ตัววัตถุจริงเป็นแท่งทรงกระบอกหยก 12 ด้านขนาดเล็ก สูง 5.3 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 ซม. ตรงกลางกลวงจากล่างไม่ทะลุด้านบน มีอักษรจีนโบราณสลักอยู่ 45 ตัว (นับรวมสัญลักษณ์คำซ้ำ) ถือเป็นบันทึกทฤษฎีชี่กงที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ตัวบทจารึกและบทแปล
ตัวบทจารึกและบทแปล
行氣玉佩銘
行氣,深則畜、畜則伸、伸則下、下則定、定則固、固則萌、萌則長、長則退、退則天、天幾舂在上、地幾舂在下。順則生、逆則死。
จารึกหยกการโคจรลมปราณ
การเดินลมปราณ ลึกล้ำก็สะสม สะสมก็ขยายออก ขยายออกก็ลงล่าง ลงล่างก็สงบนิ่ง สงบนิ่งก็มั่นคง มั่นคงก็ผลิแย้ม ผลิแย้มก็เติบโต เติบโตก็ถอยกลับ ถอยกลับก็สู่ฟ้า กลไกฟ้าทุบกุมอยู่เบื้องบน กลไกดินทุบกุมอยู่เบื้องล่าง คล้อยตามก็เป็น ย้อนทวนก็ตาย
📚 ข้อถกเถียงและมุมมองทางวิชาการ
นักวิชาการมีทัศนะต่อจารึกนี้ใน 3 แนวทางหลัก
🔍 การตีความและวิเคราะห์ตัวบท
จะเห็นว่าข้อความในจารึกอาจเป็นคำอธิบายถึงวงจรการแปรสภาพพลังงานภายในแบบวิทยาศาสตร์โบราณ ตามแบบวิชาเสี่ยวโจวเทียน (小周天) โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ
✍ การตีความเชิงปรัชญาสำหรับชีวิตประจำวัน
หากตัดเรื่องการฝึกกำลังภายในออกไป เราอาจตีความแบบสมการบริบทเพื่อใช้จารึกนี้เป็นคติเตือนใจอาจได้ประมาณนี้ครับ
行氣,深則畜、畜則伸、伸則下、下則定、定則固、固則萌、萌則長、長則退、退則天、天幾舂在上、地幾舂在下。順則生、逆則死。
จารึกหยกการโคจรลมปราณ
การเดินลมปราณ ลึกล้ำก็สะสม สะสมก็ขยายออก ขยายออกก็ลงล่าง ลงล่างก็สงบนิ่ง สงบนิ่งก็มั่นคง มั่นคงก็ผลิแย้ม ผลิแย้มก็เติบโต เติบโตก็ถอยกลับ ถอยกลับก็สู่ฟ้า กลไกฟ้าทุบกุมอยู่เบื้องบน กลไกดินทุบกุมอยู่เบื้องล่าง คล้อยตามก็เป็น ย้อนทวนก็ตาย
📚 ข้อถกเถียงและมุมมองทางวิชาการ
นักวิชาการมีทัศนะต่อจารึกนี้ใน 3 แนวทางหลัก
- เป็นบันทึกวิธีฝึกเดินลมปราณภายในร่างกาย (内气炼养) คาดว่าเป็นบทย่อของวิชาเสี่ยวโจวเทียน (小周天) คือ การเดินลมปราณในเส้นลมปราณเหริน (任) และตู (督) (เป็นฝึกกำลังภายในของจีน คล้ายแนวคิดจักระของอินเดีย เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายใจให้แข็งแรงอายุวัฒนะ) ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นแนวทางนี้
- เป็นบันทึกเกี่ยวกับศิลปะในห้องหอ (房中術) (กามสูตรจีน) เพื่อกักเก็บและดึงพลังย้อนกลับไปบำรุงสมอง
- เป็นบันทึกเกี่ยวกับการฝังเข็มและการแพทย์ชี่กง (針灸與醫療氣功)
![]() |
| เสี่ยวโจวเทียน (小周天) http://t.ly/ZB-EM |
จะเห็นว่าข้อความในจารึกอาจเป็นคำอธิบายถึงวงจรการแปรสภาพพลังงานภายในแบบวิทยาศาสตร์โบราณ ตามแบบวิชาเสี่ยวโจวเทียน (小周天) โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ
- ระยะที่ 1 การสะสมและหยั่งราก (จากฟ้าลงดิน): เมื่อหายใจเข้าลึก จิตสงบ พลังงานลมมปราณ (ชี่) จะถูกสะสมไว้ (深則畜) เมื่อเต็มแน่นจะขยายตัวและเคลื่อนลงสู่ท้องน้อยที่จุดตันเถียนล่าง (伸則下) ทำให้จิตใจมั่นคงไม่หวั่นไหวดั่งต้นไม้หยั่งราก (下則定、定則固)
- ระยะที่ 2 การแปรสภาพและเติบโต (จากดินกลับสู่ฟ้า): ความมั่นคงภายในจะให้กำเนิดพลังงานใหม่ที่ผลิบานและเติบโตขึ้น (固則萌、萌則長) เป็นการแปรเปลี่ยนจากหยิน (ความสงบนิ่ง) สู่หยาง (การเคลื่อนไหว) เมื่อพลังเติบโตถึงขีดสุดจะไหลย้อนกลับขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังผ่านเส้นลมปราณตูม่าย (督脉) เพื่อคืนสู่กระหม่อมหรือสู่ฟ้าเอง (長則退、退則天)
- ระยะที่ 3 กลไกขับเคลื่อนของธรรมชาติ: ตามคำในจารึก พลังงานของฟ้าและดินทำหน้าที่เหมือนสากตำข้าว (舂) ที่กระแทกส่งแรงสลับกันบนล่าง (天幾舂在上、地幾舂在下) เกิดเป็นแรงดันหมุนเวียนพลังงานไม่สิ้นสุด หากหมุนเวียนตามธรรมชาติร่างกายจะเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา หากฝืนบังคับสวนกระแสร่างกายจะเสื่อมสลาย (順則生、逆則死)
✍ การตีความเชิงปรัชญาสำหรับชีวิตประจำวัน
หากตัดเรื่องการฝึกกำลังภายในออกไป เราอาจตีความแบบสมการบริบทเพื่อใช้จารึกนี้เป็นคติเตือนใจอาจได้ประมาณนี้ครับ
- 深則畜、畜則伸 (ลึกล้ำก็สะสม สะสมก็ขยายออก): ก่อนเริ่มโครงการใหญ่ อย่าเพิ่งรีบออกตัวแรง ให้เก็บตัว ฟัง อ่าน คิด ถาม เขียนรวบรวมข้อมูลให้ลึกซึ้งก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มออกตัวได้
- 下則定、定則固 (ลงล่างก็สงบ สงบก็มั่นคง): เผชิญหน้าวิกฤต ห้ามปล่อยให้อารมณ์หรืออัตตาขึ้นไปอยู่ที่หัว ให้ดึงความรู้สึกกลับมาที่ร่างกายหรือตันเถียนล่าง (ในท้องน้อย) อย่างมั่นคงเพื่อสงบสติอารมณ์
- 固則萌、萌則長 (มั่นคงก็ผลิแย้ม ผลิแย้มก็เติบโต): ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียที่ดี เกิดจากจิตใจที่นิ่งและตกผลึกแล้วเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากความลนลาน เมื่อนิ่งและตกผลึกดีแล้วจากนั้นก็เริ่มงอกงามเอง
- 順則生、逆則死 (คล้อยตามก็เป็น ย้อนทวนก็ตาย): ควรบริหารชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ถึงเวลาพักต้องกักเก็บ (หยิน) ถึงเวลาทำงานต้องปลดปล่อย (หยาง) หากฝืนธรรมชาติ ถึงเวลาต้องพักไม่พัก ถึงเวลาต้องทำไม่ทำ ร่างกายและงานก็จะพัง
(ส่วนนี้เป็นการตีความแบบแถๆเอาสนุกๆเท่านั้นนะครับ ไม่เป็นวิชาการ เผื่อจะใช้เป็นข้อคิดในชีวิตประจำวันได้ ไม่ต้องจริงจังกับมันก็ได้ครับ แล้วแต่จะเอาบริบทมาจับและแทนค่าสมการ ลองเอาไปแทนค่ากันดูนะครับ กระตุ้นความคิดได้ดี)

แถม
เอาจริงๆ เมื่อผมได้อ่านจารึกหยกนี้แล้วทำให้ผมนึกถึงคัมภีร์มรกตของเฮอร์เมสขึ้นมาเลย มีความคล้ายคลึงกันสูงมาก
