Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริม แสดงบทความทั้งหมด

03 เมษายน 2559

การทำ Kombucha ตั้งแต่การทำวุ้น SCOBY จนเป็นเครื่องดื่ม

Kombucha หรือที่เรียกว่า กอบบูชา, คอมบูชา, คอมบูฉะ, หรือ ชาเห็ดแดง เป็นชาหมักชนิดหนึ่งครับ จากประวัติศาสตร์ว่ากันว่าเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปมานานนับ 2,000 กว่าปีแล้วที่ประเทศจีน ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลกในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และฮิตมากในรัสเซีย

น้ำ Kombucha คือ น้ำชา+น้ำตาล+จุลินทรีย์พันธ์ุดี (SCOBY = a Symbiotic Colony of Bacteria and Yeast)

เจ้าตัว SCOBY ที่เป็นโคโลนีของจุลินทรีย์ซึ่งมันจะทำการย่อยน้ำตาลให้กลายเป็นสารอาหารต่างๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเป็นเป็นชาหมักที่อุดมไปด้วยวิตามินบี เกลือแร่ เอนไซม์ ยีสต์ และมีแบคทีเรีย Probiotic ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยปรับสมดุลระบบนิเวศในลำไส้ให้กับแบคทีเรียดีในร่างกาย และช่วยเรื่องระบบขับถ่าย

รสชาติที่ได้จะเป็นน้ำชาที่ออกเปรี้ยวๆหวานๆซ่าๆ(มีกลิ่นแอลกอฮอล์เล็กน้อย) เหมือน Apple Cider จริงๆแล้ว Apple Cider ก็คือการนำวิธีการทำ Kombucha ไปทำในแบบตะวันตกโดยใช้แอปเปิ้ลมาหมักแทนน้ำชานั่นเองครับ

ปกติแล้วการทำ Kombucha จะนิยมซื้อหัวเชื้อ SCOBY มาใส่ลงในน้ำชาหวานเพื่อหมักเลย จะช่วยย่นเวลาในการทำได้มากนับครึ่งปีเลยล่ะครับ แต่สำหรับใครที่หาแหล่งซื้อ SCOBY ไม่ได้ ก็สามารถหมักเองได้ตามวิธีการข้างล่าง
มาเริ่มกันเลยครับ!

การทำหัวเชื้อ SCOBY

วัตถุดิบในการหมักหัวเชื้อ

1. ผลไม้เปรี้ยว (เช่น มะเฟืองหั่นชิ้น มะยม ฯลฯ) 3 ส่วน
2. น้ำตาล 1 ส่วน
3. น้ำ ไม่เกิน 10 ส่วน

ผสมเข้าด้วยกัน หมักไว้ในที่ร่ม 1-2 เดือน เมื่อครบให้กรองกากออกเหลือแต่น้ำ แล้วหมักต่อไปอีก 3-6 เดือน จะได้วุ้น SCOBY
จากนั้นก็ได้เวลาของน้ำชา

ส่วนผสมน้ำชา
1. น้ำชาที่ต้มแล้วกรองเอาแต่น้ำ 4 ลิตร (ชาดำจะให้รสที่ดีที่สุด)
2. น้ำตาล 1 กิโลกรัม
(สัดส่วน คือ 4:1)

นำน้ำตาลมาผสมกับน้ำชาที่ต้มและกรองใบชาออกแล้ว(ต้มน้ำชาในน้ำเดือดเพื่อสกัดสารอาหาร และแร่ธาตุต่างๆ ออกมา) เทน้ำชาหวานใส่ลงในโหล ปล่อยให้เย็น จากนั้นนำเอา SCOBY ที่เตรียมไว้แล้วหย่อนใส่ลงไปในโหลน้ำชา แล้วใช้ผ้าหรือทิชชูแผ่นใหญ่ห่อปิดปากโหลไว้ ครอบไว้กันฝุ่นและให้อากาศเข้าออกได้เพื่อให้ SCOBY ได้หายใจ ตั้งไว้ในที่ร่มอย่างน้อย 7 วัน ก็เริ่มนำมาดื่มได้ครับ
เมื่อน้ำคอมบูชาใกล้หมด ก็ให้ทำเหมือนเดิม คือ ชงชาหวานๆมาเติมลงไป โดยให้เหลือน้ำในโหลไว้สักหน่อย แล้วก็รอประมาณ 7 วันเหมือนเดิม ถ้าหัวเชื้อมันหนาขึ้นมากสามารถลอกออกแบ่งไปหมักเพิ่มกับโหลใหม่ได้อีกเรื่อยๆ
ในทุกขั้นตอนทั้งหมดต้องรักษาความสะอาดให้มากๆเลยนะครับ

