Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ classic แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ classic แสดงบทความทั้งหมด

18 เมษายน 2554

Canon in D for Quartet Harmonica - เพลงแคนน่อนสำหรับวงฮาร์โมนิก้าสี่ชิ้น

สวัสดีครับห่างหายไปนานกับแบบฝึกหัดฮาร์โมนิก้า ถึงตอนนี้เพื่อนๆที่ติดตามอ่าน Harmonica for Beginner - วิธีเล่น ฮาร์โมนิก้า สำหรับผู้เริ่มต้น และบทความอื่นๆมาตลอด คงมีฝีมือในการเล่นตำแหน่งโน้ตและอ่านโน้ตได้คล่องแล้ว ครั้งนี้เพลงที่หลายคนสนใจ และคุ้นหู นั่นก็คือ แต๊น แต่น แต้น.....
เพลง Canon in D for Quartet Harmonica ครับผม เป็นเวอร์ชั่นที่ผมเรียบเรียงขึ้นสำหรับวง Quartet Harmonica จากเวอร์ชั่นต้นฉบับดั้งเดิมของ Johann Pachelbel เวอร์ชั่นที่เรียบเรียงนี้เป็นโน้ตประสานเสียงของ Harmonica 4 ชิ้น ครับ เอาไว้เล่นประสานเสียงกับเป็นหมู่คณะ มันเป็น Harmonica 4 ทาง 4 คนก็เล่นคนละทางโน้ตเท่านั้นเอง จริงๆไม่จำกัดว่าต้องเล่น 4 ชิ้นหรอกครับ ถ้าเล่นกันเกิน 4 คน ก็นัดแนะกันว่าจะเล่นทางโน้ตไหนเพิ่มอีกก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดครับ ผมได้ทำโน้ตแยกไว้สำหรับ ฮาร์โมนิก้า ทาง 1 เอาไว้ด้วยสำหรับไว้ฝึกเล่นคนเดียวครับ

โน้ตสำหรับรวมวงมีหลายหน้าจึงทำเป็นไฟล์โน้ตเพลงพร้อมกับไฟล์เสียงไว้ให้โหลดน่ะครับ (เสียงทำจากMIDIเสียงอาจจะไม่ดีขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับ)



==========

สามารถเข้าไปโหลดได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับ
Download
==========

เป็นไฟล์ 7z ครับ สามารถเปิดได้กับ WinRAR, 7zip หรือโปรแกรมบีบอัดรุ่นปัจจุบันได้ทุกโปรแกรมครับ
ข้างในไฟล์จะมี
Canon in D - Quartet Harmonica.pdf
Canon in D - Harp 1 Solo.pdf
และโฟลเดอร์ Audio (MIDI) ซึ่งจะมีไฟล์เสียงสำหรับโน้ตทั้ง 2 ชุดไว้ด้วย

คราวนี้มาลองวิเคราะห์โน้ตกันดู จะเห็นว่าโน้ต ทาง 1 ถึง ทาง 3 นั้นโน้ตเหมือนกัน เพียงแต่เริ่มเล่นไม่พร้อมกันเท่านั้นเอง นี่เป็นเอกลักษณ์ของเพลงแนว Canon ครับ
ส่วนทาง 4 เป็นทางโน้ตพื้นของเพลงเพื่อรักษาจังหวะ และทางคอร์ดของเพลงครับ จะเล่นเป็น Loop ซ้ำไปซ้ำมา แต่เป็นทำนองหลักที่สวยมาก จะเห็นว่ามีโน้ต Bending ที่ ฟาต่ำ และลาต่ำ แต่ถ้าไม่ไหวเล่นโน้ตสูงขึ้นเท่าตัวทั้งชุดก็ได้ครับจะได้ไม่ต้องเล่นโน้ต Bending ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเล่นเสียงต่ำได้จะกลมกล่อมและนุ่มนวลกว่าครับ

เพลงนี้เป็น คีย์ D ครับ อย่างที่ชื่อบอกไว้ Canon in D ให้เอาฮาร์ปคีย์ D มาเล่นนะครับเสียงก็จะตรงกับเพลงต้นฉบับและตรงกับไฟล์เสียงซึ่งได้ทำไว้ แต่ถ้าเอาคีย์อื่นมาเล่นก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ก็จะกลายเป็น Canon in คีย์อื่นๆไปครับ แต่ถ้าจะเล่นร่วมกันก็ต้องใช้ฮาร์ปคีย์เสียงเดียวกันนะครับ และถ้าจะเล่นพร้อมกับไฟล์เสียงที่แนบมาก็ต้องใช้คีย์ D นะครับจะได้เล่นออกมาเป็นคีย์เดียวกัน

