en.wikipedia.org/wiki/Computer_shogi

29 กันยายน 2559

ยิปมันปรมาจารย์มวยหย่งชุน - 咏春拳宗师 -- 叶问

ได้สร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Ip Man เมื่อปี 2008 และมีภาคต่อตามมาอีกหลายภาค
หากพูดถึงกังฟูจีน หลายคนคงนึกถึงภาพยนตร์กังฟู ภาพยนตร์กังฟูของหลี่ เสี่ยวหลง(บรู๊ซลี)  ดาราดังแห่งวงการนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับนานาชาติ  ในสมัยโบราณ  กังฟูจีนแบ่งออกเป็น “หมัดใต้เตะเหนือ” ทางตอนใต้ออกหมัดอย่างโดดเด่น ทางตอนเหนือเตะอย่างเชี่ยวชาญ  อาจารย์ของหลี่ เสี่ยวหลงก็คือ เย่เวิ่น (叶问 1893-1972 *เย่เวิ่นเป็นชื่อของยิปมันในสำเนียงจีนกลาง) ผู้เป็นตัวแทนการออกหมัดทางใต้ เป็นผู้ผสมผสาน “มวยหย่งชุน”(咏春) เขาเปี่ยมด้วยคุณธรรมการต่อสู้และจริยธรรมอันเป็นที่น่านับถือเป็นแบบอย่างและได้รับยกย่องให้เป็น “ปรมาจารย์แห่งยุคสมัย”

ตั้งใจฝึกฝน จนกลายเป็นปรมาจารย์แห่งมวยหย่งชุน
เย่เวิ่นเดิมชื่อว่า เย่ จี้เวิ่น เกิดในครอบครัวใหญ่ ฐานะร่ำรวย เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ได้รับการอบรมสั่งสอนตามแนวคิดของขงจื่ออย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่เยาว์วัย  เย่เวิ่นชื่นชอบศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 7 ขวบเริ่มศึกษามวยหย่งชุนโดยฝากตัวเป็นศิษย์ของเฉิน หวาซุ่น ราชันย์แห่ง “มวยหย่งชุน”  เย่เวิ่น เป็นคนช่างคิดวิเคราะห์ สติปัญญาหลักแหลมและหมั่นฝึกฝน ทำให้เฉิน หวาซุ่นรักลูกศิษย์ที่มีอายุน้อยกว่าเขาถึง 40 ปีคนนี้เป็นอย่างมากตั้งแต่รับเย่เวิ่นเป็นลูกศิษย์ ก็ไม่เคยรับลูกศิษย์คนอื่นอีกเลย เย่เวิ่นนับเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของเฉิน หวาซุ่น

หลังจากอาจารย์ถึงแก่อนิจกรรม เย่เวิ่นก็ติดตามฝึกฝนเพลงมวยร่วมกันกับศิษย์พี่อย่างต่อเนื่อง เมื่ออายุได้ 15 ปี เย่เวิ่นจึงเดินทางไปศึกษาที่ฮ่องกง เย่เวิ่นจึงได้รู้จักกับเหลียง ปี้ผู้เป็นบุตรชายของเหลียง จ้าน ปรมาจารย์มวยหย่งชุน และติดตามศึกษาเพลงมวยหย่งชุนกับเหลียง ปี้เกือบ 4 ปี  เหลียง ปี้ถ่ายทอดเคล็ดลับเพลงมวยของบิดาให้แก่เย่เวิ่นจนหมดสิ้น ทำให้เพลงมวยของเย่เวิ่นพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด  ครั้นเมื่อเดินทางกลับมาถึงเมืองฝอซาน เพลงมวยของเย่เวิ่นก็เหนือกว่าศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันเป็นอย่างมาก

ตลอดชีวิตหลายสิบปี เย่เวิ่นได้ฝึกฝน ศึกษาวิเคราะห์มวยหย่งชุนอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการคิดว่าจะทำให้มวยหย่งชุนมีชื่อเสียงกว้างไกลได้อย่างไร เขามักจะประลองฝีมือกับสำนักศิลปะการต่อสู้อื่นๆ เพื่อซึมซับจุดเด่นเอาไว้และผสมผสานเข้ากับมวยหย่งชุน ทำให้ศิลปะมวยหย่งชุนมีชื่อเสียงโด่งดังท่ามกลางสำนักต่างๆ

ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ เน้นการสอนตามสภาพผู้เรียน
ก่อนหน้านี้ มีน้อยคนนักที่ถ่ายทอดมวยหย่งชุน  แต่เย่เวิ่นก็แก้สถานการณ์ดังกล่าวโดยเผยแพร่มวยหย่งชุนที่ฮ่องกงและผลักดันมวยหย่งชุนให้ไปไกลถึงระดับโลก

เย่เวิ่นรับลูกศิษย์ ไม่เคยขึ้นป้ายสำนัก และไม่โฆษณารับสมัครลูกศิษย์ การรับลูกศิษย์ของเขาเข้มงวดมาก “ลูกศิษย์เลือกอาจารย์ที่ดี ว่ายากแล้ว แต่อาจารย์เลือกศิษย์ที่ดีนั้นยากกว่า”เย่เวิ่นสอนอย่างตั้งใจ ให้ความสำคัญกับการฝึกพื้นฐานของผู้เริ่มเรียน เขาไม่เคยทำอะไรอย่างสุกเอาเผากิน  ลูกศิษย์ต้องบรรลุถึงเกณฑ์เป้าหมายที่เย่เวิ่นตั้งเอาไว้ในแต่ละกระบวนท่า ถึงจะเริ่มสอนบทเรียนใหม่  ในฐานะอาจารย์ใหญ่แห่งมวยหย่งชุน เย่เวิ่นยังพยายามดำเนินตามปรัชญา “สอนตามสภาพผู้เรียน” ก่อนการเรียนการสอน เย่เวิ่นมักจะทำความเข้าใจและวิเคราะห์สภาพร่างกาย จิตใจและลักษณะนิสัยที่โดดเด่นของผู้เรียนทุกคนก่อนเสมอ พร้อมทั้งวิเคราะห์ระดับความรู้ การอบรมสั่งสอนที่ผ่านมารวมถึงความสามารถในการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ และใช้วิธีที่แตกต่างกันในการสอนนักเรียนตามจุดมุ่งหมายของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ให้เกิดผลสำเร็จอย่างสูงสุด

