Sponsor

09 มกราคม 2569

วิถีแห่งปรัชญาเต๋าบนกระดานแบ็กแกมมอน

https://www.choge-blog.com/history/tao/

ในสายธารแห่งภูมิปัญญาตะวันออก มีศาสตร์และศิลป์หลายแขนงที่ถูกยกย่องว่าเป็นเครื่องมือของปราชญ์ในการขัดเกลาจิตวิญญาณเพื่อเข้าถึงความจริงแท้ของเต๋า (道) ศาสตร์และศิลป์เหล่านี้มิใช่เพียงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นกระจกสะท้อนสภาวะภายในจิตใจ

แบ็กแกมมอน เป็นเกมกระดานทอยเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดเกมหนึ่งของมนุษยชาติ แต่มักถูกมองข้ามในมิติทางจิตวิญญาณ โดยมองเป็นเพียงเกมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของโครงสร้างเกม จะพบว่าแบ็กแกมมอนนั้นมีความสอดคล้องกับปรัชญาเต๋าอย่างน่าอัศจรรย์ และอาจมีคุณค่าเทียบเท่ากับเครื่องมือในการบำเพ็ญเพียรชั้นสูง ที่ช่วยลดทอนอัตตาตัวตน และนำพาผู้เล่นกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ

ลูกเต๋า ประจักษ์พยานแห่งการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ
หลักการของต๋า (道) คือการยอมรับในธรรมชาติ (自然 - จื้อหราน) หรือความเป็นไปเองของสรรพสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมกะเกณฑ์ได้ (ตถตา)

ในแบ็กแกมมอน ลูกเต๋า คือ ตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของพลังธรรมชาตินี้ ไม่มีใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเก่งกาจหรือมีอำนาจเพียงใด จะสามารถสั่งให้ลูกเต๋าออกแต้มที่ตนต้องการได้ (ไม่นับการโกงจากลูกเต๋าที่ผิดธรรมชาติ) ความไม่แน่นอนของการทอยลูกเต๋า คือการจำลองความไร้ระเบียบที่ซ่อนอยู่ในระเบียบของจักรวาล

ผู้เล่นที่มีความยึดติดมักจะรำคาญใจเมื่อได้แต้มแย่ และมักลำพองใจเมื่อได้แต้มดี แต่ในสายตาของเต๋า (道) แต้มเต๋าไม่มีดีหรือแย่ มันเพียงแค่เป็นในแบบที่มันเป็น การฝึกฝนในวิถีนี้ คือการเฝ้าดูผลลัพธ์ของลูกเต๋าเช่นเดียวกับการเห็นฝนตกหรือแดดออก คือยอมรับโดยดุษณี ไม่ผลักไส ไม่โหยหา

การเดินหมากแบบอู๋เหวย (無為) กระทำโดยไม่ฝืนวิถี
เมื่อแต้มเต๋าทอยออกมาแล้ว หน้าที่ของผู้เล่นคือการเดินหมาก นี่คือจุดบรรจบระหว่างชะตากรรมแห่งฟ้า (สิ่งที่ลูกเต๋ามอบให้) และเจตจำนงเสรีแห่งมนุษย์ (การตัดสินใจของตน)

ปรัชญาเต๋า (道) สอนเรื่องอู๋เหวย (無為) คือ การกระทำโดยไร้กระทำ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการอยู่เฉย แต่หมายถึงการกระทำที่สอดคล้องลื่นไหลไปกับสภาวการณ์ตรงหน้าอย่างไม่ฝืนธรรมชาติ ดุจดั่งธารน้ำ เมื่อเจอโขดหิน มันก็แค่ไหลอ้อมไป

ผู้เล่นแบ็กแกมมอนที่เข้าถึงวิถีนี้ จะไม่พยายามฝืนเดินหมากในรูปแบบที่ตนอยากจะเดิน แต่จะมองหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ประสานกลมกลืนที่สุด โดยสอดคล้องกับสภาวการณ์ (แต้มเต๋าและตำแหน่งบนกระดาน) จะเอื้ออำนวยได้ในขณะนั้น การเดินหมากที่ดีที่สุดในแบ็กแกมมอนมักเป็นการเดินหมากที่ถ่อมตน ยืดหยุ่น และพร้อมปรับเปลี่ยนตามวิถีแห่งฟ้าที่มิอาจคาดเดา ไม่ว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม

เครื่องมือขัดเกลาอัตตาและลดทอนความอยาก
คุณค่าสูงสุดของแบ็กแกมมอนในฐานะเครื่องมือบำเพ็ญเต๋า (道) คือความสามารถในการเปลือยอัตตา (我) และความอยาก (欲) ของผู้เล่นได้อย่างหนักหน่วงและตรงไปตรงมา
  • การลดทอนอัตตา: ผู้เล่นที่เปี่ยมด้วยทักษะอาจพ่ายแพ้ให้กับผู้เล่นมือใหม่ได้ เพียงเพราะโชคร้าย นี่คือยาขมที่ช่วยทลายความยึดมั่นถือมั่นว่าฉันเก่ง ฉันควบคุมได้ แบ็กแกมมอนสอนให้เรารู้ตัวว่าเราเล็กจ้อยเพียงใดเมื่ออยู่ต่อหน้ากระแสธารแห่งความน่าจะเป็นอันยิ่งใหญ่เหลือคณา
  • การลดทอนความอยาก: ทุกครั้งที่กุมลูกเต๋า จิตมักจะเกิดความอยากว่า ขอให้ได้แต้มนั้นแต้มนี้ เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ความทุกข์ก็เกิดทันที แบ็กแกมมอนฝึกให้เราเผชิญหน้ากับความจริงเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนจิตเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความคาดหวังและการปรุงแต่งลง แล้วอยู่กับความจริงตรงหน้าที่ได้รับ

กระจกเงาสะท้อนปัจจุบันขณะ
ท้ายที่สุดแล้ว แบ็กแกมมอนไม่ใช่เกมแห่งการวางแผนระยะยาวเพียว ๆ เหมือนหมากกระดานชนิดอื่น แต่เป็นเกมแห่งการตื่นรู้ในปัจจุบันขณะ การทอยลูกเต๋าครั้งที่แล้วนั้นผ่านไปแล้ว ไม่มีความหมายอะไรอีก และการทอยครั้งหน้าก็ยังมาไม่ถึง และไม่มีใครล่วงรู้ สิ่งที่มีอยู่จริงตอนนี้คือสถานะของกระดาน ณ วินาทีนี้ และแต้มเต๋าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ณ ขณะนี้

เมื่อใช้แบ็กแกมมอนเป็นเครื่องมือแห่งการฝึกตน ย่อมได้เรียนรู้ที่จะรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่ง ไม่กระเพื่อมไหวไปตามความผันผวนของโชคชะตา มองเห็นความจริงตรงหน้าอย่างที่มันเป็น ปราศจากการปรุงแต่งด้วยความโลภ ความโกรธ หรือความหลง ลดทอนทุกในจิตสิ่งลง เมื่อจิตว่างเปล่าปราศจากการยึดติด กระดานแบ็กแกมมอนก็ไม่ใช่การแข่งขันเอาแพ้ชนะอีกต่อไป แต่กลายเป็นกระจกเงาที่ว่างเปล่า ซึ่งสะท้อนวิถีแห่งเต๋า ที่ซึ่งชะตาฟ้าและมานะตน ร่ายรำร่วมกันอย่างกลมกลืนและงดงาม

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน

เล่าจื่อกับฝู๋ซีเล่นแบ็กแกมมอน
โดยมีขงจื่อบรรเลงกู่ฉินและโจวเหวินหวางเฝ้าดู
[ภาพ AI]

แบ็กแกมมอนในรอยจารึกประวัติศาสตร์จีน
ในประวัติศาสตร์จีน แบ็กแกมมอนรู้จักกันในชื่อ ซวงลู่ฉี (雙陸棋 - หมากสองทาง) ซึ่งมีรากเหง้ามาจาก ปรสสะ (प्रासक) ของอินเดีย และแพร่หลายอย่างมากตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังจนถึงราชวงศ์หยวน

ซวงลู่เป็นที่นิยมในราชสำนัก เป็นเกมโปรดของจักรพรรดิ แม้แต่จักรพรรดินีอู่เจ๋อเทียน (武則天 - บูเช็กเทียน) จักรพรรดิซวนจงแห่งราชวงศ์ถัง (唐玄宗) และจักรพรรดิหมิงจงแห่งราชวงศ์ถังตอนปลาย (后唐明宗) ก็ยังชื่นชอบการเล่นซวงลู่