เพลงนี้เล่นไม่ยาก แต่จะซับซ้อนตรงการกระโดดข้ามโน้ตและความเร็วของโน้ต ให้เริ่มฝึกจากช้าๆก่อนนะครับ ทีละท่อนไปเรื่อยๆ นับจังหวะให้แม่นเล่นให้นิ่ง อาจจะมีโน้ต Bending บ้าง โน้ตไหนเล่นไม่ได้ก็ให้ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม หรือหยุดเล่นตรงตำแหน่งโน้ตนั้นไปก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาฝึกภายหลังอีกครั้งครับ

วันนี้เท่านี้ก่อนไว้เจอกันบทความหน้า
ขอให้มีความสุขกับการเล่นดนตรีนะครับ
สวัสดีครับ ^_^


แถม
Canon inD
Johann Pacheldel
Diatonic Harmonica TAB

8 -8 7 -7 -6 6 -6 -7
7 -7 -6 6 -5 5 -5 -4
-4 4 5 6 -5 5 4 5 -4 4 -3 4
6 -5 -6 6 -5 5 4 -4
-7 7 8 9 6 -6 -5 6 5 -3
7 7 -7 7 -7 7 5 -4 6 -4 5 4
7 -7 -6 -7 8 9 -10-9 8 -8 -9 8 -8 7 -7 -6 6 -5 5 -4 -5 5 -4 4
-4 5 -5 6 -4 6 -5 5 -6 6 -5 6 -5 5 -4 4 -3 -6 -7 7 -7 -6 6
-5 5 -4 -6 6 -6 6 -5
5 7 -7 7 -6 6 7 7 -9 -8 9

9 8 -9 9 8 -9 9 6 -6 -7 7 -8 8 -9 8 7 -8 8
5 -5 6 -6 6 -5 6 5 -5 6 -5 -6 6 -5
5 -4 5 -4 4 -4 5 -5 6 -6 -5 -6 6 -6
-7 7 6 -6 -7 7 -8 8 -9 9 9
8 -9 9 8 -9 9 6 -6 -7 7 -8 8 -9 8 7 -8 8
5 -5 6 -6 6 -5 6 7 -7 7 -6 7 -7 -6
6 -5 6 -5 5 -5 6 -6 -7 7 -6 7 -7 7
-7 7 6 -6 -7 7 -8 8 -9 9 9
8 -9 9 8 -9 9 6 -6 -7 7 -8 8 -9 8 7 -8 8
5 -5 6 -6 6 -5 6 7 -7 7 -6 7 -7 -6
6 -5 6 -5 5 -5 6 -6 -7 7 -6 7 -7 7
-7 -6 -7 7 -8 7 -7 7 -6 -7 7

6 5 6 6 -5 -6 6 6 -6 -7 7 -7 -6 6 -5 5 -5 -4
4 5 6 -5 5 4 5 -4 4 -3 4
6 -5 -6 6 -5 5 4 -4
-7 7 8 9 6 -6 -5 6 5 -4
-7 7 -7 7 -7 7 -7 7 -7 7 5 -4 6 -4 5 4
7 -7 -6 -7 8 9 -10-9 8 -8 -9 8 -8 7 -7 -6 6 -5 5 -4 -5 5 -5 5 -4
4 -4 5 -5 6 -4 6 -5 5 -6 6 -5 6 -5 5 -4 4 -3 -6 -7 7 -7 -6 6
-5 5 -4 -6 6 -6 6 -5
5 7 -7 7 -6 6 7 7 -9 -8 9

