- ทำถูกต้องตามหลักการสากลทุกอย่าง แต่ก็ไม่สำเร็จ?
- ทำตามอีกคนทุกประการ เขาผ่าน คุณตก?
- ทำผลงานด้วยฝีมือที่สูงกว่าเห็นๆ แต่สุดท้ายก็เป็นฝ่ายแพ้?
ใช่ครับ หากคุณเป็นคนนั้น... คนที่พยายามเต็มที่แล้วแต่ไม่เคยเห็นผล คนที่ทำถูกต้องตามหลักการแต่แพ้มาโดยตลอด ยอมรับความจริงเสียแต่ตอนนี้เถอะครับว่า "คุณคือคนดวงซวย"
เลิกปฏิเสธมัน แล้วเริ่มดำเนินกลยุทธ์ให้ถูกต้อง "กลยุทธ์สำหรับคนดวงซวย" แล้วคุณจะไม่ต้องตั้งคำถามที่น่าสมเพชกับตัวเองให้ต้องเจ็บปวดใจอีกต่อไป
(*คำเตือน* หากคุณเป็นคนดวงดี ทำอะไรก็ราบรื่น กรุณาปิดบทความนี้ไปเสีย เพราะเนื้อหาต่อจากนี้มีแต่ความโหดร้ายของความจริง ที่อาจทำให้คุณอึดอัดในโชคชะตาที่คุณถือครองอยู่แต่ไม่รู้ตัว)
"เก่งไม่สู้เฮง" อาจดูเป็นสำนวนโบราณที่คนรุ่นใหม่มองว่าเป็นคำแก้ตัวของคนไม่รับผิดชอบชีวิต หรือคำโอดครวญของพวกขี้แพ้ ที่เอาแต่โทษอย่างอื่นแต่ไม่เคยโทษตัวเอง ทว่าในโลกแห่งความเป็นจริง โชคชะตามีอยู่จริง ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม
ในพิชัยสงครามซุนวูได้กล่าวถึงสัจธรรมนี้ไว้อย่างคมคาย
ผู้สันทัดการรบในอดีต, ทำตนให้ไม่อาจถูกเอาชนะได้ก่อน, แล้วรอจังหวะเอาชนะข้าศึก, ไม่อาจถูกเอาชนะได้อยู่ที่เรา, อาจถูกเอาชนะได้[หรือไม่นั้น]อยู่ที่ข้าศึก. ผู้สันทัดในการรบ, สามารถทำให้ไม่อาจถูกเอาชนะได้, แต่ไม่สามารถบังคับให้ข้าศึกถูกเอาชนะได้. ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า: ชัยชนะอาจรู้, แต่ไม่อาจเป็น.
-พิชัยสงครามซุนวู บทที่ 4 รูปลักษณ์กองทัพ
昔之善戰者,先為不可勝,以待敵之可勝,不可勝在己,可勝在敵。故善戰者,能為不可勝,不能使敵必可勝。故曰:勝可知,而不可為。
สรุปความคือ "เราควบคุมเฉพาะส่วนของเราได้ แต่เราบังคับผลลัพธ์ภายนอกไม่ได้"
ในเกมแบ็กแกมม่อน (Backgammon) ซึ่งเป็นเกมกระดานกลยุทธ์คลาสสิกที่มีการทอยลูกเต๋า (ซึ่งเป็นตัวแทนของความไม่แน่นอนในโลกแห่งความจริง) หากคุณตั้งค่าโปรแกรมให้ลูกเต๋าของ AI ทอยได้แต้มกากที่สุดตลอดเกม และตั้งค่าลูกเต๋าของคุณให้ทอยได้แต้มเทพที่สุดตลอดเกม ต่อให้เป็น AI ที่เดินหมากได้เก่งระดับเทพเจ้า ก็ไม่มีวันชนะคุณได้เลย นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า "เก่งแพ้เฮง" นั้นแน่นอน
"โชคระดับสุดขีด" สามารถทำลาย "ฝีมือระดับสูงสุด" ได้อย่างสิ้นเชิง