จักรพรรดินีอู่เจ๋อเทียน (武則天 - บูเช็กเทียน) เคยสุบินว่าเล่นซวงลู่กับเทพธิดาบนสวรรค์ แต่กลับแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะไม่มีตัวหมากวางในตำแหน่งที่ควรอยู่ ตี้เหรินเจี๋ย (狄仁傑) ได้ถวายคำพยากรณ์ว่า "เล่นซวงลู่ไม่ชนะ เพราะไม่มี 'จื่อ' (子 แปลว่า ตัวหมาก หรือบุตร)" เป็นการบอกว่าสวรรค์กำลังใช้ตัวหมาก (子) เพื่อเตือนสติพระนางเกี่ยวกับโอรส (子) (สื่อสมัยใหม่มักเข้าใจผิดว่าเป็นหมากรุกจีน)

ภาพเขียน สตรีในวังกำลังเล่นแบ็กแกมมอน (內人雙陸圖)
โดย โจวฟาง (周昉) จิตรกรสมัยราชวงศ์ถัง

ในหนังสือขงจื่อเซี่ยงทัวถามไถ่กัน《孔子項託相問書》ปรากฏเรื่องเล่าว่า ขงจื่อเคยเชื้อเชิญเซี่ยงทัว (項託) เด็กชายอัจฉริยะ ให้มาร่วมเล่นซวงลู่ด้วยกัน ซึ่งสะท้อนว่า แม้แต่ในวรรณกรรมทางปัญญา แบ็กแกมมอนก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างปราชญ์

ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ มีการจัดทำตำราปู่ซวง 《譜雙》 ซึ่งบันทึกกฎกติกาและรูปแบบการเล่นซวงลู่ ซึ่งมีความหลากหลายในเอเชียตะวันออกไว้อย่างละเอียด

02 มกราคม 2569

พิชัยสงครามซุนวูกับแบ็กแกมมอน

ซุนวูสอนแบ็กแกมมอนให้กับลูกศิษย์
[ภาพ AI]

แบ็กแกมมอน นอกจากจะเป็นเครื่องมือสำหรับการบำเพ็ญตนในชีวิตประจำวันที่ดีแล้ว ตามที่ได้เขียนไว้ในบทความอื่น ๆ มันยังเป็นเครื่องมือในการฝึกฝนแนวคิดของพิชัยสงครามได้ด้วยในฐานะกระดานศึก

หากหมากรุก คือ กระดานจำลองการประจัญหน้ารบ
หากหมากล้อม คือ กระดานจำลองการตั้งค่ายขยายอิทธิพล
แบ็กแกมมอน ก็คือ กระดานจำลองการเดินทัพหรือส่งกำลังบำรุงผ่านชัยภูมิที่ผันผวน เพื่อช่วงชิงประโยชน์ภายใต้สภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งสอดคล้องกับหลักการในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อที่ว่า "สงคราม คือวิถีแห่งเล่ห์ลวง"

兵者,詭道也。
《始計》

สงครามนั้น, คือเล่ห์วิถี.
-บทที่ 1 เริ่มต้นประเมิน

การคิดคำนวณ (算) อ่านหมากก่อนรบ

夫未戰而廟算勝者,得算多也;未戰而廟算不勝者,得算少也;多算勝,少算不勝,而況於無算乎?
《始計》

อันว่ายังไม่รบแต่คำนวณในศาลเจ้าได้ว่าชนะ, เพราะได้คำนวณมาก; ยังไม่รบแต่คำนวณในศาลเจ้าได้ว่าไม่ชนะ, เพราะได้คำนวณน้อย; คำนวณมากชนะ, คำนวณน้อยไม่ชนะ, แล้วจะกล่าวไปใยกับการไร้การคำนวณเลย?
-บทที่ 1 เริ่มต้นประเมิน

ในแบ็กแกมมอน การคำนวณไม่ใช่แค่การนับแต้มเดิน (Pip Count) แต่คือการประเมินค่าคาดหวัง (Expected Value) ทุกครั้งที่เราทอยลูกเต๋า เราต้องตัดสินใจเดินหมากบนพื้นฐานของสถิติและความน่าจะเป็น ไม่ใช่เดินหมากจากอารมณ์ชั่ววูบ