ความพากเพียรเพาะหว่านเมล็ดพันธุ์หลายปีก็ได้ผลิดอกออกผลงอกงาม แผ่กิ่งก้านสาขา เย่เวิ่นมีลูกศิษย์มากมายในช่วงบั้นปลายชีวิต  ยอดครูมวยหย่งชุนที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายท่านต่างก็มาจากสำนักของเย่เวิ่นทั้งสิ้น  ในช่วงปี ค.ศ.1960-1970 เย่เวิ่นได้เปิด “สำนักมวยหย่งชุน” และ “สำนักศิลปะการต่อสู้จีนเย่เวิ่น” ขึ้นที่ฮ่องกงตามลำดับด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือของลูกศิษย์ทุกคน เพื่อเผยแผ่มวยหย่งชุน พัฒนาและวางรากฐานให้แน่น ซึ่งเป็นการสร้างคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่

ยิปมันกับบรูซลี
รักชาติ รักประชา ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินเกิด
สมัยที่เย่เวิ่นมีชีวิตอยู่นั้น สังคมกำลังประสบกับความไม่สงบสุข เย่เวิ่นเป็นคนที่มีเลือดรักชาติเข้มข้น เขาเคยกู้หน้าและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประชาชนคนจีนอยู่หลายครั้ง

ช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น หลังจากทหารญี่ปุ่นได้ยึดครองเมืองฝอซาน และได้ยินกิตติศัพท์ชื่อเสียงกังฟูของเย่เวิ่น ก็อยากเชิญมาเป็นรับตำแหน่งครูสอนศิลปะการต่อสู้ของจีนให้กับกองทัพ แต่เย่เวิ่นที่ยึดมั่นซื่อสัตย์รักชาติมาโดยตลอดกลับตอบปฏิเสธอย่างไม่ลังเล ทำให้ทหารญี่ปุ่นโกรธแค้นมาก จึงสั่งให้ยอดฝีมือด้านการต่อสู้มาประลองกับเย่เวิ่น ฝ่ายตรงข้ามมีรูปร่างกำยำสูงใหญ่ ชิงลงมือต่อสู้ก่อน เย่เวิ่นใช้เพลงมวยหย่งชุนตอบโต้ เพียงไม่นานก็ทำให้คู่ต่อสู้สูญเสียการทรงตัวและพ่ายแพ้ไปในที่สุด  หลังการประลองสิ้นสุดลง เย่เวิ่นกลัวว่าทหารญี่ปุ่นจะโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจหลบหนีออกจากเมืองฝอซานชั่วคราว แต่ยังคงให้การช่วยเหลือขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นอย่างลับๆ  หลังจากได้รับชัยชนะในสงครามต่อต้านทหารญี่ปุ่น เย่เวิ่นละทิ้งการตั้งสำนักมวยและไม่รับลูกศิษย์ แต่เข้าทำงานที่หน่วยงานอาญาของอำเภอ รับผิดชอบงานด้านรักษาความปลอดภัย

ยิปมันฝึกซ้อมกับหุ่นไม้
ตอนเย่เวิ่นอายุ 70 ปี พละกำลังยังคงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนยังหนุ่ม  ในตอนนั้น การรักษาความปลอดภัยในฮ่องกงยังไม่ดีนัก มักจะเกิดการปล้นชิงตามท้องถนน เย่เวิ่นจึงได้ออกตรวจตรายามค่ำคืนเพื่อปกป้องดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ทันทีที่พบเห็นนักเลงใช้มีดปล้นชิงทรัพย์คนตามท้องถนน เย่เวิ่นก็จะใช้กระบวนท่าที่รวดเร็วฉับไวเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม โจรก็จะถูกเตะกระเด็นล้มลงไปไกลหลายสิบฟุตในพริบตา  การมีเย่เวิ่นอยู่ ทำให้เขตที่เขารับผิดชอบเป็นเขตที่สงบที่สุดของฮ่องกงด้วยสาเหตุนี้ เย่เวิ่นได้รับการยกย่องจากรัฐบาลฮ่องกงหลายครั้ง และได้รับเกียรติยกย่องให้เป็น “พลเมืองดีเด่น”

เพลงมวยที่ล้ำลึกและคุณธรรมอันสูงส่งของเย่เวิ่นได้รับการสรรเสริญและเคารพยกย่อง  ในปี ค.ศ. 2000 พิพิธภัณฑ์ศิลปะการต่อสู้เมืองฝอซานได้จัดสร้างห้องนิทรรศการเย่เวิ่นขึ้นเป็นพิเศษ แม้กระทั่งที่มลรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีการสร้าง “พิพิธภัณฑ์เย่เวิ่น” ขึ้น

อธิบายเพิ่มเติม
ช่วงสงครามต่อต้าน* หมายถึง ช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ประเทศจีนประกาศสงคราม ต่อต้านการรุกรานของประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเหตุการณ์ที่สะพานหลูโกวเฉียวเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ.1937 เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สงครามต่อต้านญี่ปุ่นขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ประเทศญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามอย่างไร้เงื่อนไขต่อกลุ่มประเทศพันธมิตร เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1945 สงครามสิ้นสุดลง ประเทศจีนเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

บทความโดย จินซูเหนียน
http://www.cim.chinesecio.com/hbcms/f/article/info?id=926e2f5096084600a1de4cb8c91fcbcb

ฟิมล์ที่ยังหลงเหลือจากการบันทึกภาพยิปมันรำมวยหย่งชุน


Donnie Yen รับบทเป็นยิปมัน

ศึกษาเพิ่มเติม
เกี่ยวกับภาพยนตร์ Ip Man - ปรมจารย์หย่งชุน ยิปมัน
ประวัติมวยหย่งชุน ฉบับ สมบูรณ์
สูงสุดสู่ตกต่ำของมวยตระกูลหย่งชุน

