Sponsor

17 ธันวาคม 2552

Haiku - ไฮกุ บทกวีที่พอเพียง

Haiku(俳句) หรือบางครั้งเรียกว่า บทกวีไฮกุ หรือ โคลงไฮกุ เป็นบทกวีที่ผมชอบมาตั้งแต่ได้ศึกษา เต๋า และเซ็น เพราะความเรียบง่าย และดั้งเดิม คือเสน่ห์ที่ผม และคนอีก 10ล้านกว่าคนในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆชื่นชอบกัน

เป็นบทบทกวีที่ Minimalism มากๆ

การแต่งบทกวีไฮกุ ไม่เหมือนกับการแต่งกวีอื่นๆที่มีรูปแบบบังคับสัมผัสตามหลักฉันทลักษณ์มากมาย แต่ไฮกุได้ตัดทอนให้เหลือหลักๆเพียง 3 วรรค ยาว 5-7-5 รวมได้ 17 พยางค์ โดยอย่างที่กล่าวไว้แล้ว พื้นฐานของ ไฮกุ คือ ความเรียบง่าย และดั้งเดิม ไม่ยึดติดกับแบบแผน ไม่มีข้อจำกัด ไหลลื่นไปตามธรรมชาติ สั่นกระชับที่สุด ตรงที่สุด และเป็นไปอย่างฉับพลัน ตามสภาวะสัจจะล้วนๆ เรียบง่ายและตรงความรู้สึก ออกมาจากใจของกวี โดยปราศจากอุปสรรคขวางกั้น แสดงความงาม ความเศร้า ความสงบ ความปิติ ความเก่าแก่ เปลือยเปล่าอยู่ภายใต้แสงแดดอันอบอุ่น ในวินาทีแห่งการสร้างสรรค์สิ่งอัศจรรย์ที่ไฮกุได้ถือกำเนิดขึ้น(wiki)


สระน้ำ อันเก่าแก่
เจ้ากบตัวหนึ่งกระโดดลง
เสียงน้ำพลันดังจ๋อม

--บะโช มะทสึโอะ (ฺBashoo Matsuo)

นี่คือโคลงไฮกุที่มีชื่อเสียงที่สุึดบทหนึ่งของญี่ปุ่น จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่าไฮกุ เป็นโคลงที่มีขนาดสั้นมากโดยมีเพียง 17 พยางค์ ประกอบด้วย 3 วรรค คือ วรรคละ 5, 7 และ 5 พยางค์ตามลำดับ


ความเรียบง่ายที่สวยงามของกวีไฮกุ เป็นเสน่ห์ที่น่าหลงไหล อีกสักโคลงซิ...

อา เจ้าดอกซากา
ถังน้ำถูกเถาของเจ้าพัวพัน

ฉันวอนขอน้ำน้อยหนึ่งได้ไหม

--ชิโย

ในครั้งกระนั้นกวีหญิงชิโยมาตักน้ำในบ่อน้ำเธอได้พบว่าที่ตักน้ำได้ถูกเกี่ยวกระหวัดไว้ด้วยเถาของดอกซากา เธอได้ตะลึงงันด้วยความงามของมันจนลืมนึกถึงงานที่จะต้องทำ เมื่อมีสติ จึงนึกถึงภาระที่ต้องทำขึ้นมาได้ แต่เธอก็ไม่อยากจะไปรบกวนดอกไม้นั้น เธอจึงไปตักน้ำที่บ่อของเพื่อนบ้านแทน

บางครั้งการแต่งไฮกุก็ไม่ต้องยึดติดว่าจะต้องเป็น 5-7-5 เสมอไป เพียงแต่งมาให้เรียบง่าย และสวยงามที่สุดก็พอแล้วครับ


ลองแต่งไฮกุขึ้นมาสิครับ แล้วคุณจะรักมัน

ร่วมแต่งกับเพื่อนๆได้ที่

ชมรมไฮกุแห่งประเทศไทย

ชมรมกวีไทไฮกุ


ปล. จากหนังสือวิถีแห่งเต๋า(พจนา จันทรสันติ แปล) ในส่วนภาคผนวกมีเกี่ยวกับบทกวีไฮกุเยอะ และภาพประกอบสวยงามมากครับ ถ้าสนใจลองหามาอ่านดูครับ

16 ธันวาคม 2552

When The Saints Go Marching In

ช่วงนี้ใกล้วันปีใหม่แล้ว เลยเรียบเรียงเพลงนี้เป็น ส.ค.ส. สำหรับทุกคนครับ

ชื่อเพลงว่า When The Saints Go Marching In เพราะมาก และคุ้นหูมากด้วย(ชื่ออาจจะไม่คุ้น แต่ลองเล่นดูครับจะคุ้นมากเลยล่ะ)
เลยเอามาเรียบเรียงเป็น Duo Harmonica หรือฮาโมนิก้าคู่ ไลน์นึงเป็น Melody อีกไลน์เป็น Chord ลองเล่นดูครับไม่ยาก และสนุกมาก

จะปีใหม่แล้ว เล่นดนตรีให้มีความสุขต้อนรับปีใหม่กันนะครับ ^_^


ปล. ถ้าเล่นจนคุ้นแล้วลองเอาทั้ง 2 ไลน์มาปรับเล่นคนเดียวก็สนุกไปอีกแบบครับ

ขอให้มีความสุขกันถ้วนหน้าครับ ^_^


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่


11 ธันวาคม 2552

My Photos Post Bla Bla.. - โพสรูปสไตล์เบลอๆ ตันๆ

วันนี้เกิดอารมณ์ขำๆ คันๆ อยากเอารูปมาลงใน Blogspot ปกติจะเอาไปลงใน http://jazzy.pantown.com หมวด Share Photos และอีกเรื่องนึงก็คือไม่ได้อัพ Blosgspot นานแล้วด้วยสิครับเนี่ย เลยหาเรื่องเอารูปมาลงให้ดูกันเล่นๆ ขำๆ คันๆ ก็แล้วกันนะครับ ^_^

ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่ชอบงานศิลป์มักจะชอบงานศิลป์หลายๆประเภท ผมก็เหมือนกัน การถ่ายภาพก็เป็นหนึ่งในงานศิลป์ที่ผมชอบ
แต่ว่าภาพถ่ายของผมไม่ค่อยจะทำตามกฏอะไรสักเท่าไหร่หรอกครับ ในมุมมองของผมถ่ายรูปแล้วสนุกก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
งานศิลปะ เช่น ดนตรี แต่งออกมาฟังแล้วไพเราะก็ถือว่าจบ ภาพวาด งานประดิษฐ์(ปั้น) ทำออกมาแล้วสวยก็จบ ไม่ต้องมีชั้นเชิงอะไรให้มันปวดหมอง

หรือว่าจะเป็นการถ่ายภาพของชาว Lomo ที่มีกฎ 10 ข้อที่เท่ห์มากๆ ก็เป็นการดึงให้ศิลปะการถ่ายจากเทพ ลงมาสู่พื้นดิน(อย่างกฎข้อที่ 10 ที่ว่า ไม่ต้องสนกฎอะไรทั้งนั้น เป็นอะไรที่โดนมากๆ) ถ้าจะถ่ายรูปให้สนุกทั้งทีต้องขนของไปยังกะจะไปกู้เอกราชที่ไหน ผมว่ามันออกจะเว่อร์ไปหน่อย(ถ้าไปรับจ๊อบถ่ายรูปก็ว่าไปอย่าง)
ส่วนตัวกล้อง Lomo ชอบ FishEye2 ครับ เก็บงบก่อน แล้วค่อยไปสอยมา อิอิ

ว่าจะไม่บ่นเยอะแล้วนะเนี่ย มันอดไม่ได้ครับ เหอะๆ ภายถ่ายขำๆ คันๆ ไม่ได้เก่งอะไร ถ่ายแล้วสนุก ชอบ ก็โอแล้วล่ะครับ อยากดูภาพเก่าของผมก็เข้าไปดูได้ที่ http://jazzy.pantown.com หมวด Share Photos นะครับ

ขอให้มีความสุขครับ
ปล. ภ่ายที่เอามาลงนี้ถ่ายด้วย iMobile318i ครับผม

(คลิกที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่)



20 พฤศจิกายน 2552

Canabalt - วิ่ง(โดด)สู้ฟัด!!!

