五色令人目盲;五音令人耳聾;五味令人口爽;
道德經
สีทั้งห้าทำให้ตาพร่ามัว; เสียงทั้งห้าทำให้หูอื้อดับ; รสทั้งห้าทำให้ลิ้นด้านชา;
เต้าเต๋อจิง บทที่ 12
เมื่อโลก "ดัง" เกินไป... จนร่างกายส่งสัญญาณเตือน
ในยุคที่เราต้องใช้ชีวิตท่ามกลางเสียงเครื่องยนตร์หรือเสียงโฆษณาที่ตะคอกใส่เราทั้งวี่ทั้งวัน เสียงจอกแจระหว่างการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะหรือแม้แต่เสียงกิจกรรมรอบข้างที่โหวกเหวกโวยวายเกินควบคุม หลายครั้งเราอาจรู้สึกเหนื่อยล้าโดยไม่ทราบสาเหตุ สิ่งเหล่านี้อาจเกิดจากมลภาวะทางเสียงที่กระตุ้นให้ร่างกายอยู่ในสภาวะตื่นตัวตลอดเวลา จนสมองแทบไม่ได้พักผ่อนเลย ปฏิกิริยาต่อเนื่องของความตึงเครียดของร่างกายจากมลภาวะทางเสียงนี้ อันตรายต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต อาจนำไปสู่การนอนไม่หลับ ความเครียดเรื้อรัง และโรคหลอดเลือดหัวใจได้เลย
พูดตรงๆ คือ ทุกวันนี้ เราโดน "ข่มขืนทางโสตประสาท" มานานเกินไปแล้ว! ได้เวลาทวงคืนการควบคุม และเลือกปรับโวลลุ่มให้กับตัวเราเองกันเถอะ!
การถนอมหู การลงทุนที่คุ้มค่า
ข้อมูลเชิงประจักษ์หลายแห่งระบุชัดเจนว่าหากประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังสะสมจะไม่สามารถรักษาได้ การใช้ที่อุดหูจึงไม่ใช่เรื่องของการขจัดความรำคาญเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างปราการด่านแรกเพื่อลดทอนความแรงของคลื่นเสียงที่เข้ากระทบแก้วหูในแต่ละวัน ช่วยยืดอายุการใช้งานของประสาทหูให้ยาวนานขึ้น เหมือนกับที่เราใส่หน้ากากอนามัยในวันที่ฝุ่นเยอะ หรือใส่แว่นดำยามที่เจอแดดจ้านั่นล่ะครับ
ลดระดับเสียง เพิ่มสมาธิ
การใช้ที่อุดหูช่วยให้เราสามารถจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การอ่านหนังสือ หรือการอยู่กับตัวเองท่ามกลางฝูงชน มันคือการสร้างพื้นที่ส่วนตัวที่เราสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเองเพียงแค่สวมใส่ที่อุดหูสักอันเท่านั้น ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไวต่อเสียงหรือผู้ที่ต้องการสมาธิท่ามกลางเสียงรบกวน
![]() |
| โจชัว โฟเออร์ (Joshua Foer) แชมป์ความจำแห่งสหรัฐอเมริกา ปี 2006 ใส่ที่ครอบหูเพื่อลดเสียงรบกวนในการแข่งขัน https://www.mprnews.org/story/2011/03/24/midmorning2 |
คืนคุณภาพให้การนอนหลับ
หัวใจสำคัญของการมีสุขภาพดีคือการหลับลึก ซึ่งเสียงรบกวนเพียงเล็กน้อยในตอนกลางคืน แม้จะไม่ทำให้เราตื่นเต็มตา แต่อาจกระชากสมองของเราขึ้นมาจากโหมดพักผ่อนพื้นฟูได้ การใช้ที่อุดหูแบบใส่สบายและพอดีกับสรีระหู จะช่วยสร้างสภาวะสุญญากาศทางเสียงเพื่อเอื้อต่อการซ่อมแซมของร่างกายอย่างเต็มที่
คำเตือนจากนักกีต้าร์ในตำนาน
Don’t be “cool” during situations where the music is too loud. Put your fingers in your ears or leave the room.