ดูคลิปประกอบการทำข้างล่างได้เลยครับ 


http://www.marthajjohnston.com/artful-vegan.html

แถม
ขวดโหลที่จะนำมาหมักคอมบูชาควรทำความสะอาดและลวกหรือต้มในน้ำร้อนก่อน เพื่อฆ่าเชื้อโรคอื่นๆที่อาจติดอยู่ออกไป พักให้เย็น จึงจะนำมาใส่น้ำชาและหัวเชื้อเพื่อหมักคอมบูชาได้

ตัววุ้นหัวเชื้อ SCOBY สามารถนำมากินได้ มันเป็นเหมือนวุ้นมะพร้าว

ถ้าหมักแล้วขึ้นราเขียวหรือราดำคือเสีย ต้องเททิ้งทั้งหมด แต่ถ้าเป็นราขาวต้องมาดูก่อนว่าเป็นคามยีสต์ (Kahm yeast) หรือไม่ ซึ่งคามยีสต์จะมีลักษณะเป็นฟิล์มบางๆ มันวาว ย่นๆ ไม่ฟูหรือฟูน้อยมาก ถ้าใช่อาจจะช้อนคามยีสต์ทิ้งไปแล้วหมักต่อได้แต่หากกลิ่นรสเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดีแล้วควรเททิ้งทั้งหมด ถ้าหากเป็นราขาวแห้งๆฟูๆต้องเททิ้งทั้งหมด
หากกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเชื้อราหรือพบการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติใดๆเกิดขึ้น ควรเททิ้งทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย

คามยีสต์และรา

ถ้าหมักทิ้งไว้นานมันจะเปรี้ยวมากๆเลย สามารถนำมาเจือจางกับน้ำเปล่าเพื่อดื่มได้ หรือถ้าไม่อยากดื่มก็สามารถใช้เป็นน้ำส้มสายชูทำอาหารได้ หรือจะนำมาใช้ทำความสะอาดก็ได้ คือประยุกต์ใช้อื่นๆเสมือนเป็นน้ำส้มสายชูหรือน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ได้เลยครับ

ยาแก้ไอทำเองได้ที่บ้าน สูตรเปรี้ยว
น้ำคอมบูชาที่หมักจนเปรี้ยวหนึ่งช้อนชา+เกลือปลายช้อนชา+น้ำเปล่าเล็กน้อยปริมาณพอเหมาะเพื่อเจือจางหากความเปรี้ยวมากเกินไป นำมาจิบ แก้ไอได้ชะงัก ละลายเสมหะดีนักแล
จิบเรื่อยๆด้วยหลอดจะดีที่สุด เพราะความเปรี้ยวโดนฟันมากจะไม่ดี มันกัดกร่อน
จากที่ทดลองด้วยตัวเอง ถ้าไอแบบมีเสมหะเคลือบอยู่ในคอ ใช้ยาแก้ไอสูตรเปรี้ยว(ทำเอง)ได้ผลดีกว่ายาแก้ไอสูตรหวานอย่างเห็นได้ชัดเลย ดังนั้น บางทีถ้าไอเสมหะอาจเหมาะกับสูตรเปรี้ยว ถ้าไอแห้งอาจเหมาะกับสูตรหวานก็ได้นะ

21 มีนาคม 2552

Vitamin B - วิตามินบี อารมณ์ดี ช่วยให้คุณมีเสน่ห์

อารมณ์ดี ช่วยให้คุณมีเสน่ห์
ในชีวิตประจำวัน เราต้องเผชิญกับความเครียดอย่างหลีกไม่พ้น โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์สามารถทนต่อความเครียดได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าความเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และปล่อยให้สะสมมากเกินความสามารถที่จะปรับตัวได้ จะเป็นภัยเงียบที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