แต่ในความจริง โชคชะตาไม่ได้นิ่งตายตัวแบบนั้น มันมีขึ้นมีลง เพียงแต่คนดวงซวยอาจอยู่ในช่วงขาลงบ่อยและยาวนานกว่าคนอื่น (เหมือนบางที่ที่ฝนตกน้ำท่วมบ่อยกว่าที่อื่น) นั่นแปลว่ามันยังพอมีช่องว่าง เพียงแต่คุณต้องใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้องจึงจะรอดไปได้
คนดวงซวยส่วนใหญ่มักตกอยู่ในกับดักทางความคิด 2 ทาง
- ถ้ายังไงก็ซวยอยู่แล้ว ก็ทำส่งๆไปเถอะ ไม่ต่างกันหรอก
- ถ้าโชคของเราพึ่งพาไม่ได้ งั้นก็ต้องพยายามขึ้น 10 เท่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเขา
สรุปว่า พยายามก็พัง ไม่พยายามก็ยิ่งพัง แล้วทางออกอยู่ตรงไหน? ทางออกมีอยู่ครับ ตามผมมา...
เนื่องจากในการเล่นแบ็กแกมม่อนมีลูกเต๋ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น โดยมาตราฐานการแข่งจะไม่เล่นแค่กระดานเดียวแล้วตัดสิน แต่จะเล่นแบบสะสมแต้มหลายกระดาน เช่น 5 แต้ม, 7 แต้ม, 9 แต้ม เป็นต้น เพราะการเล่นแค่กระดานเดียว คนโชคดีอาจชนะได้ด้วยดวง แต่ยิ่งเล่นมากกระดานเท่าไหร่ ค่าทางสถิติจะยิ่งวิ่งเข้าหาความจริงมากเท่านั้น คนที่พึ่งพาแค่ดวงจะเริ่มยืนระยะไม่ได้ ส่วนคนที่มีฝีมือประณีตและนิ่งพอ ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆปรากฏ ชีวิตจริงก็เป็นแบบนี้
ยิ่งยืนระยะได้นานเท่าไหร่ อิทธิพลของดวงจะยิ่งลดลงเท่านั้น เพราะดวงเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่ฝีมือเป็นสิ่ง(ที่ค่อนข้าง)แน่นอน
หลักคิดสำหรับคนดวงซวย
เมื่อความล้มเหลวปรากฏในระยะสั้น สังคมมักจะตะโกนใส่หน้าคุณว่า "คุณมันห่วย" แล้วสั่งให้คุณ "เปลี่ยนวิธี" แต่การเปลี่ยนวิธีอย่างมั่วซั่วทั้งที่คุณทำถูกต้องตามหลักการแล้ว มีแต่จะเปลี่ยนคุณจาก "คนเก่งที่ดวงซวย" ให้กลายเป็น "คนหลงทางที่มักง่าย" ที่ยังซวยเหมือนเดิม
เมื่อรู้ว่าดวงไม่ดี และเราบังคับลูกเต๋าแห่งโชคชะตาไม่ได้ กลยุทธ์เดียวที่จะทำให้ไม่พังทลาย คือ "อย่าหวังชนะ แต่จงสูญเสียให้น้อยที่สุด" เพื่อยืนระยะให้นานที่สุด แล้วปล่อยให้กฎแห่งสถิติทำหน้าที่ของมัน