ช่วงนี้ผมเริ่มกลับมาใช้ PortableApps อีกครั้งหลังจากหยุดใช้ไปนาน เข้าไปเช็คหาโปรแกรมอัพเดทซะหน่อย ไปเจอเกมส์แปลกๆ น่าสนใจจะมานำเสนอนั่นคือเกมส์ Canabalt


เกมส์ Canabalt ที่ผมตั้งชื่อให้เป็นวิ่ง(โดด)สู้ฟัด!!! นี้ทำภาพออกมาเป็นดอทพิกเซลแบบย้อนยุค ดูเก่าๆ สีโทนเทาหมองๆครึ้มๆ(วันสิ้นโลกชัดๆ) เป็นเกมส์ที่ให้อารมณ์ย้อนยุคดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเลย ลูกเล่นต่างๆ และท่าทางของตัวละครดูลื่นไหล และเป็นธรรมชาติมาก และที่สำคัญเลย เพลงประกอบสุดยอดมากๆ ได้อารมณ์เทคโนอินดัสเทรียล ตื้นเต้น เร้าใจกันแบบสุดๆ


สโลแกนของเกมส์นี้คือ Outrun the demolition of your city with just one button แน่นอนวิธีการเล่นก็คือ แค่กระโดดเท่านั้น ด้วยการกด c, x หรือ Space bar เลือกปุ่มที่ถนัดแล้ว กระโดด ข้ามตึกไปเรื่อยๆ การเล่นแต่ละรอบนั้นตึกที่โผล่ๆมาจะไม่เหมือนกัน(ยกเว้นตอนเริ่มต้น) น่าจะเป็นการสุ่มฉากเรื่อยๆ

ถ้าไม่ชนอะไรเลยพระเอกของเราก็จะวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆๆๆๆๆๆ... จนแทบจะคุมไม่ได้ ผมแนะนำให้ชนสิ่งกีดขวางบ้างนะครับ เพื่อให้วิ่งช้าลง เกมส์นี้ไม่ได้จับเวลาการเล่น แต่จะเป็นการวัดระยะทางในเกมส์แล้วบอกมาเป็น เมตร ว่าเราหนีตึกถล่มไปได้ไกลแค่ไหน

 จากการลองเล่นดูระยะของการกระโดดมีอยู่ 3 ระดับ คือ กระโดดต่ำ กลาง สูง ถ้ากดแช่ก็จะกระโดดสูง ถ้ากดแล้วปล่อยเลยก็จะกระโดดต่ำๆ ส่วนกระโดดระดับกลางเนี่ยไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า แต่ก็พอกดได้บ้าง(แต่ยากหน่อย) ส่วนใหญ่แล้ว ไม่กระโดดต่ำ ก็สูงไปเลยล่ะครับ อิอิ

ต้องยอมรับเลยว่าเกมส์นี้ให้อารมณ์แบบ Miniamlist เรียบง่าย ได้ใจความดี การเล่นก็ไม่ยุ่งยาก เรียบง่ายจนเราคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเกมส์แบบนี้ออกมา ได้เล่นเกมส์ดีๆแบบนี้แล้วต้องรีบมาเขียนบล๊อกเลยเชียว อยากแนะนำให้ลองเล่นแก้เซ็งดูครับ และที่สำคัญฟรีด้วยครับ ไม่ลองไม่ได้แล้ว ฮ่าๆ สำหรัเกมส์นี้อาจจะไม่โดนใจชาวเสพกราฟิกสักเท่าไหร่ แต่สนุกดีครับ

สนใจโหลดได้ที่ Canabalt Portable เป็น FreeWare ครับ
หรือเล่นออนไลน์ได้ที่นี่ http://adamatomic.com/canabalt/

วิ่งและกระโดดกันให้มันส์ไปเลย!!! ^_^

Canabalt - วิ่ง(โดด)สู้ฟัด!!!


08 ตุลาคม 2552

GIMPS มาช่วยกันค้นหา "จำนวนเฉพาะที่ใหญ่ที่สุด" กันดีกว่า

หลังจากซื้อหนังสือ ชายผู้หลงรักตัวเลข มาตั้งประดับห้องเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนี้ก็เพิ่งได้เอามาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ เป็นหนังสือที่เขียนถึงนักคณิตศาสตร์ที่ชื่อว่า พอล แอร์ดิช สิ่งที่เขาชอบสิ่งหนึ่งก็คือเลย จำนวนเฉพาะ หลังจากได้อ่านแล้วทำให้รู้สึกสนใจจำนวนเฉพาะขึ้นมาเลยทีเดียว มันมีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่น่าค้นหา และน่าเล่นด้วยซะจริงๆ(พูดแบบศาสตร์ตราจารย์สติเฟื่อง)

ก็เลยได้เจอกับ GIMPS ครับ จะมาบอกเล่ากันถึงเรื่องนี้กันครับ

โครงการ GIMPS หรือ Great Internet Mersenne Prime Search เป็นโครงการประมวลผลหาจำนวนเฉพาะผ่านระบบ Grid Computing แรกของโลกเลยทีเดียว(เริ่มตั้งแต่ มกราคม 1996)
โดยใช้สูตรของ Mersenne เขาเป็นนักคณิตศาสตร์สมัยโบราณ สูตรในการหาจำนวนเฉพาะของเขาคือ

---------------------------------------------------

Mp = (2^p) - 1
โดยที่ p เป็นจำนวนเฉพาะ

---------------------------------------------------

แต่จริงๆแล้วสูตรนี้ก็ยังไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะคำนวณหาจำนวนเฉพาะได้เสมอไป เช่น แทนค่า p = 11

Mp = (2^11) - 1 Mp = 2047

แต่ 2047 มันหารได้ด้วย 23 กับ 89 ลงตัว

สูตร Mersenne Prime อาจจะไม่สามารถหาจำนวนเฉพาะได้เสมอไป และไม่สามารถหาจำนวนเฉพาะได้ทุกตัวแต่ก็ยังมีความน่าเชื่อถืออยู่มาก โครงการนี้จึงตั้งขึ้นเพื่อที่จะค้นหา จำนวนเฉพาะที่ใหญ่ที่สุด คือเขาต้องการหาจำนวนเฉพาะที่ใหญ่มากๆ มีจำนวนหลักเยอะๆ ฯลฯ และหาไปเรื่อยๆ

โดยจะนำมาใช้ประโยชน์ในด้าน คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เช่น
นำไปใช้ประโยชน์ในอัลกอริทึมเข้ารหัสใช้ในคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ถอดรหัสยากขึ้น
นอกจากนี้ยังใช้ในตารางแฮช (hash tables)
และการประยุกต์ใช้อื่นๆ อีกในอนาคต

-----------------------------------------------------

ถ้าสนใจก็เข้าร่วมโครงการได้ที่ www.mersenne.org เลื่อนลงมาที่หัวข้อที่2 แล้วดูที่ Step2 เพื่อ Download โปรแกรมมารันบนเครื่องได้นะครับ ตาม OS ที่ใช้อยู่กันเลย และก็สมัครสมาชิกก่อนนะครับ เพราะถ้าเราเป็นผู้โชคดีได้รับเลขที่ประมวลผลแล้วเป็นจำนวนเฉพาะจะได้บันทึกชื่อลงใน ประวัติศาตร์การค้นหาจำนวนเฉพาะ กันด้วยล่ะครับ

-----------------------------------------------------

ไม่จำเป็นต้อนเก่งคณิตศาสตร์ก็สามารถร่วมโครงการนี้กันได้นะครับ จะได้ใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์เพื่อมวลมนุษย์ชาติกันครับ

ปล. Mersenne Prime ตัวล่าสุดค้นพบโดย Edson Smith วันที่ 23 สิงหาคม 2008 มีจำนวน 12,978,189 หลัก เป็น Mersenne Prime ลำดับที่ 46 ครับ ใครจะเป็นผู้โชคดีค้นพบลำดับต่อไป อาจจะเป็นคุณก็ได้...

