Sponsor

17 สิงหาคม 2560

King in the Corner การ์ดเกม

เกมนี้เล่นได้ 3-4 คน สามารถประยุกต์เล่นกับไพ่ป๊อกได้ครับ เป้าหมายของเกมนี้คือทำให้การ์ดของเราหมดมือให้ได้นั่นเอง ลองดูวิธีการเล่นได้จากข้อมูลข้างล่างเลยครับ

ขอขอบคุณเพจ AFKzone - Offline Social Life Boardgamer มากๆครับที่แนะนำให้รู้จักกับเกมนี้

ไพ่สำรับเดียวสามารถเกมได้อีกมากมาย ดูเกมอื่นๆได้ที่ ไพ่เล่นเกมอะไรได้บ้าง? กันเลยครับ
ขอให้สนุกกับการเล่นการ์ดเกมครับผม ^_^

 

29 มิถุนายน 2560

ไพ่ป๊อก คำทำนายดวงชะตา


หากเอ่ยชื่อไพป๊อก หลายคนอาจจะนึกถึงไพ่ที่ใช้สำหรับความบันเทิง สนุกสนาน(ไพ่เล่นเกมอะไรได้บ้าง?) แต่แท้จริงแล้วไพ่ป๊อก ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความบันเทิงอย่างเดียวเท่านั้น วงการโหราศาสตร์ก็หยิบยกไพ่ป๊อกมาเป็นหนึ่งในวิธีการทำนายดวงชะตาด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้กระปุกจะพาคุณไปทำความรู้จักกับที่มาของ ไพ่ป๊อก และพาไปรู้จัก ความหมายไพ่ป๊อก หนึ่งในอุปกรณ์ทำนายดวงชะตากันค่ะ

           ไพ่ป๊อก ไพ่ชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก นายเกิง โกเนอร์ ชาวฝรั่งเศส ที่เป็นผู้คิดค้นขึ้นในปี พ.ศ.1953 โดยเขาได้กำหนดให้ไพ่ป๊อกมีจำนวน 52 ใบ ตามจำนวนสัปดาห์ใน 1 ปี

           ซึ่งไพ่ป๊อกนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 สี คือ

           1. สีดำ หมายถึง กลางคืน
           2. สีแดง หมายถึง กลางวัน

           หน้าไพ่ ของไพ่ป๊อก จะมีทั้งหมด 4 หน้า

           1. โพดำ (สีดำ)
           2. โพแดง (สีแดง)
           3. ข้าวหลามตัด (สีแดง)
           4. ดอกจิก (สีดำ)

           สำหรับไพ่ป๊อกทั้ง 4 หน้านั้น มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ทุก ๆ หน้าไพ่ จะมีจำนวน 13 ใบ โดยจะมีตัวเลข 1-10 และตัวอักษร กำกับไว้ ซึ่งไพ่เลข 1 ของทุกสัญลักษณ์จะถูกเรียกว่า เอช (Ace) และมีไพ่บุคคลอีก 3 ใบ คือ คิง (King) หรือ พระราชา ควีน (Queen) หรือพระราชินี และ แจ๊ค (Jack) หรือ อัศวิน โดย ความหมายไพ่ป๊อก มีดังนี้

            1. ไพ่สัญลักษณ์ โพดำ (Spear) เป็นสัญลักษณ์คล้ายใบโพธิ์สีดำ หมายถึง ปัญหา อุปสรรค ข้อควรระวัง การตัดสินใจ การพยายามต่อสู้ ฯลฯ โดยเป็นไพ่ที่เป็นตัวแทน ฤดูหนาว และธาตุลม

            2.  ไพ่สัญลักษณ์ โพแดง (Heart) เป็นรูปหัวใจสีแดง หมายถึง ความรักความชอบ ความรู้สึก อารมณ์ จิตใจ ความสุขสมหวัง ความปรารถนา ฯลฯ โดยเป็นไพ่ที่เป็นตัวแทน ฤดูใบไม้ผลิ และธาตุน้ำ

            3. ไพ่สัญลักษณ์ ข้าวหลามตัด (Diamond) เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีแดง หมายถึง การเงิน ทรัพย์สิน โชคลาภ โอกาส ความมั่นคง ผลประโยชน์ รายได้ การใช้จ่าย ความสูงส่ง การคาดหวัง ฯลฯ โดยเป็นไพ่ที่เป็นตัวแทน ฤดูร้อน และธาตุดิน

            4. ไพ่สัญลักษณ์ ดอกจิก (Clover) เป็นรูปใบไม้แบบกลมมนสามแฉกสีดำ หมายถึง การงาน การเรียน การศึกษา หน้าที่ ความสำเร็จ ความก้าวหน้า การพัฒนา ตำแหน่ง ความรับผิดชอบ ฯลฯ โดยเป็นไพ่ที่เป็นตัวแทน ฤดูใบไม้ร่วง และธาตุไฟ


           ส่วนอีกหนึ่ง ความหมายไพ่ป๊อก ในแง่ของช่วงอายุ หมายถึง

           1. โพดำ คือ วัยชรา
           2. โพแดง คือ วัยเยาว์
           3. ข้าวหลามตัด คือ วัยรุ่น
           4. ดอกจิก คือ วัยกลางคน

ทั้งนี้ ความหมายไพ่ป๊อก โดยทั่วไป ทั้ง 52 ใบ ในการทำนายดวงชะตา มีดังนี้

        1. เอซ (Ace) หรือ เลข 1 โพดำ หมายถึง ช่วงเวลาแห่งการใข้สติปัญญาในการแก้ปัญหา เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาและตัดสินใจอย่างรอบคอบ เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ควรวางตัวให้เหมาะสมกับทุกเรื่อง

        2. เลข 2 โพดำ หมายถึง ช่วงเวลาแห่งความลังเลในการตัดสินใจ มีแนวทางที่แตกต่างเข้ามาให้เลือก อาจมีการเปลี่ยนแปลง โยกย้าย สะดุดหรือถูกขัดขวาง หากจะเซ็นสัญญาต้องรอบคอบ

        3. เลข 3 โพดำ หมายถึง ให้ระวังการขัดใจ หงุดหงิดอารมณ์เสีย ไม่ได้ดั่งใจ และมีสิ่งรบกวนจิตใจ มีเรื่องกระทบความรู้สึก

        4. เลข 4 โพดำ หมายถึง ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย อยากพักผ่อน ควรหยุดนิ่งเพื่อพักฟื้นในการรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ชั่วคราว และดูแลตัวเองมากขึ้น

        5. เลข 5 โพดำ หมายถึง มักมีเหตุไม่ลงรอยกับผู้อื่น มีผู้ไม่เห็นด้วยกับท่านเสมอ อาจมีการปฏิเสธ และหากใช้ทิฐิจะทำให้พ่ายแพ้ล้มเหลว

        6. เลข 6 โพดำ หมายถึง มีโอกาสคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ไปในทางที่ดี ไม่ควรรีบร้อนในการดำเนินการ ปล่อยให้เวลาเป็นตัวช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น

        7. เลข 7 โพดำ หมายถึง สถานการณ์ที่มีความเสี่ยง ปิดบังซ่อนเร้น คาดเดาสิ่งต่าง ๆ ได้ยาก ควรรู้จักเอาตัวรอดให้ดี หาวิธีหลบหลีกทางอื่น

        8. เลข 8 โพดำ หมายถึง มีความอึดอัด ลำบากใจ และอาจพัวพันกับสิ่งที่ทำให้เดือดร้อน มีความรู้สึกมืดแปดด้าน หาทางออกไม่ได้ ควรทำตัวนิ่ง ๆ จะเดือดร้อนน้อยที่สุด

        9. เลข 9 โพดำ หมายถึง ความทุกข์ และ ความเครียด ที่เกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งตึงเครียดเป็นอย่างมาก ทำให้รู้สึกไม่ดี มีความกังวล รู้สึกผิด ไม่มีความสุขกับชีวิต หดหู่และเศร้าหมอง

        10. เลข 10 โพดำ หมายถึง ให้ระวังคราวเคราะห์ ผิดหวัง สูญเสียสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเริ่มต้นใหม่

        11. อัศวิน (Jack) โพดำ หมายถึง ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ผิวสองสี อายุประมาณ 20-30 ปี รูปร่างผอม ที่ค่อนข้างดื้อรั้น เอาแต่ใจ ทะมัดทะแมง และไม่เกรงกลัวใคร อีกนัยหนึ่งหมายถึง การพูดจาติดต่อกับใครอาจมีปัญหา เป็นช่วงเวลาแห่งการแข่งขันและพยายาม

        12. พระราชินี (Queen) โพดำ หมายถึง ผู้หญิงทุกวัย ผิวสองสี รูปร่างสันทัด เป็นคนเย่อหยิ่ง ผ่านประสบการณ์ในชีวิตมาก่อน และพึ่งพาตัวเอง รวมทั้งตัดสินใจด้วยตัวเองเป็นส่วนมาก จริงจังกับทุกเรื่อง ปากกับใจไม่ตรงกัน อีกนัยหนึ่งหมายถึง ช่วงเวลาแก่งการดิ้นรนพึ่งพาตนเอง

        13. พระราชา (King) โพดำ หมายถึง ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ผิวสองสี รูปร่างสันทัด เป็นที่น่าเกรงขาม สุขุมรอบคอบ รักเกียรติยศ มีความคิดความอ่าน ไม่ค่อยเกรงกลัวใคร  อีกนัยหนึ่งหมายถึง ยึดมั่นในอุดมการณ์ พร้อมจะตั้งรับกับสิ่งที่ถาโถม มีความเครียดกับเรื่องจริงจังในชีวิต

        14. เอซ (Ace) หรือ เลข 1 โพแดง หมายถึง ช่วงเวลาแห่งความสดชื่นเบิกบาน มีความสุข ได้รับมิตรภาพและความรู้สึกดี ๆ เริ่มต้นความสัมพันธ์อันดี มีความรัก เป็นไปอย่างใจนึก

        15. เลข 2 โพแดง หมายถึง  มีความรู้สึกดีกับสิ่งรอบข้าง มีความชอบพอ เป็นคู่ครอง ได้รับความไว้วางใจ หรืออาจมีใครเข้ามา

        16. เลข 3 โพแดง หมายถึง ความยินดีปรีดา การเฉลิมฉลอง การเชิดชูสนับสนุนจากคนรอบข้าง มีการยอมรับและปรับตัวเข้ากับสังคม

        17. เลข 4 โพแดง หมายถึง การเริ่มมีปัญหากับจิตใจและความรู้สึก เบื่อหน่าย และเมินเฉย กับสิ่งที่เป็นอยู่ ได้รับความรู้สึกหรือสิ่งที่ไม่ดีตอบกลับมา

        18. เลข 5 โพแดง หมายถึง การหยุดนิ่งและก้าวถอยหลัง ท้อแท้ ขาดกำลังใจ ผิดหวังโศกเศร้า เดียวดาย มีความผิดพลาด หวั่นไหว และมองโลกในแง่ร้าย

        19. เลข 6 โพแดง หมายถึง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความซื่อตรง ได้สังสรรค์เที่ยวเตร่เฮฮา หรือมีความเกี่ยงข้องกับอดีต ควรใช้วิจารณญาณในการพิจารณาไตร่ตรอง

        20. เลข 7 โพแดง หมายถึง การขยับขยายหรือเปลี่ยนแปลงความรู้สึกใหม่ มีความสร้างสรรค์ ได้พบกับสิ่งที่ต้องการ และเจอกับสิ่งที่ไม่ยั่งยืน