10 กันยายน 2559

สีเสื้อผ้าที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

ลายพราง Digi-camo
ชุดลายพรางของทหารในปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวนสีสันต่างๆที่จะพิมพ์ลงบนผืนผ้าที่จะนำมาตัดชุด โดยวิเคราะห์ให้ช่วยพรางตาได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่ได้ใส่ข้อมูลลงไป แต่ในสมัยก่อนที่จะมีลายพรางหลายสีผสมปนเปกันแบบทหารในปัจจุบัน การแต่งกายให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมจะใช้สีเดี่ยวๆเป็นหลัก เรามารู้จักกันว่าเสื้อหรือกางเกงสีอะไรที่จะกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้ดี
สีที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมทั่วไป ได้แก่ สีเขียว สีเทา สีแทน สีกากี สีน้ำตาล สีพวกนี้สามารถใช้ได้ทั่วไป แต่ถ้าใช้เฉพาะก็มีจุดเด่นต่างกันไป เช่น
สีเขียว เหมาะใช้ในที่ที่มีต้นไม้เขียว
สีเทา เหมาะใช้ในเมือง
สีแทน หรือ สีกากี หรือ สีน้ำตาล เหมาะใช้ที่เป็นดิน ทุ่งโล่ง หรือพุ่มไม้

นั่นคือจุดเด่นของแต่ละสี แต่ทั้ง 5 สีนั้นสามารถใช้กลมกลืนได้ทั่วๆไปครับ แต่ถ้าต้องการสีเดียวที่กลมกลืนได้ทุกสถานที่ เลือกมาสักสีนึงก็ได้ หรือถ้าให้แนะนำ เราแนะนำ สีกากี ครับ เลือกเป็นโทนอ่อนๆหรือทึบๆ ที่สีไม่จัดจ้านแบบชุดราชการมากนัก อย่างสีกากีของกางเกง Chino อย่างนี้สีอ่อนกำลังดี ใส่ได้กลมกลืนทั่วไป เปลื้อนดินโคลนก็ไม่ชัดเจนมากนัก ดูแลรักษาง่ายครับ เป็นสีที่อยุ่กลางๆที่สุด (สังเกตุว่าลายพรางแม้จะเป็นโทนเขียวแต่ก็เห็นได้ชัดว่ามีสีกากีหรือสีเทาเป็นสีพื้น) และสีกากีเคยใช้เป็นเครื่องแบบของกองทัพอินเดียในยุคล่าอาณานิคมอีกด้วยด้วย

ทหารในกองทัพบริติชอินเดีย

แถม
สีกากี (อังกฤษ: Khaki) เป็นสีน้าตาลปนเหลือง หรือสีสนิมเหล็ก ใกล้เคียงกับสีแทนหรือสีเบจ คำว่ากากีเป็นคำยืมจากฮินดีอูรดู ख़ाकी และภาษาอูรดู خاکی (ทั้งสองภาษามีความหมายว่า สีของดิน) ซึ่งได้รับมาจากภาษาเปอร์เซีย ی (khâk, มีความหมายว่า "ดิน")

อ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B5

05 กันยายน 2559

The Emerald Tablets of Thoth - คัมภีร์มรกต ของธ็อธ แปลไทย

The Emerald Tablets of Thoth - คัมภีร์มรกตของธ็อธ แปลไทยครั้งแรก!

คำนำ
คัมภีร์มรกตเป็นแผ่นโลหะสีมรกต ที่จารึกด้วยอักษรแอตแลนติสโบราณ มีอายุราวสามหมื่นหกพันปีก่อนคริสตกาล ค้นพบฉบับแปลครั้งแรกเป็นภาษาอาหรับในช่วงระหว่างศตวรรษที่หกถึงแปด แปลเป็นภาษาลาตินในช่วงราวศตวรรษที่สิบสอง ถูกตีความไว้มากมายและประยุกต์อย่างหลากหลาย เดิมเป็นที่รู้จักในหมู่นักเล่นแร่แปรธาตุ และได้รับการแปลมาหลายครั้ง หนึ่งในผู้ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษในสมัยนั้นคือ เซอร์ไอแซก นิวตัน อยู่ในเอกสารการเล่นแร่แปรธุาตุของเขา ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ห้องสมุดคิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
คัมภีร์แห่งภูมิปัญญาเล่มนี้ เป็นคัมภีร์แห่งความลับที่บันทึกกฏแห่งจักรวาลทั้งมวล ที่จะดึงดูดสิ่งที่ท่านปราถนามาสู่ท่านได้ ผู้คนในอดีตได้ใช้มันมานานกว่าสหัสรรษ และตอนนี้คัมภีร์มรกตทั้งหมดได้ถูกแปลมาอยู่ในรูปแบบของภาษาไทยที่ท่านกำลังถืออยู่เล่มนี้แล้ว ขอท่านผู้อ่านโปรดพิจารณา
ผลงานแปลทั้งหมดนี้เป็นของเพจ คัมภีร์มรกต The Emerald Tablets จึงขอขอบคุณผู้แปลทั้งสองท่านคือคุณ ต๊อดติ ให้โชค และ คุณ Little Yoda มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่ได้อนุญาติให้เรานำมาตีพิมพ์รวมเล่มเพื่อบริจาคแด่ห้องสมุด เพื่อเป็นการเผยแพร่และเก็บรักษาองค์ความรู้ให้อยู่ในรูปแบบหนังสือต่อไป
สุดท้ายนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านพบกับความมหัศจรรย์แห่งชีวิต!

ด้วยความเคารพ
กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
บรรณาธิการ

จัดพิมพ์โดย Harirak Farm

อ่านและดาวน์โหลดได้ฟรีที่ https://drive.google.com/open?id=0B6eJFSGC2QrheGUtcG5GSVJnUEE 

อนุญาตให้เผยแพร่แจกจ่ายได้ฟรี
แต่สงวนลิขสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำบทความที่แปลนี้ไปจัดจำหน่าย

จัดหน้าหนึ่งคอลัมน์(แบบเก่า)ดาวโหลดได้ที่ https://drive.google.com/file/d/0B6eJFSGC2QrhZWFlTzMyNWlhOEE/view?usp=sharing

ข้อมูลหนังสือ

The Emerald Tablets of Thoth
คัมภีร์มรกตของธ็อ


เขียน : ธ็อธ
แปลจารึกแผ่นที่ 1-3 : ต๊อดติ ให้โชค
แปลจารึกแผ่นที่ 4-15 : Little Yoda
บรรณาธิการ : กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
พิสูจน์อักษร : ละออง หริรักษ์หรรษา
รูปเล่ม : Harirak Farm

ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก
http://crystalinks.com/emerald.html
บทแปลจาก
https://www.facebook.com/TheEmeraldTablets/
ลิขสิทธิ์เป็นของผู้แปล


 
This work is licensed under a Creative Commons 
Attribution-NonCommercial 4.0 International License.

