![]() |
| https://www.choge-blog.com/history/tao/ |
ในสายธารแห่งภูมิปัญญาตะวันออก มีศาสตร์และศิลป์หลายแขนงที่ถูกยกย่องว่าเป็นเครื่องมือของปราชญ์ในการขัดเกลาจิตวิญญาณเพื่อเข้าถึงความจริงแท้ของเต๋า (道) ศาสตร์และศิลป์เหล่านี้มิใช่เพียงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นกระจกสะท้อนสภาวะภายในจิตใจ
แบ็กแกมมอน เป็นเกมกระดานทอยเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดเกมหนึ่งของมนุษยชาติ แต่มักถูกมองข้ามในมิติทางจิตวิญญาณ โดยมองเป็นเพียงเกมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของโครงสร้างเกม จะพบว่าแบ็กแกมมอนนั้นมีความสอดคล้องกับปรัชญาเต๋าอย่างน่าอัศจรรย์ และอาจมีคุณค่าเทียบเท่ากับเครื่องมือในการบำเพ็ญเพียรชั้นสูง ที่ช่วยลดทอนอัตตาตัวตน และนำพาผู้เล่นกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ
ลูกเต๋า ประจักษ์พยานแห่งการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ
หลักการของต๋า (道) คือการยอมรับในธรรมชาติ (自然 - จื้อหราน) หรือความเป็นไปเองของสรรพสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมกะเกณฑ์ได้ (ตถตา)
ในแบ็กแกมมอน ลูกเต๋า คือ ตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของพลังธรรมชาตินี้ ไม่มีใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเก่งกาจหรือมีอำนาจเพียงใด จะสามารถสั่งให้ลูกเต๋าออกแต้มที่ตนต้องการได้ (ไม่นับการโกงจากลูกเต๋าที่ผิดธรรมชาติ) ความไม่แน่นอนของการทอยลูกเต๋า คือการจำลองความไร้ระเบียบที่ซ่อนอยู่ในระเบียบของจักรวาล
ผู้เล่นที่มีความยึดติดมักจะรำคาญใจเมื่อได้แต้มแย่ และมักลำพองใจเมื่อได้แต้มดี แต่ในสายตาของเต๋า (道) แต้มเต๋าไม่มีดีหรือแย่ มันเพียงแค่เป็นในแบบที่มันเป็น การฝึกฝนในวิถีนี้ คือการเฝ้าดูผลลัพธ์ของลูกเต๋าเช่นเดียวกับการเห็นฝนตกหรือแดดออก คือยอมรับโดยดุษณี ไม่ผลักไส ไม่โหยหา
การเดินหมากแบบอู๋เหวย (無為) กระทำโดยไม่ฝืนวิถี
เมื่อแต้มเต๋าทอยออกมาแล้ว หน้าที่ของผู้เล่นคือการเดินหมาก นี่คือจุดบรรจบระหว่างชะตากรรมแห่งฟ้า (สิ่งที่ลูกเต๋ามอบให้) และเจตจำนงเสรีแห่งมนุษย์ (การตัดสินใจของตน)
ปรัชญาเต๋า (道) สอนเรื่องอู๋เหวย (無為) คือ การกระทำโดยไร้กระทำ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการอยู่เฉย แต่หมายถึงการกระทำที่สอดคล้องลื่นไหลไปกับสภาวการณ์ตรงหน้าอย่างไม่ฝืนธรรมชาติ ดุจดั่งธารน้ำ เมื่อเจอโขดหิน มันก็แค่ไหลอ้อมไป
ผู้เล่นแบ็กแกมมอนที่เข้าถึงวิถีนี้ จะไม่พยายามฝืนเดินหมากในรูปแบบที่ตนอยากจะเดิน แต่จะมองหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ประสานกลมกลืนที่สุด โดยสอดคล้องกับสภาวการณ์ (แต้มเต๋าและตำแหน่งบนกระดาน) จะเอื้ออำนวยได้ในขณะนั้น การเดินหมากที่ดีที่สุดในแบ็กแกมมอนมักเป็นการเดินหมากที่ถ่อมตน ยืดหยุ่น และพร้อมปรับเปลี่ยนตามวิถีแห่งฟ้าที่มิอาจคาดเดา ไม่ว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
เครื่องมือขัดเกลาอัตตาและลดทอนความอยาก
คุณค่าสูงสุดของแบ็กแกมมอนในฐานะเครื่องมือบำเพ็ญเต๋า (道) คือความสามารถในการเปลือยอัตตา (我) และความอยาก (欲) ของผู้เล่นได้อย่างหนักหน่วงและตรงไปตรงมา
- การลดทอนอัตตา: ผู้เล่นที่เปี่ยมด้วยทักษะอาจพ่ายแพ้ให้กับผู้เล่นมือใหม่ได้ เพียงเพราะโชคร้าย นี่คือยาขมที่ช่วยทลายความยึดมั่นถือมั่นว่าฉันเก่ง ฉันควบคุมได้ แบ็กแกมมอนสอนให้เรารู้ตัวว่าเราเล็กจ้อยเพียงใดเมื่ออยู่ต่อหน้ากระแสธารแห่งความน่าจะเป็นอันยิ่งใหญ่เหลือคณา
- การลดทอนความอยาก: ทุกครั้งที่กุมลูกเต๋า จิตมักจะเกิดความอยากว่า ขอให้ได้แต้มนั้นแต้มนี้ เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ความทุกข์ก็เกิดทันที แบ็กแกมมอนฝึกให้เราเผชิญหน้ากับความจริงเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนจิตเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความคาดหวังและการปรุงแต่งลง แล้วอยู่กับความจริงตรงหน้าที่ได้รับ
กระจกเงาสะท้อนปัจจุบันขณะ
ท้ายที่สุดแล้ว แบ็กแกมมอนไม่ใช่เกมแห่งการวางแผนระยะยาวเพียว ๆ เหมือนหมากกระดานชนิดอื่น แต่เป็นเกมแห่งการตื่นรู้ในปัจจุบันขณะ การทอยลูกเต๋าครั้งที่แล้วนั้นผ่านไปแล้ว ไม่มีความหมายอะไรอีก และการทอยครั้งหน้าก็ยังมาไม่ถึง และไม่มีใครล่วงรู้ สิ่งที่มีอยู่จริงตอนนี้คือสถานะของกระดาน ณ วินาทีนี้ และแต้มเต๋าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ณ ขณะนี้
เมื่อใช้แบ็กแกมมอนเป็นเครื่องมือแห่งการฝึกตน ย่อมได้เรียนรู้ที่จะรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่ง ไม่กระเพื่อมไหวไปตามความผันผวนของโชคชะตา มองเห็นความจริงตรงหน้าอย่างที่มันเป็น ปราศจากการปรุงแต่งด้วยความโลภ ความโกรธ หรือความหลง ลดทอนทุกในจิตสิ่งลง เมื่อจิตว่างเปล่าปราศจากการยึดติด กระดานแบ็กแกมมอนก็ไม่ใช่การแข่งขันเอาแพ้ชนะอีกต่อไป แต่กลายเป็นกระจกเงาที่ว่างเปล่า ซึ่งสะท้อนวิถีแห่งเต๋า ที่ซึ่งชะตาฟ้าและมานะตน ร่ายรำร่วมกันอย่างกลมกลืนและงดงาม
อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน
![]() |
| เล่าจื่อกับฝู๋ซีเล่นแบ็กแกมมอน โดยมีขงจื่อบรรเลงกู่ฉินและโจวเหวินหวางเฝ้าดู [ภาพ AI] |
แบ็กแกมมอนในรอยจารึกประวัติศาสตร์จีน
ในประวัติศาสตร์จีน แบ็กแกมมอนรู้จักกันในชื่อ ซวงลู่ฉี (雙陸棋 - หมากสองทาง) ซึ่งมีรากเหง้ามาจาก ปรสสะ (प्रासक) ของอินเดีย และแพร่หลายอย่างมากตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังจนถึงราชวงศ์หยวน
ซวงลู่เป็นที่นิยมในราชสำนัก เป็นเกมโปรดของจักรพรรดิ แม้แต่จักรพรรดินีอู่เจ๋อเทียน (武則天 - บูเช็กเทียน) จักรพรรดิซวนจงแห่งราชวงศ์ถัง (唐玄宗) และจักรพรรดิหมิงจงแห่งราชวงศ์ถังตอนปลาย (后唐明宗) ก็ยังชื่นชอบการเล่นซวงลู่
จักรพรรดินีอู่เจ๋อเทียน (武則天 - บูเช็กเทียน) เคยสุบินว่าเล่นซวงลู่กับเทพธิดาบนสวรรค์ แต่กลับแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะไม่มีตัวหมากวางในตำแหน่งที่ควรอยู่ ตี้เหรินเจี๋ย (狄仁傑) ได้ถวายคำพยากรณ์ว่า "เล่นซวงลู่ไม่ชนะ เพราะไม่มี 'จื่อ' (子 แปลว่า ตัวหมาก หรือบุตร)" เป็นการบอกว่าสวรรค์กำลังใช้ตัวหมาก (子) เพื่อเตือนสติพระนางเกี่ยวกับโอรส (子) (สื่อสมัยใหม่มักเข้าใจผิดว่าเป็นหมากรุกจีน)
| ภาพเขียน สตรีในวังกำลังเล่นแบ็กแกมมอน (內人雙陸圖) โดย โจวฟาง (周昉) จิตรกรสมัยราชวงศ์ถัง |
ในหนังสือขงจื่อเซี่ยงทัวถามไถ่กัน《孔子項託相問書》ปรากฏเรื่องเล่าว่า ขงจื่อเคยเชื้อเชิญเซี่ยงทัว (項託) เด็กชายอัจฉริยะ ให้มาร่วมเล่นซวงลู่ด้วยกัน ซึ่งสะท้อนว่า แม้แต่ในวรรณกรรมทางปัญญา แบ็กแกมมอนก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างปราชญ์
ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ มีการจัดทำตำราปู่ซวง 《譜雙》 ซึ่งบันทึกกฎกติกาและรูปแบบการเล่นซวงลู่ ซึ่งมีความหลากหลายในเอเชียตะวันออกไว้อย่างละเอียด
ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ มีการจัดทำตำราปู่ซวง 《譜雙》 ซึ่งบันทึกกฎกติกาและรูปแบบการเล่นซวงลู่ ซึ่งมีความหลากหลายในเอเชียตะวันออกไว้อย่างละเอียด