ผู้คนทั่วไปเห็นเพียง "ผลแพ้ชนะตรงหน้า" แต่ไม่เคยเข้าใจ "กระบวนการ" คนดวงซวยจึงต้องสร้างเกณฑ์ประเมินตัวเองขึ้นมาใหม่ (จะใช้แบบคนทั่วไปไม่ได้) หากตรวจสอบด้วยตรรกะแล้วพบว่าเราทำถูกต้องแล้ว ดีแล้ว และประณีตแล้ว แต่ผลลัพธ์ยังพัง จงยอมรับเสียว่านั่นคือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ทำในสิ่งที่ควบคุมได้ต่อไป แล้วมองไปที่ผลลัพธ์ระยะยาวเท่านั้น วันนี้อาจถูกหัวเราะเยาะเพราะโชคไม่เข้าข้าง พวกเขาอาจตะโกนใส่หน้าคุณว่าคุณยังพยายามไม่มากพอ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของคุณ หน้าที่ของคุณคือยืนระยะให้ได้นานที่สุด
สุดท้ายแล้ว ความแตกต่างระหว่าง "คนที่แพ้เพราะโชคชะตา" กับ "คนที่พังเพราะตัวเอง" วัดกันที่ตรงนี้
คนทั่วไปมักนิยาม "ชัยชนะ" จากเหรียญรางวัลที่ได้รับ คำสรรเสริญจากผู้คน หรือผลตอบแทนระยะสั้น แต่สำหรับคนดวงซวย ชัยชนะไม่ได้หมายถึงสิ่งเหล่านั้น (เพราะยังไงก็ไม่ได้)
ชัยชนะของเรา คือการที่เราสามารถส่องกระจกมองดูตัวเองในทุกๆวัน แล้วพูดได้อย่างเต็มปากว่า "กระบวนการคิดของเราถูกต้องแล้ว ตรรกะของเราประณีตแล้ว และเราได้ทำหน้าที่ในสิ่งที่ควบคุมได้อย่างดีที่สุดแล้ว"
หากวันพรุ่งนี้ ลูกเต๋าแห่งโชคชะตายังคงทอยหน้า Bad Dice ห่วยๆใส่เราอีกครั้ง... และอีกครั้ง... ก็ปล่อยให้มันทำหน้าที่ของมันไป ส่วนหน้าที่ของเรา คือการวางหมากตาถัดไปให้งดงามที่สุด เสียแต้มให้น้อยที่สุด และยืนหยัดอยู่ในสนามรบให้นานที่สุด
คนดวงดีอาจจะชนะคุณได้ในวันนี้ แต่ต้องทอยเต๋าแต้มเบิ้ลให้ได้ตลอดชีวิตเพื่อจะรักษาสภาพนั้นไว้ ในขณะที่คุณ... แค่ยืนระยะนิ่งๆด้วยตรรกะที่ถูกต้อง แล้วรอให้กฎแห่งสถิติมอบสิ่งที่คุณสมควรได้รับแก่คุณเอง
จงจำไว้ว่า... ในเกมชีวิตที่ยาวนาน ผู้ชนะที่แท้จริง ไม่ใช่คนที่ทอยเต๋าได้แต้มดีที่สุดเสมอไป แต่คือคนที่แม้ได้แต้มเต๋ากากๆ แต่ก็ยังสามารถพาตัวเองเดินไปถึงจุดหมายได้ต่างหาก
ขอคารวะแด่ทุกท่านที่กำลังเดินเกมชีวิตด้วยความถูกต้อง
เนื่องจากในการเล่นแบ็กแกมม่อนมีลูกเต๋ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น โดยมาตราฐานการแข่งจะไม่เล่นแค่กระดานเดียวแล้วตัดสิน แต่จะเล่นแบบสะสมแต้มหลายกระดาน เช่น 5 แต้ม, 7 แต้ม, 9 แต้ม เป็นต้น เพราะการเล่นแค่กระดานเดียว คนโชคดีอาจชนะได้ด้วยดวง แต่ยิ่งเล่นมากกระดานเท่าไหร่ ค่าทางสถิติจะยิ่งวิ่งเข้าหาความจริงมากเท่านั้น คนที่พึ่งพาแค่ดวงจะเริ่มยืนระยะไม่ได้ ส่วนคนที่มีฝีมือประณีตและนิ่งพอ ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆปรากฏ ชีวิตจริงก็เป็นแบบนี้