23 สิงหาคม 2552

Folding@home ร่วมประมวลผลโปรตีนเพื่อรักษาโรคด้วยกันครับ

โครงการ Folding@home เป็นโครงการวิจัยการถอดรหัสโปรตีนเพื่อมาทำการรักษาโรค โดยในการวิจัยนี้เป็นการจำลองการ "พับตัว" ของโปรตีนโดยใช้คอมพิวเตอร์ การพับตัวผิดพลาดทำให้เกิดการเกาะกลุ่มของโปรตีน เป็นต้นเหตุเกิดโรคต่างๆ อย่างเช่น อัลไซเมอร์ โรควัวบ้า พากินสัน และก็มะเร็งบางประเภท ฯลฯ

งานวิจัยนี้เป็นการประมวลผลที่ซับซ้อนมากๆ ต่อให้ใช้ SuperComputer ที่ดีที่สุดในโลกมาคำนวณก็สู้คอมพิวเตอร์ทั่วทั้งโลกที่ช่วยกันประมวลผลไม่ได้

และพวกเราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยนี้ได้ครับเพื่อช่วยกันวิจัยเพื่อรักษาโรค เพียงเข้าเว็บ Folding@home แล้วโหลดโปรแกรมให้ตรงตาม OS ที่ใช้ออยู่ เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จก็เพียงต่อเน็ตเพื่อรับชิ้นส่วนโปรตีนมาประมวลผล

ทุกๆครั้งที่เปิดเครื่องก็เพียงรันโปรแกรม Folding@home โปรแกรมก็จะประมวลผลอัตโนมัติ ซึ่งเท่าที่ผมได้ลองดูแล้วเขาจะให้ Deadline ไว้ประมาณ 2 เดือน ซึ่งก็คิดว่าเหลือเฟือสำหรับคนที่เปิดคอมฯทุกวัน เมื่อโปรแกรมประมวลผลโปรตีนเสร็จแล้ว ก็เพียงต่อเน็ตก็จะเป็นการส่งข้อมูลที่วิจัยกลับไปทางโครงการ Folding@home เท่านี้ก็เรียบร้อย

และเท่าที่ผมได้ลองดูแล้ว เปิดให้ประมวลผลประมาณ 6 วัน มาเนี่ย เพิ่งได้แค่ 70กว่า% (แบบว่าเปิดเครื่องแช่กันเลยทีเดียว และเครื่องเก่าแล้วด้วย อิอิ) ให้ความรู้สึกเลยว่า เราเพิ่งได้ประมวลผลเพียงเศษเสี้ยวของงานวิจัยทั้งหมดยังช้าขนานนี้ แล้วถ้าไม่มีคนช่วยเลย กว่าจะเสร็จก็คงนานมากๆเลย นึกแล้วก็อยากแนะนำให้คนที่สนใจช่วยกันประมวลผลกันน่ะครับ จะได้มีการรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้ CPU ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุดกันเถอะ

ขอนำคำขอบคุณจาก Folding@homeThailand มาใช้หน่อยล่ะครับ ขอให้กุศลของการบริจาคเวลาการทำงานของเครื่องท่านเพื่อช่วยเหลืองานวิจัยหา ยารักษาคนที่ป่วยเป็นโรคร้าย ให้ท่าน คนที่ท่านรักและครอบครัวประสบความสุขความเจริญตลอดไปเทอญ

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Folding@home
Folding@homeThailand

ต้องขอขอบคุณรายการ แบไต๋ไฮเทค ที่ทำให้รู้จักโครงการดีๆแบบนี้ครับ :)
ลองดูในรายงานพิเศษนะครับ เพื่อจะชอบโครงการอื่นๆด้วยครับ

09 สิงหาคม 2552

Minimalism ศิลปะแห่งความพอเพียง

ผมเป็นคนชอบงานศิลปะ เช่นเมื่อเห็น โปสเตอร์, ปกหนังสือ, แก้วน้ำ, ช้อน, ตะเกียบ ฯลฯ ผมจะเข้าไปดูการออกแบบ ที่แทบจะเรียกได้ว่าดูมันทุกอย่างเลย และที่ผมชอบมากที่สุดคือการออกแบบที่เรียกว่า Minimalism

Minimalism เป็นการออกแบบที่เน้นความน้อย ตัดรายละเอียดออกให้เหลือแต่แก่น ปล่อยให้วัสดุแสดงความเป็นตัวตนของมันอย่างชัดเจน ผมเคยอ่านศิลปินท่านนึง(จำไม่ได้ว่าเป็นใคร)เขานิยาม Minimalism ว่า "ปุ่มก็คือปุ่ม จะไม่ดัดจริตเป็นหัวจรวด" และในชีวิตประจำวันเราเห็น Minimalism อยู่บ่อยๆ อย่างเช่น สัญลักษ์ห้องน้ำชายหญิง ที่เราเรียกกันว่ารูปมนุษย์ห้องน้ำ ผมก็จัดให้อยู่ในการออกแบบแนว Minimalism เพราะมันตัดเหลือแต่แก่นจริงๆ ถึงไม่มีรายละเอียดมากมาย แต่เราก็เข้าใจได้ง่ายๆ หรือ ป้ายจราจร ก็ใช่การออกแบบแบบเดียวกัน ถึงไม่เคยเรียนก็น่าจะพอเดาความหมายของป้ายจราจรได้นะ ว่ามั้ยครับ อิอิ

หรือจะเป็นการออกแบบเครื่องเล่น MP3 ยอดนิยมก็ต้องเป็น iPod ซึ่งการออกแบบของ iPod ก็เป็นแนว Minimalism เน้นความเรียบง่ายใช้งานได้จริง จะว่าไปการออกแบบของ Apple Inc. ก็เน้นแนว Minimalism เป็นหลักเลยนะครับ(ผมคิดว่างั้นนะ) เพราะเห็นในการออกแบบแทบทุกอย่างเลย อย่าง iMac, MacBook ฯลฯ แค่เห็นก็รู้สึกเรียบง่ายๆ สบายๆ ที่จำจากอลูมิเนียม ก็แสดงความเป็นอลูมิเนียมอย่างแท้จริง ส่วนคอมรุ่นเดิมของ Apple Inc. ที่ทำจากพลาสติกใส ก็แสดงความโดดเด่นในรูปแบบของพลาสติกใสได้ลงตัวทีเดียว

Minimalism แสดงออกมาใน "ความเรียบง่าย" มักจะมี "ความหรู" มาด้วยเสมอ

ไม่ใช่แค่งานออกแบบเท่านั้นที่จะเป็น Minimalism แต่ยังมีในดนตรีอีกด้วยเรียกกันว่า Minimalist music หรือเป็นดนตรีแบบ Minimalism นั่นเอง เจ๋งมากๆ

ในงานดนตรีแบบ Minimalism เป็นแขนงนึงของ Modern Classic ซึ่งตามแบบ Minimalism ก็คือเน้นความน้อย จำกัดตัวโน้ตน้อยๆ เล่นแทรกกันไปมา ท่อนน้อยๆซ้ำไปซ้ำมา ก็ได้ความไพเพราะที่แปลกไปอีกแบบนึงเลยล่ะครับ อ่านจากตรงนี้ก็คงยังนึกไม่ออกต้องหาฟังกันดูครับ ผมก็ชอบแนวนี้มาก ศิลปินที่เป็นแนวนี้ผมจะแนะนำซัก 3 ท่านที่ผมชอบมากๆ คือ John Cage, Arvo Pärt และ Steve Reich โดยเฉพาะ John Cage ผมชอบที่สุดเลย เพราะไอเดียในการทำเพลงแปลกมากจนต้องอึ้ง แต่เพลงค่อยข้างฟังยากสักหน่อย

แต่ก็นั่นแหละในการออกแบบ โปรเตอร์, คอมพิวเตอร์, ดนตรี, การจัดบ้าน ฯลฯ หลายครั้งการออกแบบให้เรียบง่ายสวยงาม ก็ยากกว่าการใส่รายละเอียดซะอีก และบางทีสิ่งง่ายๆ เราก็มักคิดไม่ถึง

งั้นปิดท้ายด้วยการแนะนำงานเพลงของ John Cage ที่แสดงโดยวง Symphony ชื่อว่าเพลง 4'33" (สี่นาทีสามสิบสามวินาที) ระยะเวลาบรรเลงก็เท่ากับชื่อเพลงเลยครับ เพลงนี้มี 3 ท่อน เป็นเพลงที่ถูกกล่าวถึงมากหลังจากการนำออกแสดงครั้งแรกในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1952

แนะนำให้ลองตั้งใจดูและฟังนะครับ คุณจะได้พบสิ่งดีๆที่ไม่เคยพบจากเพลงอื่นๆเลยเชียวล่ะ

ศึกษาเพิ่มเติมที่Artgazine

26 มิถุนายน 2552

เหตผุล10ประการ ที่ทำให้ Linux ปลอดภัยที่สุด

เหตุที่ลีนุกซ์มีความปลอดภัยสูงที่สุด
เคยมีคนรู้ไม่จริง กล่าวอ้างว่า "เหตุผลที่ลีนุกซ์ไม่มีไวรัส เป็นเพราะลีนุกซ์เป็นส่วนน้อย ก็เลยไม่มีคนพัฒนาไวรัสออกมา แต่ถ้าวันใดลีนุกซ์ถูกใช้มากขึ้น ก็จะมีไวรัสตามมาเอง" แต่แท้ที่จริงไวรัสคอมพิวเตอร์ ไม่จำเป็นจะต้องถูกพัฒนามาจากห้องแลปที่มีเทคโนโลยีสูง แต่สามารถถูกพัฒนาได้จากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใดก็ได้ในโลก แล้วเผยแพร่มาทางอินเตอร์เน็ต แต่ทำไมจึงไม่มีใครสามารถพัฒนาไวรัสบนลีนุกซ์ออกมาได้ ฉะนั้นเรามาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่าว่าเพราะเหตุใดลีนุกซ์จึงไม่กล้วไวรัส และมีความปลอดภัยสูงที่สุด

1.ลีนุกซ์เป็นโอเพนซอร์ส ซึ่งมีการเปิดเผยต้นฉบับ ทำให้ใครต่อใครสามารถนำโปรแกรมนี้ไปศึกษาและแก้ใขข้อบกพร่องได้เอง จึงมีกระบวนการพัฒนาในเรื่องของความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และมีความโปร่งใสในกระบวนการพัฒนา สามารถตรวจสอบต้นฉบับโปรแกรมได้ จึงไม่มีใครที่จะสามารถนำรหัสโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ใส่ลงไปในโปรแกรมได้

2.เนื่องจากลีนุกซ์เป็นโอเพนซอร์ส ต่อให้มีการค้นพบจุดอ่อน ซึ่งเป็นเรื่องเป็นไปได้ เพราะการพัฒนาและการเติบโตที่มีการรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และทุกๆ วัน ก็จะสามารถแก้ใขได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะเป็นโอเพนซอร์สที่ใครๆ ก็สามารถแก้ใขได้ ด้วยเหตุนี้ ลีนุกซ์จึงให้มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

3.ลีนุกซ์เองได้รับการทดสอบในเรื่องของความปลอดภัยจากผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก และครองตลาด Server ถึง 50% ทำให้มั่นใจได้ว่า ได้ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าปลอดภัยที่สุด

4.ลีนุกซ์เองเป็นระบบปฎิบัติการที่เน้นในเรื่องของความปลอดภัย ฉะนั้น เราจึงเห็นว่าถ้าหากจะมีการแก้ใข หรือปรับปรุงอันใดกับระบบ เราจำเป็นจะต้องใส่รหัสผ่านทุกๆ ครั้ง ซึ่งผู้ใช้ก็ต้องยอมรับว่า หลายๆ เรื่อง สะดวกเรา ก็สะดวกโจร ถ้าหากว่าเราไม่มีกุญแจ ป้องกันสำหรับการเข้าถึงบ้านของเราแล้ว ขโมยก็ย่อมสามารถเข้ามาได้โดยง่ายเช่นกัน

5.ลีนุกซ์มีโครงสร้างที่เป็น unix base ซึ่งมีโครงสร้างให้ผู้ใช้หลายๆ คนสามารถใช้งานร่วมกันได้ จึงมีข้อกำหนดการเข้าถึงแฟ้มข้อมูล และสามารถแบ่งออกได้ถึง 3 ระดับคือ เจ้าของ , กลุ่ม , ผู้อื่น ซึ่งการเข้าถึงจะให้ถึงสามทางเลือกคือ อ่าน , เขียน และรันโปรแกรม
ซึ่งถ้าเราเปิดดูรายชื่อแฟ้มข้อมูล โดยใช้คำสั่ง ls-l ก็จะได้ผลลัพท์ดังข้างล่าง

ouychai@ouychai:/$ ls -l
total 120
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2009-02-01 12:58 bin
drwxr-xr-x 3 root root 4096 2009-02-10 07:45 boot
lrwxrwxrwx 1 root root 11 2008-11-18 20:35 cdrom -> media/cdrom
drwxr-xr-x 14 root root 14100 2009-06-25 18:13 dev
drwxr-xr-x 136 root root 12288 2009-06-25 18:14 etc
drwxr-xr-x 4 root root 4096 2008-11-19 08:04 home
lrwxrwxrwx 1 root root 33 2009-02-01 13:03 initrd.img -> boot/initrd.img-2.6.27-11-generic
lrwxrwxrwx 1 root root 32 2008-12-12 12:28 initrd.img.old -> boot/initrd.img-2.6.27-9-generic
drwxr-xr-x 16 root root 12288 2009-02-28 10:02 lib
drwx—— 2 root root 16384 2008-11-18 20:35 lost+found
drwxr-xr-x 3 root root 4096 2009-06-25 18:13 media
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2008-10-20 19:27 mnt
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2008-10-30 05:53 opt
dr-xr-xr-x 131 root root 0 2009-06-25 18:13 proc
drwxr-xr-x 27 root root 4096 2009-06-01 20:57 root
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2009-02-28 10:02 sbin
-rw——- 1 root root 31903 2008-11-21 14:59 sql5equSW
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2008-10-30 05:53 srv
drwxr-xr-x 12 root root 0 2009-06-25 18:13 sys
drwxrwxrwt 15 root root 4096 2009-06-25 18:18 tmp
drwxr-xr-x 13 root root 4096 2008-11-21 14:03 usr
drwxr-xr-x 16 root root 4096 2009-02-10 14:37 var
lrwxrwxrwx 1 root root 30 2009-02-01 13:03 vmlinuz -> boot/vmlinuz-2.6.27-11-generic
lrwxrwxrwx 1 root root 29 2008-12-12 12:28 vmlinuz.old -> boot/vmlinuz-2.6.27-9-generic
ouychai@ouychai:/$

r หมายถึง read
w หมายถึง write
ส่วน x หมายถึง execution แปลว่ารันโปรแกรมได้ โดยจะเรียงตามลำดับคือ ผู้ใช้ กลุ่ม และผู้อื่น
ซึ่งหมายความถึงว่า ผู้ใช้สามารถกำหนดการเข้าถึงได้ ว่าจะได้เข้าถึงได้ในระดับใหน

6.ลีนุกซ์สามารถให้ผู้ใช้สามารถออกแบบความปลอดภัยได้เอง ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไป ก็สามารถออกแบบความปลอดภัยเองได้ ซึ่งการออกแบบความปลอดภัยได้เองนี้สำคัญมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่ามีรถยนต์คันหนึ่งทีผลิตจากโรงงาน มีระบบป้องกันขโมยที่ออกมาจากโรงงาน และขโมยค้นพบจุดอ่อน ขโมยจะสามารถขโมยรถทุกๆ คันที่ผลิตออกมาจากโรงงานนั้นได้ แต่ถ้าเราไปให้ร้านที่เค้ารับทำกันขโมยออกแบบระบบกันขโมยให้ ก็ยากที่ขโมยจะสามารถค้นหาจุดอ่อนของระบบกันขโมยได้อย่างง่ายดาย บางคนบ้านอยู่เชียงใหม่ แต่ยอมเอารถไปทำกันขโมยในกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้ขโมยในจังหวัดเชียงใหม่ สามารถเรียนรู้วิธีปลดล๊อคกันขโมย ได้โดยง่าย ซึ่งจะทำให้ขโมยต้องมาเรียนรู้วิธีปลดล๊อคกันขโมย ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เสียเวลามากๆ และยากที่จะขโมย ดังนั้น การที่ผู้ใช้งานสามารถออกแบบความปลอดภัยได้เอง จะทำให้ Hackerจะต้องเรียนรู้วิธีการ Hack ไปเรื่อยๆ ทำให้ยากต่อการ hack กับระบบที่มีความหลากหลาย

7.ลีนุกซ์เองเป็นโอเพนซอร์ส ซึ่งใครต่อใครก็สามารถนำเอาต่อยอดได้ ทำให้เกิดลีนุกซ์หลากหลายสายพันธ์ ต่อให้สามารถค้นพบช่องโหว่ในลีนุกซ์สายพันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้จุดอ่อนประเภทนี้กับลีนุกซ์สายพันธ์อื่นๆ

8.ลีนุกซ์จะมีคลังซอฟแวร์สำหรับติดตั้งโปรแกรมให้ ซึ่งเปรียบเสมือนกับว่ามีโรงอาหารให้ ซึ่งจะสะอาดปลอดภัย แต่ในระบบอื่น เปรียบเสมือนเราไปคุ้ยหาอาหารตามกองขญะมากินเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า

9.ลีนุกซ์แยกการทำงานในระดับของ root (เจ้าของเครื่อง) ออกจากการใช้งานปกติ ซึ่งเป็นการปิดโอกาสของโปรแกรมในระดับปรกติ หรือการใช้งานทั่วไปจะเข้าถึงระบบได้

10.ต่อให้ในอนาคต ไวรัสมีการพัฒนาและฉลาดขึ้น ตอนนั้นลีนุกซ์ก็จะมีความสามารถในเรื่องของความปลอดภัยมากขึ้นเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่า ทั้ง Hacker และผู้พัฒนา Security ต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ดังนั้นระดับความสามารถจึงไม่แตกต่างกัน เพราะจะมีคนเรียนผูกและจะเรียนแก้ไปตามๆ กัน จึงเป็นวัฒจักรของการพัฒนาอันมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
มาถึงตรงจุดนี้ อย่าคิดว่าความปลอดภัยในเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในอนาคต เราจำเป็นจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสาร ทั้งในทางสังคม เชิงพาณิชย์ การทหาร ถ้าหากว่าข่าวสารที่ได้มาก ไม่มีความน่าเชื่อถือในความถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยแล้ว มนุษย์ก็จะไม่กล้าใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสาร

09 เมษายน 2552

Esperanto Insektoj - ภาษาเอสเปรันโต เหล่าแมลง

Saluton สวัสดีครับ บทเรียนครั้งที่แล้วเป็นยังไงกันบ้าง ก็เมามันส์ตาลายตามๆกัน(ผมด้วย) ครั้งนี้ยังไม่เข็คกลับมาอีกครั้งกับบทเรียน Insektoj จากหนังสือ Esperanto kurso por komencantoj (เล่มเดิม) ครั้งนี้เป็นเรื่องของ แมลง เรามาลองเรียนรู้ศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ตัวจิ๋วพวกนี้กันเลยครับ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว มาต่อกันเลย


##################################

Insektoj

Mi sxatas insektojn. Mi havas tri papiliojn, unu rugxan, unu flavan, kaj unu violan, Miaj papilioj estas belaj. Ili estas insektoj. Malgranda insektoj. Insektoj estas malgrandaj bestoj. Miaj papilioj estas koloraj. Kia bela papilio! Kia malgranda insekto! Ili flugas! La papilioj flugas bele. La insektoj havas multajn kolorojn. Ili kuras rapide. Ili estas rapidaj malgrandaj bestoj. La insektoj amas florojn. La floroj havas multajn kolorojn. Mi sxatas florojn. La papilioj tre sxatas florojn. Kia bela floro! Kia bela papilio! Mi amas ilin! Mi amas la florojn kaj la papiliojn.

Kies papilioj estas ili?
La papilioj estas miaj.

Kiaj estas la floroj?
La floroj estas koloraj.

Cxu insektoj estas grandaj bestoj?
Ne, insektoj estas malgrandaj bestoj.

Cxu insektoj estas malbonaj?
Ne, ili estas bonaj.

##################################

บทความเรื่อง Isektoj นี่น่ารักดีลองอ่านดูนะครับ ถ้ายังงงคำศัพท์อยู่งั้นเรามาประมวลศัพท์ใหม่ๆกันครับ(ถ้าตาลายพักกันก่อนนะครับ อิอิ)

La Vortoj
Insekto (อินเชกโต) แมลง
Papilio (ปาปีลีโอ) ผีเสื้อ
Besto (เบสโต) สัตว์
Floro (โฟลโร) ดอกไม้

sxata (ซฺชา ตา) ยกย่อง
rugxa (รู จฺยา) สีแดง
flava (ฟราวา) สีเหลือง
viola (วิโอลา) สีม่วง
multa (มูลตา) หลาย
Kolora
(โคโลรา) สี

Fluga (ฟูลกา) บิน
Kura (คูรา) วิ่ง

Ili (อีลี) พวกมัน

Tre (เตร) มาก
Kia (คีอา) อย่างไร, ยังไง
Kies (คีเอส) ของใคร
Cxu (ตฺชู) หรือว่า
Ne (เน) ไม่

ครั้งนี้ศัพท์ค่อยข้างเยอะหน่อย ค่อยๆฝึก ค่อยๆจำกันไปนะครับ ผมคิดว่าครั้งหน้าผมควรจะแนะนำให้พกยาดมไว้ด้วย(ดีมั้ยเนี่ย อิอิ)

ครั้งนี้มาเร็วไปเร็ว แล้วเจอกันบทความหน้าครับ

แถมๆ
ค้นไปค้นมาเจอเว็บแปลภาษา Esperanto อีกเว็บ เอามาแนะนำซักหน่อย Tradukilo

Gxis revido

03 เมษายน 2552

Esperanto Mia Biciklo - ภาษาเอสเปรันโต จักรยานของฉัน

Saluton สวัสดีครับ จากบทความก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ การนับเลขขั้นพื้นฐาน ก็คงไม่ยากมากนะครับ ในครั้งนี้มาศึกษาศัพท์ภาษา Esperanto กันต่อเลยดีกว่าครับ

ในบทเรียนนี้เป็นบทเรียนคำศัพท์ง่ายๆ ซึ่งคัด(เพียงบางส่วน)มาจาก Esperanto kurso por komencantoj (ภาษาเอสเปรันโตหลักสูตรสำหรับผู้เริ่มต้นทุกคน) ในที่นี้ผมถือว่าทุกคนได้ศึกษาไวยากรณ์ภาษาเอสเปรันโต และพื้นฐานจากเว็บLernu กันมาแล้วนะครับ ถ้ายังเข้าไปศึกษากันก่อนเลยครับ

ถ้าเรียบร้อยแล้ว งั้นเรามาต่อกัน!!!

############################


Mia Biciklo

Mi amas mian Biciklon, gxi estas blua. Mia biciklo estas bela. Blua biciklo. Gxi estas nova. Nova Biciklo ankaux. Nova kaj blua. Mia amas gxin. Mi estas knabo. Knabo havas biciklon. mi havas bluan novan biciklon. Mia nomo estas Karlo. Mia nova blua biciklo estas bela. Bela, nova kaj blua.

############################


ตาลายกันพอสมควรแล้วนะครับ งั้นเรามาศึกษาศัพท์ใหม่ๆ กันเลย
-o Vortoj
Biciklo (บิซีโคล) จักรยาน
Knabo (คนาโบ) เด็กผู้ชาย
Nomo (โนโม) ชื่อ

-a Vortoj
Blua (บลูอา) สีน้ำเงิน
Nova (โนวา) ใหม่
Bela (เบ-ลา) สวย

Agoj - กริยา
Amas (อมาส) รัก
Havas (ฮาวาส) มี
Estas (เอส-ตาส) เป็น

Pronomoj - คำสรรพนาม
Mi (มี) ฉัน
Mia (มีอา) ของฉัน
Vi (วี) คุณ
Via (วีอา) ของคุณ
Gxi (จี) มัน

Aliaj - อื่นๆ
Ankaux (อานค๊าว) เช่นกัน
Kaj (คาย) และ

ลองฝึกอ่านฝึกเขียนฝึกพูด แล้วลองแปลความดูนะครับ คำศัพท์ไม่ยากแล้วไวยากรณ์ก็คล้ายๆภาษาไทย ก็ฝึกวันละนิด(จิตแจ่มใส)จะได้ชำนาญขึ้นครับ เจอกันบทความหน้าครับ

แถมๆ
สุดท้ายไปเจอโปรแกรมสอนภาษา Esperanto มาครับ ใครสนใจก็ดาวน์โหลดกันได้ครับ ฟรีๆ Kurso de Esperanto <=== Click

Gxis revido

27 มีนาคม 2552

Esperanto Basic Numbers - ภาษาเอสเปรันโต พื้นฐานการนับเลข

Saluton อ่านว่า ซาลูโตน เป็นคำทักทายของภาษา Esperanto ถ้าเทียบกับภาษาไทยก็คงเป็นคำว่า สวัสดี น่ะละครับ จากบทความที่แล้วที่ได้แนะนำภาษา Esperanto ไปแล้ว ครั้งนี้มาลงบทเรียนให้ได้ศึกษากันต่อดีกว่าครับ

ถ้าใครได้เข้าไปศึกษาไวยากรณ์ภาษาเอสเปรันโต และพื้นฐานจากเว็บLernuแล้วละก็ มาดูบทความกันต่อเลย แต่ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็อย่าลืมเข้าไปศึกษานะครับหลังจากอ่านบทความจบแล้ว
การนับเลขขั้นพื้นฐานนี้ผมจะพิมพ์คำอ่านเป็นภาษาไทยไว้ด้วย จะพยายามให้ใกล้เคียงที่สุดนะครับ
งั้นเรามาเริ่มกันเลย!

Bazaj nombroj พื้นฐานตัวเลข
0 - nul (นูล)
1 - unu (อูนู)
2 - du (ดู)
3 - tri (ตรี)
4 - kvar (ควอสร์)
5 - kvin (ควิน)
6 - ses (เสส)
7 - sep (เส็ป)
8 - ok (โอ๊ก)
9 - naŭ (เนา)
10 - dek (เด๊ก)
100 - cent (เซ็นต์)
1,000 - mil (มิล)

แล้วถ้าเราจะเอาตัวเลขมารวมกันเขียนเป็นยังไง เรามาดูกันต่อ
11 - dek unu
14 - dek kvar
20 - dudek
23 - dudek tri
365 - tricent sesdek kvin
1999 - mil naŭcent naŭdek naŭ
2009 - du mil naŭ

รูปแบบการเขียนคำอ่านเป็นแบบเดียวกับภาษาไทยเราเลยทีเดียวครับ เช่น สามร้อย หกสิบ ห้า ก็เป็น tricent sesdek kvin แบบเดียวกันศึกษาได้ไม่ยากครับ
แต่ยังมีหลักการเขียนอยู่ จะสังเกตุว่า หลักสิบ กับหลักร้อย จะเขียนติดกันกับตัวเลขบอกค่า(ยกเว้นหนึ่ง) เช่น
สามสิบ=tridek
สี่ร้อย=kvarcent

แต่ถ้าเป็นหลักพันจะเว้นวรรคครับ เช่น
สามพัน=tri mil

ถ้าต้องการนับเป็นลำดับที่ ก็ให้เติมตัว a เข้าไปท้ายตัวเลข
อันดับที่หนึ่ง
first - unua (อูนูอา)
อันดับที่สอง second -
dua (ดูอา)
อันดับที่สิบ tenth - deka (เดกา, เด๊กอา)
อันดับที่แปดสิบเก้า eighty ninth - okdek naŭa (โอ๊กเด๊ก เนาอา)

เท่าที่ดูมีหน่วยเพียงหลักพันเท่านั้นเองแล้วเราเราต้องการพูดถึง หลักหมื่น หลักแสน ฯลฯ จะทำยังไงดี
ก็ใช้หลักการแบบเดียวกับไทยโบราณที่สมัยก่อนมีเพียงหลักหมื่น พอพูดถึงแสนก็จะพูดเป็น สิบหมื่น นั่นละครับ แต่ในภาษา Esperanto มีอยู่ที่หลักพัน พอพูดถึงหมื่น ก็ต้องเป็น สิบพัน หรือ dek mil
10,000 - dek mil
20,000 - dudek mil
400,000 - kvarcent mil
440,000 - kvarcent kvardek mil
999,999 - naŭcent naŭdek naŭ mil naŭcent naŭdek naŭ

แล้วมากกว่านั้นล่ะ(ยังมีได้อีก)
1,000,000 - miliono
1,000,000,000 - miliardo
1,000,000,000,000 - biliono
1,000,000,000,000,000,000 - triliono

อันหลังนี่ก็เกินไป เรามาศึกษาเพียง 1-1,000 กันก่อนละกันนะครับเป็นพื้นฐาน ส่วนหลัก ล้าน, ร้อยล้าน ฯลฯ เอาไว้เบื่อๆ ก็ค่อยมาศึกษาเพิ่มเติมกันอีกที

แถมๆ

ในภาษา Esperanto มีตัวอักษรที่เป็น Ĉ Ĝ Ĥ Ĵ Ŝ Ŭ ถ้าเราพิมพ์ให้มี ^ ข้างบนไม่ได้ก็สามารถพิมพ์แบบเติม X ตามหลังไปได้นะครับ เช่น Ĉ=CX, Ĝ=GX, Ŭ=UX เป็นต้น
ตัวอย่าง
เลขเก้า naŭ - naux

รถยนต์ aŭto - auxto
ช๊อคโกแลต ĉokolado - cxokolado

Gxis revido

21 มีนาคม 2552

Vitamin B - วิตามินบี อารมณ์ดี ช่วยให้คุณมีเสน่ห์

อารมณ์ดี ช่วยให้คุณมีเสน่ห์
ในชีวิตประจำวัน เราต้องเผชิญกับความเครียดอย่างหลีกไม่พ้น โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์สามารถทนต่อความเครียดได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าความเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และปล่อยให้สะสมมากเกินความสามารถที่จะปรับตัวได้ จะเป็นภัยเงียบที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

"ความเครียด" ภัยร้ายทำลายสุขภาพ
ความเครียด จะเริ่มต้นจากอารมณ์ ความรู้สึก และสภาพจิตใจทางด้านลบ เช่น รู้สึกวิตกกังวล คับข้องใจ อารมณ์เสีย ขาดสมาธิ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเนื่องไปยังร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นต้น ถ้าปล่อยให้ความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อนุมูลอิสระและสารเคมีที่หลั่งออกมาในภาวะเครียด จะเป็นตัวเพิ่มความเสียงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน เป็นต้น
จะเห็นว่า ผู้ที่มีความเครียดเป็นประจำ ไม่เพียงกระทบต่อชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่อาจเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ ที่ทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัวในระยะยาว

วิตามินบี กับการจัดการความเครียด
การผ่อนคลายความเครียดทำได้หลายวิธี นอกจากการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำสมาธิแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่มีผลการวิจัยทางการแพทย์ว่าสามารถช่วยบรรเทาความเครียด และทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้ คือ การรับประทานวิตามินบี ปริมาณสูง

วิตามินบี ผ่อนคลายความเครียดได้อย่างไร
ในภาวะที่ร่างกายเผชิญกับความเครียด สมองและระบบประสาทต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก และต้องใช้วิตามินบีมากขึ้นด้วย เพื่อเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการขบวนการสร้างพลังงานจากสารอาหาร ดังนั้นใจขณะเครียดวิตามินบีจึงถูกใช้หมดลงอย่างรวดเร็ว ผลก็คือระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงสมองและระบบประสาทจะขาดพลังงานในการทำงาน ซึ่งนำไปสู่ภาวะเครียดที่รุนแรงยิ่งขึ้น ผู้อย่างในภาวะเครียดจึงควรได้รับวิตามินบี ปริมาณสูงเพียงพอเพื่อใช้เปลี่ยนเป็นสารอาหารได้เป็นพลังงานแก่ระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงสมองและระบบประสาทได้ทันที

วิตามินบี ช่วยให้พลังงานพร้อมรับวันใหม่
วิตามินบีแต่ละชนิด จะทำงานร่วมกัน และเป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยในการเผาผลาญอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกายเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และวิตามินบียังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและขบวนการสร้างเม็ดเลือดเพื่อนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์สมองได้อย่างทั่วถึง ทำให้ร่างกายมีพลังงานพร้อมเผชิญกับภารกิจได้อย่างสดชื่นตลอดวัน

วิตามินบี ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ฉับไว อารมณ์แจ่มใส
มีการศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ของวิตามินบีปริมาณสูงต่อภาวะความเครียด โดยให้กลุ่มตัวอย่าง 120 คน รับประทานวิตามินบี 1 ปริมาณ 50 mg/วัน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 เดือน ติดตามผลด้าานอารมณ์ ความจำ และระยะเวลาการตอบสนอง พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีอารมณ์ที่พัฒนาดีขึ้น คือ ทำให้สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดีขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น และมีปฏิกิริยาการตอบสนองที่เร็วขึ้นอีกด้วย

ร่างกายต้องการวิตามินบีมากขึ้น แต่สร้างเองไม่ได้
วิตามินบี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากอาหารหรือวิตามินเสริมเท่านั้น และด้วยวัฒนธรรมการบริโภคอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าน้อยลง การนิยมบริโภคข้าวขัดสี การหุงต้มที่สูญเสียวิตามิบี 10-50% สังคมที่มีการดื่มสังสรรค์บ่อยครั้งมากขึ้น ซึ่งพบว่า 50% ของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมักขาดวิตามินบี ปัจจัยที่ยากจะหลีกเหลี่ยงเหล่านี้ ล้วนส่งผลทำให้ร่างกายได้รับวิตามินบีลดลง
นอกจากนี้การดำเนินชีวิตในสังคมเมืองที่มีการแข่งขันสูง ส่งผลให้เผชิญกับความเครียดจากการทำงาน การเรียน ทำให้ร่างกายมีความต้องการวิตามินบีมากขึ้น จนอาจเป็นสาเหตุให้วิตามินบีไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ใครบ้างที่ควรเสริมวิตามินบี
-ผู้บริหารทุกระดับ
-ผู้ที่มีความเครียดเป็นประจำ
-นักเรียน นักศึกษา ที่เรียนหนัก
-ผู้ที่ดื่มแอลกฮอล์เป็นประจำ
-ผู้ป่วยพักพื้น ผ่าตัด

สนับสนุนข้อมูลโดย ศูนย์ข้อมูลวิชาการ
บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด
MEGA We Care

18 มีนาคม 2552

Esperanto - เอสเปรันโต ภาษาสากลของโลก

ภาษาเอสเปรันโต (Esperanto) เป็นภาษาประดิษฐ์ที่ใช้กันมากที่สุดในโลก คิดค้นโดย แอล.แอล. ซาเมนฮอฟ(L. L. Zamenhof) นามปากกาของจักษุแพทย์ชาวรัสเซีย (ในช่วงที่รัสเซียปกครองโปแลนด์ โดยมีพ่อแม่เป็นชาวยิว) โดยต้องการให้ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาที่เรียนง่าย และเป็นภาษาที่สองสำหรับนานาประเทศ ชื่อเอสเปรันโตมาจากชื่อแฝงเรียก ดร. เอสเปรันโต ในช่วงที่เขียนหนังสือเรื่องภาษานานาชาติ

ถึงแม้ว่า ภาษาเอสเปรันโตยังไม่มีประเทศใดนำไปเป็นภาษาราชการ ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2549) มีผู้ใช้งานประมาณ 1 แสนถึง 2 ล้านคน ซึ่งมีให้เห็นในคู่มือท่องเที่ยว คู่มือการเรียนการสอน ทางโทรทัศน์ วรรณกรรม การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และในบางโรงเรียนมีการเรียนวิชาเลือกเป็นภาษาเอสเปรันโต

วันที่ 15 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันฉลองของภาษาเอสเปรันโต ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของซาเมนโฮฟ ซึ่งในวันนี้ผู้ใช้ภาษาเอสเปรันโตจะรวมตัวกันในฤดูหนาว และเลี้ยงฉลองกัน โดยบางคนจะซื้อหนังสือภาษาเอสเปรันโตเล่มใหม่ในวันนี้

ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาเดียวที่มีธงประจำภาษา โดยทั่วไปแล้วภาษาอื่นๆ จะไม่ใช้ธงชาติมา เป็นธงประจำภาษา เนื่องจากชาติหรือประเทศหนึ่งอาจมีได้หลายภาษา และภาษาหนึ่งอาจพูดในหลายชาติหรือประเทศ ธงประจำภาษาเอสเปรันโต พื้นธงเป็นสีเขียว มีรูปดาวสีเขียวบนพื้นที่สีเหลี่ยมสีขาวอยู่มุมบนซ้าย นอกจากธงแล้วยังมีเพลงประจำภาษาเอสเปรันโตอีกด้วย ชื่อเพลงว่า La Espero แปลว่า ความหวัง ซึ่งมีชื่อเหมือนกับเพลงชาติของอิสราเอล

ประวัติภาษา Esperanto
เอสเปรันโตคิดค้นขึ้นช่วงปลาย คริสต์ทศวรรษ 1870 และต้น คริสต์ทศวรรษ 1880 โดย แอล.แอล. ซาเมนฮอฟ ในช่วงเวลาพัฒนา 10 ปีนั้น ซาเมนฮอฟได้ใช้เวลาในการแปลวรรณกรรมต่างๆ มาเป็นภาษาเอสเปรันโต รวมทั้งการเขียนและพัฒนาหลักไวยกรณ์ต่างๆของภาษา โดยหนังสือไวยกรณ์เล่มแรกในภาษาเอสเปรันโต ชื่อ อูนูอาลิโบร (Unua Libro ความหมายในภาษาเอสเปรันโตว่า หนังสือเล่มแรก) ตีพิมพ์ที่ วอร์ซอว์ ในเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2430 ซึ่งหลังจากนั้นจำนวนผู้ใช้ภาษาเติบโตขึ้นอย่างรวเร็วภายใน 20 ปีต่อมา โดยเริ่มต้นจากจักวรรดิรัสเซีย และ ยุโรปตะวันออก และได้เข้าสู่ ยุโรปตะวันตก อเมริกา ประเทศจีน และ ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2448 การประชุมเอสเปรันโตโลก ได้จัดตั้งขึ้น โดยจัดครั้งแรกที่เมือง บูลอน ซู แมร์ (Boulogne-sur-Mer) ในประเทศฝรั่งเศส และหลังจากนั้นมีการจัดประชุมกันทุกปี (ยกเว้นช่วงสงครามโลก) โดยเปลี่ยนสถานที่จัดไปทั่วโลก

ในปัจจุบันภาษาเอสเปรันโตไม่ได้เป็นภาษาราชการของประเทศใด แต่ได้มีการเรียนการสอนในหลายประเทศ อย่างไรก็ตามในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 บริเวณฉนวนโมเรสเนต (Neutral Moresnet, 2359-2462) ได้ถือว่าเป็นรัฐแรกที่ใช้ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาราชการ ในปี พ.ศ. 2511 สาธารณรัฐโรสไอส์แลนด์ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิตาลี ประมาณ 11 กม. ได้ประกาศตั้งตัวเป็นประเทศเอกราช และได้ใช้ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาราชการเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โรสไอแลนด์ ไม่ถือว่าเป็นประเทศจากชาติอื่น ในปี พ.ศ. 2454 ระหว่างช่วงการปฏิวัติซินไฮ้ ในประเทศจีน ได้มีนโยบายในการเปลี่ยนภาษาราชการจากภาษาจีน เป็นภาษาเอสเปรันโต ด้วยเหตุผลที่ว่าให้ประเทศเป็นสากล แต่ได้ถูกยกเลิกไป ในปี พ.ศ. 2467 ในสหรัฐอเมริกา เริ่มมีการใช้ภาษาเอสเปรันโตสำหรับวิทยุสื่อสาร โดยคาดหวังว่าจะใช้เป็นภาษาหลักในการสื่อสาร แต่สุดท้ายไม่ได้รับการนิยมและได้ยกเลิกไป

การศึกษาภาษา Esperanto
ในปัจจุบันมีอยู่บางโรงเรียนที่มีการสอนภาษาเอสเปรันโต มีมากใน จีน ฮังการี และ บัลแกเรีย นอกจากนี้คนส่วนมากเรียนรู้ภาษา โดยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และมีการสอนโดยอาสาสมัครต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่นเว็บไซต์ lernu!
ข้อมูลจาก wiki

แนวคิดของภาษาโลกได้มีการคิดและประดิษฐ์มามากมายหลายภาษา แต่ภาษาประดิษฐ์ที่มีคนใช้อยู่จริงในปัจจุบันก็เป็นภาษาเอสเปรันโตนี่แหละครับ หลายๆท่านอาจรู้สึกว่า "จะคิดภาษาโลกขึ้นมาทำไมให้วุ่นวาย เอาภาษาอังกฤษ หรือภาษาอะไรก็ได้มาเป็นภาษาสากลดีกว่า จะคิดใหม่ทำไม" ก็เป็นความคิดที่ถูกต้องนะครับ แต่จะต้องมีประเทศอื่นๆไม่ยอมรับแน่นอน เพื่อความยุติธรรมศึกษาภาษาที่คิดขึ้นใหม่เลยดีกว่า และทำให้ความได้เปรียบทางภาษาของชาติมหาอำนาจหมดไป
ด้วยความง่ายของภาษาเอสเปรันโต ผมคาดว่าในอนาคตชาวโลกจะหันมาใช้ภาษาเอสเปรันโตกันมากขึ้น และเป็นภาษาที่สองของนานาประเทศตามความตั้งใจของ แอล.แอล. ซาเมนฮอฟ

มาดูตัวอย่างภาษาเอสเปรันโตกันครับ
Mi amas vin = ฉัน(กำลัง)รักคุณ
Mi amis vin = ฉัน(เคย)รักคุณ
Mi amos vin = ฉัน(จะ)รักคุณ

Vi amu min = คุณรักฉันซะ(เป็นคำสั่ง)

เอาไปใช้จีบสาวได้นะครับ เท่ห์ไปอีกแบบ
เอ้า....อย่ามัวช้าอยู่ รีบไปบอกรักเร็ว
เข้า!

ปล. ในภาพยนตร์แนวไซไฟ หรือแนวอนาคต ที่มีบางส่วนเป็นภาษา Esperanto เช่น เรื่อง Gattaca ของ Andrew Niccol และ Blade: Trinity ฯลฯ

11 มีนาคม 2552

แคลเซียมดีต่อกระดูกและฟัน

แคลเซียมกับการเกิดโรคกระดูกพรุน
หนึ่งวันคนไทยต้องได้รบแคลเซียม 800-1,500 mg. ถึงจะเพียงพอต่อการป้องกันโรคกระดูกพรุน แต่ปัจจุบันคนไทยได้รับแคลเซียมเฉลี่ยต่อวันแค่ 361 mg. เท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ หากร่างกายเราได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมในกระดูกมาใช้ เมื่อเกิดขึ้นเป็นประจำ แคลเซียมถูกดึงออกมาใช้มากจนกระทั่งกระดูกพรุน เปราะบางทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง แตกหักง่ายแม้จะได้รับการกระแทกเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้ เป็นอาการของโรคกระดูกพรุน
ในระยะแรกโรคนี้จะไม่แสดงอาการออกมา จนกระทั่งมีความรุนแรงมากขึ้น จึงแสดงอาการออกมา เช่น ปวดหลังเรื้อรัง หลังค่อมเนื่องจากการยุบตัวของกระดูกสันหลัง หรือกระดูกสะโพกหัก ทำให้เดินไม่ได้เหมือนเดิม และเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ผู้ที่เสียงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน
1.ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป พบว่าการสะสมแคลเซียมในกระดูกจะมีค่าเท่ากับศูนย์ นั่นคือ ขบวนการสะสมแคลเซียมในกระดูกกับการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกมีค่าเท่ากัน พออายุเพิ่มมากขึ้นความสามารถในการสะสมแคลเซียมในกระดูกจะน้อยกว่าขบวนการสลายแคลเซียมออกจากกระดูก ทำให้เนื้อกระดูกบางลง
2.หญิงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเพศที่ลดลง ทำให้ขบวนการสลายแคลเซียม เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้ไวขึ้น
3.ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ พบว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำจะรบกวนการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
4.ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย
5.ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ
6.ผู้ที่สูบบุหรี่
7.ผู้ที่ขาดแคลเซียม หรือวิตามินดี

แคลเซียมอิสระในรูปแบบที่เหมาะสม
ผลิตภัทฑ์แคลเซียมเสริมในท้องตลาดมักระบุในรูปของสารประกอบแคลเซียม ซึ่งจะให้แคลเซียมอิสระต่างกัน แคลเซียมคาร์บอเนตเป็นรูปแบบสารประกอบแคลเซียมที่ให้ปริมาณแคลเซียมอิสระสูงสุดคือ 40% นั่นคือ หากคุณรับประทาน แคลเซียมคาร์บอเนต 1,500 mg. จะได้ แคลเซียมอิสระ 600 mg. เป็นต้น

วิตามินดี ช่วยการดูดซึมของแคลเซียม
วิตามินดี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น เพื่อความั่นใจว่าร่างกายจะได้รับแคลเซียมได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นผลิตภัณฑ์แคลเซียมเสริมควรมีวิตามินดี ผสมอยู่ด้วย

แคลเซียมเหลว ไม่มีปัญหาเรื่องการละลาย ดูดซึมได้ทันที
แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่มีปัญหาเรื่องการละลาย และมีขีดจำกัดในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงได้มีการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์แคลเซียมเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการละลาย แคลเซียมเหลวในแคปซูลนิ่ม(Soft Gel) ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่มีปัญหาเรื่องการละลายหลังจากแคปซูลนิ่มแตกตัว แคลเซียมเหลวที่บรรจุภายในก็พร้อมที่จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันที

สนับสนุนข้อมูลโดย ศูนย์ข้อมูลวิชาการ

บริษท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด
MEGA We Care