Sponsor

24 ตุลาคม 2569

หินเปียนสือ (砭石; Bian stone) - อุปกรณ์กดจุดบำบัดโรคของแพทย์แผนจีนโบราณ

หินเปียนสือ

ในช่วงยุคหิน คนในแถบจีนโบราณเมื่อรู้สึกไม่สบายก็ได้ทดลองใช้หินอุ่นๆที่อยู่รอบกองไฟมาประคบร้อนหรือขูดร่างกายเพื่อรักษาอาการต่างๆ จนเมื่อเวลาผ่านไปจึงค่อยๆค้นพบว่า มีหินบางชนิดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคมากกว่าหินอื่นๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหินเปียนสือ จึงกลายมาเป็นเทคนิคการรักษาโรคด้วยหินของแพทย์แผนจีนแบบดั้งเดิมในสมัยโบราณ (ก่อนที่จะมีการฝังเข็มเกิดขึ้น)

จะเรียกว่าเป็นแนวคิดหินบำบัดรูปแบบหนึ่งก็น่าจะได้

แพทย์แผนจีนสมัยยุคหินจึงใช้หินเปียนสือในการกดจุด (จุดเดียวกับจุดฝังเข็มในปัจจุบัน), การนวดคลึง, การกัวซา, การประคบร้อน (นำหินไปแช่น้ำอุ่นแล้วมาประคบจุดฝังเข็ม แนวคิดเดียวกับการลนยา) และ ฯลฯ (ยังมีหินเปียนสือที่ทำเป็นเข็มหินรูปทรงต่างๆเพื่อใช้กรีดเจาะระบายฝีหนอง แผลผุพอง ฯลฯ ด้วย) เมื่อเข้าสู่ยุคเหล็กที่เริ่มมีการฝังเข็มเกิดขึ้น เทคนิคการใช้หินเปียนสือก็เริ่มถูกลืมสูญหาย เพราะการฝังเข็มมีประสิทธิภาพที่ล้ำลึกกว่าการใช้หินเปียนสือกดจุดมากนัก (แต่การฝังเข็มก็ต้องใช้ความเชี่ยวชาญอย่างมากด้วย)

เมื่อวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนำหินเปียนสือมาวิจัยจึงพบว่ามันมีคุณสมบัติพิเศษกว่าหินทั่วไปอยู่หลายประการ เช่น หินเปียนสือเมื่อถูกับร่างกายมนุษย์จะสามารถปล่อยความถี่อินฟราเรดและอัลตราโซนิกซึ่งกระตุ้นเซลในร่างกายและเพิ่มอัตราการไหลเวียนโลหิต ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าหินเปียนสือสามารถกระตุ้นชี่ให้วิ่งผ่านเส้นลมปราณได้ดี ทำให้การกดจุดหรือกัวซาด้วยหินเปียนสือมีประสิทธิภาพล้ำลึกกว่าการใช้วัสดุอย่างอื่นนั่นเอง และจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากใช้ตอนอุ่น ไม่ว่าจะโดยการแช่น้ำอุ่นหรืออั่งในอุ้มมือก็ได้

ปัจจุบันนี้หินเปียนสือจึงอาจเป็นอุปกรณ์ปฐมพยาบาลหรือบำรุงสุขภาพได้ด้วยตนเองที่บ้าน เพียงแต่ต้องมีความรู้พื้นฐานเรื่องจุดฝังเข็มและการกัวซา

หินเปียนสือยิ่งใช้ยิ่งขลัง

หินเปียนสือที่เห็นในอินเตอร์เน็ตนั้นมักจะมีสีดำเงางาม (เหมือนในรูปขวา) แต่หากเป็นหินเปียนสือใหม่จริงๆจะมีสีเทาหมองๆ (เหมือนในรูปซ้าย) ซึ่งคนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่ามันดูไม่สวย และไม่ชอบ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหัวใสบางเจ้าเอาน้ำมันเบบี๋ออยล์ทาให้ดูมันเงาเพื่อดึงดูดใจผู้คน
ซึ่งอันที่จริงเพียงแค่นำหินเปียนสือใหม่มาใช้นวด กดจุด หรือกัวซา คือเมื่อหินเปียนสือสัมผัสกับน้ำมันของร่างกายก็จะดำเงาขึ้นเรื่อยๆเองตามการใช้งานของเรา

ซึ่งถ้าได้หินเปียนสือแบบเทาๆหมองๆมาก็มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าเป็นของใหม่นะ ทีนี้ค่อยๆใช้ไปเดี๋ยวก็ขลังเองตามการใช้งาน

ทรงประมาณแบบในรูปรู้สึกจะเรียกว่ารูปปลา🐟
ซึ่งเป็นทรงที่อเนกประสงค์ที่สุด กดจุดก็ได้ กัวซาก็ดี

การหวีผมช่วยบำรุงสุขภาพได้นะ

หวีหินเปียนสือ

การหวีผมเพื่อสุขภาพ (จริงๆต้องเรียกว่าการกัวซาหรือนวดหนังศีรษะด้วยหวีถึงจะถูก) เป็นวิธีดูแลสุขภาพอย่างหนึ่งในทางปรัชญาจีน เนื่องจากบนหนังศีรษะมีจุดฝังเข็มสำคัญอยู่หลายสิบจุด ดังนั้น การหวีผมจะช่วยกระตุ้นจุดฝังเข็มเหล่านั้น ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ลดปัญหาผมร่วง ชลอวัย ผ่อนคลายสงบจิตใจ และยังเชื่อกันว่าช่วยให้ผมดกดำ ฉลาด และทำให้ความจำดีขึ้นอีกด้วย

หวีที่แนะนำ คือ หวีไม้ (สมัยโบราณนิยมไม้ต้นท้อ), หวีเขาสัตว์, หรือหวีหินเปียนสือ ห้ามใช้หวีพลาสติกหรือหวีที่ทำจากโลหะ หากไม่มีหวีที่เหมาะสมให้ใช้นิ้วแทนได้



วิธีหวีผมเพื่อนวดหนังศีรษะกระตุ้นจุดฝังเข็ม ให้หวีจากบริเวณหน้าผากผ่านกึ่งกลางศีรษะไปทางท้ายทอยเป็นหลัก หวีแบบนี้ซ้ำๆ อาจค่อยๆขยับออกข้างทั้งซ้ายและขวาด้วยก็ดีเพื่อให้ทั่วทั้งศีรษะ ใช้แรงพอประมาณ ไม่ต้องขูดรุนแรงจนผิวหนังถลอก ทำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 3-5 นาที หรือสามารถหวีได้บ่อยๆตามต้องการ จนกว่าหนังศีรษะจะรู้สึกผ่าวๆเป็นอันใช้ได้