ในการประเมินสถานการณ์ก่อนจะตัดสินใจเดินหมากหรือใช้ Doubling Cube นั้น ผู้เล่นที่มีประสบการณ์จะทำแบบเดียวกับในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ บทที่ 1 คือ การวิเคราะห์และคำนวณความได้เปรียบเสียเปรียบของตนเองและคู่ต่อสู้อย่างถ่องแท้ก่อน เพื่อเลือกทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดแต่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในขณะนั้น

ชนะโดยไม่ต้องรบ ปรัชญาแห่ง Doubling Cube

是故百戰百勝,非善之善者也;不戰而屈人之兵,善之善者也。
《謀攻》

ดังนั้น ร้อยรบร้อยชนะ, มิใช่ความยอดเยี่ยมแห่งความยอดเยี่ยม; ไม่รบแต่สยบทหารของผู้อื่นได้, คือยอดเยี่ยมแห่งความยอดเยี่ยม.
-บทที่ 3 กลยุทธ์โจมตี

นี่คือหลักการที่สอดคล้องกับ Doubling Cube อย่างที่สุด

ในแบ็กแกมมอน เมื่อเราสามารถสร้างชัยภูมิที่ได้เปรียบจนคู่ต่อสู้เริ่มหวาดหวั่น การประกาศ Double คือการบีบให้คู่ต่อสู้ต้องเลือกระหว่าง ยอมแพ้ทันที (Drop) หรือ สู้ต่อด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น (Take)

หากคู่ต่อสู้ยอมแพ้ เราจะชนะแต้มของแมทนั้นในทันทีโดยไม่ต้องเดินหมากจนจบเกม นี่คือการสยบศัตรูเชิงยุทธศาสตร์ โดยไม่ต้องนองเลือดจนถึงตาสุดท้าย เป็นการชนะโดยไม่ต้องรบ

ชัยภูมิ จังหวะ และโมเมนตัม (势)

勢如張弩,節如機發。
《兵勢》

พลานุภาพดั่งการน้าวเกาทัณฑ์, จังหวะดั่งการเหนี่ยวไก.
-บทที่ 5 พลานุภาพทางทหาร

ซุนจื่อเน้นเรื่องพลานุภาพ (势) ที่เกิดจากตำแหน่งและชัยภูมิ ในแบ็กแกมมอนสิ่งนี้ปรากฏชัดในรูปแบบของ
  • The Prime (กำแพง): การสร้างจุดยึดติดกัน 6 จุดเปรียบเสมือนการสร้างปราการที่แน่นหนา เพื่อกักขังหมากของคู่ต่อสู้ พลานุภาพนี้ไม่ได้เกิดจากการโจมตี แต่เกิดจากการล้อมปิดทางเข้าออก
  • Anchors (จุดยึด): การยึดตำแหน่งสำคัญในแดนศัตรูเปรียบเสมือนการส่งจารชน (สายลับ) หรือกองหน้าชั้นดีที่คัดเลือกแล้ว ให้ไปฝังตัวอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบ เพื่อรอจังหวะสวนกลับเมื่อสบโอกาส
เมื่อทุกสิ่งกื้อหนุนและจังหวะเหมาะเจาะ ก็ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งได้อีกต่อไปดั่งที่ซุนจื่อกล่าวไว้ว่า

故善戰人之勢,如轉圓石于千仞之山者,勢也。
《兵勢》

เหตุนี้ พลานุภาพของคนที่ยอดเยี่ยมในการรบ, ดั่งการกลิ้นหินกลมจากภูเขาสูงนับพันวา, นี่แหละพลานุภาพล่ะ.
-บทที่ 5 พลานุภาพทางทหาร

หากกระทำได้อย่างสอดคล้องกับพลานุภาพของธรรมชาติเช่นนี้ ผลลัพธ์ที่หมายไว้ จึงไม่อาจไม่เกิดขึ้นได้เลย

การเป็นดั่งน้ำ

故兵無常勢,水無常形;能因敵變化而取勝,謂之神。
《虛實》

เหตุนี้ กองทหารไร้พลานุภาพที่ตายตัว, น้ำไร้รูปลักษณ์ที่แน่นอน; ผู้ที่สามารถตามการแปรเปลี่ยนของข้าศึกแล้วคว้าชัยมาได้, เรียกว่าเทพ.
-บทที่ 6 จุดอ่อนจุดแข็ง