ความต่างเชิงปฏิบัติของศาสตร์ตะวันตกนั้น มักเน้นไปที่การควบคุมวัตถุธาตุภายนอก เป็นการเล่นแร่แแปรโลหะต่างๆให้เป็นทองคำโดยผ่านปรัชญาในคัมภีร์มรกตของเฮอร์เมสนี้ (ซึ่งเป็นช่วงยุคแรก ภายหลังพัฒนามาเป็นปรัชญาทางจิตวิญญาณ New Age) ในขณะที่ศาสตร์ตะวันออก (จีน) ของจารึกหยกนี้ แยบยลตรงที่ใช้ร่างกายและลมหายใจของตัวเองเป็นเตาหลอมตั้งแต่ต้น (เตาหลอมคือจุดตันเถียน) โดยไม่พึ่งพาการเล่นแร่แปรธาตุภายนอกใดใด
แต่ที่ชัดที่สุด ศาสตร์ตะวันตกบันทึกไว้บนมรกต และศาสตร์ตะวันออกจารึกไว้บนหยก เป็นการใช้หินทรงค่าที่ใกล้เคียงกันอย่างน่าประหลาดจริงๆครับ บางทีคนสมัยโบราณอาจต้องการสื่อว่า "ข้อความเหล่านี้คือความรู้อันมีค่าสูงส่ง อมตะเหนือกาลเวลา ควรคงอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย เหมือนเนื้อหินอันทรงค่านี้ที่คงทนต่อกาลเวลา" ก็เป็นได้
🪄 กฎแห่งการดึงดูดจากจารึกหยก
สาย The Secret จะบอกว่า คุณไม่สามารถดึงดูดอะไรได้เลยตราบใดที่จิตใจยังลนลานและฟุ้งซ่าน จารึกหยกได้อธิบายขั้นตอนนี้ไว้ว่า ให้เริ่มต้นจากการดิ่งจิตลงไปให้ลึก เช่น การทำสมาธิ หรือภาวะจูนคลื่นสมองระดับ Alpha/Theta เพื่อกักเก็บและโฟกัส "ภาพความปรารถนา" ของคุณไว้ภายใน (深則畜) ไม่ให้พลังงานกระจายหายไปกับการบ่นหรือคิดลบ เมื่อภาพนั้นแจ่มชัดและขยายตัวหนาแน่น (伸) พลังงานจะจมดิ่งลงสู่จิตใต้สำนึก (下) จนกระทั่งจิตเกิดความสงบนิ่ง (定) และเกิดความเชื่ออย่างสนิทใจว่าสิ่งนั้นเป็นของคุณแล้ว ความเชื่อนี้ต้องมั่นคงดั่งภูผา (固) ไม่มีความสงสัยมาสั่นคลอนได้ เมื่อพลังงานภายในเติบโตจนเต็มเปี่ยม หน้าที่ของคุณคือการ "ปล่อยวาง" (Let Go หรือ Detachment) ซึ่งตรงกับคำว่า "ล่าถอย" (退) คือการไม่ยึดติด ไม่กระวนกระวายว่าเมื่อไหร่จะมา แล้วส่งความไว้วางใจนั้นขึ้นไปสู่จักรวาลหรือฟ้าสวรรค์ (天) เพื่อให้กลไกของธรรมชาติทำงาน กลไกฟ้ารับส่งอยู่เบื้องบน กลไกดินรับส่งอยู่เบื้องล่าง (天幾舂在上、地幾舂在下) พลังงานระหว่าง "จิตกับจักรวาล" (ฟ้า) และ "โลกกายภาพ" (ดิน) ทำงานสะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนสากที่ตำสลับกัน (舂) เมื่อคุณส่งคลื่นความถี่แบบไหนขึ้นไปสู่ฟ้า (上) ฟ้าจะตอกย้ำและส่งผลลัพธ์รูปแบบเดียวกันกลับลงมาสู่ดิน (下) เบื้อนบนสะท้อนเบื้องล่างเสมอ ภายนอกสะท้อนภายในเสมอ ดังนั้น หากคุณใช้ชีวิตอย่างสอดคล้อง (順) คือ คิดบวก อารมณ์ดี และลงมือทำด้วยพลังงานบวก สิ่งที่คุณปรารถนาก็จะถือกำเนิดขึ้นจริง (生) แต่หากคุณฝืน (逆) เช่น ปากบอกว่าอยากรวย แต่จิตใจเต็มไปด้วยความรู้สึกขาดแคลนและอิจฉา คลื่นความถี่จะหักล้างกันเอง และทำลายโอกาสที่จะประสบความสำเร็จไปโดยสิ้นเชิง (死)
