ปรมจารย์เฉินท๋วนเป็นปรมาจารย์ลัทธิเต๋าในสมัยห้าราชวงศ์และต้นราชวงศ์ซ่ง (五代及宋初) มีฉายาว่าเซียนหลับ (睡仙) ท่านนอนบนภูเขาหัวซาน (華山) และหลับใหลเป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน เลื่องลือว่าท่านบรรลุเต๋าขณะหลับ ท่านให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายด้วยการนอน ซึ่งได้ถ่ายเคล็ดวิชาการนอนหลับเอาไว้จำนวน 32 ตัวอักษร ดังนี้
蟄龍法。
龍歸元海,陽潛於陰。
人曰蜇龍,我卻蜇心。
默藏其用,息之深深。
白雲高臥,世無知音。
เคล็ดวิชามังกรจำศีล
มังกรหวนสู่ทะเลดั้งเดิม หยางเร้นกายสู่หยิน
ผู้คนเรียกว่ามังกรจำศีล ทว่าข้าฯจำศีลหัวใจ
ซ่อนเร้นการทำงานอย่างเงียบเชียบ หายใจลึกลึก
นอนสูงเด่นบนเมฆาขาว โลกหล้าไร้รับรู้สำเนียง
🐉 เคล็ดวิชามังกรจำศีลภาคปฏิบัติ
🛌 ลำดับการจัดระเบียบร่างกายในการบำเพ็ญเต๋าในท่านอน
- ให้นอนตะแคงขวา เหตุผลทางสรีรวิทยา คือ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดทับที่หัวใจ (ซึ่งอยู่ค่อนไปทางซ้าย) และช่วยให้ตับ (อยู่ทางขวา) เก็บกักเลือดและชี่ได้ดี
- แต่บางสำนักบอกว่าตะแคงซ้ายก็ได้ไม่เป็นไร ดังนั้น ท่าที่เหลือก็จะกลับข้างกันด้วยครับ
- หงายฝ่ามือขวาขึ้น (ข้างเดียวกับที่ตะแคง) สี่นิ้วหนุนขมับขวา นิ้วโป้งอยู่หลังใบหู (เหมือนใช้มือรองแทนหมอนบางส่วน) ลำคอต้องตรงขนานไปกับพื้น
- มือซ้ายวางคว่ำลงสบายๆบนสะโพกซ้าย หรือวางไว้ที่หน้าท้องน้อย (ตันเถียนล่าง)
- ขาขวา (ขาล่าง) ให้งอหัวเข่าเข้ามาเล็กน้อยในองศาที่สบาย
- ขาซ้าย (ขาบน) ให้เหยียดตรงตามธรรมชาติ วางซ้อนทับอยู่บนขาขวา หรือเหลื่อมไปข้างหลังเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กดทับกันจนปวด
💤 เมื่อจัดท่าเสร็จแล้วคือการทำงานของจิตใจเพื่อเข้าสู่สภาวะจำศีลหัวใจ (蟄心)
- ให้หลับตา สงบจิตใจกลับเข้ามาอยู่ในร่างกาย
- ระลึกถึงจุดตันเถียน (ในท้องน้อย) ให้ความรู้สึกและความอุ่นของร่างกายทั้งหมด ดิ่งลงไปรวมกันที่จุดตันเถียนล่าง จิตนาการว่าจิตใจย้ายลงไปนอนหลับอยู่ในท้องน้อย (龍歸元海,陽潛於陰。)
- หายใจลึกและละเอียด (默藏其用,息之深深。) ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ให้ตามดูลมหายใจที่ค่อยๆผ่อนคลายลง ปล่อยให้ลมหายใจยาว ลึก ละเอียด เบาๆ และช้าลงเรื่อยๆ ราวกับมังกรที่จำศีลอยู่ใต้ก้นทะเลลึก (人曰蜇龍,我卻蜇心。)