 

รวบรวม จัดพิมพ์ และเข้าเล่มโดย
Harirak Farm

http://harirakfarm.blogspot.com/
https://www.facebook.com/harirakfarm/
harirakfarm@gmail.com

หนังสือทำมือ
Handmade
ส่วนหนึ่งจาก คัมภีร์มรกต จารึกแผ่นที่ 4

แถม
คัมภีร์มรกตเป็นหนังสือแนวจิตวิญญาณเช่นเดียวกับ The Secret และ The Meta Secret ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกฏแห่งจักรวาลซึ่งได้บันทึกมายาวนานนับหมื่นปี เรียกได้ว่าเป็นต้นตำรับของหนังสือแนวกฏจักวาลทั้งหลายที่มีการอ้างถึงความลับโบราณบ่อยครั้ง หนึ่งในนั้นคือคัมภีร์มรกตเล่มนี้นั่นเอง

ภาพคัมภีร์มรกตในสารคดี The Secret “Law of Attraction”




สารคดี The Secret “Law of Attraction” กฎแห่งแรงดึงดูด (พากษ์ไทย)




ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
https://en.wikipedia.org/wiki/Emerald_Tablet
https://www.facebook.com/TheEmeraldTablets/

31 สิงหาคม 2559

Casio F91W - นาฬิกาในตำนาน

Casio F-91W คาสิโอ้เอฟเก้าหนึ่งดับเบิ้ลยู เป็นนาฬากาดิจิตอลที่ดังมากตั้งแต่แรกออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1991 ปัจจุบันยังคงเป็นที่นิยมทั่วโลก ราคาจำหน่ายอยู่ในช่วง 300-800 บาท คาซิโอไม่ได้เปิดเผยยอดขายเพียงแต่ระบุว่านาฬิการุ่นนี้ขายดิบขายดีอย่างต่อเนื่อง(huge seller)

คาสิโอ้รุ่นนี้แถบสีดั่งเดิมจะมีอยู่ 3 สี คือ สีน้ำเงิน สีทอง และ สีเขียว ทุกเรือนสีดำเหมือนกันหมดครับ ต่างกันแค่แถบสีเท่านั้น แต่รุ่นของทองแถบหน้าปัทม์หลังตัวเลขจะสีออกเหลืองๆและปุ่มจะเป็นสีทองด้วย แต่โดยมาตราฐานแล้ว Casio F91W จะเป็นแถบน้ำเงิน(ปัจจุบันนี้มีตัวเรือนที่ทำเป็นสีมากมาย แต่ความทนทานไม่เท่ากัน)

แถบสีทั้งสาม
นาฬิกา F-91W มีที่จับเวลาซึ่งมีความละเอียด 1/100 วินาที โดยนับไปถึง 59:59.99 (เกือบหนึ่งชั่วโมง) ทั้งจับเวลารวม และเวลาช่วงย่อย และเวลาของอับดับหนึ่งและอันดับสอง นาฬิกาสามารถส่งเสียงร้องได้ทุกชั่วโมง และส่งเสียงปลุกได้วันละหนึ่งครั้ง มีปฏิทินอัตโนมัติ แต่ไม่รองรับปีอธิกสุรทินเพราะว่านาฬิกาไม่ได้บันทึกปีเอาไว้ ความเที่ยงตรงของนาฬิกาบันทึกไว้ที่ ±30 วินาทีต่อเดือน (6 นาทีต่อปี) โดยผู้ผลิต แต่สำหรับผู้ใช้งานแล้วพบว่ามีความเที่ยงตรงกว่านั้นมาก

นาฬิกานี้ใช้ถ่านลิเทียมแบบกระดุม CR2016 หนึ่งก้อน ซึ่งคาสิโอระบุว่าใช้ได้ประมาณเจ็ดปี(บนสมมติฐานที่ว่าส่งเสียปลุก 20 วินาทีต่อวัน และใช้แสง 1 วินาทีต่อวัน) สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปพบว่านาฬิกานี้ใช้งานได้นานกว่าสิบปี ขนาดภายนอกของนาฬิกาคือ 37.5 × 33.5 × 9.5 mm และหนัก 20 g รหัสโมดูลของผู้ผลิตที่ประทับไว้บนฝาสแตนเลสด้านหลังคือ 593

เรื่องความสามารถในการกันน้ำ ด้านหน้าของนาฬิกามีขัอความ WATER RESIST ซึ่งหมายถึงกันน้ำแค่ล้างมือล้างหน้าหรือโดนฝนได้เท่านั้น แต่จริงๆแล้วมันกันน้ำได้ดีก่วานั้นมากๆๆๆๆๆๆๆ หลายแหล่งอ้างว่านาฬิกาคาสิโอเมื่อใช้จริงทนน้ำกว่าที่ผู้ผลิตกล่าวอ้างในเอกสารอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องใส่นาฬิกาเวลาว่ายน้ำหรืออาบน้ำเป็นประจำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรใส่อาบน้ำ(หรือล้างจาน)เพราะสบู่จะทำให้ยางกันน้ำเสื่อมสภาพ(และไม่ควรกดปุ่มใดๆเมื่อเปียกน้ำ)