ถ้าชาว The Secret ได้มาอ่านจารึกหยกอายุ 2,400 ปีชิ้นนี้ ก็อาจทึ่ง เพราะมันคือการพิสูจน์ว่า "สูตรสั่งการจักรวาล" ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในศตวรรษที่ 21 แต่คนจีนโบราณได้สลักมันลงบนก้อนหยกมาตั้งแต่ยุคชุนชิวจ้านกั๋ว (春秋戰國) แล้ว! มีคัมภีร์มรกตแล้วก็มีคัมภีร์หยกในอีกซีกโลกหนึ่งด้วย
และมาลองมาดูการตีความให้จารึกนี้เป็นพิชัยสงครามกันดูครับ ย้ำอีกครั้งว่านี่เป็นการตีความส่วนตัวเพื่อเล่นสนุกเป็นเกมทางความคิด ถือว่านำมาให้อ่านกันเล่นๆ อย่าถือจริงจังมากนะครับ

แถม
เอาจริงๆ เมื่อผมได้อ่านจารึกหยกนี้แล้วทำให้ผมนึกถึงคัมภีร์มรกตของเฮอร์เมสขึ้นมาเลย มีความคล้ายคลึงกันสูงมาก
คัมภีร์มรกตของเฮอร์เมสอธิบายถึง พลังงานหรือสสารศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องวิ่งขึ้นไปสู่ฟ้า แล้วกลับลงมาสู่ดิน แปรสภาพแยกสิ่งหยาบออกจากสิ่งละเอียด
จารึกหยกอธิบายว่า ชี่ต้องลึกและลงล่างก่อนเพื่อหยั่งรากในดิน จากนั้นจึงแปรสภาพผลิบานและทะยานขึ้นสู่ฟ้า
จารึกหยกอธิบายว่า ชี่ต้องลึกและลงล่างก่อนเพื่อหยั่งรากในดิน จากนั้นจึงแปรสภาพผลิบานและทะยานขึ้นสู่ฟ้า
ทั้งสองศาสตร์มองว่า พลังงานที่ทรงอานุภาพนี้ไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงไปทางเดียว แต่ต้องวนลูปขึ้นลงสลับกันเพื่อหลอมรวมขั้วตรงข้าม (หยินหยาง) เข้าด้วยกัน
ความต่างเชิงปฏิบัติของศาสตร์ตะวันตกนั้น มักเน้นไปที่การควบคุมวัตถุธาตุภายนอก เป็นการเล่นแร่แแปรโลหะต่างๆให้เป็นทองคำโดยผ่านปรัชญาในคัมภีร์มรกตของเฮอร์เมสนี้ (ซึ่งเป็นช่วงยุคแรก ภายหลังพัฒนามาเป็นปรัชญาทางจิตวิญญาณ New Age) ในขณะที่ศาสตร์ตะวันออก (จีน) ของจารึกหยกนี้ แยบยลตรงที่ใช้ร่างกายและลมหายใจของตัวเองเป็นเตาหลอมตั้งแต่ต้น (เตาหลอมคือจุดตันเถียน) โดยไม่พึ่งพาการเล่นแร่แปรธาตุภายนอกใดใด
แต่ที่ชัดที่สุด ศาสตร์ตะวันตกบันทึกไว้บนมรกต และศาสตร์ตะวันออกจารึกไว้บนหยก เป็นการใช้หินทรงค่าที่ใกล้เคียงกันอย่างน่าประหลาดจริงๆครับ บางทีคนสมัยโบราณอาจต้องการสื่อว่า "ข้อความเหล่านี้คือความรู้อันมีค่าสูงส่ง อมตะเหนือกาลเวลา ควรคงอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย เหมือนเนื้อหินอันทรงค่านี้ที่คงทนต่อกาลเวลา" ก็เป็นได้
🌌 การตีความด้วยสมการบริบท
