Sponsor

10 มิถุนายน 2569

蛰龍法 - เคล็ดวิชามังกรจำศีล เทคนิคการนอนเพื่อสุขภาพแบบจีนโบราณ

ศิลปะแห่งการหลับของเฉินท๋วน

蛰龍法 (เจ๋อหลงฝ่า) เคล็ดวิชามังกรจำศีล ของปรมาจารย์เฉินท๋วน (陳摶) คือวิชาฝึกจิตและชี่ผ่านสภาวะการนอนหลับ เป็นแนวทางการผสมผสานหลักหยินหยางของแพทย์แผนจีนและลัทธิเต๋าที่เกี่ยวกับการนอนหลับเข้าด้วยกัน ซึ่งสืบทอดกันมาเป็นพันปีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง (宋) และได้รับการยกย่องจากผู้รักสุขภาพมาตลอดประวัติศาสตร์ ว่ากันว่าเคล็ดวิชานี้สามารถช่วยผ่อนคลายจิตใจและร่างกาย และช่วยทำให้สงบใจ ช่วยเยียวยาอาการสำหรับผู้ที่รู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจ อ่านหนังสือท่องตำรามาก หรือนอนน้อย เป็นต้น

ปรมจารย์เฉินท๋วนเป็นปรมาจารย์ลัทธิเต๋าในสมัยห้าราชวงศ์และต้นราชวงศ์ซ่ง (五代及宋初) มีฉายาว่าเซียนนิทรา (睡仙) ท่านเคยนอนบนภูเขาหัวซาน (華山) และหลับใหลเป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน เลื่องลือกันว่าท่านบรรลุเต๋าขณะหลับ ท่านให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายด้วยการนอน ซึ่งได้ถ่ายเคล็ดวิชาการนอนหลับเอาไว้จำนวน 32 ตัวอักษร ดังนี้

蟄龍法。
龍歸元海,陽潛於陰。
人曰蜇龍,我卻蜇心。
默藏其用,息之深深。
白雲高臥,世無知音。

เคล็ดวิชามังกรจำศีล
มังกรหวนสู่ทะเลดั้งเดิม หยางเร้นกายสู่หยิน
ผู้คนเรียกว่ามังกรจำศีล ทว่าข้าฯจำศีลหัวใจ
ซ่อนเร้นการทำงานอย่างเงียบเชียบ หายใจลึกลึก
นอนสูงเด่นบนเมฆาขาว โลกหล้าไร้รับรู้สำเนียง

🐉 เคล็ดวิชามังกรจำศีลภาคปฏิบัติ
🛌 ลำดับการจัดระเบียบร่างกายในการบำเพ็ญเต๋าในท่านอน
  • ให้นอนตะแคงขวา เหตุผลทางสรีรวิทยา คือ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดทับที่หัวใจ (ซึ่งอยู่ค่อนไปทางซ้าย) และช่วยให้ตับ (อยู่ทางขวา) เก็บกักเลือดและชี่ได้ดี
    • แต่บางสำนักบอกว่าตะแคงซ้ายก็ได้ ดังนั้น หากจะตะแคงซ้ายท่าที่เหลือก็ต้องกลับข้างด้วยนะครับ
  • หงายฝ่ามือขวาขึ้น (ข้างเดียวกับที่ตะแคง) นิ้วโป้งอยู่ที่ร่องหลังติ่งหู สี่นิ้วหนุนใบหน้าและขมับขวา (เหมือนใช้มือรองแทนหมอนบางส่วน) อาจใช้หมอนเตี้ยๆเพื่อให้ลำคอเป็นแนวตรงขนานไปกับพื้น
  • มือซ้ายวางคว่ำลงสบายๆบนสะโพกซ้ายหรือใช้ท่ากำมือมั่น (握固) หรือวางไว้ที่หน้าท้องน้อย (ตันเถียนล่าง) หรือไว้ที่ต้นแขนอีกข้าง
  • ขาขวา (ขาล่าง) ให้งอหัวเข่าเข้ามาเล็กน้อยในองศาที่สบาย
  • ขาซ้าย (ขาบน) ให้เหยียดตรงตามธรรมชาติ วางซ้อนทับอยู่บนขาขวา หรือเหลื่อมไปข้างหลังเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กดทับกันจนปวด
หลักสำคัญคือการให้กระดูกสันหลังเรียงตัวตรงเหมือนร้อยลูกปัด

💤 เมื่อจัดท่าเสร็จแล้วก็เป็นการทำงานของจิตใจเพื่อเข้าสู่สภาวะจำศีลหัวใจ (蟄心)
  • ให้หลับตา สงบจิตใจกลับเข้ามาอยู่ในร่างกาย
  • ระลึกถึงจุดตันเถียน (ในท้องน้อย) ให้ความรู้สึกและความอุ่นของร่างกายทั้งหมด ดิ่งลงไปรวมกันที่จุดตันเถียนล่าง จิตนาการว่าจิตใจย้ายลงไปนอนหลับอยู่ในท้องน้อย (龍歸元海,陽潛於陰。人曰蜇龍,我卻蜇心。)
  • หายใจลึกและละเอียด ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ให้ตามดูลมหายใจที่ค่อยๆผ่อนคลายลง ปล่อยให้ลมหายใจยาว ลึก ละเอียด เบา และช้าลงเรื่อยๆ ราวกับเป็นมังกรที่จำศีลอยู่ใต้ก้นทะเลลึก (默藏其用,息之深深。)
  • นอนให้สงบสบาย ดั่งนอนอยู่บนเมฆขาวที่ลอยสูง และไม่รับรู้ถึงเสียงใดใดในโลกนี้อีก (白雲高臥,世無知音。)

เคล็ดวิชามังกรจำศีลคือการ ดึงพลังหยางที่ลอยฟุ้งให้ดิ่งกลับลงมาซ่อนอยู่ใต้ความสงบของหยิน (การนอนหลับ) ซึ่งเปลี่ยนการนอนหลับธรรมดาให้กลายเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ของจิตใจระดับลึกขั้นสุด หรือภาษาเต๋าเรียกว่าการบำเพ็ญเต๋าขณะนอน
ในทางแพทย์แผนจีนแนะนำให้นอนหลับก่อน 11 pm เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองตามวงจรพลังงาน และหากเป็นไปได้ควรงีบกลางวันในช่วงเวลาระหว่าง 11 am - 1 pm สัก 15-20 นาทีด้วย เพื่อเป็นการพักผ่อนหัวใจตามหลักแพทย์แผนจีนครับ

เคล็ดลับในการนอนหลับของปรมจารย์เฉินท๋วนนั้นไม่ซับซ้อน ท่านเพียงแค่นอนลงและผ่อนคลายอย่างเต็มที่ แล้วจินตนาการว่ามีระลอกคลื่นน้ำเบาๆอยู่รอบตัว และท่านกำลังลอยอยู่บนผิวน้ำ

ท่านี้ใช้ในการนอนสมาธิ หรืองีบกลางวัน หรือนอนหลับจริงๆก็ได้ ซึ่งหากใช้ท่านี้ในการนอนหลับจริงๆ แน่นอนว่าขณะหลับแล้วย่อมมีการพลิกตัวไปมา ท่าก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งไม่เป็นไรเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เมื่อถึงเวลาตื่นนอนแล้ว ให้กลับมาทำท่านอนสมาธินี้และทำสมาธิอีกสัก 5 นาทีก่อนแล้วค่อยลุกจากเตียง
ในการนอนหลับท่านี้จะช่วยฟื้นฟูพลังจิตใจที่ร่อยหลอให้กลับมาเต็มเปี่ยมได้ และจะตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นครับ

คืนนี้ลองจัดท่าทางตามเคล็ดวิชา
แล้วปล่อยใจให้ได้จำศีล
สวัสดีครับ^_^

ปรมาจารย์เฉินท๋วน (陳摶)
เซียนนิทรา (睡仙)

แถม
"ยามเข้านอน ให้จัดการสลัดภารกิจการงานการวางแผนครุ่นคิดกังวลทั้งหมด เมื่อความคิดผุดขึ้นมาก็ขจัดทิ้งไป ค่อยๆขจัดจนค่อยๆน้อยลง จากค่อยๆน้อยลงจนค่อยๆไม่มี แล้วการหลับสนิทอย่างเป็นธรรมชาติจะบังเกิดขึ้นเอง" (入寢時,將一切營為計慮,舉念即除,漸除漸少,漸少漸無,自然可得安眠。)
-เช๋าทิ๋งต้ง (曹廷棟)