Pual Gilbert
"อย่าทำเป็น 'เท่' ในสถานการณ์ที่เสียงเพลงดังเกินไป
ให้เอานิ้วอุดหู หรือออกจากห้องนั้นไปซะ"
คำเตือนจาก Paul Gilbert มือกีตาร์ระดับตำนานแห่งวง Mr. Big
คำเตือนนี้มาจากบทเรียนราคาแพงในการตรากตรำทำงานทางดนตรีท่ามกลางเสียงดังสะสมมานานหลายสิบปี จนพอลต้องเผชิญกับภาวะหูอื้อถาวรและการสูญเสียการได้ยินอย่างหนัก
นี่คือเครื่องเตือนใจชั้นยอดครับว่า ไม่ว่าเราจะเป็นร็อกสตาร์ระดับโลก หรือคนทำงานทั่วไปที่ต้องเผชิญเสียงรบกวนในเมืองใหญ่ หูเรามีเพียงคู่เดียว และมันไม่มีอะไหล่เปลี่ยน หากสภาพแวดล้อมมีเสียงดัง การเริ่มใช้ที่อุดหูเพื่อลดทอนเสียงตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือการรักษาสุนทรียภาพแห่งการได้ยินให้รื่นรมย์ไปจนถึงบั้นปลายชีวิตครับ
บทส่งท้าย
ยามอยู่ในที่เสียงดังเกินไปก็ควรสวมที่อุดหูเพื่อเรียกคืนความสงัดให้กับตัวเอง แต่ไม่จำเป็นต้องสวมไว้ตลอดเวลาหรอกนะครับ สวมในยามที่ต้องการความสงบก็เพียงพอ
เมื่ออยู่ในที่ไม่มีเสียงรบกวน การถอดที่อุดหู จะทำให้เราได้สัมผัสกับเสียงธรรมชาติที่สดใสขึ้นกว่าเดิม เหมือนการพักลิ้นด้วยการกินของจืดๆบ้าง เมื่อกลับมาลิ้มรสอาหารเดิมๆ มันก็อร่อยขึ้นเป็นกอง หูคนเราก็เหมือนกัน ยุคสมัยนี้หูแทบไม่เคยได้พักเลย ควรให้มันได้พักบ้างก็น่าจะดีไม่น้อย
ขอให้มีความสุขกับความสงัดที่เลือกได้นะครับ ^_^
มีแต่ไม่ได้ใช้
ดีกว่าจะใช้แต่ไม่มี
🎯ชี้เป้ายุทโธปกรณ์กู้คืนความสงัด
- Loop Switch 2 Earplugs – ที่อุดหูลดเสียงรบกวนหลายโหมด ใส่สบาย
- ที่อุดหูซิลิโคนแบบจุกหูฟัง สไตล์ Loop ใส่สบาย
- ที่อุดหูซิลิโคนแบบจุกหูฟัง สไตล์ Loop มีตะแกรงกรองเสียง ใส่สบาย
- ที่อุดหูซิลิโคนแบบสามครีบ เงียบมาก
- ที่อุดหูซิลิโคนแบบสามครีบ ก้านยาวมีสาย เงียบมาก
- ที่อุดหูซิลิโคนแบบปั้นได้ ใส่สบายมาก เงียบมาก
- ที่ครอบหู HERTZ NRR 32dB สวมสบาย เงียบมาก
- ที่อุดหูซิลิโคนแบบสามครีบ มีชั้นกรองคุณภาพเสียง สำหรับนักดนตรี นักฟังเพลง และใช้ทั่วไป
แถม
⚠️ ที่อุดหูแบบ Active vs Passive
ในยุคนี้หลายคนเลือกใช้หูฟังระบบ ANC (Active Noise Cancellation) เพื่อตัดเสียงรบกวนด้วยเทคโนโลยีโดยการใช้ไมโครโฟนรับเสียงแล้วสร้างคลื่นเสียงหลอกมาหักล้างภายในหูฟัง (ซึ่งต้องใช้แบตเตอรี่) แต่ว่ามีข้อควรระวังที่สำคัญมาก จากรายงานของ BBC พบว่าการใช้หูฟังตัดเสียงแบบ Active ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆนั้น ในการใช้ชีวิตประจำวันอาจทำให้สมองของเราไม่อาจคัดครองเสียงสภาพแวดล้อมออกจากเสียงพูดได้ด้วยตัวเอง ส่งผลให้ฟังเสียงพูดไม่รู้เรื่อง และทำให้รู้สึกว่าเสียงสภาพแวดล้อมปนเปจับทิศทางไม่ถูกและอาจรู้สึกว่าเสียงดังเกินไปตลอดเวลา เรียกว่าโรคการกระมวลผลทางการได้ยินบกพร่อง (Auditory Processing Disorder; APD) ซึ่งเกิดจากการที่สมองกำลังลืมวิธีการฟังและแยกแยะไป เพราะพึ่งพาเทคโนโลยีในการทำงานแทนไปแล้ว
ดังนั้น การเลือกใช้ที่อุดหูแบบ Passive (PNC เป็นการลดเสียงด้วยวัสดุกันเสียง ชี้เป้าที่ผมแนะนำข้างต้นเป็น Passive ทั้งหมด ไม่ต้องชาร์ดแบตฯใดใด) จึงเป็นทางเลือกที่ผมแนะนำมากกว่าครับ เพราะมันคือการลดระดับเสียงลงอย่างเป็นธรรมชาติเสมือนเอามือหรือนิ้วอุดหู ไม่ได้บิดเบือนหักล้างเสียง เรายังคงรับรู้ทิศทางของเสียงได้ ไม่ทำให้สมองสับสน และไม่มีการปล่อยคลื่นใดๆเข้าสู่หูของเรา เป็นความสงัดที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และยั่งยืนกว่าในระยะยาวครับ
พูดง่ายๆว่า Active คือการ "แทนที่" ส่วน Passive คือการ "ถนอม" ครับ ควรเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับงาน
ถ้าจะสั่งน้ำมูก อย่างลืมถอดหรือเผยอที่อุดหูออกก่อนนะครับ ความดันในหูจะได้มีช่องทางระบาย
สำหรับพนักงานห้างที่ต้องฟังเพลงเดิมวนซ้ำจนเกิดภาวะเพลงหลอนหู (Earworm) แม้กลับบ้านไปแล้ว หากทางองค์กรอนุโลมให้บางคนที่ไวต่อเสียงได้ใส่ที่อุดหูเพื่อลดทอนความเข้มข้นของเสียงลงบ้าง โดยที่ยังสื่อสารและทำงานได้ปกติ ก็น่าจะเป็นการถนอมสุขภาพจิตและประสิทธิภาพของพนักงานในระยะยาวครับ ในยุคที่หูฟังไร้สายกลายเป็นเครื่องประดับหูกันทั่วไป การใส่ที่อุดหูเพื่อสุขภาพที่ดูสุภาพและสวยงามเสมือนหูฟังไร้สายหรือต่างหู ก็ควรเป็นสิ่งที่อนุญาติได้เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของคนทำงานเช่นกันครับ ด้วยความปราถนาดี
อ้างอิง



:strip_icc()/pic462018.jpg)