การตีความแบบเปลี่ยนตัวแปรของบริบทเพื่อดูว่าแกนกลางของคัมภีร์ทำงานอย่างไรนั้น เป็นวิธีคิดเชิงปรัชญาของการมองโครงสร้างร่วมสากล หากแก่นของจารึกนี้คือ "วัฏจักรการกักเก็บและปลดปล่อยพลังงาน" เมื่อเราเปลี่ยนสมการบริบทโดยใช้แก่นเดิมก็จะได้แนวคิดใหม่ที่แม่นยำตามแนวทางเดิม เป็นแนวคิดของการเชื่อมโยงแก่นเพื่อปรับใช้ในบริบทต่างๆ เหมือนการเอาข้อคิดของหมากรุกหมากล้อม หรือนำหลักอริยสัจ 4 มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันนั่นแหละครับ แม้บางครั้งบางเรื่องอาจจะดูแถๆหรือดูไม่เกี่ยวข้องเลยกับแนวคิดดั้งเดิม แต่หากจับแก่นมาใช้ก็ย่อมปรับใช้ได้ เพราะในสมการบริบทส่วนบุคคลมันอาจได้ผลเฉพาะตัวก็ได้
ไหนๆก็พูดถึงความคล้ายคลึงกันกับคัมภีร์มรกตของเฮอร์เมสแล้ว งั้นมาลองตีความจารึกหยกสนุกๆในบริบทของ ชาว The Secret ชาวนิวเอจ (New Age) และชาวพลังจิตเนรมิต (Manifestation) กันดูครับ
🪄 กฎแห่งการดึงดูดจากจารึกหยก
สาย The Secret จะบอกว่า คุณไม่สามารถดึงดูดอะไรได้เลยตราบใดที่จิตใจยังลนลานและฟุ้งซ่าน จารึกหยกได้อธิบายขั้นตอนนี้ไว้ว่า ให้เริ่มต้นจากการดิ่งจิตลงไปให้ลึก เช่น การทำสมาธิ หรือภาวะจูนคลื่นสมองระดับ Alpha/Theta เพื่อกักเก็บและโฟกัส "ภาพความปรารถนา" ของคุณไว้ภายใน (深則畜) ไม่ให้พลังงานกระจายหายไปกับการบ่นหรือคิดลบ เมื่อภาพนั้นแจ่มชัดและขยายตัวหนาแน่น (伸) พลังงานจะจมดิ่งลงสู่จิตใต้สำนึก (下) จนกระทั่งจิตเกิดความสงบนิ่ง (定) และเกิดความเชื่ออย่างสนิทใจว่าสิ่งนั้นเป็นของคุณแล้ว ความเชื่อนี้ต้องมั่นคงดั่งภูผา (固) ไม่มีความสงสัยมาสั่นคลอนได้ เมื่อพลังงานภายในเติบโตจนเต็มเปี่ยม หน้าที่ของคุณคือการ "ปล่อยวาง" (Let Go หรือ Detachment) ซึ่งตรงกับคำว่า "ล่าถอย" (退) คือการไม่ยึดติด ไม่กระวนกระวายว่าเมื่อไหร่จะมา แล้วส่งความไว้วางใจนั้นขึ้นไปสู่จักรวาลหรือฟ้าสวรรค์ (天) เพื่อให้กลไกของธรรมชาติทำงาน กลไกฟ้ารับส่งอยู่เบื้องบน กลไกดินรับส่งอยู่เบื้องล่าง (天幾舂在上、地幾舂在下) พลังงานระหว่าง "จิตกับจักรวาล" (ฟ้า) และ "โลกกายภาพ" (ดิน) ทำงานสะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนสากที่ตำสลับกัน (舂) เมื่อคุณส่งคลื่นความถี่แบบไหนขึ้นไปสู่ฟ้า (上) ฟ้าจะตอกย้ำและส่งผลลัพธ์รูปแบบเดียวกันกลับลงมาสู่ดิน (下) เบื้อนบนสะท้อนเบื้องล่างเสมอ ภายนอกสะท้อนภายในเสมอ ดังนั้น หากคุณใช้ชีวิตอย่างสอดคล้อง (順) คือ คิดบวก อารมณ์ดี และลงมือทำด้วยพลังงานบวก สิ่งที่คุณปรารถนาก็จะถือกำเนิดขึ้นจริง (生) แต่หากคุณฝืน (逆) เช่น ปากบอกว่าอยากรวย แต่จิตใจเต็มไปด้วยความรู้สึกขาดแคลนและอิจฉา คลื่นความถี่จะหักล้างกันเอง และทำลายโอกาสที่จะประสบความสำเร็จไปโดยสิ้นเชิง (死)
ถ้าชาว The Secret ได้มาอ่านจารึกหยกอายุ 2,400 ปีชิ้นนี้ ก็อาจทึ่ง เพราะมันคือการพิสูจน์ว่า "สูตรสั่งการจักรวาล" ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในศตวรรษที่ 21 แต่คนจีนโบราณได้สลักมันลงบนก้อนหยกมาตั้งแต่ยุคชุนชิวจ้านกั๋ว (春秋戰國) แล้ว! มีคัมภีร์มรกตแล้วก็มีคัมภีร์หยกในอีกซีกโลกหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ถ้าว่ากันตามหลักเต๋า (道) ซึ่งเป็นปรัชญารากฐานที่โอบอุ้มความคิดของจีนทั้งหมดไว้ แนวคิดการ "สั่งการจักรวาล" นั้น ค่อนข้างไม่สอดคล้องกับเต๋าเลยครับ เพราะเต๋าเน้นการปรับตัวตามธรรมชาติ การรู้วาระ เช่น จากอี้จิง ก็เป็นไปเพื่อใช้ประโยชน์หรือเลี่ยงภัย ไม่ใช่เพื่อไปควบคุมสั่งการธรรมชาติ แต่ไม่เป็นไร โครงสร้างยังสอดคล้องกันอยู่ และการตีความในหลักของ New Age ก็ยังคงแทนค่าในสมการได้อยู่นะครับ (เหมือนเอาหลักอริยสัจที่แต่เดิมสำหรับบรรลุธรรมไปทำธุรกิจนั่นแหละ) ถือว่าเป็นการตีความเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับชาว The Secret ได้ครับ
และมาลองมาดูการตีความให้จารึกนี้เป็นพิชัยสงครามกันดูครับ ย้ำอีกครั้งว่านี่เป็นการตีความส่วนตัวเพื่อเล่นสนุกเป็นเกมทางความคิด ถือว่านำมาให้อ่านกันเล่นๆ อย่าถือจริงจังมากนะครับ
🩦 ตำราพิชัยสงครามจากจารึกหยก
ในบริบทการทหาร ชี่ (氣) คือ ขวัญกำลังใจของกองทัพ แก่นคือการบริหารจังหวะรุกรับ กองทัพที่ยอดเยี่ยมต้องซ่อนตัวได้อย่างลึกล้ำ กักเก็บกำลังบำรุงและขวัญกำลังใจไว้ (深則畜) ไม่ปล่อยให้ข้าศึกรู้ร่องรอยและการเคลื่อนไหว เมื่อขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยม จะสามารถแผ่ขยายขีดความสามารถออกมา (伸) และปักหลักสร้างฐานดั่งอยู่ใต้พิภพ (下) ขบวนทัพจะเกิดความนิ่ง (定) และมั่นคงแน่นหนา (固) จนข้าศึกตีไม่แตก เมื่อปิดโอกาสแพ้ของตนแล้ว จากความมั่นคงในการตั้งรับ (หยิน) จะสามารถให้กำเนิดแผนการรุกได้ (萌) (หยาง) และขยายผลกลายเป็นการบุกจู่โจมครั้งใหญ่ (長) เมื่อบุกขยายผลจนบรรลุเป้าหมายสูงสุดแล้ว ต้องรู้จักล่าถอยอย่างมีกลยุทธ์ (退) เพื่อรักษาตำแหน่งและอำนาจเหนือกว่าเอาไว้ในจุดสูงสุด (天) อย่าบ้าดีเดือดจนเสี่ยงเพลี่ยงพล้ำ กลยุทธ์การสงครามคือการรุกและรับ ซึ่งกระแทกกระทั้นสลับกันไปมาดั่งสากตำข้าว (舂) รุกรับเป็นพลวัตสลับกันไป รุกอยู่บนมองหา รับอยู่ล่างซ่อนเร้น (天幾舂在上、地幾舂在下) หากเคลื่อนทัพสอดคล้องกับสถานการณ์และภูมิประเทศ (順) กองทัพย่อมอยู่รอด (生) แต่ถ้าฝืนดันทุรัง รุกในยามที่ควรรับ รับในยามที่ควรรุก (逆) กองทัพย่อมมอดม้วย (死)
ก็อาจจะออกมาเป็นประมาณนี้(มั้ง?) ซึ่งโครงสร้างสากลก็ยังคงเป็น "หากอยากจะส่งพลังออกไปให้สูงและไกล (天/長) คุณต้องเรียนรู้วิธีผ่อนคลาย กักเก็บ และหยั่งรากลงให้ลึกที่สุด (深/下) เสียก่อน" ลองเอาแนวทางนี้ไปตีความสนุกๆเป็น "กามสูตรจีน" กันดูสิครับ หากแก่นคือการบริหารการรุกรับ มันจะออกมาเป็นอย่างไรกันนะ อิอิ


.jpg)