"ความเครียด" ภัยร้ายทำลายสุขภาพ
ความเครียด จะเริ่มต้นจากอารมณ์ ความรู้สึก และสภาพจิตใจทางด้านลบ เช่น รู้สึกวิตกกังวล คับข้องใจ อารมณ์เสีย ขาดสมาธิ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเนื่องไปยังร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นต้น ถ้าปล่อยให้ความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อนุมูลอิสระและสารเคมีที่หลั่งออกมาในภาวะเครียด จะเป็นตัวเพิ่มความเสียงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน เป็นต้น
จะเห็นว่า ผู้ที่มีความเครียดเป็นประจำ ไม่เพียงกระทบต่อชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่อาจเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ ที่ทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัวในระยะยาว

วิตามินบี กับการจัดการความเครียด
การผ่อนคลายความเครียดทำได้หลายวิธี นอกจากการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำสมาธิแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่มีผลการวิจัยทางการแพทย์ว่าสามารถช่วยบรรเทาความเครียด และทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้ คือ การรับประทานวิตามินบี ปริมาณสูง

วิตามินบี ผ่อนคลายความเครียดได้อย่างไร
ในภาวะที่ร่างกายเผชิญกับความเครียด สมองและระบบประสาทต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก และต้องใช้วิตามินบีมากขึ้นด้วย เพื่อเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการขบวนการสร้างพลังงานจากสารอาหาร ดังนั้นใจขณะเครียดวิตามินบีจึงถูกใช้หมดลงอย่างรวดเร็ว ผลก็คือระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงสมองและระบบประสาทจะขาดพลังงานในการทำงาน ซึ่งนำไปสู่ภาวะเครียดที่รุนแรงยิ่งขึ้น ผู้อย่างในภาวะเครียดจึงควรได้รับวิตามินบี ปริมาณสูงเพียงพอเพื่อใช้เปลี่ยนเป็นสารอาหารได้เป็นพลังงานแก่ระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงสมองและระบบประสาทได้ทันที

วิตามินบี ช่วยให้พลังงานพร้อมรับวันใหม่
วิตามินบีแต่ละชนิด จะทำงานร่วมกัน และเป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยในการเผาผลาญอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกายเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และวิตามินบียังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและขบวนการสร้างเม็ดเลือดเพื่อนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์สมองได้อย่างทั่วถึง ทำให้ร่างกายมีพลังงานพร้อมเผชิญกับภารกิจได้อย่างสดชื่นตลอดวัน

วิตามินบี ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ฉับไว อารมณ์แจ่มใส
มีการศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ของวิตามินบีปริมาณสูงต่อภาวะความเครียด โดยให้กลุ่มตัวอย่าง 120 คน รับประทานวิตามินบี 1 ปริมาณ 50 mg/วัน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 เดือน ติดตามผลด้าานอารมณ์ ความจำ และระยะเวลาการตอบสนอง พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีอารมณ์ที่พัฒนาดีขึ้น คือ ทำให้สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดีขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น และมีปฏิกิริยาการตอบสนองที่เร็วขึ้นอีกด้วย

ร่างกายต้องการวิตามินบีมากขึ้น แต่สร้างเองไม่ได้
วิตามินบี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากอาหารหรือวิตามินเสริมเท่านั้น และด้วยวัฒนธรรมการบริโภคอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าน้อยลง การนิยมบริโภคข้าวขัดสี การหุงต้มที่สูญเสียวิตามิบี 10-50% สังคมที่มีการดื่มสังสรรค์บ่อยครั้งมากขึ้น ซึ่งพบว่า 50% ของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมักขาดวิตามินบี ปัจจัยที่ยากจะหลีกเหลี่ยงเหล่านี้ ล้วนส่งผลทำให้ร่างกายได้รับวิตามินบีลดลง
นอกจากนี้การดำเนินชีวิตในสังคมเมืองที่มีการแข่งขันสูง ส่งผลให้เผชิญกับความเครียดจากการทำงาน การเรียน ทำให้ร่างกายมีความต้องการวิตามินบีมากขึ้น จนอาจเป็นสาเหตุให้วิตามินบีไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ใครบ้างที่ควรเสริมวิตามินบี
-ผู้บริหารทุกระดับ
-ผู้ที่มีความเครียดเป็นประจำ
-นักเรียน นักศึกษา ที่เรียนหนัก
-ผู้ที่ดื่มแอลกฮอล์เป็นประจำ
-ผู้ป่วยพักพื้น ผ่าตัด

สนับสนุนข้อมูลโดย ศูนย์ข้อมูลวิชาการ
บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด
MEGA We Care