สัญลักษณ์ต่างๆบนหน้าปัทม์
นาฬิการุ่นนี้มีปุ่มควบคุมสามปุ่มอยู่ด้านข้างของตัวเรือนนาฬิกา ปุ่มบนซ้ายใช้เปิดไฟดูนาฬิกา ยกเลิกเสียงปลุก และใช้เลือกการตั้งค่า ปุ่มล่างซ้ายใช้เปลี่ยนโหมดการทำงานของนาฬิกา: → Alarm → Stopwatch → Time adjustment และกลับไปสู่การแสดงเวลาปกติ ปุ่มขวา(ล่าง) เป็นปุ่มฟังก์ชัน ในโหมดจับเวลาใช้ในการเริ่มและจบการจับเวลา และใช้ปรับค่าในโหมดอื่นๆ ส่วนถ้ากดปุ่มนี้ขณะที่แสดงเวลาอยู่ จะเปลี่ยนการแสดงผลระหว่างแบบ 12 ชั่วโมงกับแปบบ 24 ชั่วโมง
การปรับเวลาหรือวัน ทำได้โดยกดปุ่มซ้ายล่างสามครั้งเพื่อเข้าสู่โหมดการปรับตั้ง ซึ่งจะแสดงเวลาในหน่วยวินาทีกระพริบอยู่ ปุ่มบนซ้ายใช้เลื่อนไป จากวินาที ชั่วโมง นาที เดือน วันที่ และวันในสัปดาห์ตามลำดับ ปุ่มด้านขวาใช้ปรับค่าที่กระพริบอยู่ เมื่อปรับตั้งค่าเสร็จแล้วกดปุ่มด้านซ้ายล่างเพื่อกลับเข้าสู่โหมดการแสดง เวลาปกติ
นาฬิกาแสดงวันในสัปดาห์ วันที่ของเดือน ชั่วโมง นาที วินาที (รวมถึง am/pm ถ้าใช้ในโหมด 12 ชั่วโมง) รวมถึงการตั้งปลุกประจำวัน(สัญญลักษณ์ขีดๆมุมบนซ้ายสุด) และสัญญาณเตือนประจำชั่วโมง(เสียงปี๊ปสองครั้ง แสดงผลอยู่มุมบนซ้ายเป็นรูปกระดิ่ง อยู่ถัดจากสัญลักษณ์ของการตั้งปลุกประจำวัน)
ในโหมดจับเวลา นาฬิกาจะแสดงผล นาที วินาที และหนึ่งในร้อยของวินาที มีอยู่สามรูปแบบในการจับเวลาดูวิธีใช้ได้จาก คู่มือการใช้งานอย่างละเอียด http://www.instructionsmanuals.com/u2/pdf/relojes/Casio-qw415_587_590_593_595_596-en.pdf

กดปุ่มล่างขวาแช่ไว้ 3 วินาที CA51o
วิธีการทดสอบว่าเป็นนาฬิกาของแท้รึเปล่าให้ลองกดปุ่มล่างขวาแช่ไว้ 3 วิ จะขึ้นคำว่า CASIo (แต่รุ่นที่ผลิตหลังปี 2002 จะไม่ขึ้น) ถ้ากด 3 ปุ่มพร้อมกัน จะเป็นการเปิดการแสดงผลทั้งหมด เพื่อเช็คว่ามีการแสดงผลส่วนไหนของจอผิดปกติ

ในหนังสือพิมพ์ The Guardian รายงานว่า "นาฬิกาข้อมือดิจิตอล Casio F-91W digital เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่บ่งชี้ถึง al-Qaeda และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนถูกกุมขังที่ Guantánamo Bay เอกสารเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงของผู้ถูกคุมขังใหม่ระบุว่าการมี F-91W – ที่มีขายออนไลน์ที่ราคาเพียง £4 – บ่งบอกว่าผู้สวมใส่ได้รับการอบรมการผลิตระเบิดโดย al-Qaida ในอาฟกานิสถาน" สายลับทหารสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่า F91W เป็นนาฬิกาที่ผู้ก่อการร้ายใช้ในการทำระเบิดเวลา ดังนั้นการใส่นาฬิการุ่นแล้วเดินทางไปในบางประเทศอาจจะได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่สนามบินได้(555+)

Casio F-91W นั้นทนทาน เที่ยงตรง และมีคุณสมบัติครบถ้วนในการใช้เป็นนาฬิกาเดินป่า ทั้งตั้งปลุกได้ ตั้งเตือนได้ทุกชั่วโมง สายทำจากเรซิ่น มีไฟดูตอนค่ำมืด ฯลฯ อีกทั้งยังราคาไม่แพง เรียกได้ว่าคุ้มค่า แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่สายมันใช้ได้แค่ปีสองปีก็จะขาด ซึ่งก็สามารถหาสายใหม่ได้ตามร้านนาฬิกาครับ รุ่นนี้แม้ออกมานานแล้วแต่ก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เพียงแต่ต้องระวังของปลอมกันหน่อยนะครับ เพราะปลอมกันเยอะมาก วิธีดูก็ด้วยการกดปุ่มที่แนะนำไว้ในย่อหน้าก่อนนี้และดูร่วมกับตัวเรือนด้วยเพราะของปลอมคุณภาพของวัสดุที่ทำตัวเรือนและสายจะดูและสัมผัสรู้เลยว่ามันคุณภาพต่ำ
ดูจากการออกแบบแล้วเหมือนกับว่ามันเป็นบรรพบุรุษของ Casio G-Shock เลยครับ (รุ่นคลาสสิคตอนนี้คือ DW5600E-1VQ) ที่ต่อยอดมาให้มีความทนทานยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งปกป้องตัวเครื่องภายใน ทำให้กั้นแรงกดของน้ำได้มากขึ้น และปกป้องปุ่มกดภายนอกได้ดี(และอื่นๆอีกมากที่มีคุณสมบัติในการปฏิบัติการทางอวกาศกับนาซ่า ช่วงราคาประมาณ 3,000-7,000 บาท) เพราะ F-91W ถ้าทำตกโดยที่ปุ่มกระแทกพื้นก็มีโอกาสทำให้ปุ่มเสียได้เหมือนกันครับ

G-Shock และ F-91W

แถม
รู้หรือไม่ว่านาฬิการุ่นนี้มีเกมคลาสสิคอยู่ในเครื่องด้วย เป็นเกมเก่าแก่ตั้งแต่ผลิตออกมาเลยครับ นั่นก็คือ เกมจับเวลา (555+) วิธีเล่นง่ายๆ แข่งกันกดหยุดเมื่อจับเวลา ใครกดได้เสี้ยววิน้อยสุด หรือ ได้ศูนย์ก็ชนะไป หรืออื่นๆตามแต่ตั้งกฏ
เล่นแก้เบื่อได้ดี เป็นเกมยอดฮิตสมัยเด็กๆเลยทีเดียวเชียวล่ะ จริงๆดิจิตอลที่จับเวลาได้ก็เล่นได้หมดครับ สมัยเด็กบางกลุ่มถ้าจะเล่นต้องมีนาฬิกาของตัวเองเท่านั้น แต่กลุ่มของเราเรือนเดียวเวียนรอบครับ(555+) เด็กเมืองใหญ่บางที่ต้องเอา G-Shock ไปเล่นถึงจะยอมให้เล่นด้วย(แหม่ๆๆๆ 555+)