- นอนให้สงบสบาย ดั่งนอนอยู่บนเมฆขาวที่ลอยสูง และไม่รับรู้ถึงเสียงใดใดในโลกนี้อีก (白雲高臥,世無知音。)
เคล็ดวิชามังกรจำศีลคือการ ดึงพลังหยางที่ลอยฟุ้งให้ดิ่งกลับลงมาซ่อนอยู่ใต้ความสงบของหยิน (นอนหลับ) ซึ่งเปลี่ยนการนอนหลับธรรมดาให้กลายเป็นการรีชาร์จก้อนแบตเตอรี่จิตใจระดับลึกขั้นสุด
ท่านี้ใช้ในการนอนสมาธิ หรืองีบหลับ หรือนอนหลับจริงๆก็ได้ ซึ่งหากใช้ท่านี้ในการนอนหลับจริงๆ แน่นอนว่าขณะหลับย่อมมีการพลิกตัวไปมา ท่าก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งไม่เป็นไรครับ เพียงแต่เมื่อถึงเวลาตื่นนอนแล้ว ให้ทำท่านอนสมาธินี้และทำสมาธิอีกสัก 5 นาทีก่อนแล้วค่อยลุกขึ้นจากเตียงเพื่อสรรพคุณสูงสุด
ในการนอนหลับท่านี้จะช่วยฟื้นฟูพลังจิตใจที่ร่อยหลอให้กลับมาเต็มเปี่ยมได้ และจะตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นครับ
คืนนี้ลองจัดท่าทางตามเคล็ดวิชา
แล้วปล่อยใจให้ได้จำศีล
สวัสดีครับ^_^
แถม
ยามเข้านอน ให้สลัดทิ้งทั้งภารกิจการงานและเรื่องราวที่ตระเตรียมคิดอ่านทั้งหมด ทันทีที่ความคิดเริ่มก่อตัวให้ขจัดทิ้งไปทันที ค่อยๆขจัดจนค่อยๆลดน้อยลง จากค่อยๆน้อยลงจนค่อยๆไม่มี แล้วการหลับสนิทอย่างเป็นธรรมชาติจะบังเกิดขึ้นเอง (入寢時,將一切營為計慮,舉念即除,漸除漸少,漸少漸無,自然可得安眠。)
-เฉ๋าทิ๋งต้ง (曹廷棟)
หากตาหลับแต่เสิน (神 - จิต) ยังไม่หลับ เลือดจะยังคงถูกสูบฉีดไปเลี้ยงสมองเพื่อคิดอ่าน ตับ (ซึ่งเก็บเลือดตอนนอน) จะไม่สามารถทำหน้าที่ฟอกและกักเก็บเลือดได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ตับพร่องและเกิดไฟตับตีขึ้นในวันรุ่งขึ้น
คำว่า "ค่อยๆน้อยลงจนค่อยๆไม่มี" คือสภาวะ จั้ววั่ง (坐忘 - การนั่งลืม) แต่ย้ายมาทำในท่านอน เพื่อคืนสู่สภาวะอู๋จี๋ (無極) หรือความว่างเปล่าก่อนกำเนิด
อย่าได้ฟุ้งซ่านถึงเรื่องอดีตอนาคตเรื่องของตัวเราหรือเรื่องของผู้อื่น เพียงใช้หนึ่งความดีงามมาเป็นความคิดอ่าน แล้วความฝันอันแปลกประหลาดจะไม่เกิดขึ้น การควบคุมพลังชี่และปรับเสินด้วยวิถีเช่นนี้ จึงจะนับเป็นการรู้จักรักและถนอมสมบัติล้ำค่า [จิง ชี่ เสิน (精氣神)] แห่งชีวิตของตนอย่างแท้จริง (勿想過去未來人我等事,惟以一善為念,則怪夢不生。如此御氣調神,方為自愛其寶。)
-เฉ๋าทิ๋งต้ง (曹廷棟)