แบ็กแกมมอนสอนให้เราเป็นดั่งน้ำ เพราะลูกเต๋าคือสิ่งที่เปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามในทุกรอบของการบัญชาการ จึงจำเป็นต้องปรับตัวตามสภาวการณ์ หากทอยได้แต้มต่ำ เราอาจเน้นการสร้างกำแพงเมือง (Prime) เพื่อตั้งรับไว้ก่อน หากทอยได้แต้มสูง เราอาจเปลี่ยนจากเกมตั้งรับเป็นเกมรุก (Blitz) ก็ได้ เป็นต้น

น้ำนั้นไร้รูปแบบ ผู้เล่นที่ยึดติดกับแผนการเดียวมักจะพ่ายแพ้ แบ็กแกมมอนเป็นหมากกระดานที่จำลองสภาวะที่แผนการต้องเปลี่ยนตามสถานการณ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพิชัยสงครามซุนจื่อ หลักการนั้นมีอยู่แต่ไร้สูตรสำเร็จ

การเข้าตีต้องเลี่ยงจุดแข็งตีจุดอ่อน

夫兵形象水,水之形,避高而趨下:兵之形,避實而擊虛
《虛實》

อันว่ารูปลักษณ์กองทหารเอาอย่างน้ำ, รูปลักษ์ของน้ำ, เลี่ยงสูงแล้วลงต่ำ: รูปลักษณ์ของกองทหาร, เลี่ยงเต็มแล้วตีพร่อง;
-บทที่ 6 จุดอ่อนจุดแข็ง

ในแบ็กแกมมอน ยุทธวิธี Hit and Run หรือการโจมตีหมากเดียว (Blot) ของคู่ต่อสู้ในขณะที่เรามีกำแพงที่บ้าน (Home) คือการสะท้อนหลักการนี้

เราไม่เข้าปะทะตรง ๆ ในจุดที่ศัตรูสร้างกองกำลังไว้หนาแน่น แต่เราจะรอจังหวะที่ศัตรูจำเป็นต้องเปิดช่องว่างจากแต้มเต๋าที่ไม่เป็นใจ (สถานการณ์บางอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยต่อศัตรู) เมื่อเห็นว่าสบโอกาสแล้ว จึงทำการโจมตี กินหมากของคู่ต่อสู้ให้ออกนอกกระดาน (Bar) เพื่อทำลายจังหวะกองทัพของศัตรู

การรักษาทัพในยามเพลี่ยงพล้ำ

昔之善戰者,先為不可勝,以待敵之可勝,不可勝在己,可勝在敵。故善戰者,能為不可勝,不能使敵必可勝。故曰:勝可知,而不可為。
《軍形》

ผู้สันทัดการรบในอดีต, ทำตนให้ไม่อาจพ่ายก่อน, อาศัยรอข้าศึกที่อาจพ่าย, ไม่อาจพ่ายอยู่ที่ตน, อาจพ่ายอยู่ที่ข้าศึก. เหตุนี้ ผู้สันทันการรบ, สามารถทำตนให้ไม่อาจพ่าย, แต่ไม่อาจสั่งให้ข้าศึกต้องพ่ายได้. เหตุนี้จึงกล่าวว่า: ชัยชนะอาจรู้, แต่ไม่อาจสร้าง.
-บทที่ 4 รูปลักษณ์กองทัพ

ในแบ็กแกมมอนอาจมีหลายครั้งที่เราทอยลูกเต๋าได้แต้มที่แย่อย่างต่อเนื่อง จนสภาวการณ์ดูเหมือนจะแพ้ ซุนจื่อจึงสอนว่าหน้าที่ของแม่ทัพคือการ "ทำตนให้ไม่อาจพ่ายก่อน"

กลยุทธ์เกมตาม คือ การสร้างจุดยึด (Anchors) ในแดนศัตรูเปรียบเสมือนการซุ่มกองกำลังไว้ในชัยภูมิที่ลึกที่สุด เพื่อรอคอยโอกาสที่ไม่เป็นใจของศัตรู (ซึ่งต้องเกิดขึ้นแน่ตามกฎของความน่าจะเป็น) และเมื่อได้จังหวะจึงปฏิบัติการทันที