เรือนนี้ของเราสายสายขาด แก้ด้วยการทำเป็นพวงกุญแจซะเลยครับ

อ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/Casio_F91W
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B5-%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%84
http://f-91w.blogspot.com/2010/05/cuando-aparece-la-palabra-casio.html
http://www.casio.com/products/Watches/Classic/F91W-1/
http://www.casio-intl.com/th/th/wat/watch_detail/DW-5600E-1VQ/

22 สิงหาคม 2559

Spork - ช้อม(ช้อนกึ่งส้อม)


ช้อม เขียนไม่ผิดหรอกครับ คำนี้เป็นคำสมาสระหว่างช้อน+ส้อม(หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Spork มาจาก Spoon+Fork) นั่นเป็นชื่อเล่นของมันครับ ชื่ออย่างเป็นทางการคือ ช้อนกึ่งส้อม หรือ ช้อนปลายส้อม เป็นการพยายามออกแบบให้เป็นเครื่องใช้ในครัวเพียงชิ้นเดียวที่ใช้ในการรับประทานอาหารแต่ละมื้อ เพื่อลดความยุ่งยากในการมีเครื่องใช้ในครัวหลายชิ้นลง ช้อมนี้ออกแบบเป็นรูปทรงคล้ายช้อนซึ่งสามารถใช้ตักอาหารหรือแม้แต่ของเหลวได้ ขณะที่ตรงปลายมีเงี่ยงเล็กๆคล้ายส้อมช่วยในการจิ้มอาหาร ทำให้สะดวกต่อการรับประทานอาหาร อุปกรณ์ชนิดนี้ได้รับความนิยมในการรับประทานอาหารในบางประเทศและนิยมใช้ในกองทัพของชาวตะวันตกเป็นอย่างมาก
ในแวดวงคนที่ชอบท่องเที่ยว ตั้งแคมป์ เดินป่า ก็นิยมเจ้าช้อมนี่อยู่บ้างเหมือนกัน เพราะใช้สะดวกดี และมีทั้งแบบพับได้อีกด้วย ทำให้พกพาสะดวกเข้าไปอีก ไม่ต้องพกอุปกรณ์การกินอะไรไปมากมาย แค่พกเจ้าช้อมคันเดียวก็สบายๆได้ทั่วแล้วล่ะครับ
นับได้ว่าเจ้าช้อมเนี่ย เป็นการฟิวชั่นเครื่องมือทานอาหารที่สุดยอดเสียจริงๆ(555+) ร้านค้าที่ทำข้าวกล่องด้วยก็น่าจะแถมเจ้าช้อมพลาสติกเข้าไปด้วยจะประหยัดกว่าแถมช้อนและส้อมอีกนะ ซึ่งเจ้าช้อมพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในบ้านเราก็มีขายนะครับเป็นแพ็คๆ แต่ไม่เคยเห็นร้านค้าไหนใช้เลย น่าเอาไปพิจารณาดูนะครับ ;)
ช้อมมีการทำด้วยวัสดุที่หลากหลายครับ ตั้งแต่ พลาสติก แสตนเลน กระทั่งไทเทเนี่ยม สำหรับช้อมในบ้านเราที่ทำจากโลหะราคายังคงแพงอยู่เพราะเป็นของนำเข้า มีราคาตั้งแต่อันละ 120-800 บาท(ทั้งแบบพับได้และพับไม่ได้) ถ้าช้อมเป็นที่นิยมขึ้นมาบ้าง ก็อาจจะเห็นช้อมราคาถูกเหมือนช้อนส้อมทั่วไปกับเข้าบ้างก็ได้

จริงๆแล้วไม่ได้มีแค่ช้อมเท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารแบบฟิวชั่น ยังมีแบบอื่นๆอีก เราไปรู้จักกับพวกมันกันเลยดีกว่าครับ

Spork - ช้อม (ช้อน+ส้อม)
ช้อมแบบธรรมดา

ช้อมแบบพับได้
นิยมใช้ในหมู่นักเดินป่า

ช้อมแบบพวงกุญแจพร้อมอุปกรณ์มัลติทูล

เรามาดูอย่างอื่นกันบ้างดีกว่า
Knork (ส้อม+มีด)
Knork

Spife (ช้อน+มีด)


Splayd (ช้อน+ส้อม+มีด)
เอิ่ม -_-" จะบาดปากมั้ยเนี่ย?

Splayd อีกแบบหนึ่งแบ่งเป็นสองด้าน แต่ทรงนี้มักถูกเรียกว่า Spork
นิยมใช้ในหมู่นักเดินป่า

เอาภาพรวมของวิวัฒนาการอุปกรณ์รับประทานอาหารไปพินิจกันดูครับ

คุณอยากจะได้ช้อม(หรืออันอื่น)ขึ้นมาบ้างรึยังครับ 555+ ถึงตรงนี้จะบอกว่าอะไรใช้งานได้ดีที่สุดก็คงจะบอกอย่างนั้นไม่ได้เนอะ เพราะหลายๆงานก็จำเป็นต้องแยกหน้าที่กันไปตามเวลาและสถานการณ์(กาละเทศะ)ล่ะนะครับ เอาตามความเหมาะสม ความชอบส่วนบุคคล และความสะดวก
บทความนี้เพียงต้องการนำเสนอทางเลือกสำหรับคนที่ยังไม่รู้จักช้อมนะครับ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่นิยมในหมู่ทหารของตะวันตกและในหมู่นักเดินป่าด้วย เผื่อจะได้รู้จักอุปกรณ์อะไรที่ช่วยตอบสนองการใช้งานส่วนบุคคลได้ดีขึ้นนะครับ

สำหรับบทความนี้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ ^_^


อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Spork
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1
http://pantip.com/topic/35170131

20 สิงหาคม 2559

Hiyashi Chuka(Cold Ramen) - มาทำบะหมี่เย็นแบบญี่ปุ่นอย่างง่ายๆกันครับ


มาทำบะหมี่เย็นแบบญี่ปุ่นทานกันดีกว่าครับ กินได้แบบเย็นๆไม่ต้องอุ่น สามารถนำไปกินได้ทุกที่ที่ต้องการ มาดูวิธีการทำกันเลยดีกว่าครับ

เครื่องปรุงน้ำซุป
ซอสถั่วเหลือง 50 กรัม (~4 ช้อนโต๊ะ)
น้ำส้มสายชู 50 กรัม (~4 ช้อนโต๊ะ)
น้ำเปล่า 80 กรัม (~1/3 ถ้วยตวง)
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
งาขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือเล็กน้อย

ท๊อปปิ้ง
แฮม
แตงกวา
ไข่ไก่
กระเจี๊ยวเขียว
ขิงดอก
เส้นบะหมี่อะไรก็ได้ที่ชอบ

ส่วนผสมตรงนี้จริงๆแล้วเราสามารถดัดแปลงได้ตามใจชอบเลยนะ ;)

มาเริ่มทำกันเล้ย!
  1. นำเครื่องปรุงน้ำซุปมาผสมกันให้หมด
  2. ทอดไข่
  3. ซอยท๊อปปิ้งเป็นชิ้นเล็กๆ
  4. ต้มเส้นบะหมี่
  5. เมื่อต้มเส้นเสร็จแล้วนำไปแช่น้ำเย็นแป็บนึง
  6. นำเส้นและท๊อปปิ้งใส่ในโหล
  7. ซุปก็ใส่ไว้อีกอันนึง
  8. ทีนี้ก็นำไปทานได้ทุกที่แล้วครับ แค่เทซุปลงในโหลที่ใส่เส้นเอาไว้ ;)
มาดูคลิปวิธีทำกันดีกว่า


น่าอร่อยจัง!!!

อ้างอิง
http://yes-japan.tokyo/hiyashi-chuka
https://www.facebook.com/japan.foods.kitchen
http://www.foodietaste.com/tools_measures.asp

Golf (solitaire) - เกมไพ่กอล์ฟ(โซลิแทร์)


Golf หรือ Relaxed Golf เป็นเกมที่อยู่ในประเภท Solitaire หรือเกมไพ่เล่นคนเดียว เกมนี้เล่นง่าย อาศัยการช่างสังเกตุในการเล่น แต่ต้องใช้พื้นที่สักหน่อย ถ้าคุณกำลังต้องการผ่อนคลายล่ะก็ เกมนี้เหมาะกับคุณเลยครับ เราไปดูวิธีการเล่นกันเลยดีกว่า

อุปกรณ์
ไพ่ป๊อกมาตราฐาน 52 ใบ 1 สำรับ (ไม่มี Joker)
และคุณนั่นแหละ!
AisleRiot โปรแกรมเล่น Solitaire บน Linux

วิธีเล่น
  •  เมื่อสับไพ่เสร็จแล้ว ให้วางเปิดไพ่ทั้งหมดเจ็ดแถว แถวละ 5 ใบ(วางเหลื่อมกัน)
  • เปิดไพ่จากกองกลาง 1 ใบ
  • วิธีเล่นก็คือ นำไพ่จากแถวไหนก็ได้มาวางบนไพ่ที่เปิดจากกองกลาง โดยมีแต้มมากกว่าหรือน้อยกว่าไม่เกินหนึ่งแต้ม
    • ตัวอย่างเช่น เปิดจากกองกลางได้ไพ่ 7 สามารถเลือกไพ่ 8 หรือ 6 ออกจากแถวมาวางบนไพ่ 7 นั้นได้
  • แล้วนำไพ่จากแถวออกมาต่อแต้มจากไพ่ใบล่าสุดแบบนี้ไปเรื่อยๆ
  • จากแถวไพ่สามารถนำไพ่ที่ไม่ได้ถูกใบอื่นทับอยู่ได้เท่านั้นที่จะนำออกได้ ห้ามไพ่ที่โดนทับอยู่
  • เมื่อไม่มีแต้มไพ่จากแถวให้ต่อได้อีก ก็ให้เปิดไพ่จากกองกลางทับลงไป
  • แล้วทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
  • หากยังนำไพ่ออกจากแถวไม่หมด และไม่มีไพ่ให้จั่วเปิดอีกแล้ว ถือว่าแพ้ไป
  • หากนำไพ่ออกมาได้หมดจนรวมเป็นกองเดียวได้ ถึงว่าชนะ
ลองดูคลิปเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นครับ


จะเห็นว่าเกมนี้เล่นได้ง่ายๆครับ และสนุกเพลิดเพลินด้วย จะเห็นว่าพกไพ่สำรับเดียวเล่นอะไรได้ตั้งมากมายครับ ลองดูเกมไพ่อื่นๆได้ใน ไพ่เล่นเกมอะไรได้บ้าง? ยังมีวิธีเล่นไพ่ Solitaire อีกหลายเกมที่เราเคยเขียนบทความไว้ก็สามารถเข้าไปอ่านได้(มีแบบ Pocket solitaire ที่เล่นได้บนอุ้มมือด้วยนะ ประหยัดพื้นที่)

สุดท้ายนี้ขอให้สนุกสนานกับการเล่น Relaxed Golf นะครับ ^_^

19 สิงหาคม 2559

Klondike (solitaire) - เกมไพ่คลอนไดค์(โซลิแทร์)


Klondike เป็นเกมที่อยู่ในประเภท Solitaire หรือเกมไพ่เล่นคนเดียว แต่เมื่อพูดชื่อ Solitaire(โซลิแทร์)ทุกคนจะนึกถึงเกม Klondike ทันทีเลย(จริงๆในประเภท Solitaire มีหลายเกมครับ เราเคยแนะนำไปแล้วสองเกมคือ One-Handed Solitaire - เกมไพ่สำหรับเล่นคนเดียว และ Royal Marriage (solitaire) - เกมไพ่วังวิวาร์ สามารถเล่นได้บนอุ้มมือ) แต่เกมนี้เป็นเกมที่รู้จักกันมากที่สุด เพราะเป็นหนึ่งในเกมไพ่ที่แถมมากับคอมพิวเตอร์นั่นเอง เราเดาว่าในคอมฯของคุณก็มี ;) และเกมนี้ก็เป็นเกมไพ่สำหรับเล่นคนเดียวที่นิยมกันมากที่สุดด้วยครับ ปกติเราอาจเคยเล่นกันในคอมฯ แต่แบบดั้งเดิมเกมนี้คิดค้นขึ้นมาโดยเล่นกับไพ่ป๊อกธรรมดาครับ และคุณก็สามารถจัดเกมนี้ไว้เล่นเองได้ เรามาดูวิธีเล่นกันเลย
AisleRiot โปรแกรมเล่น Solitaire บน Linux

อุปกรณ์
ไพ่ป๊อกมาตราฐาน 52 ใบ 1 สำรับ (ไม่มี Joker)
และคุณนั่นแหละ!