        21. เลข 8 โพแดง หมายถึง การไปสู่สิ่งที่ค้นหา หรือพบเจอสิ่งที่ต่างจากเดิม อิ่มตัวทางอารมณ์ความรู้สึก เปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีขึ้น

        22. เลข 9 โพแดง หมายถึง มีชีวิตอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ มีความสุข ได้ดั่งใจหวัง ได้รับคำชื่นชม มีโอกาสดี ๆ ทั้งการกระทำ และความรู้สึก

        23. เลข 10 โพแดง หมายถึง ความรื่นรมย์ และความพอใจสูงสุด สดชื่นเบิกบาน มีชีวิตดีพร้อมทุกด้าน ทั้งเรื่องการงาน ครอบครัว ความรักความเข้าใจ

        24. อัศวิน (Jack) โพแดง หมายถึง ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ผิวขาว อายุประมาณ 20-30 ปี รูปร่างท้วม ซื่อสัตย์ ใจดี อ่อนโยน มีอารมณ์ศิลปิน เป็นที่รักของผู้อื่น อีกนัยหนึ่งหมายถึง การมีเพื่อนหรือมิตรสหายที่ดีนำความพึงพอใจมาให้

        25. พระราชินี (Queen) โพแดง หมายถึง ผู้หญิงทุกวัย ผิวขาว รูปร่างอวบ มีเมตตา อ่อนไหว ชอบช่วยเหลือผู้อื่น อีกนัยหนี่งหมายถึง อาจมีโอกาสต้องช่วยเหลือใคร หรือมีคนมาช่วยเหลือ สามารถหาที่พักพิงได้ และมีอารมณ์อ่อนไหวตลอดเวลา

        26. พระราชา (King) โพแดง หมายถึง ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ผิวขาว รูปร่างท้วม พูดจาดี นิ่งสงบ เป็นนักเข้าสังคม เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย โรแมนติก และอีกนัยหนึ่งหมายถึง มีโอกาสเจอกับผู้ใหญ่ที่ให้ความช่วยเหลือได้ มีชีวิตที่สงบสุขราบเรียบ

        27. เอซ (Ace) หรือ เลข 1 ข้าวหลามตัด หมายถึง ความสมบูรณ์ในเรื่องทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ มีโชคลาภ มีของขวัญของกำนัล มีสิ่งต่าง ๆ เป็นของตัวเอง

        28. เลข 2 ข้าวหลามตัด หมายถึง  การประคับประคองสิ่งที่ไม่ลงตัว อารมณ์อ่อนไหว สนใจสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ แต่สมหวังน้อย ควรระวังในเรื่องผลประโยชน์ไม่ให้ติดขัด

        29. เลข 3 ข้าวหลามตัด หมายถึง การมีโอกาสในเรื่องรายได้พิเศษ การจัดแจงเรื่องราวในบางสิ่งที่ต้องเหน็ดเหนื่อย ควรดูแลเรื่องอารมณ์และความเอาใจใส่ตัวเองกับผู้อื่น

        30. เลข 4 ข้าวหลามตัด หมายถึง การประหยัด หรือหวังผลในขอบเขตของตน จิตใจไม่มั่นคงขาดความแข็งแกร่ง ควบคุมบางอย่างไม่ค่อยได้ แต่มีโอกาสดีเล็กน้อยอยู่ในความลำบาก

        31. เลข 5 ข้าวหลามตัด หมายถึง ความไม่เพียงพอ ขาดแคลน และต้องการมากขึ้น ทุกข์ยากและลำบาก ชีวิตติดขัดไม่มีที่พึ่งพา ต้องรอคอยเวลาให้ผ่านไป

        32. เลข 6 ข้าวหลามตัด หมายถึง การรู้จักให้และรับ มีการแบ่งปัน มีน้ำใจ ให้โอกาส มีการหยิบยืม เรื่องต้องใช้จ่าย ยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น

        33. เลข 7 ข้าวหลามตัด หมายถึง การได้รับผลตอบแทนในสิ่งที่ตัวเองลงมือทำไว้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบชีวิตให้ดีขึ้น ระวังความวู่วามของตน

        34. เลข 8 ข้าวหลามตัด หมายถึง การสร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่อง มีความคืบหน้าจวนจะสำเร็จ มีการพัฒนาฝีมือของตนให้ชำนาญ ต้องปรับตัวในบางอย่าง

        35. เลข 9 ข้าวหลามตัด หมายถึง ได้พักผ่อนอย่างเป็นสุข ได้สัมผัสสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต มีเรื่องดีที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน

        36. เลข 10 ข้าวหลามตัด หมายถึง ประสบความสำเร็จในชีวิตและความเป็นอยู่อย่างชัดเจน มีความสมบูรณ์มั่งคั่ง รับช่วงต่อในเรื่องสำคัญ ปัญหาน้อยลง

        37. อัศวิน (Jack) ข้าวหลามตัด หมายถึง ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ผิวสองสีออกขาว อายุประมาณ 20-30 ปี รูปร่างใหญ่หรือสันทัด ละเอียดรอบคอบ มักมองการณ์ไกล อีกนัยหนึ่งหมายถึง เริ่มมีความคิดหาผลประโยชน์ใส่ตน มองหาช่องทางที่ดี มีข่าวเรื่องผลประโยชน์

        38. พระราชินี (Queen) ข้าวหลามตัด หมายถึง ผู้หญิงทุกวัย ผิวสองสี รูปร่างเจ้าเนื้อ หรือ สันทัด ใส่ใจในความมั่นคงของชีวิต มองสิ่งต่าง ๆ บนพื้นฐานของความเป็นจริง ใช้เหตุผล ใช้ของดีมีราคา อีกนัยหนึ่งหมายถึง มีชีวิตมั่งคั่งสุขสบาย

        39. พระราชา (King) ข้าวหลามตัด หมายถึง ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ผิวสองสี รูปร่างท้วมหรือสันทัด มีความหนักแน่น มีเหตุผล คิดการใหญ่เพื่อให้ได้ผลดี มีหัวค้าขาย อีกนัยหนึ่งหมายถึง การประสบโชคดีในเรื่องสำคัญ

        40. เอซ (Ace) หรือ เลข 1 ดอกจิก หมายถึง มีจุดเริ่มต้นใหม่ ๆ ได้พบสิ่งใหม่ ๆ มีความก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี

        41. เลข 2 ดอกจิก หมายถึง มีช่องทางเพิ่มขึ้น  มีโอกาสเดินทางตามแผนแบบไกล ๆ มีทางเลือกที่ดี

        42. เลข 3 ดอกจิก หมายถึง ดำเนินชีวิตด้วยความก้าวหน้า มีการขยับขยาย มีเครือข่ายและพันธมิตร เดินทางพบปะผู้คนในสังคม อุทิศตนเพื่อผู้อื่น

        43. เลข 4 ดอกจิก หมายถึง ความมั่นคง มีพื้นฐานที่ดี พอใจในการดำเนินการที่จุดหนึ่ง ลงทุนลงแรงเหน็ดเหนื่อยแต่สำเร็จ

        44. เลข 5 ดอกจิก หมายถึง วุ่นวายชุลมุน ขัดแย้งกระทบกระทั่ง ก้าวร้าวรุนแรง แตกแยก เป็นช่วงเวลาแห่งความแปรปรวน

        45. เลข 6 ดอกจิก หมายถึง มีความสามัคคี ผ่านเรื่องต่าง ๆ ไปด้วยดี เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก ประสบความสำเร็จ

        46. เลข 7 ดอกจิก หมายถึง เตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเข้ามา ต้องตั้งใจ พยายาม มีความสามารถเหนือผู้อื่น ต้องใช้ความสามารถของตนเอง

        47. เลข 8 ดอกจิก หมายถึง การเข้าสู่ระดับที่สูงขึ้น มีโอกาสและทางเลือกมากมาย มีความก้าวหน้าไปไกลขึ้นกว่าเดิม

        48. เลข 9 ดอกจิก หมายถึง ความคาดหวัง บรรลุความก้าวหน้า ทำหน้าที่อย่างตั้งใจเพื่อปกป้องรักษา ทุ่มเทสิ่งต่าง ๆ เพื่อผู้อื่น

        49. เลข 10 ดอกจิก หมายถึง มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมาย มีภาระต้องแบกรับ ทุกข์ยากลำบากใจถึงค่อยดีขึ้นในภายหลัง

        50. อัศวิน (Jack) ดอกจิก หมายถึง ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ผิวสองสี อายุประมาณ 20-30 ปี รูปร่างผอม ชอบเรียนรู้ ชอบทำงาน มีความสามารถส่วนตัว อีกนัยหนึ่งหมายถึง มีการติดต่อสื่อสาร ไปมาหาสู่

        51. พระราชินี (Queen) ดอกจิก หมายถึง ผู้หญิงทุกวัย ผิวสองสี รูปร่างสันทัด เก่งกาจไม่แพ้ผู้ชาย รอบรู้ มั่นอกมั่นใจ กล้าแสดงออก อัธยาศัยดี อีกนัยหนึ่งหมายถึง การจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

        52. พระราชา (King) ดอกจิก หมายถึง ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ผิวสองสี รูปร่างสันทัด มีความสามารถ บริหารดูแลรับผิดชอบได้เต็มที่ กระตือรือร้น ไม่ชอบนิ่งเฉย อีกนัยหนึ่งหมายถึง จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม



อ้างอิง
https://horoscope.kapook.com/view16023.html

27 มิถุนายน 2560

Exploding Cards - เกมการ์ดระเบิด


เกมนี้เป็นแนวเกมการ์ดปาร์ตี้เกม เล่นกันสนุกกับกลุ่มเพื่อนๆได้ง่ายๆใช้เวลาไม่นาน เกมนี้เอาวิธีการเล่นมาจาก Exploding Kittens ครับ โดยนำมาให้ประยุกต์เล่นกับสำรับไพ่ทั่วไปได้ อยากเล่นแต่บางครั้งไม่มีการ์ดแมวระเบิดสำเร็จรูปอยู่กับตัว เราก็เอาไพ่ป๊อกนี่แหละมาระเบิดแทนซ้า!
ไพ่สำรับเดียวพกเที่ยวได้ทุกที่ สำหรับเกมอื่นๆ ลองดูที่ ไพ่เล่นเกมอะไรได้บ้าง ได้เลยครับ

อุปกรณ์
  • ไพ่ป๊อกมาตราฐาน 1 สำรับ และ Joker 2 ใบ (ใช้ K หากไม่มี Joker)
  • ผู้เล่นตั้งแต่ 2 คน แต่แนะนำที่ 3-5 คน
*หมายเหุต ต้องมี Joker 4 ใบ จะเล่นได้ถึง 5 คน

ความสามารถของไพ่แต่ละใบ
Exploding Kittens

  • ไพ่ Joker (หรือใช้ K หากไม่มี Joker) คือ Exploding Kittens การ์ดระเบิด
  • ไพ่ Q คือ Nope ใช้ยกเลิกการ์ดได้ทุกใบ ยกเลิกได้แม้กระทั่งการ์ด Nope เองก็ตาม ยกเว้นการ์ดระเบิดและกู้ระเบิด
  • ไพ่ J คือ Attack ข้ามตาตัวเอง ไม่ต้องจั่วไฟ และให้คนต่อไปเล่นเพิ่มอีกรอบ
  • ไพ่ 5 คือ Skip ข้ามตานี้ไป และไม่ต้องจั่วการ์ด
  • ไพ่ 4 คือ Shuffle ใช้สิทธิสับการ์ดกองกลางใหม่ แล้วค่อยจั่ว
  • ไพ่ 3 คือ Defuse ตัดชนวนระเบิด แล้วเอาระเบิดนั้นใส่กลับในกองกลางตรงไหนก็ได้(ห้ามให้คนอื่นเห็นและห้ามแอบดูการ์ดอื่น)
  • ไพ่ 2 คือ See the future แอบดูการ์ด 3 ใบบนสุดของกองกลางแล้ววางกลับแบบเดิม(ห้ามให้คนอื่นเห็น)
  • ไพ่ A คือ Favor บังคับให้ผู้เล่นหนึ่งคนเลือกการ์ดในมือของเขามาให้เรา 1 ใบ
ไพ่นอกเหนือจากนั้น(รวมทั้งไพ่ข้างต้นด้วย)สามารถใช้ทำ Combo ได้ โดยใช้การ์ดแต้มเหมือนกัน
x2 ใบ = สุ่มหยิบการ์ดจากมือเพื่อนได้ 1 ใบ
x3 ใบ = เลือกเพื่อนหนึ่งคน บอกชื่อการ์ดที่ต้องการจากมือของเพื่อน(ห้ามดู) ถ้าเพื่อนมีก็ได้ไป ถ้าไม่มีก็อด

แต้มการ์ดไม่ซ้ำกันเลย
x5 ใบ = เลือกการ์ดจากกองทิ้งขึ้นมือได้ 1 ใบ

หลักการเล่น
ผลัดกันจั่วการ์ดจากกองกลาง ใครจั่วได้ ระเบิด(ไพ่ Joker) ตูม ตายต้องออกจากเกม แต่สามารถรอดได้โดยใช้การ์ดตัดชนวนระเบิด(ไพ่ 3) เล่นอย่างนี้ไปเรื่อยๆคนสุดท้ายที่รอดชนะ

ก่อนเริ่มเกม
  1. เอา Exploding Kittens(ไพ่ Joker) และ Defuse(ไพ่ 3) ทั้งหมดออกจากกอง
  2. สลับการ์ดที่เหลือแล้วแจกคนละ 4 ใบ
  3. แจก Defuse ให้คนละใบ
  4. ใส่การ์ด Exploding Kittens กลับใส่กองตามจำนวนผู้เล่น -1 เช่น เล่น 3 คน ให้ใส่ไป 2 ใบ ที่เหลือให้เอาออกจากเกมไป
  5. ใส่การ์ด Defuse ที่เหลือเข้ากอง (หากเล่น 2 คน ให้ใส่ แค่ 2 ใบ)
  6. สับการ์ดแล้ววางคว่ำลงเป็นกองกลางไว้จั่ว
  7. ให้คนใดคนหนึ่งเริ่มเกมก่อน

วิธีเล่น
  1. เมื่อถึงเทิร์นเรา จะเลือกใช้ความสามารถการ์ดที่มีอยู่ในมือโดยเปิดการ์ดแล้ววางลงที่กองการ์ดทิ้ง หรือใช้ Combo หรือจะจั่วการ์ดแล้วจบเทิร์นเลยก็ไม่ว่ากัน
  2. หลังจากใช้ความสามารถของการ์ดไปแล้ว ก็ยังสามารถใช้ได้อีกกี่ใบก็ได้
  3. เสร็จแล้วก็ค่อยจั่ว เป็นการจบเทิร์น
การ์ดจะมีบนมือกี่ใบก็ได้
ถ้าการ์ดหมดมือก็ยังเล่นได้ คือรอจั่วในรอบถัดไป

มาลองดูแบบคลิปกันครับ


วิธีแบบละเอียดตามนี้เลยครับ
ภาษาไทยโดย https://www.facebook.com/MEANBOOKTHAI/


เกมการ์ดนี้เป็นเกมการ์ดเกิดใหม่ที่ดังมากทีเดียวครับ การ์ดสำเร็จรูปก็ทำออกมาสวยงามน่าสะสมมาก ตอนนี้ออกมาถึงสองรุ่นแล้ว คือ รุ่นออริจินอล และ รุ่นกล่องดำสำหรับ 30+ (เนื่องจากมีภาพที่ต้องใช้วิจารญาณในการรับชมครับ 555+) แถมยังมีแอปให้เล่นออนไลน์ผ่านมือถือได้อีกด้วย นับว่าการันตีความสนุกได้พอสมควรเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ขอให้สนุกกับเกมการ์ดระเบิดนะครับเพื่อนๆ :)




25 พฤษภาคม 2560

Novecento - โนเวเชนโต้


Novecento โนเวเชนโต้ นวนิยายที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง 1900 เรื่องราวของนักเปียโนบนเรือเดินสมุทร ภาพยนตร์เรื่องนี้เองที่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้พี่ชายฅนหนึ่งของผมเล่นเปียโน...

กล่าวกันว่า
การมีโอกาสอ่านหนังสือดี
นับเป็นโชคของมนุษย์

นวนิยายอันไร้สุ้มเสียง
จะขับขานดนตรีได้เช่นไรกันนะ?
นี่คือสิ่งที่ต้องละเลียดอ่าน
ผ่านช่องว่างแห่งอักขระ
เข้าถึงสำเนียงแห่งความเงียบงันอันไพศาล
ซึ่งเป็นบทเพลงอันยิ่งใหญ่
ที่ชื่อว่า โนเวเชนโต้...

29 เมษายน 2560

อี้จิง - กับการอ่านของข้าพเจ้า


คัมภีร์อี้จิงนับเป็นปรัชญาโบราณที่เก่าแก่มากที่สุดเล่มหนึ่งของโลก แนวคิดพื้นฐานของอี้จิงเริ่มต้นราวสามพันปีก่อนคริสตกาลโดยฝูซี ต่อมาราวหนึ่งพันปีก่อนคริสตกาลโจวเหวินหวางและโจวกงได้นำมาพัฒนาและบันทึก จากนั้นได้มีการพัฒนาต่อกระทั่งสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ คัมภีร์อี้จิงจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโจวอี้ นับแต่นั้นมาอี้จิงได้กลายเป็นคัมภีร์คลาสสิคที่เหล่าบัณฑิตในสมัยโบราณใช้เวลาว่างมองดูฉักษลักษณ์ และครุ่นคิดตีความเพื่อให้เข้าใจถึงความลึกลับที่ซ่อนอยู่ ขงจื่อก็เป็นผู้หนึ่งที่ศึกษาโจวอี้อย่างจริงจังและมักพกติดตัวอยู่เสมอ ในช่วงปลายชีวิตขงจื่อได้หยิบจับโจวอี้บ่อยมากจนม้วนคัมภีร์ไม้ไผ่ขาดหลุดร่วงถึงสามครั้งสามครา
โจวอี้
อี้ แปลว่า ง่าย และ เปลี่ยนแปลง อี้จิงมีแนวคิดพื้นฐานว่าสรรพสิ่งต่างมีลักษณะเป็นทวิภาวะ เย็นและร้อน มืดและสว่าง ผู้หญิงและผู้ชาย อ่อนและแข็ง เลขคู่และเลขคี่ ฯลฯ ทวิภาวะเหล่านี้เรียกรวมว่า หยินและหยาง แม้ตรงข้ามแต่เกื้อกูลกัน ดังนั้นหยินหยางสมดุลสรรพสิ่งจึงดำรงอยู่ได้ หลักการของอี้จิงได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น การพยากรณ์โชคชะตา ฮวงจุ้ย ปรัชญา การแพทย์ การปกครอง ศิลปะการต่อสู้ และพิชัยสงคราม เป็นต้น เล่มเดียวอักษรเดิม สามารถตีความประยุกต์ใช้ได้มากมาย นับว่าเป็นคัมภีร์อภิปรัชญาที่มีความลึกซึ้งแฝงเร้นไว้มากมาย เหตุนี้อี้จิงจึงเป็นแม่บททางความคิดของปราชญ์ชาวจีนมาตลอดทุกยุคทุกสมัย และใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอีกด้วย
คัมภีร์โบราณจะเขียนเป็นวลีสั้น ๆ  กระชับ เรียบง่าย และกินความมาก ซึ่งกระตุ้นให้ผู้อ่านต้องพิจารณาตีความทำความเข้าใจความหมายให้กว้างไกลลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เข้าใจตนเองมากขึ้น เพราะเนื้อหาที่สมบูรณ์ไม่ได้อยู่เพียงในตำราเท่านั้น หากแต่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ด้วย ข้าพเจ้าเชื่ออย่างยิ่งว่าการศึกษาเช่นนี้จะสามารถดึงศักยภาพของแต่ละฅนออกมาได้ ใคร่ขอยกตัวอย่างเพื่อเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆผู้สนใจ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

===================



乾qián เฉียน พลังสร้างสรรค์        乾上乾下
乾พลังสร้างสรรค์,元เริ่มต้นกำเนิดยิ่งใหญ่亨เติบโตราบรื่น利เป็นประโยชน์สัมฤทธิผล貞ดำรงความถูกต้องบริสุทธิ์ดีงามตามวิถี。
-พลังสร้างสรรค์ คือการริเริมก่อกำเนิดยิ่งใหญ่ พัฒนาเติบโตขึ้นอย่างราบรื่นรุ่งเรือง เป็นประโยชน์สัมฤทธิผล ดำรงในความถูกต้องบริสุทธิ์ดีงามตามวิถี

初九,潛ซ่อนกาย龍มังกร,勿 อย่า用ลงมือ。
-มังกรซ่อนกาย อย่าลงมือ
มังกรเป็นสัญญลักษณ์ของผู้มีศักยภาพ ซึ่งซ่อนกายในน้ำ ทำให้นึกถึงภาพของทารกในครรภ์ เด็กในครรภ์ก็นับเป็นผู้มีศักยภาพที่จะโตขึ้นเพื่อเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ทั้งสิ้น แต่ในที่นี้อาจเป็นสัญลักษณ์ของการบ่มเพาะความสามารถหรือศักยภาพของตน ช่วยเริ่มต้นอย่าเพิ่งโอ้อวด

九二,見พบ龍มังกร在อยู่ใน田นา,利เป็นประโยชน์見พบ大人มหาบุรุษ。
- พบมังกรในนา การพบมหาบุรุษย่อมเป็นประโยชน์
นาเป็นสัญลักษณ์ของแหล่งเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว การจะพบกับมังกรหรือศักยภาพนั้น เราต้องแสวงหา เรียนรู้ และฝึกฝน การค้นหาเพื่อพบกับผู้มีความรู้ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์ในเรื่องนี้ได้

九三,君子สัตบุรุษ終ตลอด日วัน乾ตื่นตัว乾หมั่นเพียร,夕กลางคืน惕ระมัดระวัง若ดั่งนั้น,厲อันตราย,無ไร้咎ตำหนิ。
-สัตบุรุษตลอดวันตื่นตัวกระตือรือร้น กลางคืนระมัดระวัง อันตราย แต่ไร้ตำหนิ
ผู้มีความสามารถจะตื่นตัวฝึกตนตลอดวัน กระทั่งกลางคืนก็มีความระมัดระวัง อาจมีอันตราย แต่ไม่มีตำหนิ

九四,或บางทีอาจจะ躍กระโดด在อยู่ใน淵ก้นบึ้ง,無ไร้咎ตำหนิ。
- บางทีอาจจะกระโดดอยู่ในก้นบึ้ง ไร้ตำหนิ
การฝึกฝนในพื้นฐาน(ความรู้หลายอย่างที่ไหลลงมาในก้นบึ้งผสมผสานมากมาย) ย่อมทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดาในจุดนี้ ไม่มีตำหนิ

九五,飛บิน龍มังกร在อยู่บน天ฟ้า,利เป็นประโยชน์見หากพบ大人มหาบุรุษ。
-มังกรบินอยู่บนฟ้า การพบมหาบุรุษย่อมเป็นประโยชน์
ฟ้าเป็นสภาพแวดล้อมที่เราควบคุมไม่ได้ มังกรบินอยู่บนฟ้าจึงให้ภาพว่า การแสดงศักยภาพขึ้นอยู่กับโอกาสที่จะผ่านเข้ามา ดังนั้นการเข้าหาผู้ที่รู้ในเรื่องนี้(ผู้ที่เป็นใหญ่)ย่อมเป็นประโยชน์

上九,亢สูงเกินขอบเขต龍มังกร,有มี悔เสียใจ。
-สูงเกินของเขตมังกร มีเสียใจ
ผู้ที่ทำเกินศักยภาพของตน ย่อมต้องเจอกับการเสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป

用九,見พบ群กลุ่ม龍มังกร無ไร้首หัวหน้า,吉โชคดี。
-พบกลุ่มมังกรไร้หัว โชคดี
ผู้มีศักยภาพและความสามารถมาร่วมตัวกัน โดยไม่มีการแก่งแย่งเป็นใหญ่(หัวหน้า) การได้เรียนรู้และรวมกลุ่มกับผู้มีศักยภาพเช่นนี้ย่อมนำไปสู่สิ่งที่ดียิ่งขึ้นไป ถือเป็นมงคล

(อักษรจีนและคำแปลจาก อี้จิง ฉบับคำต่อคำ พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ)

===================

นี่คือปรัชญาที่ข้าพเจ้าได้จากการอ่านกว้าที่หนึ่งของคัมภีร์อี้จิง ส่วนที่นำเสนอนี้เป็นส่วนที่เห็นว่าใกล้เคียงเหมือนขยายความจากต้นฉบับโบราณที่สุด ข้าพเจ้าเองไม่อาจตีความได้ทั้งหมด แต่ที่สำคัญคือข้าพเจ้าเชื่อว่าผู้อ่านแต่ละคนย่อมตีได้ในมุมมองที่ต่างกันไปตามความถนัดของแต่ละคน ไม่มีถูกไม่มีผิด ไม่ควรถือว่าแบบใดถูกต้องที่สุด มีแต่เป็นประโยชน์หรือไม่ ซึ่งการตีความแบบอื่นๆจะช่วยเปิดมุมมองของให้กว้างขวางยิ่งๆขึ้นไปได้อีกมากมาย
ในบันทึกผู้แปลของ อี้จิง ฉบับคำต่อคำ ที่ข้าพเจ้าบอกว่าใช้ทบทวนก็คือเมื่อเห็นอักขระ แนวความคิดเหล่านี้ก็จะปรากฏขึ้นเหมือนการกระตุ้นความทรงจำทั้งให้ความเพลิดพลินในการตีความมองเห็นถึงแนวคิดใหม่ๆนับเป็นความสนุกอย่างหนึ่ง ข้าพเจ้าเชื่อว่าหนังสือไม่ควรคิดแทนเรา แต่ควรทำให้เราคิดได้
คัมภีร์อี้จิงสามารถอ่านเพื่อตีความในเชิงปรัชญา นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากอี้จิงเท่านั้น เป็นเพียงส่วนเล็กๆ นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้ในการพยากรณ์โชคชะตา การแพทย์ วิชามวย พิชัยสงคราม และอื่นๆอีกมากมายไม่รู้จบ เป็นได้มากเท่าที่อยากให้เป็น เสมือนเป็นสมบัติที่รอให้เราหยิบไปใช้ประโยชน์จากคัมภีร์บรรพชนโบราณเล่มนี้ หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยแก่ผู้ที่สนใจ

อี้จิง ฉบับคำต่อคำที่ข้าพเจ้าทำออกมานั้นนับเป็นฉบับแปลดิบกึ่งเรียบเรียง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอ่านจากต้นฉบับโบราณอย่างตรงไปตรงมา ต้องการเรียบเรียงด้วยตนเอง และต้องการตีความด้วยตนเอง เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างที่ข้าพเจ้าได้รับ ที่จัดทำออกมาเช่นนี้เพราะต้องการให้มีการตีความที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป เพื่อให้อี้จิงในยุคสมัยใหม่ไม่ถูกผูกขาดโดยความคิดใดความคิดหนึ่งโดยปราศจากการถกเถียงกันอย่างลึกซึ้งและเอาจริงเอาจังด้วยตนเอง
ดั่งคำกล่าวสุดท้ายในกว้าที่หนึ่งของคัมภีร์อี้จิงที่ว่า พบกลุ่มมังกรไร้หัวหน้า โชคดี

ขอท่านผู้อ่านให้ได้ประโยชน์และเพลิดเพลินกับคัมภีร์อี้จิงนะครับ
สวัสดีครับ ^_^

อี้จิง ฉบับคำต่อคำ พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ


หาผิดพลาดประการใดหรือมีอะไรควรเพิ่มเติมขอความกรุณาผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ขอบพระคุณมากครับ :D

28 เมษายน 2560

อี้จิง - วิธีการเสี่ยงทายด้วยเหรียญ


บทความนี้เราจะพูดถึงวิธีการเสี่ยงทายของอี้จิง ซึ่งมีวิธีเสี่ยงทายหลายแบบ แต่วิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดคือการใช้เหรียญ ไม่พูดพร่ำทำเพลงเริ่มกันเลยดีกว่าครับ ;)

หาสถานที่เงียบสงบ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย นึกถึงปัญหาที่ต้องการถามตลอดการเสี่ยงทาย นำเหรียญขนาดเท่ากัน 3 เหรียญถือไว้ แล้วทอย
  1. ทอยได้หนึ่งหัว เป็นหยาง -----
  2. ทอยได้หนึ่งก้อย เป็นหยิน -- --
  3. ทอยได้สามหัว เป็นหยางแก่ ----- o
  4. ทอยได้สามก้อย เป็นหยินแก่ -- -- x
  5. ทอยเหรียญหกครั้ง ให้เขียนขีดเหยาจากล่างไปบน จนครบทั้งหกเหยา
  6. เปิดอ่านฉักลักษณ์ที่ได้นั้นใช้พยาการณ์
  7. หากมีหนึ่งเส้นเป็น แก่ ให้อ่านเส้นเหยานั้นเป็นเส้นพยากรณ์เพิ่มเติม
  8. หากมีเส้น แก่ มากกว่าหนึ่ง ให้กลับเล้นเฉพาะเส้นแก่(ทั้งหมด)จาก หยิน<->หยาง จะได้ฉักลักษณ์ใหม่
  9. เปิดอ่านฉักลักษณ์นั้นใช้พยาการณ์เพิ่มเติม

การพยากรณ์แบบดั้งเดิมใช้ไม้ติ้ว 55 อัน

หาผิดพลาดประการใดหรือมีอะไรควรเพิ่มเติมขอความกรุณาผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ขอบพระคุณมากครับ :D

18 เมษายน 2560

พิชัยสงครามซุนจื่อ บทวิเคราะห์ ภาค 3 จุดอ่อนห้าประการ


ในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อบทที่ 8 เก้าสภาวการณ์ 九變 คำว่า 九 เก้า ถูกใช้ในความหมายว่าหลากหลาย และ 變 แปลตรงตัวว่าการเปลี่ยนแปลง บทนี้จึงเป็นการกล่าวถึง สภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอันหลากหลาย ซึ่งในตำราได้แจกแจงและให้คำอธิบายไว้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา แต่ในส่วนท่อนสุดท้ายที่กล่าวถึง แม่ทัพมีอันตรายห้า ซึ่งเราเรียกกันว่า จุดอ่อนห้าประการของแม่ทัพ นั้นคือการเปลี่ยนแปลงของสภาวการณ์อะไร บทความนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันครับ

ฉะนั้น แม่ทัพมีอันตรายห้า
สู้ตายอาจถูกฆ่า
กลัวตายอาจถูกจับ
โกรธง่ายอาจถูกข่ม
สัตย์ซื่ออาจถูกหยาม
รักราษฎร์อาจถูกกวน
(จากตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ)

เมื่อลองพิจารณาดูแล้วจะเห็นว่าจุดอ่อนของแม่ทัพเกิดจากจุดแข็งของแม่ทัพนั่นเอง! ยังจำจุดแข็งของแม่ทัพได้มั้ยครับ ในบทที่หนึ่ง คือ ปัญญา สัจจะ เมตตา กล้าหาญ เข้มงวด
จับคู่ได้ดังนี้ครับ
สู้ตาย เพราะ กล้าหาญมากสุดโต่ง ทำให้บ้าบิ่นและถูกฆ่าได้
กลัวตาย เพราะ ปัญญามากสุดโต่ง จนไม่กล้าเสี่ยงอะไรเลย(มีปัญญาไม่มีความกล้า)
โกรธง่าย เพราะ เข้มงวดมากสุดโต่ง อะไรที่ผิดไปจากระเบียบแบบแผนจะทำให้คนเข้มงวดโกรธได้ง่ายมาก
สัตย์ซื่อ เพราะ สัจจะมากสุดโต่ง จนกลัวเสียชื่อเสียงจึงอาจถูกหยามได้
รักราษฎร์ เพราะ เมตตามากสุดโต่ง จึงถูกก่อกวนได้

จะเห็นว่าจุดแข็งสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นจุดอ่อนได้หากมีไม่ครบหรือมีมากเกินไป! จุดแข็งมีไม่ครบก็ไม่ได้ น้อยไปก็ไม่ได้ มีมากไปก็ไม่ได้ ต้องมีอย่างสมดุลทั้งห้าประการเท่านั้นจึงจะเป็นแม่ทัพที่ดีตามหลักของซุนวูนั่นเอง แต่คุณสมบัติเหล่านี้ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวการณ์รอบตัวอีกด้วย และแต่ละคุณสมบัติก็มีจุดเด่นด้อยต่างกันไป จึงต้องเลือกใช้จุดอ่อนจุดแข็งให้ตรงตามสภาวการณ์ที่ต่างกันด้วยนั่นเอง บทที่ 8 เป็นบทที่สั้นที่สุดในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ แต่มีความสำคัญยิ่งยวดไม่แพ้บทอื่นเลยทีเดียวล่ะครับ
ฉะนั้น ไม่อาจไม่พินิจพิเคราะห์ ;)

บทความนี้เท่านี้ก่อน
ขอให้เพลิดเพลินกับตำราพิชัยสงครามซุนจื่อนะครับ
สวัสดีครับ ^_^


บทวิเคราะห์นี้เป็นการศึกษาจากเอกสารต่างๆและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง หากผิดพลาดประการใดใคร่ขออภัยและขอน้อมรับคำชี้แนะจากท่านผู้รู้ด้วยความยินดียิ่ง

12 เมษายน 2560

อี้จิง ฉบับคำต่อคำ - แปลไทย พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ


มีคำกล่าวว่า ไม่ศึกษาอี้จิง ไม่อาจเป็นใหญ่!

เนื้อหาโดยสังเขป
หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทบทวนและเป็นตัวช่วยนำทางในการอ่านโจวอี้ด้วยตนเองของข้าพเจ้าแปลแบบคำต่อคำเคียงข้างต้นฉบับจีนโบราณเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าต่อไป ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์ในวงกว้างจึงได้จัดพิมพ์เพื่อผู้สนใจ และถ้าท่านผู้อ่านศึกษาพื้นฐานอี้จิงมาก่อนจะช่วยในการอ่านได้อย่างมาก สุดท้ายนี้หากขาดตกบกพร่องประการใดข้าพเจ้าจึงใคร่ขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ โอกาสนี้
(บันทึกผู้แปล)

เนื้อหาหลัก
ตรีลักษณ์โดยสังเขป
แผนภูมฉักลักษณ์
ฉักลักษณ์ทั้ง 64
คำอธิบายแต่ละฉักลักษณ์ของโจวเหวินหวาง
คำอธิบายแต่ละเหยาของโจวกง

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือทำมือ เย็บด้วยมือแบบคัมภีร์โบราณ
ใช้กระดาษถนอมสายตาเพื่อให้สบายตาและอ่านได้นาน
เดิมทีข้าพเจ้าแปลไว้ศึกษาด้วยตนเองและบริจาคห้องสมุด
เห็นเป็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในวงกว้าง
จึงจัดพิมพ์เพื่อนำเสนอแด่ท่านผู้สนใจร่วมกัน
รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาคในรูปแบต่างๆต่อไป
ขอบคุณทุกคนมากครับ ;)
รายชื่อห้องสมุดที่ได้รับบริจาค

====================

อี้จิง
ฉบับคำต่อคำ
พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ
แปล กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
แปลเสร็จสิ้น เมษายน พ.ศ.2560
จัดพิมพ์ Harirak Farm

หนังสือทำมือรูปแบบพรีเมี่ยม
เข้าเล่มด้วยเชือกแบบคัมภีร์โบราณ
พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตาอย่างดี 80 แกรม
เพื่อให้หนังสือแข็งแรงคงทนและเก็บได้นาน

ขนาด 145 x 210 x 7 มม.
หนา 100 หน้า
ราคา 350 บาท
จัดส่ง EMS ฟรี!

แถมสมุดจีน 1 เล่ม
สั่งซื้อวันนี้แถมฟรี! สมุดจดบันทึกพกพา แบบสมุดจีนโบราณ (คละแบบ) ขนาด A6 จำนวน 1 เล่ม ด้วยกระดาษถนอมสายตา 80 แกรม ไม่มีเส้น จำนวน 80 แผ่นรวมปก เป็นสมุดทำมือ มูลค่า 40 บาท
จนกว่าของจะหมด มีจำนวนจำกัด!

สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่นี่!
harirakfarm@gmail.com
http://harirakfarm.lnwshop.com/
https://www.facebook.com/harirakfarm

มีอี้จิงเพียงเล่มเดียว เสมือนหนังสือนับหมื่นเล่ม!
ซื้อ "อี้จิง ฉบับคำต่อคำ พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ" วันนี้
แล้วท่านจะศึกษาอี้จิงได้ตลอดไป...

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมและอุดหนุนจ้า ^-^


หมายเหตุผู้แปล แนะนำให้อ่าน อี้จิง ศาสตร์พื้นฐานแห่งชีวิต เพื่อเข้าใจภาพรวมพื้นฐานอี้จิงก่อนอ่านงานประพันธ์ดั้งเดิมนะครับ ;)
ฉบับนี้นับเป็นฉบับแปลดิบกึ่งเรียบเรียง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอ่านจากต้นฉบับโบราณอย่างตรงไปตรงมา ต้องการเรียบเรียงด้วยตนเอง และต้องการตีความด้วยตนเอง ที่จัดทำออกมาเช่นนี้เพราะต้องการให้มีการตีความที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป เพื่อให้อี้จิงในยุคสมัยใหม่ไม่ถูกผูกขาดโดยความคิดใดความคิดหนึ่งโดยปราศจากการถกเถียงกันอย่างลึกซึ้งและเอาจริงเอาจังด้วยตนเอง
แนะนำแนวทางในการอ่านของผู้แปล อี้จิง - กับการอ่านของข้าพเจ้า





後天八卦
ปากว้าหลังสวรรค์
ของโจวเหวินหวาง

02 เมษายน 2560

พิชัยสงครามซุนจื่อ บทวิเคราะห์ ภาค 2 คุยเฟื่องเรื่องปิงฝ่า


ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ ภาษาจีนเรียกว่า ซุนจื่อปิงฝ่า 孫子兵法 คำว่า ปิงฝ่า 兵法 แปลตรงตัวว่า ทหารกฎ จึงแปลเป็น พิชัยสงคราม หรือ กลยุทธ์ เขียนโดย ซุนวู 孫武 มานับสองพันกว่าปีมาแล้วในสมัยชุนชิวก่อนยุกสามก๊กเกือบพันปี ในภาษาอังกฤษเรียก The Art of War จะหมายถึงตำราพิชัยสงครามของซุนจื่อเป็นหลักครับ
ได้รับการแปลเป็นภาษาตะวันตกครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1782 เป็นการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสโดยบาทหลวงฌอง โชแซฟท์ มารี อามีโอต์ (Jean Joseph Marie Amiot) นักบวชในศาสนาคริสต์นิกายเยซูอิต จนถึงปัจจุบันนี้มีการแปลเป็นภาษาต่างๆมากมายทั่งโลก และยังคงมีการตีความและแปลใหม่อยู่ตลอด แม้ในภาษาจีนเองก็แปลจากจีนโบราณเป็นสำนวนจีนปัจจุบันด้วยเช่นกัน และมีการตีความต่างๆกันไป ในฉบับคลาสสิคฉบับภาษาอังกฤษจะเป็นของ Lionel Giles และอีกฉบับที่ใหม่กว่าเป็นของ Gary Gagliardi ซึ่งได้แปลคำต่อคำและตีความใหม่จากภาษาจีนโบราณ ของไทยเราเองก็มีการแปลออกมาหลายสำนวนเช่นกันที่คลาสสิคสุดจะเป็นสำนวนของคุณบุญศักดิ์ แสงระวี

รู้เขารู้เรา ร้อยรบมิพ่าย
ในฉบับโบราณที่ถูกค้นพบจากหลายแหล่งมีบางคำที่ต่างกันไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วมีเนื้อหาเดียวกัน แม้ว่าใช้ต้นฉบับภาษาจีนโบราณเหมือนกัน แต่การแปลความของฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกแปลออกมาไม่เหมือนกัน เนื่องจากคัมภีร์จีนโบราณเขียนอย่างสั้นกระชับแต่กินความมาก ด้วยการประหยัดถ้อยคำของคนโบราณนี้เองไม่ว่าจะเพราะสมัยนั้นมีคำน้อยหรือเพื่อความสวยงามในการอ่านและเขียนหรือพื้นที่บันทึกบนซีกไม้ไผ่มีจำกัดก็ตาม รวมถึงคำที่ใช้ก็คนละความหมายกับปัจจุบันและมีความหมายกว้างมาก คัมภีร์โบราณจึงต้องอ่านและตีความ นอกจากจะตีความในแง่ของภาษาแล้วยังต้องตีความหมายแฝงและรูปลักษณ์ของตัวอักษรอีกด้วย สิบคนอ่านสิบความหมาย อ่านรอบแรกกับรอบสองได้ประเด็นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกความหมายดูจะเข้าท่าทั้งนั้นครับ จึงไม่มีการแปลความใดที่ถูกที่สุดเพียงแบบเดียว ทุกแบบถูกต้องหมดครับ อยู่ที่จะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร ทีนี้มาดูความแตกต่างของตำราพิชัยสงครามซุนจื่อตะวันตกและตะวันออกในจุดที่ผมเห็นว่าน่าสนใจกันครับ

ในบทที่ 3 ส่วนที่ว่า
ฉะนั้น การสงครามชั้นยอดพิชิตด้วยอุบาย
รองมาพิชิตด้วยการทูต
รองมาพิชิตด้วยทหาร


ทางตะวันตกแปลว่า
ฉะนั้น การสงครามชั้นยอดทำลายแผนของข้าศึก
รองมาทำให้ข้าศึกแตกแยกพันธมิตร
รองมาจู่โจมกองกำลังของข้าศึก

ผมมองว่าเข้าท่าทั้งคู่ แต่การแปลแบบฝั่งตะวันออกเราจะคล้ายกับพิชัยสงครามของอินเดียที่ว่า การสงคราม หนึ่งใช้ทูต สองใช้ทาน สามใช้ทัณฑ์ ส่วนการแปลของฝั่งตะวันตกเป็นหลักการที่น่าสนใจครับ มาดูอีกตัวอย่างหนึ่ง

ในบทที่ 9 ส่วนที่ว่า
สงครามไม่ใช่สำคัญประโยชน์ด้วยจำนวนมาก
เพียงอย่าผลีผลามบุก
รวมกำลังพอเหมาะ
คาดคะเนข้าศึก
เอาชนะได้เป็นพอ


ทางตะวันตกแปลว่า
ทหารไม่มากพอจะใช้ประโยชน์
แค่ไม่สามารถโจมตีโดยตรง
รวมกำลังที่มีทั้งหมด
เฝ้าระวังข้าศึก
แล้วหาคนมาเพิ่ม

ตรงนี้นับว่าต่างกันพอสมควรที่เดียว ทางฝั่งตะวันออกเราได้ความหมายว่า ไม่ใช่อาศัยแต่จำนวนที่มากกว่า ส่วนตะวันตกได้ความหมายว่า น้อยกว่าก็ให้หาไพร่พลมาเพิ่ม ก็นับว่าเข้าท่าทั้งคู่ครับ ส่วนตัวจากการแปลจากภาษาจีนโบราณแบบตรงไปตรงมาผมว่าได้ความแบบตะวันออกเรามากกว่าครับ แต่การตีความของตะวันตกใช่จะไม่มีเหตุนะครับ เพราะย่อหน้าถัดจากนี้เป็นเรื่องของ ไพร่พลใหม่ที่ยังไม่สนิท จึงนับว่ามีมูลอยู่ไม่น้อยทีเดียว

การแปลความแบบต่างๆ นับว่าน่าสนใจทั้งสิ้นครับ การอ่านซุนจื่อควรอ่านหลายๆสำนวนแปล

จะเห็นว่าตำราพิชัยสงครามซุนจื่อเล่มเดียวกัน แต่คนตะวันตกกับตะวันออกได้อ่านไม่เหมือนกัน แต่ก็เข้าท่าทั้งสองแบบเลยครับ ในฉบับจีนโบราณเองอ่านแต่ละรอบก็ได้รับอะไรใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกครั้งเช่นกัน เป็นการเขียนที่เลือกใช้คำได้สุดยอดมากครับ ดังนั้นแม้ภายนอกของตำราพิชัยสงครามซุนจื่อจะเป็นนิพนธ์ทางการทหาร แต่ก็มีแนวคิดทางปรัชญาแฝงไว้มากมาย นับว่าเป็นการเขียนที่ไม่ธรรมดาจริงๆครับ

คัมภีร์จีนโบราณแทบทุกเล่มจะเขียนออกมาแบบนี้ทั้งหมดครับ เป็นวลีสั้น ๆ  กระชับ เรียบง่าย และกินความมาก ซึ่งกระตุ้นให้ผู้อ่านต้องพิจารณาตีความทำความเข้าใจความหมายให้กว้างไกลลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เข้าใจชีวิตตนเองมากขึ้น เพราะเนื้อหาที่สมบูรณ์ไม่ได้อยู่เพียงในตำราเท่านั้น หากแต่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ด้วย ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าการศึกษาเช่นนี้จะสามารถดึงศักยภาพของแต่ละฅนออกมาได้ครับ

บทความนี้เท่านี้ก่อน
ไว้เจอกันใหม่ครับ
สวัสดีครับ ^_^



อ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B9

บทวิเคราะห์นี้เป็นการศึกษาจากเอกสารต่างๆและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง หากผิดพลาดประการใดใคร่ขออภัยและขอน้อมรับคำชี้แนะจากท่านผู้รู้ด้วยความยินดียิ่ง

31 มีนาคม 2560

BioRhythm - ไบโอริธึม กราฟจังหวะชีวิต

หนังสือ Bio-Rhythm a personal science

BioRhythm หรือ ไบโอริธึม เป็นแนวคิดเกี่ยวกับวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติว่ามีวงจรการเปลี่ยนแปลงที่แน่นอน แนวคิดนี้มีมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ได้ถูกนำมาใช้ในการพยากรณ์ช่วงจังหวะของชีวิตว่าตั้งแต่เกิดนั้นในวันไหนร่างกายของเราเป็นอย่างไร โดยไบโอฯมีพื้นฐานอยู่ 3 วงจร
  1. วงจรทางร่างกาย (Physical) เกี่ยวกับสุขภาพและความแข็งแรงทางร่างกาย ร่วมถึงความต้านทานโรคด้วย มีระยะเวลารอบละประมาณ 23 วัน
  2. วงจรทางอารมณ์ (Emotional) เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก มีระยะเวลารอบละประมาณ 28 วัน
  3. วงจรทางปัญญา (Intellectual) เกี่ยวกับความคิดสติปัญญา มีระยะเวลารอบละประมาณ 33 วัน

วงจรนี้จะถูกแสดงเป็นไซน์เวฟที่แน่นอนตามรอบของมัน โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่เราเกิดจาก 0 และเริ่มด้วยการวิ่งขึ้นไปทางบวกเมื่อสูงสุดแล้วค่อยๆลดลงมาจนผ่านเส้น 0 ลงไปติดลบจนต่ำสุดและค่อยๆขึ้นกลับเป็นวงรอบแบบนี้ไปเรื่อยๆวันต่อวัน
วงจรเหล่านี้เป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์ล้วนๆ นั่นหมายความว่าคนที่เกิดวันเดือนปีเดียวกันจะมีกราฟที่เหมือนกันเป๊ะๆเลย ซึ่งนี่คือจุดที่ถูกตั้งข้อสงสัยและไม่สมเหตุสมผลกับพฤติกรรมของคนเราที่ไม่น่าจะเหมือนกันได้ ซึ่งในภายหลังได้มีการเพิ่มวงรอบอื่นๆเข้าไปอีกเช่น วงจรสัญชาตญาณ(Intuitive) จิตวิญญาณ(Spiritual) ตระหนักรู้(Awareness) สุนทรีย์(Aesthetic) เป็นต้น แต่โดยทั่วไปแล้วจะเน้นที่ 3 วงจรแรกเป็นหลักครับ

อุปกรณ์แสดงกราฟไบโอริธึมสมัยก่อน
ไบโอริธึมจึงถูกนำมาใช้คาดการณ์ว่าในวันนี้เดือนนี้ปีนี้ สภาพกาย-จิตใจ-ปัญญาของเราอยู่ที่กี่เปอร์เซ็น จึงกลายเป็นการพยากรณ์ในรูปแบบของคณิตศาสตร์นั่นเอง
เมื่อเรารู้สภาพวงจรของเราในวันนั้นๆแล้ว ถ้าพูดแบบภาษานักพยากรณ์คือ จะสามารถรับโชคเลี่ยงเคราะห์ได้ โดยดูว่าวันนั้นอะไรเด่นอะไรด้อย จึงเลี่ยงด้อยเลือกเด่น อย่างนี้เป็นต้น สมัยก่อนต้องพล๊อตกราฟด้วยมือ(อย่างกะโหรเลยครับ) หรือไม่ก็มีเครื่องมือเฉพาะ แต่ปัจจุบันมีแอปมากมายให้เลือกใช้ครับ แค่ใส่วันเดือนปีเกิดเท่านั้น โดยบางแอปมีคำพยากรณ์สำหรับแต่ละวันให้ด้วยนะ
ใครสนใจอยากรู้ว่ากราฟจังหวะชีวิตของตนเป็นอย่างไรสามารถเข้าไปเล่นผ่านเว็บได้ที่ http://www.biorhythm-calculator.net/ หรือถ้าอยากมีเป็นแอปติดตั้งไว้ให้ค้นหาด้วยคำว่า biorhythm มีมากมายให้เลือก แต่ถ้าตัดสินใจไม่ได้ผมแนะนำ Personal Biorhythms Calculator เป็นโปรแกรมที่ใช้ง่ายและมีคำพยากรณ์วันต่อวันด้วย
แอปแสดงกราฟไบโอริธึม

โดยทั่วไปกราฟที่แดนบวกเป็นช่วงศักยภาพตื่นตัวและกราฟที่แดนลบจะเป็นช่วงศักยภาพผ่อนคลาย และช่วงที่ 0 จะเรียกว่าจุดวิกฤตซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เมื่อดูวงจรที่ขึ้นลงเป็นรอบเหล่านี้แล้วชวนให้นึกถึงลูกตุ่มที่เมื่อเหวี่ยงไปซ้ายก็ต้องกลับมาขวาตามจังหวะเวลาของมัน ถ้าไม่มีแรงเสียดทานมันก็จะเหวี่ยงกลับไปกลับมาแบบนั้นเหมือนวงรอบไบโอริธึม ช่วงจังหวะชีวิตเองก็เคลื่อนอยู่เสมอไม่หยุดนิ่งเป็นวัฏจักร

กราฟนี้ชวนให้คิดว่าน่าจะใช้ร่วมกับคัมภีร์อี้จิงได้ เคยอ่านเจอว่าถ้าเราคำนวณกราฟระดับสูงต่ำของมันให้เป็นความเข้มของหยินหยาง แล้วนำมาพล๊อตเป็นเหยาทั้งหก โดยให้ปัญญาแทนเหยาดิน อารมณ์แทนเหยาคน และกายแทนเหยาฟ้า สามารถพลิกคัมภีร์อี้จิงดูคำแนะนำของสภาวะหยินหยางของร่างกายในช่วงเวลานั้นๆได้เลย ผมว่าเข้าท่าดีนะครับ ไม่แน่ว่าอาจใช้ประโยชน์ได้จริงก็ได้นะ ;)

ไบโอริธึมจะแม่นหรือไม่แม่นต้องทดลองดูกันนะครับเพื่อนๆ ได้ผลอย่างไรมาบอกเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

บทความนี้เท่านี้ก่อนครับ
หวังว่าคงเป็นเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจนะครับ
ไว้เจอกันใหม่บทความหน้า
สวัสดีครับ ^_^

แถม



อ้างอิง
https://www.gotoknow.org/posts/94604
http://goozhuqi.info/index.php/Biorhythms
http://www.vcharkarn.com/vcafe/225848

25 มีนาคม 2560

พิชัยสงครามซุนจื่อ บทวิเคราะห์ ภาค 1 นิยามคำสำคัญ

ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ ฉบับคัดลอก
ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ(ซุนจื่อปิงฝ่า - 孫子兵法 - The Art of War) เขียนโดย ซุนวู(孫武) เป็นตำราทางการทหารที่โด่งดังที่สุดในโลก ถูกเขียนขึ้นเมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปีก่อน แม้วันนี้เรายังคงต้องศึกษาจากคัมภีร์เล่มนี้กันอยู่ แทบทุกคนต้องเคยได้ยินวลีที่ว่า รู้เขารู้เรา ร้อยรบไม่อันตราย ด้วยรูปแบบการเขียนตำราที่สั้น กระชับ สุขุม และกินความมาก ทำให้การแปลโดยถอดความอย่างครบถ้วนนั้นเป็นไปได้ยาก
เมื่ออ่านโดยตรงพิชัยสงครามซุนจื่อจะเป็นนิพนธ์ทางการทหาร แต่กระนั้นก็มีความหมายทางปรัญชาแฝงเร้นอยู่ตลอดตั้งเล่ม ด้วยการเขียนที่กระชับและกินความมากนี้ แสดงว่าซุนวูได้เลือกใช้คำอย่างพิถีพิถัน ดังนั้นสำหรับบทวิเคราะห์บทแรก เรามาดูนิยามเบื้องต้นของคำสำคัญที่ซุนวูเลือกใช้ในพิชัยสงครามกันก่อนครับ เพื่อความเข้าใจเพิ่มขึ้น เริ่มกันเลยครับ!

โดยทั่วไป คำว่า โจมตี ต่อสู้ ปะทะ สงคราม การรบ ทำศึก ฯลฯ เรามักจะใช้ในความหมายที่ใกล้เคียงกันมากและบางคำก็ใช้แทนกันได้ แต่ในตำราซุนวูได้เลือกใช้คำเหล่านี้อย่างเฉพาะเจาะจงและมีความหมายที่ชัดเจน ให้ความหมายและนิยามจากต้นฉบับภาษาจีนโบราณเทียบเป็นภาษาไทยเพื่อให้เข้าใจตรงกันดังนี้ครับ

兵 การสงคราม การทหาร กองทหาร คือ คำไทยแปลเปลี่ยนตามบริบท แต่โดยรวมหมายถึง การทหาร

การเดินทาง การเดินทัพ คือ การเคลื่อนกำลังต่อไป

戰 การรบ การศึก คือ การเข้าสู่สงครามเผชิญหน้ากับข้าศึก

攻 การโจมตี คือ การเคลื่อนกำลังรุกราน เข้ากระทำ และการจู่โจม เข้าตี นับเป็นรูปแบบหนึ่งของการโจมตี

爭 สัประยุทธ์ ช่วงชิง ชิง คือ การต่อสู้เพื่อช่วงชิงอะไรบางอย่าง เช่น ชัยภูมิ ชัยชนะ ฯลฯ มักจะเกิดการห้ำหั่นฆ่าล้างกันของทั้งสองฝ่าย

形 รูปลักษณ์ คือ กระบวนทัพ เป็นการจัดวางตำแหน่ง

勢 พลานุภาพ คือ แรงส่ง แรงหนุน ในภาษาอังกฤษเรียกว่า โมเมนตัม(Momentum)

แนวคิดที่ซุนวูเสนอในพิชัยสงครามนั้นเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง แม้หลักจะการตายตัว แต่เป็นแนวคิดที่บ่งบอกการเคลื่อนคล้อยเปลี่ยนผัน สถานะและเวลา (Space-Time) เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเสมอตลอดการอ่านตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ เนื่องจากสถานะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน สถานะก็เปลี่ยนด้วยนั่นเอง
จากนิยามเหล่านี้ปกติซุนวูจะแนะนำให้เลี่ยงการสัประยุทธ์ เนื่องจากมีความสูญเสียมาก อาจได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งจะปรากฏอยู่ในบทต่างๆโดยเฉพาะบทที่ 7 การสัประยุทธ์ ที่ได้แนะนำแผนอ้อมตรง หากมันช่วยลดความสูญเสียและนำไปสู่สิ่งที่ต้องการได้เหมือนกัน ก็ให้ใช้ทางอ้อม ไม่จำเป็นอย่าเผชิญหน้า
ชัยชนะในความหมายของซุนวูนั้นไม่ใช่การสัประยุทธ์(เราจะเห็นคำนี้ในต้นฉบับโบราณน้อยมาก) เพราะการห้ำหั่นแม้ชนะ ก็อาจกลับเป็นแพ้ได้ หากสิ่งที่ได้ ไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป เป็นชัยชนะในความหมาย ได้มากกว่าเสีย หรือ อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะเลี่ยงการห้ำหั่นได้เสมอไป สำคัญคือไม่แสวงหาการห้ำหั่นเสียเอง

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เข้าใจแนวคิดของซุนวูมากขึ้นอีกนิดนึง โดยเฉพาะการ ชนะโดยไม่รบ ซึ่งเป็นแก่นหลักของตำราเล่มนี้ เบื้องหน้าของตำราพิชัยสงครามซุนจื่อเป็นเรื่องสงคราม แต่โดยเนื้อแท้กลับเป็นปรัชญาธรรมที่ควรค่า เป็นหลักการปกครองและพัฒนาตนเองตามครรลอง เรื่องนัยยะทางปรัชญาเหล่านี้ผมจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆฟังเมื่อมีโอกาสในครั้งต่อๆไปนะครับ

ไว้เจอกันใหม่บทความหน้า
ขอบคุณมากครับ ^_^


บทวิเคราะห์นี้เป็นการศึกษาจากเอกสารต่างๆและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง หากผิดพลาดประการใดใคร่ขออภัยและขอน้อมรับคำชี้แนะจากท่านผู้รู้ด้วยความยินดียิ่ง

22 มีนาคม 2560

ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ - แปลไทย พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ


มีคำกล่าวว่า อันว่าตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ ไม่อ่านไม่ได้ ได้อ่านช้าไปก็ไม่ได้!

เนื้อหาโดยสังเขป
ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ เป็นตำราโบราณที่เก่าแก่และมีความสำคัญมากที่สุดเล่มหนึ่งของโลก ถูกเขียนขึ้นนานนับสองพันกว่าปีมาแล้ว ...เป็นตำราโบราณที่ครอบคลุมหลากหลายแนวคิดและแฝงความลึกซึ้งทางด้านปรัชญาไว้อย่างมากมาย สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี 
หนังสือเล่มนี้แปลโดยยึดต้นฉบับจีนโบราณเป็นหลัก และค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งต่าง ๆ มากมาย ในต้นฉบับโบราณนั้นมีลักษณะการเขียนเป็นวลีสั้น ๆ กระชับ เรียบง่าย และกินความมาก... ข้าพเจ้าจึงตั้งใจทำการแปลอย่างตรงไปตรงมา จัดเรียงแบบบรรทัดต่อบรรทัด ตามรูปแบบการเว้นวรรคของต้นฉบับโบราณ ให้คงอรรถรสใกล้เคียงต้นตำรับมากที่สุด ...พร้อมเผยต้นฉบับจีนโบราณไว้ให้ท่านด้วยเพื่อเป็นประโยชน์ในการค้นคว้าต่อไป
(ส่วนหนึ่งของคำนำ)

สารบัญ
ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ
บทที่ 1 การประเมิน
บทที่ 2 ดำเนินการรบ
บทที่ 3 ยุทธวิธีโจมตี
บทที่ 4 รูปลักษณ์
บทที่ 5 พลานุภาพ
บทที่ 6 จุดอ่อนจุดแข็ง
บทที่ 7 การสัประยุทธ์
บทที่ 8 เก้าสภาวการณ์
บทที่ 9 การเดินทัพ
บทที่ 10 ลักษณะพื้นที่
บทที่ 11 เก้าพื้นที่
บทที่ 12 โจมตีด้วยเพลิง
บทที่13 การใช้จารชน
孫子兵法
อรรถอธิบาย

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือทำมือ เย็บด้วยมือแบบคัมภีร์โบราณ
ใช้กระดาษถนอมสายตาเพื่อให้สบายตาและอ่านได้นาน
เดิมทีข้าพเจ้าแปลไว้ศึกษาด้วยตนเองและบริจาคห้องสมุด
เห็นเป็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในวงกว้าง
จึงจัดพิมพ์เพื่อนำเสนอแด่ท่านผู้สนใจร่วมกัน
รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาคในรูปแบต่างๆต่อไป
ขอบคุณทุกคนมากครับ ;)
รายชื่อห้องสมุดที่ได้รับบริจาค

====================

ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ #แปลใหม่
พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ
เขียน ซุนวู
แปลและบรรณาธิการ กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
ฉบับปรับปรุง กรกฎาคม พ.ศ.2560
ปรับปรุงสำนวนและปรับคำให้ดียิ่งขึ้น
จัดพิมพ์ Harirak Farm

หนังสือทำมือรูปแบบพรีเมี่ยม
เข้าเล่มด้วยเชือกแบบคัมภีร์โบราณ
พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตาอย่างดี 80 แกรม
เพื่อให้หนังสือแข็งแรงคงทนและเก็บได้นาน
ขนาด 145 x 210 x 8 มม.
หนา 128 หน้า
ราคา 350 บาท
จัดส่ง EMS ฟรี!

สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่นี่
!
harirakfarm@gmail.com
http://harirakfarm.blogspot.com/
http://harirakfarm.lnwshop.com/
https://www.facebook.com/harirakfarm

เพจ ภูมิปัญญาพิชัยสงคราม
https://www.facebook.com/theartofwarwisdom/

ซื้อ "ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ พร้อมต้นฉบับจีนโบราณ" วันนี้
แล้วท่านจะศึกษาผลงานของซุนวูได้ตลอดไป...

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมและอุดหนุนจ้า ^-^


หมายเหตุ ฉบับนี้คงไม่ใช่ฉบับที่จะไม่ต้องทำการแก้ไขอีกต่อไปแล้ว เพราะเมื่อมีความเข้าใจคำที่ถูกต้องมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เปิดโอกาสให้ปรับปรุงแก้ไขต่อไป การแปลตำราโบราณจึงไม่มีวันสิ้นสุดลงได้ และข้าพเจ้าก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถอันจำกัดของข้าพเจ้าเอื้ออำนวย กระนั้นเมื่อถึงที่สุดแล้ว ก็ขอให้ถือว่าเป็นการโยนหินล่อหยกต่อผู้รู้รุ่นหลังต่อไปในการช่วยรังสรรตำราโบราณนี้ให้เที่ยงตรงยิ่ง ๆ ขึ้นไป



09 มีนาคม 2560

10 กลยุทธ์หมาตาย

Puppy Dog เจ้าตำรับกลยุทธ์

10 กลยุทธ์หมาตาย

1. ล้มเหลวไม่ล้มเลิก
2. แพ้ก็เอาใหม่
3. เดินช้าแต่ไม่หยุด
4. ฝันแม้ยามตื่น
5. ตื้อจนกว่าจะได้
6. มุ่งมั่นทีละสิ่ง
7. เก็บเล็กผสมน้อย
8. แกล้งตายขอข้าวกิน
9. เอาคนเก่งเป็นแบบ
10. จริงใจอันดับแรก

27 มกราคม 2560

ทงซู 通書 - หนังสือที่ทุกบ้านต้องมี ตำรารวมภูมิปัญญาโบราณจีน

ทงซู ฉบับประเทศไทย

ทงซู 通書 (ถองซู่ ทงจือ ท่งซื่อ แล้วแต่สำเนียง) คือ คัมภีร์ว่าด้วยการดำเนินชีวิต ทง 通 แปลว่า ผ่านทะลุ ปลอดโปร่ง รู้แจ้งแทงตลอด ซู 書 แปลว่า หนังสือ คัมภีร์ ทงซูเป็นหนังสือกึ่งปฏิทินจีนที่รวมศาสตร์เกือบทุกแขนงที่สำคัญต่อชีวิตประจำวัน ทำหน้าที่เปรียบเสมือนอาจารย์ผู้คอยชี้แนะแนวทางปฏิบัติตนและครอบครัว โดยผสมผสานคำสอนทั้ง 3 หลักของลัทธิขงจื้อ ลัทธิเต๋า พุทธศาสนาเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ในทงซูฉบับประเทศไทยนั้นมีทั้งภาษาไทยและจีนในเล่มเดียวกัน
ทงซูเป็นหนังสือที่มีประวัติเก่าแก่ยาวนานหลายพันปี นับได้ว่าเป็นหนังสือที่ขายดีและมีผู้อ่านมากที่สุดเล่มหนึ่งของโลก ประวัติความเป็นมาได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ชูเก็งของราชสำนักจีนว่า ก่อนคริสตกาล 2,256 ปี องค์จักรพรรดิ เหยา ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเสนาบดีตระกูล ซิ และ โห ให้เป็นผู้จัดทำปฏิทินและบันทึกวงโคจรของดวงดาวต่างๆบนท้องฟ้า เพื่อทำนายสภาพดินฟ้าอากาศของแต่ละฤดูกาล เพื่อเผยแพร่ให้แก่ราษฎรและเกษตรกรทราบล่วงหน้า เมื่อได้รับพระราชโองการรับรองเรียบร้อยแล้ว จึงประกาศและทำการเผยแพร่จัดพิมพ์แจกจ่ายแก่บุคคลสำคัญ ทงซูนั้นเปรียบเสมือนคัมภีร์ขององค์จักรพรรดิเป็นดั่งสารตราตั้งเพื่อนำไปแจกจ่ายยังหัวเมืองต่างๆ
ในทงซูได้รวบรวมคำสอนทั้ง 3 หลักของ ขงจื้อ พุทธ เต๋า เข้าด้วยกัน แยกเป็นศาสตร์สาขา ศีลธรรม จริยธรรม มนุษยธรรม สังคม หน้าที่พลเมือง หน้าที่สามีภรรยา การเลือกคู่ การครองเรือน การเป็นมารดา ความสัมพันธ์ในวงศ์ตระกูล ญาติมิตร แซ่ ความรู้เรื่องสุขภาพขั้นพื้นฐาน การทำนาย การดูฤกษ์ดูยาม คำถามของบรรพชน ความรู้เรื่องดวงดาวโหราศาสตร์ประยุกต์ ฯลฯ หลักแนวความคิดของปรัชญาจีนโบราณที่สะท้อนในคัมภีร์ทงซูก็คือ การประยุกต์ปรัชญาหยิน-หยาง ทงซูจึงเปรียบเสมือนการศึกษานอกโรงเรียนของคนในสมัยก่อน สามารถศึกษาด้วยตนเองได้ที่บ้าน

เรามาดูเนื้อหาในทงซูอย่างคร่าวๆกันครับว่ามีอะไรบ้าง
บทแรกว่าด้วยการทำนายฤดูใบไม้ผลิ(เป็นสัญลักษณ์คล้ายพิธีแรกนาขวัญของไทยเรา) รูปเด็กเลี้ยงโคชื่อ เม็งชาน เด็กเลี้ยงโคจะจูงโคในลักษณะต่างๆ การแต่งตัวและรายละเอียดจะเปลี่ยนแปลงทุกปี เพื่อบ่งลักษณะสภาพอากาศในปีนั้นๆ ถ้าเด็กใส่รองเท้าแสดงว่า น้ำฝนมาก ดินแฉะ ถ้าเด็กยืนเท้าเปล่าแสดงว่า ดินแห้ง ถ้าเด็กใส่หมวกแสดงว่า แดดจัด ถ้าเด็กไม่ใส่หมวก แต่แขวนข้างหลังแสดงว่า อากาศเย็นสบาย ปริมาณข้าวมากน้อยให้สังเกตรวงข้าวตอนบน ปรากฏการณ์ของฤดูกาลจะเกิดจากการสังเกตของบรรพบุรุษจนเป็นความรู้จากประสบการณ์เบื้องต้น
(และในบทสุดท้ายจะเป็นรูปเด็กเลี้ยงโคของปีต่อไป)
ลักษณะทางโหราศาสตร์ ว่าด้วยการทำนายลักษณะดวงชะตา ตามฤกษ์/ยาม/ทางโหราศาสตร์ วัน เดือน ปี เกิด ในรอบ 100 ปี
การตรวจดูดวงชะตา ตามคำทำนาย 12 กิ่งขั้วดิน-ราศีจากปีชวดถึงปีกุน
ตารางเปรียบเทียบ วัน เดือน ปีจีน กับปฏิทินฝรั่งสากล ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา
24 ช่วง และวงจรของสุริยคติ
วิธีเขียนคำว่าอายุยืน 100 วิธี เขียนอักษรจีนแบบศิลป์
กลอนคำทำนาย ของปราชญ์ หลุยส์ โป เวิน 
โคลง 4 บทขององค์จักรพรรดิเหลืองอึ้งตี่(หวงตี้)
การเทียบเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ลง ตามสุริยคติทั้ง 24 ช่วงของปี
ยันต์-คาถากันปีศาจ/เฉียง เทียน ซือ เพื่อติดไว้บนผนังตามบ้านหรือบ่อน้ำ ยันต์กันร้อยแปดภัยอันตราย
กลุ่มดาวนักษัตร 28 กลุ่ม กับการทำนายโชคชะตาดี-ร้าย
ลางสังหรณ์ที่บ่งเหตุการณ์ล่วงหน้า จากสถิติที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกบ่อยๆจนกลายเป็นลางที่บอกเหตุที่คนจีนได้สังเกตบันทึกไว้เตือนลูกหลาน เช่น หนังตากระตุก หูอื้อดัง ใบหูร้อน การจาม สุนัขเห่า นกร้อง ฯลฯ
อิทธิพลของธาตุทั้ง 5 ที่มีต่ออุปนิสัยใจคอของเด็กแรกเกิดรวม 26 ด่านต้องห้าม ด่านยมบาล/ด่านผูกพันจากฟ้า/ด่านสี่ฤดู ด่านพระสงฆ์/ด่านโซ่ทอง ฯลฯ
เทพผู้พิทักษ์คุ้มกันเด็กตามอายุ อิทธิพลของดาวเคราะห์ทั้ง 9 ที่มีต่อคน และกล่าวถึงวิธีการแก้เคล็ด สะเดาะเคราะห์ สำหรับหญิงและชาย
ยันต์ต่างๆ ช่วยปกป้องทารกในครรภ์ และช่วยเสริมให้ทารกพัฒนาครบ 9 เดือน
และอื่นๆอีกมากมาย เช่น สุภาษิตโบราณจีน ฯลฯ

มองโดยภาพรวมนับได้ว่าเป็นหนังสือสรรพวิชาที่รวมวิชาต่างๆไว้มากมายเทียบได้กับตำราพรหมชาติของไทย ชาวตะวันตกเรียกทงซูว่าเป็น Collected Writings หรือ Everything Book กันเลยทีเดียวครับ เป็นหนังสือรวมภูมิปัญญาของบรรพชนชาวจีนเอาไว้ให้ศึกษาได้ด้วยตนเองอย่างง่ายๆ มีมานับแต่โบราณกาล ปราญช์ในอดีตย่อมต้องเคยศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองจากทงซูกันมาแล้วทั้งสิ้น

ทงซูออกฉบับใหม่ทุกปีครับ เท่าที่สังเกตุคร่าวๆรู้สึกว่าจะต่างกันแค่บทแรกๆและบทสุดท้ายเรื่องคำทำนายรูปเด็กเลี้ยงโค ส่วนเนื้อหาอื่นๆในเล่มน่าจะเหมือนกันทุกปี(อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ ผู้รู้โปรดชี้แนะ) เป็นหนังสือภูมิปัญญาโบราณอีกเล่มหนึ่งที่ควรอ่านและเก็บรักษาไว้เป็นอย่างยิ่งครับ
สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ของจีน หรือสั่งออนไลน์ก็มีสะดวกดีเหมือนกันครับ

สุดท้ายนี้สวัสดีวันตรุษจีนครับ ^_^
เฮง เฮง เฮง


แถม
ตามธรรมเนียมแล้วประชาชนนิยมซื้อหาทงซู 1 เดือนล่วงหน้าก่อนตรุษจีน หนังสือนี้จะถูกห่อและเก็บวางไว้บนหิ้งที่สูงอย่างดี การวางทงซูไว้ในที่ต่ำหรือที่ไม่เหมาะสมถือเป็นการลบหลู่ ในวันตรุษจีนหลังการรับประทานเลี้ยงอาหารและไหว้บรรพบุรุษแล้ว เมื่อทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า จะมีพิธีการเก็บทงซูฉบับปีที่แล้วลงจากหิ้งเหนือประตูเอกของบ้าน และมีการอัญเชิญทงซูฉบับใหม่ขึ้นแทนที่ผูกด้วยด้ายแดง มือของผู้อัญเชิญต้องล้างให้สะอาดและจิตสงบ ทงซูเล่มใหม่จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนอาจารย์ผู้คอยชี้แนะแนวทางปฏิบัติตนและครอบครัวตลอดปีที่จะมาถึง ทั้งยังเป็นที่ปรึกษายามมีปัญหาทั้งทางกายและจิตใจ ทงซูเล่มเก่าจะถูกเก็บไว้ทำพิธีระลึกบุญคุณรวมกันในวันเชงเม้ง อันเป็นประเพณีกราบไหว้บรรพบุรุษต่อไป

อ้างอิง
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9480000170515
http://www.chinatownyaowarach.com/product/1509687/
http://www.tongshu.com/

26 มกราคม 2560

ตำราพรหมชาติ - หนังสือรวมภูมิปัญญาโบราณของไทย

พรหมชาติ ฉบับชาวบ้าน

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เห็นมานาน
พรหมชาติ เป็นหนังสือที่รวบรวมตำราโบราณไว้มากมายทั้งไทย จีน อินเดีย ยิปซี ตำราที่รวมไว้มีทั้งโหราศาสตร์ นรลักษณ์ศาสตร์ การปลูกบ้าน การปลูกต้นไม้ การตั้งชื่อ ดูฤกษ์ ดูม้า ดูแมว ดูนก ดูฟ้า ดูฝน ดูเมฆ ดูพื้นที่ ไปจนถึงตำราพิชัยสงครามไทย ฯลฯ และโดยเฉพาะ ตำราโอเรกุรัม(ของยิปซี) ที่นิยมเล่นกันมากของเด็กๆในยุค 80s 90s ก็ต้องมีในท้ายเล่ม ๕๕๕บวก
พรหมชาติ ฉบับชาวบ้าน เล่มนี้ดูเหมือนจะไม่มีจำหน่ายแล้ว เราได้ลองเทียบสารบัญแล้วคล้ายกับ พรหมชาติ ฉบับหลวง ที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน ในเล่มมีเนื้อความต่างกันแต่ก็ให้ความหมายเดียวกัน และบางบทก็ต่างตำราต่างเนื้อหากันไป
พรหมชาติที่เป็นที่นิยมและยังจำหน่ายอยู่มี 2 ฉบับ คือ ฉบับหลวง และ ฉบับราษฏร์ ตามลำดับ ทั้งสองฉบับในสารบัญช่วงต้นเป็นเรื่องเดียวกัน คาดว่าคงต่างตำรา ต่อจากนั้นก็จะต่างเรื่องต่างตำรา น่าสนใจทั้งสองฉบับ
นับได้ว่าตำราพรหมชาติเป็นหนังสือสรรพวิชาที่รวมวิชาต่างๆไว้มากมายเปรียบได้กับคัมภีร์ทงซู(通書)ของจีน

พรหมชาตินับเป็นหนังสือรวมภูมิปัญญาโบราณที่ควรรักษาไว้อย่างยิ่ง

ริเริ่มสิ่งใหม่
สืบทอดสิ่งเก่า
มิขัดแย้ง
มิขัดแย้ง

หนังสือพรหมชาติหาซื้อได้ที่ไหน? อาจหาได้ตามร้านหนังสือบางร้าน แต่ส่วนใหญ่มักจะเห็นตามแผงหนังสือในงานวัดหรืองานประจำปีเสียมากกว่า หรือสั่งซื้อตามร้านในอินเตอร์เน็ตจะสะดวกกว่าครับ

อ่าน ตำราพรหมชาติ ฉบับหลวง ออนไลน์

พรหมชาติ ฉบับหลวง

แถม
รูปยักษ์ที่อยู่บนปกเราทายว่าน่าจะเป็น พิเภก ปราชญ์แห่งกรุงลงกา น้องของทศกัณฐ์ ผู้ที่คอยย้ำเตือนทศกัณฐ์ถึงคุณธรรมจนตัวเองถูกขับไล่ออกจากกรุงลงกาจึงมาเข้าร่วมกับพระรามในท้ายที่สุด

07 มกราคม 2560

คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของปรมาจารย์ตั๋กม้อ

เคล็ดวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นเป็นชื่อที่ได้ยินบ่อยในนิยายกำลังภายใน จอมยุทธ์ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี คัมภีร์โบราณนี้มีอายุเก่าแก่ถึง 1,400 ปี นับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ตกทอดสืบต่อกันมา
ว่ากันถึงประวัติของคัมภีร์เล่มนี้เริ่มตั้งแต่ในปี พ.ศ.1070 ซื่งตรงกับรัชสมัยราชวงศ์เหลียง พระสังฆปรินายกโพธิธรรมชาวอินเดีย หรือที่ชาวจีนเรียกว่า ต๋าโม๋ หรือ ตั๊กม้อ ได้เดินทางมายังประเทศจีน และปักหลักเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่นั้นเป็นเวลาหลายสิบปี ครั้งหนึ่งในระหว่างการเทศนา และการทำสมาธิท่านพบพระสงฆ์หลายรูปมีสุขภาพอ่อนแอและบางรูปถึงกับนอนหลับไปด้วยความเมื่อยล้าอ่อนเพลีย ดังนั้นท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ จึงได้คิดค้นท่าบริหารร่างกายสำหรับพระสงฆ์ในตอนเช้าเพื่อส่งเสริมสุขภาพและบันทึกไว้เป็นคัมภีร์

ตอนนี้ทาง สสส. ได้นำมาเผยแพร่ด้วยชื่อใหม่ว่า แกว่งแขนบำบัดโรค หรือ แกว่งแขนลดพุง ซึ่งก็คือเคล็ดวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นของปรมาจารย์ตั๋กม้อนี่เองครับ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนสะดวกดร่างกายยืดหยุ่นทำงานได้ไม่ติดขัด เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้สะดวก

ปีใหม่นี้ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกายสุภาพจิตที่แข็งแรง
มาฝึกเคล็ดวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นกันเถอะ!



หลักการอย่างย่อ
ให้กางขาเท่ากับความกว้างของหัวไหล่ ปล่อยแขนลงธรรมชาติ หันอุ้มมือไปข้างหลัง แล้วแกว่งไปข้างหลังหนัก(องศามาก) ปล่อยแขนมาข้างหน้าเบา(องศาน้อย)
รายละเอียดอื่นๆลองดูในคัมภีร์หรือรูปข้างล่างได้เลยครับ ;)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://health.kapook.com/view61732.html


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก สสส.
http://www.thaihealth.or.th/Content/31695-%E2%80%98%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%99%E2%80%99%20%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A7.html