เหมาะสำหรับทุกคน (ยกเว้นเด็กที่กระโหลกยังไม่ปิดสนิท และผู้ที่มีแผลบนศีรษะ ไม่ควรทำ) ช่วยป้องกันและรักษาอาการปวดศีรษะ และสำหรับผู้ที่ต้องความคิดมากๆ จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ทำงานได้ขึ้น ลดความเครียด และความหงุดหงิดทางอารมณ์ได้ดี

เป็นวิธีง่ายๆในการบำรุงสุขภาพที่ควรทำทุกวันครับ


การดูแลรักษาหินเปียนสือ
เมื่อใช้กดจุดหรือกัวซาเสร็จแล้ว สามารถล้างน้ำกับสบู่อ่อนๆได้ แล้วนำไปซับหรือตากลมให้แห้ง ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือด่างรุนแรง เช่น น้ำยาล้างจานสูตรเข้มข้น, แอลกอฮอล์เข้มข้น, หรือน้ำยาล้างห้องน้ำ เนื่องจากหินเปียนสือมีส่วนประกอบของแร่ธาตุธรรมชาติ การสัมผัสกรดหรือเคมีรุนแรงจะไปกัดกร่อนแร่ธาตุบนผิวหินทำให้ผิวหินหยาบขึ้น

เมื่อแห้งสนิทดีแล้วควรเก็บไว้ในถุงบุนิ่ม ถุงถักไหมพรม หรือถุงที่กันกระแทกได้ เพื่อป้องกันการกระทบที่อาจก่อให้เกิดรอยร้าวภายใน และระวังอย่าทำตกหรือโดนของหนักทับเพราะจะแตกหักได้

หลังจากใช้งานไประยะหนึ่ง สามารถนำหินไปตากแดดอ่อนๆช่วงเช้า (ประมาณ 7:00 - 9:00 น.) เป็นเวลา 15-30 นาที เพื่อให้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ (พลังหยาง) ช่วยฟื้นฟูและขับความชื้นชี่เย็นสะสมในหินออกไป แต่ห้ามนำหินไปเผาไฟหรือต้มในน้ำเดือดจัดเพราะอาจจะแตกร้าวได้

หินเปียนสือเป็นอุปกรณ์บำบัดที่เก็บไว้ได้ยาวนาน สามารถส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นได้ จึงควรมีไว้ประจำบ้านสักอันหนึ่ง แม้ปัจจุบันหินเปียนสือจะพอหาซื้อได้บ้าง แต่เนื่องจากไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ทำให้มีน้อยและอาจไม่มีมาจำหน่ายบ่อยๆ หากถึงที่สุดแล้ววันนึงไม่สามารถหาหินเปียนสือมาใช้ได้จริงๆ อาจใช้อย่างอื่นแทนได้ เช่น หินมนๆ แผ่นหยกกัวซา เขาสัตว์กัวซา ไม้กดจุด ก็ช่วยในการกดจุดให้มีประสิทธิภาพเข้มข้นกว่ากดด้วยนิ้วมือเปล่าๆได้ แต่สรรพคุณยังไม่อาจเทียบเท่าหินเปียนสือ ดังนั้น หากมีหินเปียนสือที่เหมาะมือเอาไว้แล้ว ต้องรักษาไว้ให้ดีเลยครับ

🛒 ชี้เป้า หินเปียนสือและหนังสือคู่มือกดจุดจาก Shopee

หวีหินเปียนสือและหวีไม้ต้นท้อจาก Shopee

เข็มหินเปียนสือและเข็มกระดูก
จากยุคหินใหม่ช่วง 10,000 ปีก่อน

หินเปียนสือนอกจากจะใช้ในการนวด กัวซา และกดจุดที่ยังพอจะมีให้เห็นกันอยู่ในปัจจุบันแล้ว ในสมัยก่อนยังมีการใช้หินเปียนสือที่ทำเป็นเข็มหินหรือมีดหิน ซึ่งใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยเมื่อโดนแมลงสัตว์กัดต่อยจนเกิดการอักเสบเป็นหนอง ด้วยการกรีดเจาะฝีหนองถ่ายเลือดเสีย แต่ปัจจุบันไม่มีการใช้เข็มหินกันแล้ว
ในตำราแพทย์แผนจีนของแพทย์หลวงบทที่ว่าด้วยวิธีการรักษาด้วยหินเปียนสือของสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือได้เขียนถึงการใช้หินเปียนสือไว้ว่า:

=======
ตำราเจิ้งเหอเซิ่งจี่จ้งลู่
ม้วนที่สี่: วิธีการรักษา
โดย สถาบันการแพทย์หลวง ราชวงศ์ซ่งเหนือ
ค.ศ. 1111-1117
[แปลโดย กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
หากผิดพลาดประการใด ขออภัยและขอคำชี้แนะไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ]