หากตาหลับแต่เสิน (神 - จิต) ยังไม่หลับ เลือดจะยังคงถูกสูบฉีดไปเลี้ยงสมองเพื่อคิดอ่าน ตับ (ซึ่งเก็บเลือดตอนนอน) จะไม่สามารถทำหน้าที่ฟอกและกักเก็บเลือดได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ตับพร่องและเกิดไฟตับตีขึ้นในวันรุ่งขึ้น
คำว่า "ค่อยๆน้อยลงจนค่อยๆไม่มี" คือสภาวะ จั้ววั่ง (坐忘 - การนั่งลืม) แต่ย้ายมาทำในท่านอน เพื่อคืนสู่สภาวะอู๋จี๋ (無極) หรือความว่างเปล่าก่อนกำเนิด
อย่าได้ฟุ้งซ่านถึงเรื่องอดีตอนาคตเรื่องของตัวเราหรือเรื่องของผู้อื่น เพียงใช้หนึ่งความดีงามมาเป็นความคิดอ่าน แล้วความฝันอันแปลกประหลาดจะไม่เกิดขึ้น การควบคุมพลังชี่และปรับเสินด้วยวิถีเช่นนี้ จึงจะนับเป็นการรู้จักรักและถนอมสมบัติล้ำค่า [จิง ชี่ เสิน (精氣神)] แห่งชีวิตของตนอย่างแท้จริง (勿想過去未來人我等事,惟以一善為念,則怪夢不生。如此御氣調神,方為自愛其寶。)
-โย๋วเชิ๋ง (尤乘)
ความฝันไม่ใช่แค่เรื่องของจิตใต้สำนึก แต่มันคือการล่องลอยของเสิน เมื่อเสินไม่มีที่พำนักอันสงบ มันจะล่องลอยออกไปจนเกิดเป็นภาพฝันแปลกประหลาด (怪夢)
การใช้หนึ่งความดีงามเป็นความคิดอ่านนั้น ไม่ได้หมายถึงการนั่งคิดว่า "ฉันเป็นคนดี" แต่หมายถึงการจดจ่ออยู่กับสภาวะจิตที่เป็นหนึ่ง ไร้ทวิภาวะ ไม่แยกเขา-แยกเรา ไม่ยึดอดีต-อนาคต ไม่แยกดี-เลว ฯลฯ ซึ่งเป็นสภาวะที่หยินหยางรวมเป็นหนึ่ง การทำเช่นนี้เป็นการรักษาจิงไม่ให้รั่วไหล
หากมีเรื่องครุ่นคิด จนไม่อาจนอนหลับ อย่าพลิกตัวไปมาบนหมอนขณะคิดกังวล เพราะนี่จะสูบพลังจิตใจไปมาก พึงลุกขึ้นนั่งชั่วครู่หนึ่งแล้วค่อยกลับไปนอนต่อ (如有思想,不能安著,切勿在枕上轉側思慮,此最耗神,可坐起一時再睡。)
-น๋านฮ๋วนจิ่ง (南懷瑾)
การพลิกตัวไปมาบนเตียงในขณะที่สมองกำลังคิดเครียด จะทำให้ชี่เลือดแปรปรวน การขยับกายเป็นการกระตุ้นพลังงานหยางให้ตื่นตัว แต่ใจต้องการหยินเพื่อเข้าสู่ความสงบ การทำแบบนี้จึงเกิดการขัดกันเองในร่างกาย (ตรรกะเดียวกับขยับพวงมาลัยรถไปมาแต่เหยียบเบรก) ส่งผลให้พลังเสินถูกรีดเค้นจนจิตล้าได้ครับ
เมื่อนอนไม่หลับ การลุกขึ้นนั่งเป็นการเปลี่ยนทิศทางของชี่โดยตรง ในทัศนะเต๋า การนั่งตัวตรงจะช่วยให้ชี่ขุ่นเบื้องบนดิ่งลงสู่จุดตันเถียนล่างได้ง่ายขึ้น และเป็นการตัดวงจรของสมองที่กำลังฟุ้งซ่าน เมื่อนั่งจนจิตเริ่มนิ่ง ชี่เริ่มลดต่ำลงจนเริ่มง่วง (หยินเริ่มก่อตัว) จึงค่อยเอนตัวลงนอนใหม่ จะหลับได้ง่ายกว่าการฝืนกลิ้งทรมานไปมาอยู่บนเตียงอย่างมากครับ
.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น