9 8 -9 9 8 -9 9 6 -6 -7 7 -8 8 -9 8 7 -8 8
5 -5 6 -6 6 -5 6 5 -5 6 -5 -6 6 -5
5 -4 5 -4 4 -4 5 -5 6 -6 -5 -6 6 -6
-7 7 6 -6 -7 7 -8 8 -9 9 9
8 -9 9 8 -9 9 6 -6 -7 7 -8 8 -9 8 7 -8 8
5 -5 6 -6 6 -5 6 7 -7 7 -6 7 -7 -6
6 -5 6 -5 5 -5 6 -6 -7 7 -6 7 -7 7
-7 7 6 -6 -7 7 -8 8 -9 9 9
8 -9 9 8 -9 9 6 -6 -7 7 -8 8 -9 8 7 -8 8
5 -5 6 -6 6 -5 6 7 -7 7 -6 7 -7 -6
6 -5 6 -5 5 -5 6 -6 -7 7 -6 7 -7 7
-7 -6 -7 7 -8 7 -7 7 -6 -7 7

8 -8 -8 8 -8 7 7 7 -8 7 -7 -6 -7 7
7 7 -7 -6 7 6
9 9 -10 9 -9 8 8 8 -9 8 -8 7 -7 -6 7 6
6 -6 7 -7 6 7 7

หน้าแรกของต้นฉบับ 16481-8 จากหอสมุด Berlin State Library — สำเนาเก่าแก่ที่สุดของ "Canon and Gigue in D major" ของ Pachelbel

09 สิงหาคม 2552

Minimalism ศิลปะแห่งความพอเพียง

ผมเป็นคนชอบงานศิลปะ เช่นเมื่อเห็น โปสเตอร์, ปกหนังสือ, แก้วน้ำ, ช้อน, ตะเกียบ ฯลฯ ผมจะเข้าไปดูการออกแบบ ที่แทบจะเรียกได้ว่าดูมันทุกอย่างเลย และที่ผมชอบมากที่สุดคือการออกแบบที่เรียกว่า Minimalism

Minimalism เป็นการออกแบบที่เน้นความน้อย ตัดรายละเอียดออกให้เหลือแต่แก่น ปล่อยให้วัสดุแสดงความเป็นตัวตนของมันอย่างชัดเจน ผมเคยอ่านศิลปินท่านนึง(จำไม่ได้ว่าเป็นใคร)เขานิยาม Minimalism ว่า "ปุ่มก็คือปุ่ม จะไม่ดัดจริตเป็นหัวจรวด" และในชีวิตประจำวันเราเห็น Minimalism อยู่บ่อยๆ อย่างเช่น สัญลักษ์ห้องน้ำชายหญิง ที่เราเรียกกันว่ารูปมนุษย์ห้องน้ำ ผมก็จัดให้อยู่ในการออกแบบแนว Minimalism เพราะมันตัดเหลือแต่แก่นจริงๆ ถึงไม่มีรายละเอียดมากมาย แต่เราก็เข้าใจได้ง่ายๆ หรือ ป้ายจราจร ก็ใช่การออกแบบแบบเดียวกัน ถึงไม่เคยเรียนก็น่าจะพอเดาความหมายของป้ายจราจรได้นะ ว่ามั้ยครับ อิอิ

หรือจะเป็นการออกแบบเครื่องเล่น MP3 ยอดนิยมก็ต้องเป็น iPod ซึ่งการออกแบบของ iPod ก็เป็นแนว Minimalism เน้นความเรียบง่ายใช้งานได้จริง จะว่าไปการออกแบบของ Apple Inc. ก็เน้นแนว Minimalism เป็นหลักเลยนะครับ(ผมคิดว่างั้นนะ) เพราะเห็นในการออกแบบแทบทุกอย่างเลย อย่าง iMac, MacBook ฯลฯ แค่เห็นก็รู้สึกเรียบง่ายๆ สบายๆ ที่จำจากอลูมิเนียม ก็แสดงความเป็นอลูมิเนียมอย่างแท้จริง ส่วนคอมรุ่นเดิมของ Apple Inc. ที่ทำจากพลาสติกใส ก็แสดงความโดดเด่นในรูปแบบของพลาสติกใสได้ลงตัวทีเดียว

Minimalism แสดงออกมาใน "ความเรียบง่าย" มักจะมี "ความหรู" มาด้วยเสมอ

ไม่ใช่แค่งานออกแบบเท่านั้นที่จะเป็น Minimalism แต่ยังมีในดนตรีอีกด้วยเรียกกันว่า Minimalist music หรือเป็นดนตรีแบบ Minimalism นั่นเอง เจ๋งมากๆ