ยิ่งยืนระยะได้นานเท่าไหร่ อิทธิพลของดวงจะยิ่งลดลงเท่านั้น เพราะดวงเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่ฝีมือเป็นสิ่ง(ที่ค่อนข้าง)แน่นอน
หลักคิดสำหรับคนดวงซวย
- จงใช้ทางสายกลาง: ตั้งใจทำให้ดีที่สุดตามหลักการ ไม่ทำส่งๆ และไม่เกร็งเกินไป เมื่อทำดีที่สุดแล้วก็ปล่อยวาง
- อย่าทุ่มหมดตัวในตาเดียว: ในเมื่อรู้ว่าดวงไม่เอื้อ (ถ้าคุณยอมรับมันแล้วนะ) จงสำรองทรัพยากร (เงิน, เวลา, พลังงาน, เสบียง, อุปกรณ์สำรอง, ฯลฯ) ไว้เสมอ เพื่อให้มีโอกาส "ยืนระยะ" ได้นานพอ
- คนดวงซวยต้องมองเกมยาวเท่านั้น: ห้ามคาดหวังผลลัพธ์ระยะสั้นโดยเด็ดขาด
เมื่อความล้มเหลวปรากฏในระยะสั้น สังคมมักจะตะโกนใส่หน้าคุณว่า "คุณมันห่วย" แล้วสั่งให้คุณ "เปลี่ยนวิธี" แต่การเปลี่ยนวิธีอย่างมั่วซั่วทั้งที่คุณทำถูกต้องตามหลักการแล้ว มีแต่จะเปลี่ยนคุณจาก "คนเก่งที่ดวงซวย" ให้กลายเป็น "คนหลงทางที่มักง่าย" ที่ยังซวยเหมือนเดิม
เมื่อรู้ว่าดวงไม่ดี และเราบังคับลูกเต๋าแห่งโชคชะตาไม่ได้ กลยุทธ์เดียวที่จะทำให้ไม่พังทลาย คือ "อย่าหวังชนะ แต่จงสูญเสียให้น้อยที่สุด" เพื่อยืนระยะให้นานที่สุด แล้วปล่อยให้กฎแห่งสถิติทำหน้าที่ของมัน
ผู้คนทั่วไปเห็นเพียง "ผลแพ้ชนะตรงหน้า" แต่ไม่เคยเข้าใจ "กระบวนการ" คนดวงซวยจึงต้องสร้างเกณฑ์ประเมินตัวเองขึ้นมาใหม่ (จะใช้แบบคนทั่วไปไม่ได้) หากตรวจสอบด้วยตรรกะแล้วพบว่าเราทำถูกต้องแล้ว ดีแล้ว และประณีตแล้ว แต่ผลลัพธ์ยังพัง จงยอมรับเสียว่านั่นคือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ทำในสิ่งที่ควบคุมได้ต่อไป แล้วมองไปที่ผลลัพธ์ระยะยาวเท่านั้น วันนี้อาจถูกหัวเราะเยาะเพราะโชคไม่เข้าข้าง พวกเขาอาจตะโกนใส่หน้าคุณว่าคุณยังพยายามไม่มากพอ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของคุณ หน้าที่ของคุณคือยืนระยะให้ได้นานที่สุด
คนดวงซวยอาจไม่มีวันชนะ แต่ถ้ายืนระยะนานพอก็อาจจะสำเร็จได้
เพราะคนที่ชนะคุณวันนี้ อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าคุณตอนนี้ก็ได้
สุดท้ายแล้ว ความแตกต่างระหว่าง "คนที่แพ้เพราะโชคชะตา" กับ "คนที่พังเพราะตัวเอง" วัดกันที่ตรงนี้