หินเปียนสือ
ในสมัยโบราณวิธีการแทงเข็มแพร่หลายในใต้ฟ้า. มีการทำหินเปียนสือที่มีขนาดทั้งเล็กและใหญ่. ซึ่งจะใช้ตามความเหมาะสมของโรค, โดยใช้หินแทนเข็ม. หนึ่งเรียกว่าเข็มหิน (针石), สองเรียกว่าหินเปียนสือ (砭石), สามเรียกว่าหิน (石), แต่แท้จริงแล้วคือสิ่งเดียวกัน. การกำจัดเนื้อที่แข็ง, การจิ้มบ่งเนื้อที่บวมร้อนนั้น, ก็ควรใช้หินเปียนเจาะออก, ดีสำหรับกรณีปราณก่อโรครุนแรง (邪气暴戾), ทำให้เข็มเล็กๆไม่สามารถรักษาได้ทัน, ยิ่งไปกว่านั้นหากโรคเกิดจากเลือดลมเต็มแกร่ง (气血盛实), ขัดกับระบบกล้ามเนื้อ, พวกหนองฝีบวม, ไม่ใช่หินเปียนสือก็ไม่สามารถบ่งได้, นี่คือสิ่งที่เรียกว่าเลือดแกร่งควรเจาะออก (血实宜决之), นอกจากนี้หากผู้ป่วยทั้งสุขกายสุขใจ, แต่โรคเกิดจากกล้ามเนื้อ, ก็ควรรักษาด้วยหินเปียนสือ, ประชาชนฝั่งตะวันออก[ของจีน], ป่วยเป็นฝีหนองมาก, การรักษาที่เหมาะสมคือการใช้หินเปียนสือ, การมาของหินเปียนสือ, เริ่มต้นจากจุดนี้เอง. เปี่ยนเชว่ (扁鹊) กล่าวไว้ว่า, โรคที่อยู่ภายในเส้นเลือดเส้นลมปราณ (血脉), ควรรักษาด้วยหินเปียนสือ. ด้วยเหตุนี้โรคบวมทุกชนิด, ควรได้รับการรักษาด้วยการกรีดตัด (镰割) ที่บริเวณใต้เส้นขวาง (横文间) ของนิ้วก้อยเท้า (足小指). หากบวมข้างซ้ายก็ให้กรีดข้างซ้าย, หากบวมข้างขวาก็ให้กรีดข้างขวา. เลือดออกเพียงเล็กน้อยอาการก็จะบรรเทา, ไม่ว่าจะเป็นพวกตุ่มหนอง (疔肿) ฝีหนอง (痈疡) ไฟลามทุ่ง (丹毒) นิ้วติดเชื้อเป็นหนอง (瘭疽代指) โรคต่างๆ (病) อาการปวดจากชี่คั่ง (气痛) หรือบวมน้ำ (流肿), ประเภทที่ต้องระบายเลือด (皆须出血者), ควรรีบใช้หินเปียนสือรักษาทันที. โดยทั่วไปแล้วการใช้หินเปียนสือนั้น, วิธีการจักเป็นการระบาย (泻). หากเป็นช่วงฤดูหนาว, ลมปราณชี่คนจะปิดกั้น, จึงควรใช้ยาสมุนไพรแล้วใช้เข็มหินเพียงเล็กน้อย. คำว่าใช้เข็มหินเพียงเล็กน้อยนั้น, ไม่ได้หมายรวมถึงกรณีที่เป็นฝีไม่มีหัว (痈疽). ฝีไม่มีหัวไม่สามารถปล่อยทิ้งไว้ได้แม้เพียงชั่วครู่, หากชะลอการรักษาด้วยเข็มหิน, ทำให้ชี่พิษ (毒氣) รุกล้ำเข้าภายใน, กระดูกและเอ็นเปื่อย, จะทะลุถึงอวัยวะภายใน. การรักษาแผลฝีที่เกิดจากหิน, ให้เลี่ยงพวกที่ทำจากเศษกรวดกระเบื้องอิฐหิน, การรักษาตุ่มแผลที่เกิดจากมีดของมีคม, ให้เลี่ยงคมเหล็กกรีดเป็นแผล. หากเป็นเช่นนี้, อาจรักษาด้วยยาสมุนไพรได้. ในหนังสือซูเวิ่น (素问) ยังกล่าวอีกว่า∶ เมื่อมีคนป่วยเป็นฝีที่คอ, บางคนรักษาด้วยหิน, บางคนรักษาด้วยการฝังเข็มลนยา, แล้วอาการก็หายได้, นี่คือตัวอย่างของโรคเดียวกันรักษาต่างกัน. อันว่าชี่ติดขัด (气息) ของฝีไม่มีหัว, ควรใช้เข็มเปิดขจัดออก, หากชี่แกร่งเลือดคั่ง (气盛血聚), ควรใช้หินเพื่อระบาย, ดังนั้นทำให้การใช้หินเปียนสือและเก้าเข็ม, แต่ละอย่างจึงมีประโยชน์ของตัวเอง, ผู้ที่เชี่ยวชาญในการรักษาการเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือดเส้นลมปราณ, โรคฝีหรือบวม, ควรประเมินความหนักเบาแล้วเลือกวิธีปฏิบัติการที่เหมาะสม.

=======
政和聖濟總錄
卷四·治法
太医院 北宋
公元1111-1117年

砭石
上古针法垂布于天下。制砭石有小大者。乃随病所宜,用石代针。一曰针石,二曰砭石,三曰 石,其实一也。破坚决肉,砭射肿热者,则决之以砭石,良由邪气暴戾,则微针不能及,况又病有气血盛实,逆于肉理,蓄结痈肿之类,非砭石则不能射之,此所谓血实宜决之,又形乐志乐,病生于肉者,治之以砭石,东方之民,多病痈疡,其治宜砭石,砭石之来,始自于此。扁鹊有云,病在血脉者,治以砭石。是故一切肿疾,悉宜镰割足小指下横文间。肿在左则割左,在右则割右。血少出则瘥,以至疔肿、痈疡、丹毒、瘭疽代指、 病、气痛流肿之类,皆须出血者,急以石砭之。大抵砭石之用,其法必泻。若在冬时,人气闭塞,则用药而少针石。所谓少针石者,非痈疽之谓也。痈疽不得顷时回,苟缓于针石,则毒氣内攻,腐坏筋骨,穿通腑脏矣。治石疔疮,则忌瓦砾砖石之类,治刀镰疔疮,则忌铁刃伤割。若是者,可以药治也。素问又曰∶人病颈痈,或石治之,或针灸治之,而皆已,此盖同病异治也。夫痈疽之气息者,宜针开除去之,气盛血聚者,宜石而泻之,若然则砭石九针之用,各有所利,善治血脉之变,痈肿之病者,当审轻重而制之。

ความเป็นมาของหินเปียนสือ
หินเปียนสือต้นกำเนิดมาจากแหล่งหินซื่อปินฝู๋สือ (泗濱浮石)

การศึกษาทางธรณีวิทยาของสำนักงานแผ่นดินไหวแห่งชาติจีน (中國地震局科) เสนอทฤษฎีว่า หินชนิดนี้เกิดจากอุกกาบาตพุ่งชนพื้นผิวโลกบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลซานตงเมื่อ 65 ล้านปีก่อน ก่อให้เกิดความร้อนและความดันมหาศาลจนสสารจากอวกาศผสานเข้ากับชั้นหินบนโลก แล้วสลายตัวเป็นหินอันทรงคุณค่าบนพื้นผิวโลกในที่สุด

砭石 (เปียนสือ) หมายถึง หินที่ใช้รักษาโรค มีบันทึกไว้ตั้งแต่ในคัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง (黃帝內經) โดยการรักษาด้วยหินเปียนสือ (砭術) ถือเป็นหนึ่งในหกวิชาแพทย์แผนจีนโบราณที่มีมาตั้งแต่ยุคหิน ประกอบด้วย หินเปียนสือ, ฝังเข็ม, รมยา, สมุนไพร, นวดกดจุด และชี่กงเต้าอิน (導引) กระทั่งในช่วงทศวรรษ 1990 หินเปียนสือจากซื่อปิน (泗濱砭石 - ซื่อปินเปียนสือ) ก็ได้รับการค้นพบใหม่อีกครั้ง ซึ่งในบรรดาหินเปียนสือทั้งหมด หินเปียนสือจากซื่อปินถือเป็นหินที่มีสรรพคุณทางการรักษาดีที่สุด [หินเปียนสือที่มาจากลุ่มน้ำซื่อสุ่ย (泗水) ทางตอนใต้ของมณฑลซานตงและตอนเหนือของมณฑลเจียงซู ซึ่งหาของแท้ยากมากและมีราคาแพงมาก] เนื่องจากคุณสมบัติทางกายภาพเฉพาะตัว โดยผลการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันพบว่า แหล่งหินจากซื่อปินฝู๋สือประกอบด้วยแร่ธาตุหายากและธาตุรองที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 30 ชนิด เช่น สตรอนเทียม, ไทเทเนียม, โครเมียม, แมงกานีส, สังกะสี เป็นต้น อีกทั้งยังได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เมื่อนำมานวดหรือกดตามจุดฝังเข็มจะสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในระดับเส้นเลือดฝอยให้เร็วขึ้นได้มากกว่า 20% อย่างต่อเนื่องและเห็นผลจริง

05 ตุลาคม 2569

สามไม่พยากรณ์ (三不占) - จรรยาบรรณของผู้ให้คำปรึกษา


ในโลกแห่งศาสตร์การพยากรณ์ ความแม่นอาจเป็นเพียงปราการขั้นแรกที่ผู้คนมองหา แต่สิ่งที่จะแยกแยะระหว่าง "การชี้แนะทางปัญญา" กับ "การครอบงำชีวิต" คือจรรยาบรรณและระบบความคิดของผู้พยากรณ์เอง ตั้งแต่หลักโบราณกาลอย่าง "สามไม่พยากรณ์" (三不占) ของจีน ไปจนถึงการบริหารพลังงาน และขอบเขตแห่งตนตามวิถีเต๋า ทั้งหมดคือบรรทัดฐานสำคัญที่เปลี่ยนการอ่านพลังงาน ให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ชีวิตที่เที่ยงตรงและทรงคุณค่าอย่างแท้จริง

🈲 สามไม่พยากรณ์ (三不占)
ถือเป็นข้อห้ามเบื้องต้นอันเป็นรากฐานของการพยากรณ์จีนทุกสายวิชา

ไม่จริงใจไม่พยากรณ์ (不誠不占)
หากผู้ถามมาเพราะต้องการแค่ลองภูมิ ล้อเลียน หรือท้าทาย ด้วยสภาวะจิตไม่ที่บริสุทธิ์ เรื่องราวที่นำมาพยากรณ์ย่อมเป็นขยะ การฝืนพยากรณ์จะทำให้พลังงานรั่วไหลสูญเปล่า ที่สำคัญการขอคำพยากรณ์เปรียบเสมือนการขอคำชี้แนะจากวิญญาณบรรพบุรุษของตน ต้องกระทำด้วยความเคารพจริงใจ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ทำนาย

ไม่สงสัยไม่พยากรณ์ (無疑不占)
หากเป็นเรื่องที่ใช้สามัญสำนึก ตรรกะ ความรู้ความสามารถ หรือการปรึกษาผู้ใหญ่หรือผู้เชี่ยวชาญแล้วสามารถหาคำตอบได้ ก็ไม่จำเป็นต้องทำนาย การขอคำพยากรณ์ควรใช้เมื่อผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้ว แต่ยังคงเจอข้อจำกัดหรือข้อสงสัยที่ไม่อาจหาข้อยุติได้จริงๆ ดังนั้น ไม่พยากรณ์ในเรื่องสัพเพเหระ เรื่องไร้สาระ หรือเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในระดับโครงสร้าง เช่น "เย็นนี้จะกินอะไรดี?" อย่างนี้ไม่ทำนาย

ไม่ชอบธรรมไม่พยากรณ์ (不義不占)
เรื่องที่พยากรณ์ต้องชอบด้วยมโนธรรม (การแยกแยะดีชั่ว) ห้ามเสี่ยงทายในเรื่องผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม เบียดเบียนผู้อื่น หรือละเมิดความเป็นส่วนตัว รวมถึงเรื่องผลประโยชน์ที่เกินขอบเขตศีลธรรม ไม่พยากรณ์เพื่อช่วยในการปล้นชิง ทำลายล้างผู้อื่น แย่งชิงคนรัก หรือหาช่องทางกระทำความผิดกฎหมาย อย่างนี้ไม่ทำนาย

㊙️ รักษาความลับชั้นสูงสุด
ผู้พยากรณ์ต้องมีจรรยาบรรณ เพราะผู้มาขอรับคำปรึกษาย่อมมีเรื่องร้อนใจและจำเป็นต้องบอกเรื่องราวส่วนตัว หากไร้จรรยาบรรณก็ไร้ความน่าเชื่อถือ

ไม่นำเรื่องของลูกค้ารายหนึ่งไปพูดกับอีกราย
แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่การเล่าบริบทเคสในลักษณะที่ระบุตัวตนได้ ถือเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจ

ไม่ใช้ข้อมูลลับเพื่อฉกฉวยผลประโยชน์
เมื่อรู้จังหวะขึ้นลงจากข้อมูลวงในของธุรกิจลูกค้า ห้ามใช้ช่องทางนี้ไปแย่งโอกาสหรือกว้านซื้อที่ดินตัดหน้าลูกค้าเด็ดขาด

🪞 หลักทางสายกลาง
ผู้พยากรณ์ต้องมีใจที่บริสุทธิ์ใสกระจ่างดั่งกระจกเงา เพื่อสะท้อนความจริงของการพยากรณ์ ไม่ใช่สร้างภาพฝันหรือข่มขู่

ไม่ขายความกลัว
ห้ามใช้คำขู่เรื่องเคราะห์หนัก ดวงตก ต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ แค่เพราะต้องการเรียกรับผลประโยชน์เพิ่มเติมหรือให้ยำเกรง

ไม่ขายความหวัง
หากการพยากรณ์บอกว่า "เป็นภัย" ก็ต้องบอกความจริงเชิงยุทธศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา ไม่อวยเพื่อเอาใจลูกค้าให้เขาสบายใจชั่วคราว แต่ภายหลังไปพังในความจริง

วางตัวเป็นกลางไม่เอาอารมณ์ไปผูก
เมื่อรับฟังปัญหาอันหนักหน่วงแล้วต้องรักษาจิตให้นิ่ง เพื่ออ่านโครงสร้างพลังงานอย่างเที่ยงตรง ไม่ให้ถูกอารมณ์เศร้าโศก ยินดี หรือโกรธขึ้งของผู้ถามมาทำให้จิตใจไขว้เขว

🛑 รู้ขอบเขตแห่งศาสตร์และตนเอง
ศาสตร์การพยากรณ์มีขอบเขต ไม่ใช่สัพพัญญูรู้ทุกเรื่องในจักรวาล

ไม่เคลมตนเป็นเทพเจ้า
ต้องตระหนักเสมอว่าผู้พยากรณ์ คือ ล่ามแปลพลังงานธรรมชาติ ไม่ใช่ผู้กำหนดชะตาชีวิตใคร

รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องส่งต่อ
เรื่องสุขภาพความเจ็บป่วย ต้องส่งต่อให้แพทย์
เรื่องจิตเวชภาวะซึมเศร้า ต้องส่งต่อให้จิตแพทย์
เรื่องข้อกฎหมาย ต้องส่งต่อให้ทนายความ

ห้ามใช้วิชาโหราศาสตร์ไปทดแทนวิชาชีพเฉพาะทางเด็ดขาด

🉑 เคารพเจตจำนงเสรีของผู้รับคำปรึกษา
คำพยากรณ์มีไว้เพื่อ "เปิดทางเลือก" ไม่ใช่ "ลิขิตบังคับ"

ไม่ตัดสินใจแทนชีวิตผู้อื่น
หน้าที่ของผู้พยากรณ์ คือ การกางแผนที่ ชี้ให้เห็นว่า "หากไปทาง A จะเจออะไร หากไปทาง B จะเจออะไร" แต่ผู้ที่ต้องตัดสินใจและรับผลของการกระทำนั้น คือตัวผู้ถามเอง

ไม่ใช้คำสั่งเด็ดขาดแบบผูกขาด
หลีกเลี่ยงการพูดว่า "คุณต้องหย่า" หรือ "คุณต้องลาออก" แต่ให้พูดในเชิงโครงสร้างว่า "หากยังรักษาสภาวะนี้ไว้ ผลลัพธ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มเกิดอะไรอย่างไร"

🧘 หลักการกักเก็บและฟื้นฟูพลังงานตนเอง
ในทัศนะของแพทย์แผนจีนและเต๋า การพยากรณ์คือการใช้เสิน (神) และชี่ (氣) ในการคำนวณชะตาอ่านพลังงานธรรมชาติ

ไม่รับเคสเกินกำลัง
เพราะเมื่อจิตอ่อนล้า การอ่านพลังงานจะเริ่มพร่ามัว จึงต้องจำกัดจำนวนเคสต่อวันหรือต่อสัปดาห์ เพื่อรักษาพลังความคมของจิต

ไม่พยากรณ์ในสภาวะจิตไม่ปกติ
เช่น ขณะอารมณ์เสีย, เมาสุรา, เจ็บป่วยหนัก, หรือเพิ่งผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจรุนแรง เพราะพลังงานในตัวที่ปั่นป่วนจะบิดเบือนการอ่านพลังงาน

รักษาจิตให้อยู่ในสภาวะสงบนิ่ง (心齋 - ซินไจ้; การอดอาหารทางใจ)
ยิ่งจิตใจของผู้พยากรณ์ว่างเปล่าและใสกระจ่างแจ้งมากเท่าไร การอ่านพลังงานเพื่อพยากรณ์ก็จะยิ่งแม่นยำและทรงพลังมากเท่านั้น ไม่เอาอัตตาส่วนตัวไปบดบัง

💱 จริยธรรมเรื่องค่าตอบแทน
ความชัดเจนและตรงไปตรงมา
กำหนดอัตราค่าบริการ ค่าครู หรือค่าปรึกษาให้ชัดเจนล่วงหน้า ไม่ควรมีการเรียกเก็บยิบย่อยเพิ่มกลางทาง หรืออ้างค่าพิธีกรรมแอบแฝงภายหลัง

ไม่สร้างความสัมพันธ์เชิงพึ่งพิง
เป้าหมายสูงสุดของการพยากรณ์คือการทำให้ผู้ที่มาปรึกษา "มีสติปัญญานำพาตัวเองได้" ไม่ใช่ทำให้เขาต้องกลับมานั่งถามทุกๆ 3 วันจนเขาไม่กล้าตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง เพราะแบบนั้นคือการเลี้ยงไข้

👁️‍🗨️ การหมั่นตรวจสอบตนเอง
นักพยากรณ์ที่เก่งไม่ได้เกิดจากอภินิหาร แต่เกิดจากการตรวจสอบความผิดพลาดของตนเองอย่างสม่ำเสมอ

ทำสมุดบันทึกกรณีศึกษา
ยอมรับเมื่อตนเองวิเคราะห์ผิดพลาด นำคำพยากรณ์ที่ทายพลาดกลับมาวิเคราะห์ย้อนหลังว่า "วันนั้นเราพลาดเพราะอ่านตัวแปรผิด หรือเพราะเรามีอคติบังตา?" การกล้ายอมรับความผิดพลาดต่อตนเอง คือจุดเริ่มต้นของปัญญาสูงสุดในสายวิชานี้

🔮 ก้าวข้ามความงมงาย สู่การใช้ปัญญานำทางชีวิต
ท้ายที่สุดแล้ว ศาสตร์การพยากรณ์ไม่ว่าสายวิชาใด ทั้งหมดไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราสยบยอมต่อโชคชะตา หรือยกอำนาจการตัดสินใจในชีวิตให้แก่ผู้อื่น แต่คือการอ่านสภาวะพลังงานเพื่อปรับยุทธศาสตร์ในชีวิตเราให้สอดคล้องกับจังหวะเวลา (時)

จรรยาบรรณของผู้พยากรณ์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของศีลธรรมส่วนบุคคล แต่คือโครงสร้างความปลอดภัยที่ช่วยปกป้องทั้งตัวผู้ถามไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของความกลัว และปกป้องผู้พยากรณ์ไม่ให้หลงใหลในกิเลสหรือละเมิดขอบเขต เมื่อผู้พยากรณ์วางตัวเป็นเพียง "กระจกเงาที่สะท้อนความจริงอย่างไร้อคติ" และผู้ถามเข้ามาด้วย "สติปัญญาที่อยากเรียนรู้ความจริง" คำพยากรณ์จึงจะทำหน้าที่สูงสุดของมันได้ นั่นคือการเปิดทางเลือก ชี้แนะแนวทาง บริหารความเสี่ยง และคืนอำนาจในการลิขิตชีวิตให้กลับไปอยู่ในมือของผู้รับคำปรึกษาอย่างแท้จริง

การพยากรณ์ก็เป็นเหมือนการพยากรณ์อากาศ ไม่ใช่คำสั่งบังคับ ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง ก็อาจทำภารกิจได้สะดวกสบาย แต่ในวันที่ฝนตก ก็ไม่ได้ห้าม แค่ถ้าเลื่อนไปได้ก็ดี แต่ถ้าเลื่อนไม่ได้ ก็ควรพกร่มไปด้วย และทำใจเผื่อที่จะต้องเปียกบ้างเท่านั้นเอง นั่นแหละ การพยากรณ์


แนะนำบทความอ่านเพิ่มเติม

27 กันยายน 2569

มนต์หกคำ (六字訣) เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น


ในทางเต๋ามีคาถาสั้นๆหกพยางค์ ทั้งยังถูกใช้ในทางแพทย์แผนจีนโบราณเพื่อบำรุงร่างกาย มนต์นี้ถูกเรียกกันหลายชื่อ เช่น มนต์อายุยืน (六字延壽訣), มนต์ปัดเป่าโรคยืดอายุ (祛病延年六字訣), วิธีหายใจหกคำ (六字呼吸法) เป็นต้น

เป็นเทคนิคการฝึกหายใจและเสียงบำบัดของจีนโบราณ เชื่อว่าช่วยปรับสมดุลพลังชี่ในอวัยวะ และส่งเสริมสุขภาพ โดยการเปล่งเสียงเมื่อหายใจออกทางปาก

มนต์หกคำที่ว่า คือ

ซู, เฮอ, ฮู, ซือ, ชุย, ซี
噓、呵、呼、呬、吹、嘻
xū, hē, hū, xì, chuī, xī

  • 嘘 (Xū; ซู) ปรับสมดุลตับ (ธาตุไม้) กระจายความติดขัด แก้ตาเจ็บ กังวลหงุดหงิด
  • 呵 (Hē; เฮอ) ปรับสมดุลหัวใจ (ธาตุไฟ) ให้ชี่ลงล่าง แก้ใจสั่น นอนไม่หลับ
  • 呼 (Hū; ฮู) ปรับสมดุลม้าม (ธาตุดิน) ขับลม (ปัจจัยก่อโรค) แก้อาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว
  • 呬 (Sī; ซือ) ปรับสมดุลปอด (ธาตุทอง) คลายความอิดโรย แน่นหน้าอกหรือหลัง
  • 吹 (Chuī; ชุย) ปรับสมดุลไต (ธาตุน้ำ) ขับความร้อน แก้ปัสสาวะบ่อย
  • 嘻 (Xī; ซี) ปรับสมดุลซานเจียว (ธาตุไฟ) ขจัดความกระสับกระส่าย คันหรือปวดเมื่อยตัว

การฝึกแบบง่ายๆ
  1. นั่งหรือยืนในท่าที่สบาย หลังตรง
  2. หายใจเข้าลึกๆทางจมูกลงถึงท้อง หยุดสักครู่ แล้วหายใจออกทางปากพร้อมเปล่งเสียงยาว แล้วหยุกสักครู่
  3. ทำซ้ำแต่ละเสียง 6-12 ครั้ง

ไม่ควรฝึกยามลมพัดแรงหนาวจัดร้อนจัด
ผู้ที่รู้หลักการกำเนิด/ข่ม/ระบายของห้าธาตุสามารถเลือกใช้เพื่อปรับตามอาการ
มนต์นี้มาจากตำราหย่างซิ้งเยี๋ยนมิ่งลู่ (養性延命錄; ตำราบำรุงร่างกายยืดอายุ) สมัยราชวงศ์ฉี ส่วนท้ายของบทนี้บันทึกไว้ว่า

"หากผู้ป่วยปฏิบัติตามวิธีนี้, ล้วนต้องเคารพและตั้งใจทำ, ไม่มีไม่ดีขึ้น, เป็นศิลปะสำคัญในการเยียวยารักษาโรคและยืดอายุ." (若患者依此法,皆須恭敬用心為之,無有不差,愈病長生要術)

สวดร่วมกับการฝึกสมาธิกำหนดลมหายใจเป็นประจำช่วยบำรุงร่างกาย ปัจจุบันนี้มักใช้ร่วมกับการทำท่ากายบริหาร

ดูสาธิตการออกเสียงและท่ากายบริหารได้ที่


อ้างอิง

26 กันยายน 2569

แผนรับมือน้ำท่วมฉุกเฉิน - ระบบเตือนภัย 3 ระดับ และกฎการอพยพที่ต้องรู้ก่อนสาย


ในยามที่ภัยธรรมชาติมาเยือน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่มวลน้ำ แต่คือความลังเล การเตรียมพร้อมล่วงหน้าถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด เพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจน แม่นยำ และตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดโดยไม่ต้องลังเล นี่คือ "ระบบเตือนภัย 3 ระดับ" ที่ประยุกต์จากหลักยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการวิกฤต (และประสบการณ์ส่วนตัวจากน้ำท่วมใหญ่) เพื่อให้ท่านและครอบครัวตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด แม่นยำ และปลอดภัยที่สุดก่อนที่โอกาสสุดท้ายจะหลุดลอยไป

🚦 ระบบการตัดสินใจอพยพหนีน้ำท่วม
การตัดสินใจอพยพควรใช้ตัวชี้วัดดังนี้

[ระดับ 1: เฝ้าระวัง] ➔ [ระดับ 2: แพ็กของขึ้นรถ] ➔ [ระดับ 3: ถอยทัพ/ออกเดินทาง]

🟡 ระดับ 1: เฝ้าระวังและเตรียมพร้อม
เงื่อนไขและตัวชี้วัด
  1. ปริมาณน้ำฝน: ฝนตกหนักต่อเนื่องสะสมเกิน 24-36 ชั่วโมง
  2. ข่าวสาร: กรมอุตุฯ หรือเทศบาลประกาศเตือนภัยระดับสีเหลือง ข่าวน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่
  3. การไหลของน้ำ: สังเกตท่อระบายน้ำหน้าบ้านเริ่มมีน้ำเอ่อขึ้นมา หรือน้ำในคลองสายหลักใกล้บ้านมีสีโคลนเข้ม แตกฟอง และระดับน้ำสูงขึ้นผิดปกติ

สิ่งที่ต้องทำ
  • เช็ครถยนต์ เติมน้ำมันให้เต็มถัง ตรวจเช็คลมยาง
  • รวบรวมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว เสื้อผ้าสำรอง และของจำเป็นใส่กระเป๋าอพยพเตรียมไว้ใกล้ประตู

🟠 ระดับ 2: แพ็กของขึ้นรถและย้ายของขึ้นที่สูง
เงื่อนไขและตัวชี้วัด
  1. มวลน้ำท่วมขัง: น้ำเริ่มท่วมขังบนถนนหน้าบ้านระดับตาตุ่ม (10-15 ซม.) และไม่มีท่าทีว่าจะลดลงแม้ฝนจะซา
  2. น้ำป่า/น้ำหลาก: มีข่าวว่าพื้นที่ตอนบน (ต้นน้ำ/เทือกเขา) เกิดน้ำป่าไหลหลาก หรือมีการเร่งระบายน้ำจากเขื่อน/อ่างเก็บน้ำเข้าสู่พื้นที่
  3. ระบบสาธารณูปโภค: ไฟฟ้าเริ่มดับเป็นพักๆ หรือน้ำประปาเริ่มไหลช้า/มีสีขุ่น