ในงานดนตรีแบบ Minimalism เป็นแขนงนึงของ Modern Classic ซึ่งตามแบบ Minimalism ก็คือเน้นความน้อย จำกัดตัวโน้ตน้อยๆ เล่นแทรกกันไปมา ท่อนน้อยๆซ้ำไปซ้ำมา ก็ได้ความไพเพราะที่แปลกไปอีกแบบนึงเลยล่ะครับ อ่านจากตรงนี้ก็คงยังนึกไม่ออกต้องหาฟังกันดูครับ ผมก็ชอบแนวนี้มาก ศิลปินที่เป็นแนวนี้ผมจะแนะนำซัก 3 ท่านที่ผมชอบมากๆ คือ John Cage, Arvo Pärt และ Steve Reich โดยเฉพาะ John Cage ผมชอบที่สุดเลย เพราะไอเดียในการทำเพลงแปลกมากจนต้องอึ้ง แต่เพลงค่อยข้างฟังยากสักหน่อย

แต่ก็นั่นแหละในการออกแบบ โปรเตอร์, คอมพิวเตอร์, ดนตรี, การจัดบ้าน ฯลฯ หลายครั้งการออกแบบให้เรียบง่ายสวยงาม ก็ยากกว่าการใส่รายละเอียดซะอีก และบางทีสิ่งง่ายๆ เราก็มักคิดไม่ถึง

งั้นปิดท้ายด้วยการแนะนำงานเพลงของ John Cage ที่แสดงโดยวง Symphony ชื่อว่าเพลง 4'33" (สี่นาทีสามสิบสามวินาที) ระยะเวลาบรรเลงก็เท่ากับชื่อเพลงเลยครับ เพลงนี้มี 3 ท่อน เป็นเพลงที่ถูกกล่าวถึงมากหลังจากการนำออกแสดงครั้งแรกในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1952

แนะนำให้ลองตั้งใจดูและฟังนะครับ คุณจะได้พบสิ่งดีๆที่ไม่เคยพบจากเพลงอื่นๆเลยเชียวล่ะ

ศึกษาเพิ่มเติมที่Artgazine

29 มกราคม 2552

Beethoven :: Sheet Music "Ode to Joy" from Symphony No.9

จากบทความก่อนหน้าได้พูดถึงเรื่อง Beethoven Symphony No.9 ไปแล้ว ครั้งนี้มีโน้ตเพลงท่อน "Ode to Joy" มาให้ได้ลองเล่นกันดูครับ โน้ตชุดนี้เป็น Key C นะครับ คลิกเพื่อดูรูปใหญ่

20 มกราคม 2552

Ludwig van Beethoven :: Symphony No.09


ลุดวิก ฟาน เบโทเฟน (Ludwig van Beethoven) เกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1770 - เสียชีวิต 26 มีนาคม ค.ศ. 1827 เป็นคีตกวีชาวเยอรมัน เกิดที่เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี

เบโทเฟนเป็นตัวอย่างของศิลปินยุคโรแมนติกผู้โดดเดี่ยว และไม่มีใครเข้าใจเขา แต่ในวันนี้ เขาได้กลายเป็นคีตกวีที่ มีคนชื่นชมยกย่องและฟังเพลงของเขากันอย่างกว้างขวางมากที่สุดคนหนึ่ง ตลอดชีวิตของเขามีอุปสรรคนานัปการที่ต้องฝ่าฟัน ทำให้เกิดความเครียดสะสมในใจเขา ในรูปภาพต่างๆ ที่เป็นรูปเบโธเฟน สีหน้าของเขาหลายภาพแสดงออกถึงความเครียด แต่ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งของเขา ก็สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆในชีวิตของเขาได้ ตำนานที่คงอยู่นิรันดร์เนื่องจากได้รับการยกย่องจากคีตกวีโรแมนติกทั้งหลาย เบโทเฟนได้กลายเป็นแบบอย่างของพวกเขาเหล่านั้นด้วยความเป็นอัจฉริยะที่ไม่มี ใครเทียมทาน Symphony ของเขา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งSymphony No.5, Symphony No.6, Symphony No.7 และ Symphony No.9) และ Concerto สำหรับเปียโนที่เขาประพันธ์ขึ้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Concerto No. 4 และ 5) เป็นผลงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่ก็มิได้รวมเอาความเป็นอัจฉริยะทั้งหมดของคีตกวีไว้ในนั้น(จาก wiki)