คนทั่วไปมักนิยาม "ชัยชนะ" จากเหรียญรางวัลที่ได้รับ คำสรรเสริญจากผู้คน หรือผลตอบแทนระยะสั้น แต่สำหรับคนดวงซวย ชัยชนะไม่ได้หมายถึงสิ่งเหล่านั้น (เพราะยังไงก็ไม่ได้)
ชัยชนะของเรา คือการที่เราสามารถส่องกระจกมองดูตัวเองในทุกๆวัน แล้วพูดได้อย่างเต็มปากว่า "กระบวนการคิดของเราถูกต้องแล้ว ตรรกะของเราประณีตแล้ว และเราได้ทำหน้าที่ในสิ่งที่ควบคุมได้อย่างดีที่สุดแล้ว"
หากวันพรุ่งนี้ ลูกเต๋าแห่งโชคชะตายังคงทอยหน้า Bad Dice ห่วยๆใส่เราอีกครั้ง... และอีกครั้ง... ก็ปล่อยให้มันทำหน้าที่ของมันไป ส่วนหน้าที่ของเรา คือการวางหมากตาถัดไปให้งดงามที่สุด เสียแต้มให้น้อยที่สุด และยืนหยัดอยู่ในสนามรบให้นานที่สุด
คนดวงดีอาจจะชนะคุณได้ในวันนี้ แต่ต้องทอยเต๋าแต้มเบิ้ลให้ได้ตลอดชีวิตเพื่อจะรักษาสภาพนั้นไว้ ในขณะที่คุณ... แค่ยืนระยะนิ่งๆด้วยตรรกะที่ถูกต้อง แล้วรอให้กฎแห่งสถิติมอบสิ่งที่คุณสมควรได้รับแก่คุณเอง
จงจำไว้ว่า... ในเกมชีวิตที่ยาวนาน ผู้ชนะที่แท้จริง ไม่ใช่คนที่ทอยเต๋าได้แต้มดีที่สุดเสมอไป แต่คือคนที่แม้ได้แต้มเต๋ากากๆ แต่ก็ยังสามารถพาตัวเองเดินไปถึงจุดหมายได้ต่างหาก
ขอคารวะแด่ทุกท่านที่กำลังเดินเกมชีวิตด้วยความถูกต้อง
แม้โชคชะตาจะไม่เคยเป็นใจเลยก็ตาม
อาจแพ้สนามรบ
แต่ไม่อาจแพ้สงคราม
แถม
หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วยังกังขาว่า "ชีวิตเรามันโดนโชคชะตาเล่นงานจริง หรือเราคิดไปเองกันแน่?"
หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วยังกังขาว่า "ชีวิตเรามันโดนโชคชะตาเล่นงานจริง หรือเราคิดไปเองกันแน่?"
ผมขอชวนคุณมาลองเล่น แบ็กแกมม่อน (Backgammon) ครับ
แบ็กแกมมอนไม่ใช่แค่เกมกระดานธรรดาๆ แต่มันคือเกมกระดานกลยุทธ์ที่ "จำลองโครงสร้างชีวิต" ได้โปร่งใสและสมจริงที่สุดในโลก
หากคุณอยากรู้ว่า "การรับมือกับโชคชะตา" ของตัวคุณเองเป็นอย่างไร เวลาซวยแล้วคุณจะสติแตกจนเดินหมากมั่วซั่ว? หรือคุณจะยังคงรักษาตรรกะความถูกต้องไว้แล้วแพ้ให้น้อยที่สุด? กระดานแบ็กแกมม่อนจะสะท้อนตัวตนของคุณออกมาอย่างหมดจด ฝึกรับมือกับโชคชะตาบนกระดานจำลองชีวิตให้คุ้นเคยย่อมคุ้มค่ากว่าการเจ็บตัวหน้างานแน่นอน
เพราะไม่ว่าบนกระดานแบ็กแกมม่อน หรือในชีวิตจริง... โชคชะตาที่คุณต้องเผชิญ ไม่ได้แตกต่างกันเลย
อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน



