ในโลกแห่งหมากกระดาน พื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆบนแผ่นกระดาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่วางตัวหมากเท่านั้น แต่คือแบบจำลองของจักรวาล ตรรกะ และจิตวิทยา เมื่อเราพูดถึงมิติของเกม เราไม่ได้หมายถึงรูปทรงเรขาคณิต แต่หมายถึงชั้นความซับซ้อนที่ผู้เล่นต้องเผชิญ ยิ่งมิติสูงขึ้น ปัจจัยที่ต้องนำมาขบคิดติดสินใจก็ยิ่งซับซ้อนและแปรผันมากขึ้นตามลำดับ
ในบทความนี้ เรามาเรียนรู้และทำความรู้จักกับหมากกระดานคลาสสิคยอดนิยมไปพร้อมๆกันในมุมมองของมิติที่แตกต่าง ไม่พูดพล่ามทำเพลงให้มากความ งั้นเรามาเริ่มกันเลยครับ
ในบทความนี้ เรามาเรียนรู้และทำความรู้จักกับหมากกระดานคลาสสิคยอดนิยมไปพร้อมๆกันในมุมมองของมิติที่แตกต่าง ไม่พูดพล่ามทำเพลงให้มากความ งั้นเรามาเริ่มกันเลยครับ
หมากฮอส (Checkers) - มิติแห่งแรงปะทะ (2D)
หมากฮอสคือจุดเริ่มต้นที่บริสุทธิ์ของตรรกะ เปรียบเสมือนการสู้กันในสองมิติที่เน้นแรงปะทะเชิงเส้น ความซับซ้อนของมันอยู่ที่การคำนวณลำดับการกินและการบีบให้ฝ่ายตรงข้ามเดินในทางที่ถูกบังคับ (Forced Move) มันคือศิลปะแห่งการมองการณ์ไกลในแนวระนาบ ที่ความผิดพลาดเพียงก้าวเดียวอาจหมายถึงการพ่ายแพ้ทั้งกระดาน เสน่ห์ของหมากฮอสคือความเรียบง่ายที่ซ่อนความเฉียบคมดุจใบมีด
หมากรุก (Chess) - มิติแห่งลำดับชั้นและชัยภูมิ (3D)
เมื่อเข้าสู่หมากรุก มิติที่สามจะถูกเพิ่มเข้ามาผ่านความต่างของอำนาจ ตัวหมากแต่ละตัวมีศักดิ์และสิทธิ์ไม่เท่ากัน เช่น ขุน, เรือ, ม้า, เบี้ย ฯลฯ การเล่นหมากรุกจึงไม่ใช่แค่การปะทะ แต่คือการประสานงานของกองทัพที่มีความหลากหลาย เกมนี้สอนเรื่องการบริหารทรัพยากรและการชิงชัยภูมิ (Positioning) ซึ่งตัวหมากแต่ละตัวต้องหนุนเสริมกันและกัน มิติของหมากรุกคือภาพจำลองโครงสร้างสังคมและการสงครามที่เป็นระบบ
โชกิ หมากรุกญี่ปุ่น (将棋, Shogi) - มิติแห่งวัฏจักร (3.5D)
โชกิมีรากฐานเดียวกับหมากรุก แต่เพิ่มมิติพิเศษที่เรียกว่า การวางตัวหมากคืนสนาม (Drop Rule) ในขณะที่หมากที่ถูกกินไปแล้วของหมากรุกชนิดอื่นจะออกจากเกมไปเลย แต่ในโชกิ หมากของศัตรูที่เรากินได้จะกลับมาเป็นกำลังพลของเราเพื่อวางกลับลงในกระดานอีกครั้ง มิตินี้เปลี่ยนธรรมชาติของเกมหมากรุก จากการฆ่าเชลยมาเป็นการเกลี้ยกล่อมเชลยให้มาเป็นพวก (การหมุนเวียนแลกเปลี่ยนทรัพยากร) ทำให้สถานการณ์บนกระดานมีการซ้อนทับและความผันผวนสูงกว่าเดิม เพราะหมากที่ถูกกินไปแล้วไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่
โกะ หมากล้อม (圍棋, 碁, Go game) - มิติแห่งอิทธิพลและกาลเวลา (4D)
หมากล้อมได้ข้ามพ้นจากเรื่องชนิดของตัวหมากไปสู่เรื่องของพื้นที่และความว่าง หมากแต่ละตัวที่วางลงไปอาจไม่ส่งผลทันที แต่จะแผ่อิทธิพลไปทั่วกระดานในอีกร้อยตาข้างหน้า นี่คือมิติที่สี่ที่เชื่อมโยงกับกาลเวลาและพลังงานที่มองไม่เห็น ผู้เล่นหมากล้อมไม่ได้สู้กันเพื่อเด็ดหัวแม่ทัพ แต่สู้กันเพื่อครอบครองพื้นที่และอิทธิพลที่กว้างใหญ่กว่า เกมนี้จึงสะท้อนปรัชญาเรื่องการดำรงอยู่และการขยายตัวของสรรพสิ่งในจักรวาล
แบ็กแกมมอน (Backgammon) - มิติแห่งความน่าจะเป็นและจิตวิทยา (5D)
แบ็กแกมมอน (Backgammon) - มิติแห่งความน่าจะเป็นและจิตวิทยา (5D)
ในขณะที่หมากกระดานที่ผ่านมาเป็นเกมแห่งตรรกะบริสุทธิ์ที่เห็นข้อมูลครบถ้วน (Perfect Information) แบ็กแกมมอนได้เพิ่มมิติที่ห้าเข้ามา นั่นคือ ความไม่แน่นอนของโชคชะตาผ่านลูกเต๋า และมิติของจิตวิทยาผ่าน Doubling Cube การต้องตัดสินใจภายใต้สภาวะที่ควบคุมไม่ได้ 100% คือการจำลองชีวิตจริงที่สมบูรณ์ที่สุด ผู้เล่นต้องบริหารความเสี่ยงภายใต้เมฆหมอกแห่งความผันผวน นี่คือเกมที่สอนให้มนุษย์ถ่อมตัวต่อโชคชะตา (ลูกเต๋า) แต่ยังคงใช้ปัญญาเพื่อหาทางรอดที่เหมาะสมที่สุดไปพร้อมกัน
วิถีแห่งหมากกระดาน
ไม่ว่าจะเป็นเกมมิติใด ทุกหมากกระดานต่างมีคุณค่าในตัวเอง หมากฮอสสอนความแม่นยำ หมากรุกสอนระบบระเบียบ โชกิสอนเรื่องโอกาส หมากล้อมสอนการมองภาพรวม และแบ็กแกมมอนสอนการอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลง การเลือกเล่นเกมใดเกมหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องของการเลือกระดับความฉลาด แต่เป็นการเลือกเครื่องมือที่เราต้องการจะใช้ฝึกฝนจิตใจของเราเองในขณะนั้น
วิถีแห่งหมากกระดาน
ไม่ว่าจะเป็นเกมมิติใด ทุกหมากกระดานต่างมีคุณค่าในตัวเอง หมากฮอสสอนความแม่นยำ หมากรุกสอนระบบระเบียบ โชกิสอนเรื่องโอกาส หมากล้อมสอนการมองภาพรวม และแบ็กแกมมอนสอนการอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลง การเลือกเล่นเกมใดเกมหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องของการเลือกระดับความฉลาด แต่เป็นการเลือกเครื่องมือที่เราต้องการจะใช้ฝึกฝนจิตใจของเราเองในขณะนั้น
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับการเล่นหมากกระดาน คือ ความสนุก และมิตรภาพ หากเล่นแล้วสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไประหว่างทาง หยุดเล่นแล้วไปพักก่อนจะดีกว่า
ขอให้มีความสุขกับการเล่นหมากกระดานครับ ^_^