สิ่งที่ต้องทำ
  • ยกของขึ้นที่สูง (ชั้น 2 หรือเหนือระดับน้ำท่วมครั้งก่อน) หรือใส่ของต่างๆในถุง/กล่องกันน้ำให้มิดชิด หรือของนอกบ้านอาจผูกไว้
  • เอากระเป๋าอพยพขึ้นรถยนต์ทันที
  • สัตว์เลี้ยง (ถ้ามี) เตรียมพร้อมในกรงเดินทางไปด้วยกัน (หากพาไปด้วยไม่ได้ ห้ามล่าม ห้ามขัง เด็ดขาด)
หากคิดว่าสะดวกหรือควรจะอพยพในระดับนี้ ก็ให้อพยพได้เลย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงสูงสุด และไม่โดนสถานการณ์บังคับให้ต้องเบียดเสียดหรือไปทิ้งรถไว้บนทางยกระดับ

🔴 ระดับ 3: ออกเดินทางไปนอนปั๊มน้ำมัน/ศูนย์อพยพในทันที
เงื่อนไขและตัวชี้วัดเด็ดขาด

หากเกิดข้อใดข้อหนึ่งในนี้ ให้ถอดปลั๊ก ปิคคัทเอ้าท์ ปิดประตูน้ำ และปิดบ้านให้เรียบแล้ว "แล้วออกเดินทางทันที ไม่ต้องลังเล"
  1. ตกหนักไม่หยุดในคืนเดียว: หากฝนตกหนักระดับ "มองไม่เห็นทาง" ติดต่อกันเกิน 6 ชั่วโมงในคืนเดียวร่วมกับมีน้ำขังบนถนน
  2. การระบายน้ำล้มเหลว: น้ำในท่อระบายน้ำหน้าบ้านเริ่มดันพุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุ แสดงว่าน้ำล้นระบบแล้ว
  3. คำสั่งจากทางการ: เทศบาลหรือหน่วยงานท้องถิ่นประกาศเตือนระดับสีแดง/ให้อพยพ
  4. ระดับน้ำบนถนนถึงครึ่งล้อรถ: หากน้ำบนถนนหน้าบ้านสูงเกือบครึ่งล้อรถยนต์ (ประมาณ 20-30 ซ.ม.) นี่คือ "โอกาสสุดท้าย" ในการขับรถออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย หากรอจนสูงกว่านี้ รถอาจดับหรือถูกน้ำซัดได้ นี่ยังไม่นับว่าระหว่างเดินทางน้ำอาจขึ้นเร็วหรือเจอน้ำที่สูง ควรตามข่าวระดับน้ำของเส้นทางอพยพด้วย ถ้าเป็นไปได้ออกก่อนโอกาสสุดท้ายย่อมดีกว่า


🎒 อุปกรณ์และกลยุทธ์กระเป๋าอพยพฉุกเฉิน
วรยุทธ์ใต้หล้าตัดสินแพ้ชนะวัดที่ความเร็ว ควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 1-2 ใบ/คน แบบพร้อมหยิบขึ้นรถได้ภายใน 5 นาที

ตัวอย่าง รายการสิ่งของในกระเป๋าฉุกเฉิน
  • ของใช้ส่วนตัว: ยาประจำตัว, ชุดปฐมพยาบาล, เสปรย์กันยุง, เสื้อผ้าใส่สบาย 2-3 ชุด, ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก, โน้ตบุ๊ค, โทรศัพท์, พัดพับ, อุปกรณ์พกพาประจำวัน (EDC) เป็นต้น
  • เสบียง: ควรเป็นอาหารแห้งที่พกพาสะดวกกินง่าย เช่น อาหารฉุกเฉิน MRE, แคร็กเก้อร์, ฮาร์ดแทค (Hardtack), อินทผาลัมแห้ง, ถั่วพร้อมกิน, อาหารกระป๋อง, เกลือ เป็นต้น และน้ำดื่ม (คำนวณที่ประมาณ 3 ลิตร/คน/วัน) ตามหลักการคือเตรียมสำหรับอย่างน้อย 72 ช.ม.
  • เอกสาร & ของมีค่า: บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, โฉนด/เอกสารสำคัญ (ใส่ถุงซิปล็อก), เงินสดจำนวนหนึ่ง เป็นต้น
  • พลังงาน & การสื่อสาร: Power Bank หรือ Power Station ที่ชาร์จเต็ม, อุปกรณ์ชาร์จ, ถ่านไฟฉาย, ไฟส่องสว่าง, วิทยุพกพา, นกหวีด เป็นต้น
  • สุขอนามัย: ทิชชู, ทิชชู่เปียก, แอลกอฮอล์, แปรงสีฟัน, ถุงขยะดำ เป็นต้น
  • สิ่งเติมพลังใจ: หนังสือเล่มเล็กๆที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจเอาไว้อ่านยามพัก, ไพ่, บอร์ดเกมเล็กๆ เป็นต้น

ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างทางเลือกเท่านั้น สำคัญที่สุดคือต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความจำเป็นของแต่ละครอบครัวครับ และเตรียมพร้อมให้อยู่ได้อย่างน้อย 3 วัน (แต่ในความเป็นจริงอาจต้องอยู่เป็นสัปดาห์ บางที่เป็นเดือน) และต้องคิดเตรียมไว้สำหรับกรณีไม่มีไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต หรือการสื่อสารถูกตัดขาดด้วย แนะนำ Briar และ Bitchat แอปแชทใช้ได้แม้ไม่มีอินเตอร์เน็ต