หากตาหลับแต่เสิน (神 - จิต) ยังไม่หลับ เลือดจะยังคงถูกสูบฉีดไปเลี้ยงสมองเพื่อขบคิด ทำให้ตับ (ซึ่งเก็บเลือดตอนหลับ) ไม่สามารถทำหน้าที่ฟอกและกักเก็บเลือดได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ตับพร่องและเกิดไฟตับตีขึ้นในวันรุ่งขึ้น (ปวดหัว ตาร้อน หงุดหงิดง่าย ฯลฯ)
คำว่า "ค่อยๆน้อยลงจนค่อยๆไม่มี" คือสภาวะ จั้ววั่ง (坐忘 - การนั่งลืม) แต่ย้ายมาทำในท่านอน เพื่อคืนสู่สภาวะอู๋จี๋ (無極) หรือความว่างเปล่าก่อนกำเนิด

"อย่าได้ฟุ้งซ่านถึงเรื่องอดีต อนาคต เรื่องตัวเรา หรือเรื่องของผู้อื่น เพียงใช้หนึ่งความดีงามเป็นความคิดอ่าน แล้วความฝันอันแปลกประหลาดจะไม่เกิดขึ้น การควบคุมชี่และปรับเสินเช่นนี้ จึงจะนับเป็นการรู้จักรักถนอมสมบัติล้ำค่าของตนอย่างแท้จริง" (勿想過去未來人我等事,惟以一善為念,則怪夢不生。如此御氣調神,方為自愛其寶。)
-โย๋วเชิ๋ง (尤乘)

ความฝันไม่ใช่แค่เรื่องของจิตใต้สำนึก แต่มันคือการล่องลอยของเสิน เมื่อเสินไม่มีที่พำนักอันสงบ มันจะล่องลอยออกไปจนเกิดเป็นภาพฝันแปลกประหลาด (怪夢)
การใช้หนึ่งความดีงามเป็นความคิดอ่านนั้น ไม่ได้หมายถึงการนั่งคิดว่า "ฉันเป็นคนดี" แต่หมายถึงการจดจ่ออยู่กับสภาวะจิตที่เป็นหนึ่ง ไร้ทวิภาวะ ไม่แยกเขา-แยกเรา ไม่ยึดอดีต-อนาคต ไม่แยกดี-เลว ฯลฯ ซึ่งเป็นสภาวะที่หยินหยางรวมเป็นหนึ่ง การทำเช่นนี้เป็นการรักษาสมบัติล้ำค่าซึ่งก็คือ จิง ชี่ เสิน (精氣神) ไม่ให้รั่วไหล

"หากมีเรื่องครุ่นคิด จนไม่อาจนอนหลับ อย่าพลิกตัวไปมาบนหมอนขณะคิดกังวล เพราะนี่จะสูบพลังจิตใจไปมาก พึงลุกขึ้นนั่งชั่วครู่หนึ่งแล้วค่อยกลับไปนอนต่อ" (如有思想,不能安著,切勿在枕上轉側思慮,此最耗神,可坐起一時再睡。)
-น๋านฮ๋วนจิ่ง (南懷瑾)

การพลิกตัวไปมาบนเตียงในขณะที่จะนอนแต่สมองก็ครุ่นคิด จะทำให้ชี่เลือดแปรปรวน การขยับกายเป็นการกระตุ้นพลังงานหยางให้ตื่นตัว แต่ใจต้องการหยินเพื่อเข้าสู่ความสงบ การทำแบบนี้จึงเกิดการขัดกันเองในร่างกาย (ตรรกะเดียวกับการเหยียบคันเร่งแต่เหยียบเบรกไปด้วย) ส่งผลให้พลังเสินถูกรีดเค้นจนจิตล้าได้ครับ
เมื่อนอนไม่หลับ การลุกขึ้นนั่งเป็นการเปลี่ยนทิศทางของชี่โดยตรง ในทัศนะเต๋า การนั่งตัวตรงจะช่วยให้ชี่ขุ่นเบื้องบนดิ่งลงสู่จุดตันเถียนล่างได้ง่ายขึ้น และเป็นการตัดวงจรของสมองที่กำลังฟุ้งซ่าน เมื่อนั่งจนจิตเริ่มนิ่ง ชี่เริ่มลดต่ำลงจนเริ่มง่วง (หยินเริ่มก่อตัว) จึงค่อยเอนตัวลงนอนใหม่ จะหลับได้ง่ายกว่าการฝืนกลิ้งทรมานไปมาอยู่บนเตียงอย่างมากครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น