บทเพลงของลุงเบ(เบโทเฟน)เปรียบเสมือนเพลง Metal ในยุคนั้นเลยทีเดียว มีทั้งความหนักหน่วง และให้ความรู้สึกถึงอารมณ์ที่เต็มเปี่ยม ที่สำคัญมันส์มากมายเลยครับ ใครยังไม่เคยได้ลองตั้งใจฟังเพลงของลุงเบ คงต้องลองหามาฟังดูบ้างแล้วล่ะครับ แล้วจะรู้ว่าทำไม Beethoven ถึงได้ยิ่งใหญ่มาถึงทุกวันนี้


มีภาพยนที่ทำเกี่ยวกับเรื่องราวของลุงเบที่ผมเคยดูคือเรื่อง Copy Beethoven-ฝากใจไว้กับเบโทเฟ่น ทั้งสนุกและเห็นความยิ่งใหญ่ของ Symphony No.9 จริงๆครับ(มันส์)

บทเพลง Symphony ที่ขึ้นชื่อว่ายอดเยี่ยมที่สุดของลุงเบก็ต้องเป็น Symphony No.9 บทเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นในตอนที่ลุงเบแกหูหนวกสนิทแล้วอีกต่างหาก ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เขาเป็นอัจฉริยะ แต่เขาทำให้เราเห็นว่าเขารักดนตรีอย่าสุดใจจริงๆ แม้ความพิการก็ไม่ทำให้เขาเลิกล้มความตั้งใจไปได้

Symphony No.9 ทั้งหมดมีความยาว 70กว่า นาทีครับ!!! แนะนำให้ลองฟังท่อน Choral Ode to Joy เป็นท่อนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ Symphony No.9 ลองฟังกันดูครับ

Conducted by Karajan

14 มกราคม 2552

Internet Symphony No. 1 "Eroica" - 香港中樂團 Hong Kong Chinese Orchestra

หลังจากได้ฟัง Internet Symphony No. 1 "Eroica" by Tan Dun ไปแล้วในบทความแรก ครั้งนี้ไปเจอเพลง Internet Symphony No. 1 "Eroica" ในอีกเวอร์ชั่นนึง ที่รวมบรรเลงโดยเครื่องดนตรีจีน ฟังแล้วได้อีกอารมณ์นึง มันส์ไปอีกแบบครับ (ให้อารมณ์จอมยุทธ์มากๆ)

Conductor โดย Yan Huichang
บรรเลงโดยวง Hong Kong Chinese Orchestra

13 มกราคม 2552

Youtube Symphony Orchestra











โอกาสดีสำหรับนักดนตรี ที่จะแสดงฝีมือทางดนตรีให้โลกได้เห็นกันแล้ว
ทาง Youtube กำลังประกาศให้นักดนตรีจากทั่วทุกมุมโลก ส่ง VDO ไปเพื่อคัดเลือก เข้าร่วมงานดนตรี Youtube Symphony Orchestra ที่ Carnegie Hall ในเดือนเมษยน พ.ศ.2552 นี้

ทาง Youtube มีโน๊ตเพลงให้โหลดไปฝึกซ้อมตามซนิดของเครื่องดนตรีด้วย ครับ แล้วให้เราบันทึกและส่งคลิปVDO เข้าไปที่ Youtube หมดเขตวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2552 โดยผู้ที่ชนะการคัดเลือกจะได้ร่วมเล่นกับวง Youtube Symphony Orchestra

ซึ่งให้เล่นเพลงบังคับ คือเพลง Internet Symphony No. 1 "Eroica" ซึ่งมีโน้ตให้โหลดไปซ้อมกันได้ตามชนิดของเครืองดนตรี

และก็บังคับอีก 1-2 เพลงก็เป็นเพลงที่ต่างๆกันไปตามแต่ละชนิดของเครื่องดนตรี โดยแต่ละคลิปมีความยาวไม่เกิน 5 นาที

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.youtube.com/symphony


อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับคนไทยนะครับ
คนไทยเราก็มีความสารถที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร ถ้าเราลงมือทำโดยไม่กลัวต่างชาติ
ผมขอเอาคำของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี มากล่าวอ้างในที่นี้ว่า
"อยากเห็นคนไทย ไประดับโลก"