🚗 ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการขับรถไปนอนศูนย์อพยพหรือปั๊มน้ำมัน
บางครั้งหากมีศูนย์อพยพการไปที่นั่นได้ก็เป็นการดี เพราะอาจสะดวกกว่า (บางคนก็ไปเช่าบ้านหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดเลยหากมีทุนพอ) แต่หากไม่มีหรือไม่อาจไปได้ บางทีก็จำเป็นต้องไปนอนที่ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ที่เปิดตลอด 24 ช.ม. เหตุผลเพราะปั๊มมีห้องน้ำให้ใช้ และมีร้านสะดวกซื้อตลอด 24 ช.ม. พอที่จะซื้อหาของกินได้ และบางแห่งก็เป็นแคมป์พักทีมกู้ภัยชั่วคราวสำหรับช่วยน้ำท่วมด้วย
  • เลือกปั๊มน้ำมันไว้ล่วงหน้า: สังเกตและปักหมุดปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่นอกเมืองที่อยู่ในพื้นที่สูงไว้ล่วงหน้า 2-3 แห่ง ปั๊มที่มีอาคารพาณิชย์ร้านสะดวกซื้อ หรืออยู่บนเนิน หรือปั๊มริมทางหลวงพ้นเขตน้ำท่วม (พ้นออกไปไกล สายส่งสินค้ามักไม่ขาด)
  • กฎทองคำของการขับรถลุยน้ำ: หากต้องขับรถผ่านจุดที่มีน้ำขังให้ใช้เกียร์ต่ำสุด (L หรือ เกียร์ 1) และปิดแอร์ (ป้องกันการดูดน้ำเข้า) ห้ามถอนคันเร่งหรือหยุดรถกลางน้ำ เพราะถ้าน้ำเข้าท่อ รถดับคือจบ
  • การนอนในรถยนต์: จอดหันหน้าออกเสมอเพื่อเตรียมออกตัวหากจำเป็น แนะนำให้เตรียมมุ้งครอบหน้าต่างรถยนต์เอาไว้เสมอเพื่อความสะดวก ใช้กันยุงโดยแง้มกระจกนอน เพื่อให้อากาศไหลเวียน สำหรับรถยนต์น้ำมันกรณีนอนยาว ห้ามติดเครื่องยนต์นอน เพราะไอเสียจะซึมเข้ามาทำให้เสียชีวิตได้ ควรเตรียมพัดลมพกพาเอาไว้จะดีกว่า สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าได้ยินว่าสามารถเปิดแอร์นอนได้ แต่ต้องตรวจสอบระดับแบตเตอร์รี่ให้ดี และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น แผ่นบังแสง, หมอน, ผ้าห่ม เป็นต้น ที่สำคัญคือต้องเลือกทำเลที่ปลอดภัยและเฝ้าระวังอันตรายจากการโจรกรรม เตรียมอุปกรณ์ป้องกันไว้ตัวใกล้ๆมือ
  • ทัศนคติเชิงยุทธศาสตร์: "อพยพเก้อ ดีกว่าอพยพไม่ทัน" อย่ากลัวการอพยพเก้อ การขับรถไปนอนปั๊มน้ำมันหรือศูนย์อพยพเล่นๆสักคืนสองคืนแล้วพบว่าน้ำไม่ท่วม ถือเป็นการซ้อมใหญ่และเป็นการซื้อความปลอดภัยในราคาที่ถูกที่สุด เพราะการรอจนน้ำท่วมมิดล้อรถแล้วค่อยคิดจะหนี คือความเสี่ยงที่ที่แพงเกินไป

ยุทธศาสตร์การเอาชีวิตรอดในยามเกิดภัยพิบัติ ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครทนอยู่ในบ้านได้นานที่สุด แต่วัดกันที่ใครประเมินสถานการณ์ได้เด็ดขาดและถอยทัพได้รวดเร็วที่สุด ผมเข้าใจว่าไม่มีใครอยากทิ้งบ้าน ผมก็เหมือนกัน แต่หากน้ำท่วมจริง ยังไงบ้านก็โดนท่วม (ซึ่งของต่างๆถูกยกสูงหรือใส่ถุงมิดชิดแล้ว) แต่การอพยพออกมา อย่างน้อยรถก็ไม่โดนท่วม และคนก็ปลอดภัยด้วยครับ

เว้นแต่บ้านบนที่สูงหรือบ้านหลายชั้นที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นบนๆหรืออยู่ตึกสูง และไม่มีรถต้องห่วง ก็อาจปักหลักที่บ้านได้ แต่ก็จำเป็นต้องเตรียมเสบียงและของใช้ให้พร้อม เพราะไฟฟ้าและประปาอาจถูกตัด ระบบห้องน้ำก็อาจใช้ไม่ได้ และการสื่อสารก็อาจตัดขาด สายด่วนต่างๆอาจโทรไม่ติด การปักหลักจึงต้องเตรียมพร้อมอย่างมั่นใจจริงๆ เพราะเสบียงใหม่อาจเข้าไม่ถึงเลยอย่างน้อย 3 วันแรกไปจนถึงตลอดช่วงน้ำท่วม แต่การอพยพก็ยังเป็นทางเลือกที่ต้องคิดไว้ด้วย เผื่อการรักษาเจ็บป่วยฉุกเฉิน เพราะหากออกจากบ้านไม่ได้จะเสี่ยงมาก

ภาวะโลกเดือดในตอนนี้ เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอด หลังจากนี้ไปการเตรียมพร้อมรับมือ เป็นสิ่งที่จำเป็น เมื่อถึงเวลา เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินให้พร้อม เพราะในสภาวะวิกฤต "ความเร็วและการตัดสินใจที่เด็ดขาด" คือสิ่งเดียวที่จะทำให้ท่านและคนที่ท่านรักปลอดภัย

เหล่านี่ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่อยากนำมาแบ่งปันกันครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์ และอาจใช้เป็นแผนในการตัดสินใจได้ครับ
ขอให้ทุกท่านโชคดี ปลอดภัย และระวังเรื่องการเดินทางด้วยนะครับ

การเตรียมพร้อมอาจจ่ายแพง
แต่ความไม่พร้อมจ่ายแพงกว่าเสมอ


แถม
ควรซื้ออุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดเตรียมไว้ก่อนน้ำท่วมเลย เพราะหลังน้ำท่วมจะหาซื้อยากมาก แพง และของหมด แนะนำให้มีค้อนยางเอาไว้ด้วย เผื่อใช้ทุบเคาะเพื่อเปิดประตูไม้ที่บวมน้ำ ประตูจะได้ไม่แตกหัก และปลั๊กพ่วงยาวควรเตรียมไว้สำหรับกลับมาทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด (เอาปลั๊กพ่วงในบ้านสักอันขนไปพร้อมกระเป๋าฉุกเฉินเลยก็ได้)

หากบ้านไม่มีที่สูงและหากล่องกันน้ำไม่ได้ การใส่ถุงมัดไว้ก็พอจะช่วยได้บ้าง แต่เพื่อความมั่นใจควรมัดถุงแบบสองชั้น เมื่อกลับมาหลังน้ำท่วมจะได้ถอดทิ้งแค่ชั้นนอกที่เปื้อนโคลน

เก็บของใส่ถุงเอาไปไว้ก่อนน้ำท่วม
ดีกว่าเก็บของใส่ถุงเอาไปทิ้งหลังน้ำท่วม

เว็บไซต์สำหรับตรวจสภาพอากาศ จราจร และน้ำท่วม

สายด่วนฉุกเฉินที่ควรทราบ
  • 1784 ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ขอความช่วยเหลือ/อพยพ หรือ Line ปภ. @1784DDPM
  • 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน - สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
  • 199 (ดับเพลิงและกู้ภัย) เหตุอัคคีภัย รวมถึง การจับงูและสัตว์มีพิษที่เข้ามาในบ้าน
  • 1586 กรมทางหลวง / 1146 กรมทางหลวงชนบท (สอบถามเส้นทาง)
  • 1129 กฟภ. (ไฟฟ้าต่างจังหวัด) / 1130 กฟน. (กทม.-นนทบุรี-สมุทรปราการ)
  • สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ปรึกษาฟรี 24 ชั่วโมง สำหรับคนที่เครียด กังวล

บทความแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม