Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ minimalism แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ minimalism แสดงบทความทั้งหมด

20 พฤศจิกายน 2552

Canabalt - วิ่ง(โดด)สู้ฟัด!!!

ช่วงนี้ผมเริ่มกลับมาใช้ PortableApps อีกครั้งหลังจากหยุดใช้ไปนาน เข้าไปเช็คหาโปรแกรมอัพเดทซะหน่อย ไปเจอเกมส์แปลกๆ น่าสนใจจะมานำเสนอนั่นคือเกมส์ Canabalt

เกมส์ Canabalt ที่ผมตั้งชื่อให้เป็นวิ่ง(โดด)สู้ฟัด!!! นี้ทำภาพออกมาเป็นดอทพิกเซลแบบย้อนยุค ดูเก่าๆ สีโทนเทาหมองๆครึ้มๆ(วันสิ้นโลกชัดๆ) เป็นเกมส์ที่ให้อารมณ์ย้อนยุคดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเลย ลูกเล่นต่างๆ และท่าทางของตัวละครดูลื่นไหล และเป็นธรรมชาติมาก และที่สำคัญเลย เพลงประกอบสุดยอดมากๆ ได้อารมณ์เทคโนอินดัสเทรียล ตื้นเต้น เร้าใจกันแบบสุดๆ


สโลแกนของเกมส์นี้คือ Outrun the demolition of your city with just one button แน่นอนวิธีการเล่นก็คือ แค่กระโดดเท่านั้น ด้วยการกด c, x หรือ Space bar เลือกปุ่มที่ถนัดแล้ว กระโดด ข้ามตึกไปเรื่อยๆ การเล่นแต่ละรอบนั้นตึกที่โผล่ๆมาจะไม่เหมือนกัน(ยกเว้นตอนเริ่มต้น) น่าจะเป็นการสุ่มฉากเรื่อยๆ

ถ้าไม่ชนอะไรเลยพระเอกของเราก็จะวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆๆๆๆๆๆ... จนแทบจะคุมไม่ได้ ผมแนะนำให้ชนสิ่งกีดขวางบ้างนะครับ เพื่อให้วิ่งช้าลง เกมส์นี้ไม่ได้จับเวลาการเล่น แต่จะเป็นการวัดระยะทางในเกมส์แล้วบอกมาเป็น เมตร ว่าเราหนีตึกถล่มไปได้ไกลแค่ไหน


จากการลองเล่นดูระยะของการกระโดดมีอยู่ 3 ระดับ คือ กระโดดต่ำ กลาง สูง ถ้ากดแช่ก็จะกระโดดสูง ถ้ากดแล้วปล่อยเลยก็จะกระโดดต่ำๆ ส่วนกระโดดระดับกลางเนี่ยไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า แต่ก็พอกดได้บ้าง(แต่ยากหน่อย) ส่วนใหญ่แล้ว ไม่กระโดดต่ำ ก็สูงไปเลยล่ะครับ อิอิ

ต้องยอมรับเลยว่าเกมส์นี้ให้อารมณ์แบบ Miniamlist เรียบง่าย ได้ใจความดี การเล่นก็ไม่ยุ่งยาก เรียบง่ายจนเราคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเกมส์แบบนี้ออกมา ได้เล่นเกมส์ดีๆแบบนี้แล้วต้องรีบมาเขียนบล๊อกเลยเชียว อยากแนะนำให้ลองเล่นแก้เซ็งดูครับ และที่สำคัญฟรีด้วยครับ ไม่ลองไม่ได้แล้ว ฮ่าๆ สำหรัเกมส์นี้อาจจะไม่โดนใจชาวเสพกราฟิกสักเท่าไหร่ แต่สนุกดีครับ

สนใจโหลดได้ที่ Canabalt Portable เป็น FreeWare ครับ
หรือเล่นออนไลน์ได้ที่นี่ http://adamatomic.com/canabalt/

วิ่งและกระโดดกันให้มันส์ไปเลย!!! ^_^

Canabalt - วิ่ง(โดด)สู้ฟัด!!!

09 สิงหาคม 2552

Minimalism ศิลปะแห่งความพอเพียง

ผมเป็นคนชอบงานศิลปะ เช่นเมื่อเห็น โปสเตอร์, ปกหนังสือ, แก้วน้ำ, ช้อน, ตะเกียบ ฯลฯ ผมจะเข้าไปดูการออกแบบ ที่แทบจะเรียกได้ว่าดูมันทุกอย่างเลย และที่ผมชอบมากที่สุดคือการออกแบบที่เรียกว่า Minimalism

Minimalism เป็นการออกแบบที่เน้นความน้อย ตัดรายละเอียดออกให้เหลือแต่แก่น ปล่อยให้วัสดุแสดงความเป็นตัวตนของมันอย่างชัดเจน ผมเคยอ่านศิลปินท่านนึง(จำไม่ได้ว่าเป็นใคร)เขานิยาม Minimalism ว่า "ปุ่มก็คือปุ่ม จะไม่ดัดจริตเป็นหัวจรวด" และในชีวิตประจำวันเราเห็น Minimalism อยู่บ่อยๆ อย่างเช่น สัญลักษ์ห้องน้ำชายหญิง ที่เราเรียกกันว่ารูปมนุษย์ห้องน้ำ ผมก็จัดให้อยู่ในการออกแบบแนว Minimalism เพราะมันตัดเหลือแต่แก่นจริงๆ ถึงไม่มีรายละเอียดมากมาย แต่เราก็เข้าใจได้ง่ายๆ หรือ ป้ายจราจร ก็ใช่การออกแบบแบบเดียวกัน ถึงไม่เคยเรียนก็น่าจะพอเดาความหมายของป้ายจราจรได้นะ ว่ามั้ยครับ อิอิ

หรือจะเป็นการออกแบบเครื่องเล่น MP3 ยอดนิยมก็ต้องเป็น iPod ซึ่งการออกแบบของ iPod ก็เป็นแนว Minimalism เน้นความเรียบง่ายใช้งานได้จริง จะว่าไปการออกแบบของ Apple Inc. ก็เน้นแนว Minimalism เป็นหลักเลยนะครับ(ผมคิดว่างั้นนะ) เพราะเห็นในการออกแบบแทบทุกอย่างเลย อย่าง iMac, MacBook ฯลฯ แค่เห็นก็รู้สึกเรียบง่ายๆ สบายๆ ที่จำจากอลูมิเนียม ก็แสดงความเป็นอลูมิเนียมอย่างแท้จริง ส่วนคอมรุ่นเดิมของ Apple Inc. ที่ทำจากพลาสติกใส ก็แสดงความโดดเด่นในรูปแบบของพลาสติกใสได้ลงตัวทีเดียว

Minimalism แสดงออกมาใน "ความเรียบง่าย" มักจะมี "ความหรู" มาด้วยเสมอ

ไม่ใช่แค่งานออกแบบเท่านั้นที่จะเป็น Minimalism แต่ยังมีในดนตรีอีกด้วยเรียกกันว่า Minimalist music หรือเป็นดนตรีแบบ Minimalism นั่นเอง เจ๋งมากๆ

ในงานดนตรีแบบ Minimalism เป็นแขนงนึงของ Modern Classic ซึ่งตามแบบ Minimalism ก็คือเน้นความน้อย จำกัดตัวโน้ตน้อยๆ เล่นแทรกกันไปมา ท่อนน้อยๆซ้ำไปซ้ำมา ก็ได้ความไพเพราะที่แปลกไปอีกแบบนึงเลยล่ะครับ อ่านจากตรงนี้ก็คงยังนึกไม่ออกต้องหาฟังกันดูครับ ผมก็ชอบแนวนี้มาก ศิลปินที่เป็นแนวนี้ผมจะแนะนำซัก 3 ท่านที่ผมชอบมากๆ คือ John Cage, Arvo Pärt และ Steve Reich โดยเฉพาะ John Cage ผมชอบที่สุดเลย เพราะไอเดียในการทำเพลงแปลกมากจนต้องอึ้ง แต่เพลงค่อยข้างฟังยากสักหน่อย

แต่ก็นั่นแหละในการออกแบบ โปรเตอร์, คอมพิวเตอร์, ดนตรี, การจัดบ้าน ฯลฯ หลายครั้งการออกแบบให้เรียบง่ายสวยงาม ก็ยากกว่าการใส่รายละเอียดซะอีก และบางทีสิ่งง่ายๆ เราก็มักคิดไม่ถึง

งั้นปิดท้ายด้วยการแนะนำงานเพลงของ John Cage ที่แสดงโดยวง Symphony ชื่อว่าเพลง 4'33" (สี่นาทีสามสิบสามวินาที) ระยะเวลาบรรเลงก็เท่ากับชื่อเพลงเลยครับ เพลงนี้มี 3 ท่อน เป็นเพลงที่ถูกกล่าวถึงมากหลังจากการนำออกแสดงครั้งแรกในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1952

แนะนำให้ลองตั้งใจดูและฟังนะครับ คุณจะได้พบสิ่งดีๆที่ไม่เคยพบจากเพลงอื่นๆเลยเชียวล่ะ

ศึกษาเพิ่มเติมที่Artgazine