วิธีเล่น
  • เมื่อสับไพ่เสร็จแล้ว ให้วางไพ่คว่ำไว้เป็น 7 แถว แถวที่หนึ่งวาง 1 ใบ, แถวที่สองวาง 2 ใบ .... กระทั่งถึงแถวที่เจ็ดวาง 7 ใบ แล้ววางไพ่ที่เหลือไว้เป็นกองกลาง(เกมนี้ต้องใช้พื้นที่กันหน่อย)
  • เปิดไพ่ใบบนสุดของแต่ละแถว
  • โดยเกมนี้ในแถวไพ่ทั้งเจ็ดเราจะนำไพ่แต้มต่ำมาต่อเข้ากับไพ่ใบสูง โดยต้องสลับสีกัน
    • ตัวอย่างเช่น มีไพ่ 9สีแดงเปิดอยู่(อยู่บนสุด) ในอีกแถวหนึ่งมีไพ่ 8สีดำเปิดอยู่(อยู่บนสุด) เราสามารถย้ายไพ่ 8สีดำไปวางบนไพ่ 9สีแดงในแถวนั้นได้ (ตอนนี้ก็นี้ก็มีไพ่ 8 อยู่บนสุด)
  • เมื่อย้ายไพ่ที่เปิดอยู่ไปแล้ว ก็สามารถเปิดไพ่บนสุดที่คว่ำอยู่ได้
  • แถวไหนย้ายไพ่ออกจนวางเปล่าแล้ว สามารถนำไพ่ K ไปวางได้
  • สามารถย้ายไพ่เป็นชุดได้
    • ตัวอย่างเช่น แถวหนึ่งมีไพ่ 10สีดำ และอีกแถวมีไพ่ 9สีแดงและ8สีดำต่ออยู่ เราสามารถยกไพ่ทั้งสองใบคือ 9 และ 8 ไปต่อกับไพ่ 10 ได้
  • เมื่อไพ่ในกองไม่มีใบใดหรือชุดใดสามารถย้ายได้แล้ว ให้เปิดไพ่จากกองกลางทีละใบเพื่อหาใบที่สามารถนำมาต่อกับไพ่ในแถวได้ ถ้าใบที่เปิดไปแล้วไม่ต้องการ ก็ให้เปิดใบต่อไปทับลงไป แบบนี้ทีละใบ เมื่อหมดกอง ก็คว่ำกลับมาเป็นกองกลางต่อ เมื่อต้องการไพ่จากกองกลางให้ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ(หรือเปิดหมดกองได้ 3 รอบ แล้วหยุดไว้อย่างนั้น ห้ามคว่ำกองอีก)
  • เมื่อเรียงไพ่ในกองเสร็จแล้ว(หรือยังไม่เสร็จก็ตาม)จุดมุงหมายของเกมนี้คือ การนำไพ่กลับไปจุดที่เรียกว่า Home โดยบ้านจะแบ่งเป็น 4 ส่วนตามดอกของไพ่ โดยไพ่ที่กลับบ้านได้ก่อนคือ A ซึ่งก็แยกเป็น 4 กองตามดอก เมื่อเจอไพ่ 2 ก็หยิบออกจากกองมาวางในต่อจาก A ได้(ในดอกเดียวกัน) อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนทุกไพ่กลับบ้านได้หมด
    • ตัวอย่างเช่น เมื่อเจอไพ่ A♣ อยู่บนสุดของกองใดกองหนึ่ง สามารถหยิบไพ่นี้ออกมาวางข้างนอกได้ เรียกตำแหน่งนั้นว่า Home และเมื่อเจอไพ่ 2♣ อยู่บนสุดของกองใดกองหนึ่ง สามารถนำมาวางทับ A♣ ในบ้านได้ ซึ่งก็ทำแบบนี้กับดอกอื่นๆเช่นกัน โดยตัวเลขต่อเรียงตั้งแต่ไพ่ A,2,3...จนถึง K
  • เมื่อนำไพ่ทุกดอกกลับบ้านได้หมดแล้วถือว่าจบเกม
ลองดูคลิปประกอบเพื่อความเข้าใจมากขึ้นครับ


จริงๆเกมนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมากทุกคนก็น่าจะเล่นกันเป็นอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะครับ :D เพียงแต่อาจจะยังไม่เคยรู้วิธีจัดไพ่และจั่วไพ่ตอนในกองหมดตัวย้ายแล้วกันเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนที่ยังเล่นไม่เป็นเราก็ได้อธิบายไว้อย่างค่อยข้างละเอียดแล้วในวิธีการเล่นข้างบน หรือเพียงแค่ลองเล่นดูในคอมฯก่อนสักรอบก็พอจะเข้าใจได้ไม่ยาก และตอนนี้เราก็ได้แนะนำเกมไพ่เล่นคนเดียวแบบคลาสสิคจบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ความสนุกยังไม่หมดแค่นี้ครับ ยังมีเกมอื่นๆที่สามารถเล่นด้วยไพ่ได้อีกลองดูที่บทความ ไพ่เล่นเกมอะไรได้บ้าง? นะครับ แค่พกไพ่สำรับเดียวก็เล่นอะไรได้ตั้งมากมายแล้วล่ะ ;)

ขอให้สนุกสนานกับการเล่นเกมไพ่ Klondike นะครับ ^_^


อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Klondike_(solitaire)