แม้รู้ว่าเกมนี้อาจแพ้ ก็ต้องแพ้อย่างมีชั้นเชิง ในแบ็กแกมมอน คือ การพยายามเดินหมากเพื่อไม่ให้เสียแต้มแบบ Gammon (2 แต้ม) หรือ Backgammon (3 แต้ม) การไม่ให้เสียแต้มมากเกินไปในสนามรบ (หนึ่งเกม) คือการรักษาโอกาสในการกลับมาเอาชนะในสงคราม (แต้มแมตช์รวม) ได้ต่อไป แม้จะแพ้สนามรบแต่ยังไม่ได้แพ้สงคราม

สิ่งนี้สอนให้เรารู้จักอดทนในยามวิกฤตหรือยามที่โชคชะตาไม่เข้าข้าง เฝ้ารอช่องโหว่ของศัตรูด้วยใจที่สงบนิ่ง หากเห็นว่าสู้ไม่ได้แน่ ก็ให้หาทางถอยทัพอย่างเป็นระบบ คือสูญเสียน้อยที่สุด ถอยเพื่อรอโอกาสต่อไปในคราหน้า เราไม่อาจชนะได้ตลอดเวลา แต่เราสามารถแพ้ในท่าที่ชนะได้

สรุปทัศนะแบ็กแกมมอนในเชิงปรัชญาพิชัยสงคราม
แบ็กแกมมอนไม่ได้เป็นเพียงเกมวิ่งแข่งเข้าเส้นชัย แต่มันคือการเดินทัพในสมรภูมิที่ต้องจัดการกับความไม่แน่นอนในทุกตาเดิน
  • ลูกเต๋า คือ สภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหรือข้อมูลที่ไม่อาจครบถ้วน หรือที่เรียกกันว่า หมอกแห่งสงคราม (Fog of War)
  • กระดาน คือ ชัยภูมิ
  • ตัวหมาก คือ กองทหาร
  • Doubling Cube คือ สงครามจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์

เมื่อมองแบ็กแกมมอนผ่านเลนส์ของพิชัยสงครามซุนจื่อจะพบว่า เกมนี้คือเครื่องมือที่ปลอดภัยและดีที่สุดเกมหนึ่งในการฝึกฝนสติและปัญญา เพื่อเรียนรู้ในการรับมือกับความผันผวนของโลกแห่งความจริง และเป็นกระดานศึกจำลองการทำสงครามที่มีปัจจัยหลักสมบูรณ์ที่สุดอีกเกมหนึ่ง เป็นดั่งตำราพิชัยสงครามไร้อักษร

ยังมีแนวคิดอื่น ๆ อีกมากมายที่แบ็กแกมมอนจะมอบให้ได้ในฐานะของหมากกระดานเชิงพิชัยสงคราม ลองตีความแล้วมองหาภูมิปัญญาต่าง ๆ จากการเล่นแบ็กแกมมอนกันดูนะครับ

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน

https://historiapjo.blogspot.com/2013/01/4t-eso-la-guerra-i-jo-reflexions-dels.html

知彼知己,百戰不殆;不知彼而知己,一勝一負;不知彼不知己,每戰必敗。
《謀攻》

รู้เขารู้เรา, ร้อยรบไม่อันตราย; ไม่รู้เขาแต่รู้เรา, หนึ่งชนะหนึ่งพ่าย; ไม่รู้เขาไม่รู้เรา, ทุกรบจักแพ้.
-บทที่ 3 กลยุทธ์โจมตี

อ้างอิง

01 มกราคม 2569

ถอดรหัสปรัชญา ฟ้า-ดิน-คน ผ่านแบ็กแกมมอน

https://secretnyc.co/7-spring-nyc-first-ever-backgammon-cafe/

ในปรัชญาจีนโบราณ ความสำเร็จที่สมบูรณ์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อองค์ประกอบทั้งสามประการ คือ ฟ้า (天), ดิน (地), และ คน (人) ประสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว หรือที่เรียกว่าซานไฉ (三才) หากเรามองหาเครื่องมือหรือเกมกระดานจำลองชีวิตที่สะท้อนความจริงนี้ได้ชัดเจนที่สุด แบ็กแกมมอน คือคำตอบนั้น

ฟ้า (天) โชคชะตา และการยอมรับการเปลี่ยนแปลง
ในแบ็กแกมมอน ลูกเต๋า คือตัวแทนของ ฟ้า หรืออำนาจที่อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจหรือโอกาสที่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

ปรัชญาเต๋าและคัมภีร์อี้จิงสอนให้เราเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลง แต้มเต๋าที่ทอยออกมาได้ไม่ดีเปรียบเสมือนพายุที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิต หรือฝนตกกระหน่ำในวันที่มีนัดสำคัญ แบ็กแกมมอนสอนให้เราเลิกตีโพยตีพายต่อโชคชะตา แต่สอนให้ยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับจังหวะของฟ้า เพื่อทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้และรอคอยโอกาสที่เหมาะสมในตาถัดไป

ดิน (地) กฎเกณฑ์ ชัยภูมิ และทรัพยากร
กระดานและตำแหน่งหมาก คือตัวแทนของ ดิน หรือปัจจัยแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม ในเชิงกลยุทธ์ตามตำราพิชัยสงครามซุนวู ดินคือชัยภูมิที่เราต้องวิเคราะห์ให้ขาด

หมากบนกระดานในแต่ละตำแหน่ง (Points) และการใช้ Doubling Cube คือการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในชีวิตประจำวัน ดิน คือ ความรู้ ทุนทรัพย์ และกฎเกณฑ์ แบ็กแกมมอนฝึกให้เรามองเห็นโครงสร้างของปัญหา รู้ว่าเมื่อใดควรโจมตีเพื่อคุมพื้นที่ และเมื่อใดควรป้องกันเพื่อรักษาดุลภาพเอาไว้

คน (人) ปัญญา การตัดสินใจ และความเพียร
ผู้เล่นคือตัวแทนของ คน ผู้ทำหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างฟ้า (ลูกเต๋า) และดิน (กระดาน) เข้าด้วยกัน หากฟ้าไม่เป็นใจและดินขัดขวาง คนคือปัจจัยเดียวที่อาจพลิกสถานการณ์ได้

แบ็กแกมมอนสอนเรื่องการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในชีวิตจริง ทุกครั้งที่เราเลือกเดินหมากท่ามกลางตัวเลือกนับสิบ เรากำลังฝึกฝนปัญญาในการยอมรับผลลัพธ์ที่ตามมา มนุษย์ที่สมบูรณ์ในวิถีแห่งแบ็กแกมมอน คือผู้ที่เดินหมากได้ดีที่สุดตามหลักการ แม้จะรู้ว่าอาจแพ้เพราะแต้มเต๋าก็ตาม แต่นั่น คือการทำหน้าที่ของคนอย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว

ประโยชน์ของแบ็กแกมมอนในการเข้าถึงความจริงของชีวิต
เมื่อเราฝึกเล่นแบ็กแกมมอนเป็นประจำ เราจะเริ่มมองเห็นชีวิตในมุมที่ต่างไป
  1. ลดอัตตา (Ego): เราจะเข้าใจว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากตัวเราเพียงอย่างเดียว (คน) แต่ต้องพึ่งพาสถานการณ์ (ดิน) และจังหวะเวลา (ฟ้า) ด้วย
  2. ความสงบทางอารมณ์: เมื่อเข้าใจว่าโชคคือส่วนหนึ่งของชีวิต เราจะเลิกโกรธแค้นต่อโชคร้าย และเลิกลำพองต่อโชคดี แต่จะมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของการตัดสินใจแทน ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ก็พอแล้ว
  3. การบริหารความเสี่ยง: การใช้ Doubling Cube ในเกม จะช่วยให้เรากล้าตัดสินใจในเรื่องใหญ่ของชีวิต โดยมีพื้นฐานจากการคำนวณมูลค่าของโอกาสอย่างรอบคอบ

แบ็กแกมมอนจึงเป็นเกมที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุดเกมหนึ่งในมุมมองนี้ เพราะมันจำลองความผันผวนแห่งกระบวนการของโลกไว้อย่างงดงามและสนุก การเล่นแบ็กแกมมอนจึงไม่ใช่เพียงเพื่อชัยชนะเหนือคู่ต่อสู้ แต่ควรใช้เป็นเครื่งอมือในการบำเพ็ญตนให้เป็นคนที่สมบูรณ์ ผู้ซึ่งยืนหยัดอย่างมั่นคงบนดินที่อาจขวางกั้น ภายใต้ฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน

25 ธันวาคม 2568

บทบาทของเกลือในกลียุค

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:A_bottle_of_sea_salt_in_Hong_Kong.jpg

หากเกิดภัยพิบัติยืดเยื้อหรือเกิดสงครามโลกจนระบบเศรษฐกิจพังทลาย เกลือจะกลับมาทวงคืนตำแหน่งทองคำสีขาว (White Gold) ทันทีภายในเวลา 1-3 เดือน หากภัยพิบัติยืดเยื้อขนาดนั้นจริงๆ (หวังว่าคงจะไม่) ถึงตอนนั้น เกลือจะกลับมาเป็นเงินตราดั่งเช่นในอดีต
ในประวัติศาสตร์คำว่า Salary (เงินเดือน) ก็มีรากศัพท์มาจาก Sal (เกลือ) เพราะโรมันใช้เกลือจ่ายค่าจ้างทหาร เพราะเกลือคือสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ ดั่งที่ได้กล่าวไปในบทความ เกลือแต่ละชนิดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร? และขาดไม่ได้ในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจหากเกิดกลียุคด้วย

เมื่อเกิดกลียุค ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีการขนส่ง การใช้แรงงานออกไปหาอาหารทำให้เหนื่อยล้า เครียด สูญเสียเหงื่อ โรคพื้นฐานที่เคยหายไปจะกลับมามีบ่อยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตะคริว ท้องเสีย หรือช็อกจากการขาดเกลือแร่ เกลือเล็กน้อยผสมน้ำเป็นน้ำเกลือแร่สำหรับดื่มช่วยได้
เมื่อไม่มีไฟฟ้า ตู้เย็นใช้ไม่ได้ อาหารที่ออกแรงหามาได้ จะเน่าเสียอย่างรวดเร็ว การใช้เกลือจะช่วยถนอมอาหารให้อยู่ได้นานเป็นปี
หากบาดเจ็บจากการออกไปหาอาหารหรือเป็นแผลในปาก การมีเกลือไว้ทำน้ำเกลือสามารถใช้ล้างแผลและฆ่าเชื้อเบื้องต้นได้ เป็นต้น
ในภาวะเช่นนั้นเกลือจะมีมูลค่าสูงขึ้นมาทันที จากที่ในปัจจุบันเกลือมีราคาถูกมาก ผู้คนจึงมักมองข้าม แต่ถึงอย่างนั้น มีแค่เกลือย่อมไม่พอ ต้องมีความรู้ในการใช้เกลือถนอมอาหาร รวมถึงการเข้าถึงแหล่งอาหาร และมีของใช้อื่นๆในการเอาชีวิตรอด สำคัญที่สุดคือ ต้องมีความรู้ให้มากกว่าอุปกรณ์

เกลือที่ควรมีสำรอง สำหรับ 1 คน/ปี ประมาณ 5 ก.ก. และเผื่อใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินตราในชุมชนอีกประมาณ 2-5 ก.ก. เป็นอย่างน้อย

แนะนำว่าควรเก็บเกลือสมุทรแบบเม็ดเป็นหลัก เนื่องจากมันมีแร่ธาตุที่หลากหลาย ใช้ประโยชน์ได้กว้าง ดูจริงจังในการเป็นเงินตรา และเกลือเม็ดนั้นเก็บรักษาได้ง่ายกว่าเกลือป่นละเอียดในแง่ของความชื้น แต่เกลือชนิดอื่นๆก็อาจจะควรมีไว้ด้วยในสัดส่วนที่น้อยกว่า (รวมไม่เกิน 10%) เผื่อใช้งานต่างๆ

เกลือโดยธรรมชาตินั้นเป็นแร่ธาตุที่เสถียรมาก ไม่มีแบคทีเรียหรือเชื้อราที่เจริญเติบโตบนเกลือได้ มันจึงกันบูดในตัวเอง และไม่มีวันหมดอายุในแง่ของการเน่าเสียตามธรรมชาติ อยู่ได้เป็นร้อยเป็นพันปีตราบเท่าที่ยังแห้งอยู่ การเก็บรักษาจึงควรเลี่ยงความชื้นที่อาจทำให้ละลาย (ภาชนะเก็บเกลือจึงสำคัญ) แต่แม้จะเกลือละลาย การนำไปตากหรือเคี่ยวให้แห้งก็กลับมาเป็นเกลือได้ เพียงต้องระวังเศษฝุ่นปนเปื้อนเท่านั้น

อ้างอิง