Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พึงพาตนเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พึงพาตนเอง แสดงบทความทั้งหมด

31 กรกฎาคม 2569

Minimalist Shoes DIY - รองเท้าทำเองสำหรับสายเท้าเปล่า Barefoot running

Barefoot hiking

การเดินเท้าเปล่าเป็นการเดินที่เหมาะสมและช่วยจัดระเบียบโครงสร้างของร่างกายมนุษย์ได้ดีที่สุด รองเท้าที่เสริมความนุ่ม ทำให้กล้ามเนื้อเท้าและช่วงขาบางส่วนไม่ได้ใช้งานและอ่อนแอลง โดยเฉพาะการวิ่งที่ทำให้การลงเท้าผิดจากธรรมชาติด้วยการกระแทกลงส้นหนักๆเพราะคิดว่ามีการรองนิ่มป้องกันเอาไว้แล้ว จนไม่สามารถวิ่งตามธรรมชาติได้หากไม่มีรองเท้ารองนิ่ม ทำให้ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไปตลอด ไม่อาจใช้เท้าตัวเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยกเว้นก็แต่ผู้ที่มีปัญหาเท้าเอียงหรือเท้าแบน ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้รองเท้าทางการแพทย์โดยเฉพาะในการช่วยพยุงเท้าเพื่อให้ไม่บาดเจ็บ

การเดินหรือวิ่งด้วยเท้าเปล่าช่วยให้ท่าทางทั้งร่างกายเป็นธรรมชาติมากกว่า คนที่คุ้นเคยกับการเดินเท้าเปล่ามักจะลงเท้าเบากว่า ทำให้ไม่มีการลงส้นเท้าอย่างรุนแรง โดยจะใช้เท้าในการเดินแบบโยกจากส้นสู่ปลายเท้าอย่างนุ่มนวล ส่วนการวิ่งด้วยเท้าเปล่าจะใช้การลงน้ำหนักที่จมูกเท้าเป็นหลัก ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกบริเวณส้นเท้าลงอย่างมาก นอกจากนี้ งานวิจัยหลายชิ้นยังชี้ว่าคนที่เดินเท้าเปล่าอาจเสี่ยงน้อยกว่าต่อโรคข้อเข่าเสื่อม และจากการเปรียบเทียบเท้าของคนยุคปัจจุบันกับโครงกระดูกมนุษย์เมื่อสองพันปีก่อน พบว่ามนุษย์ในอดีตมีสุขภาพเท้าที่ดีกว่ามาก ยิ่งไปกว่านั้น เด็กที่ใส่รองเท้าเป็นประจำมีโอกาสเท้าแบนมากกว่าเด็กที่เดินเท้าเปล่าถึง 3 เท่า เนื่องจากรองเท้าอาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาของอุ้งเท้า (กล้ามเนื้อบางส่วนไม่ได้ใช้งาน) โดยเด็กที่ชินกับการเดินเท้าเปล่าจะมีเท้าที่แข็งแรง ยืดหยุ่น มีรูปทรงปกติ และเผชิญปัญหาเรื่องเท้าน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยสวมรองเท้าเลย แทบจะไม่พบปัญหานิ้วโป้งเท้าเอียง (bunions) ตาปลา (corns) หรือเท้าแบน อีกทั้งยังลดโอกาสเกิดภาวะข้อต่อหรือกล้ามเนื้อเท้าอ่อนแรงจนทำให้เท้าบิดออกด้านนอกขณะยืนและเดินได้

ด้วยแนวคิดเหล่านี้ ในปัจจุบันนี้จึงมีผู้ที่หันมาเดินหรือวิ่งเท้าเปล่ากันมากขึ้น ที่เรียกกันว่าสาย Barefoot (แบร์ฟุต) แต่ว่าปัจจุบันนี้ที่เราใช้ชีวิตในเมืองไทย การเดินบนพื้นซีเมนต์พื้นถนนร้อนๆ ที่อาจมีเศษแก้ว เศษกระเบื้อง ก้างปลา หนาม เศษแหลมคม และสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ก็อันตรายเกินไปที่จะใช้เท้าเปล่าเพียวๆเดินได้อย่างจริงจังในเมือง (พระยังหันมาสวมแตะเดินกันเลยครับ ยังไม่นับกฎของบางสถานที่ที่ห้ามเท้าเปล่าอีกด้วย) แผลที่เท้าถ้าเจอกับสิ่งสกปรกก็อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ได้ ปัจจุบันนี้จึงมีรองเท้า Barefoot ที่พื้นบางๆ หน้ารองเท้ากว้างไม่บีบนิ้ว พื้นราบเสมอกันไม่หนุนอุ้มไม่ยกส้น และยืดหยุ่นตามการขยับของเท้า เพื่อเป็นเกาะปกป้องเท้าเท่านั้นแบบไม่ต้องเสริมอะไร แค่มีฟังชั่นพื้นฐาน เป็นรองเท้าอย่างที่รองเท้าควรจะเป็น แต่พื้นรองเท้าสำหรับสายเท้าเปล่าจะต้องหนาพอที่จะปกป้องฝ่าเท้าได้ แต่ก็ต้องบางพอที่ฝ่าเท้ารู้สึกได้ถึงสภาพพื้นผิว (พื้นยางรวมแผ่นรองควรหนาไม่เกิน 10 mm) เพื่อให้ร่างกายได้เรียนรู้การสร้างสมดุลในการปรับองศาการขยับเท้าทรงตัวในทุกสภาพพื้นผิว ทำให้ร่างกายคุ้นเคยและไม่เสียหลักล้มง่ายๆ ซึ่งจะเป็นความจำของกล้ามเนื้อที่ติดตัวไปจนแก่ ที่สำคัญคือความบางจนรู้สึกถึงพื้นผิวนั้นทำให้ได้รับการนวดเท้าไปด้วยตลอดการเดิน ซึ่งส่งผลดีต่อการไหลเวียนของเลือดลมในร่างกายอีกด้วย

ปัจจุบันนี้รองเท้าเท้าเปล่าก็มีออกมามากมายหลายยี่ห้อ หลายแบบ ซึ่งส่วนใหญ่ราคาสูง หลายคนจึงคิดหาวิธีทำรองเท้าเท้าเปล่าเองแบบง่ายๆ ซึ่งเราค้นหามาแล้วเห็นว่าวิธีนี้ทำง่ายสุด และเหมาะกับสายเท้าเปล่ามากที่สุด จึงนำมาแนะนำกันครับ

อุปกรณ์สำหรับทำรองเท้า Sock Shoes DIY
  1. ถุงเท้าทอแน่น เลือกแบบที่ต้องการ (ข้อสั้นจะใช้สะดวกที่สุด)
  2. สเปรย์เคลือบยาง เป็นสเปรย์ที่ใช้พ่นยางเหลวเพื่อเคลือบกันน้ำ มักเรียกว่า Flex Seal, Flexible Rubber Coating, Rubberized Undercoat หรืออะไรทำนองนี้ (กดลิ้งค์เข้าไปดูได้เลยครับ)
  3. ถุงพลาสติกเหลือใช้ หลายๆใบๆ เอาไว้ยัดทรง

วิธีทำ
  1. เอาถุงพลาสติกยัดเข้าไปในถุงเท้า ให้ได้ทรงขนาดพอเหมาะกับเท้าของเรา
  2. เอาถุงเท้าไปเสียบแท่น
  3. พ่นสเปรย์เคลือบยางให้ทั่วพื้นถุงเท้า (และขึ้นขอบถุงเท้ามาเล็กน้อยด้วยก็ดี) ควรพ่นในที่โล่งอากาศถ่ายเท เพราะสเปรย์มีสารระเหย (ใส่หน้ากากอนามัยด้วยก็ดี)
  4. รอให้แห้งหมาดๆสัก 15 นาที แล้วพ่นซ้ำ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ รอและพ่นซ้ำ จนกว่าจะไม่เห็นเนื้อผ้าเป็นอย่างน้อย หรือสามารถพ่นซ้ำเพื่อเพิ่มให้หนาได้ตามต้องการ (แต่ไม่ควรหนาเกิน 3 mm เพื่อให้เท้าสัมผัสพื้นใกล้เคียงเท้าเปล่ามากที่สุด)
  5. จากนั้นตากให้แห้งสนิทสักวันสองวัน เอาถุงพลาสติกออกก็เป็นอันใช้ได้แล้ว
ลองดูตัวอย่างวิธีทำจากคลิปนี้ครับ


การซ่อมบำรุงก็ไม่ยาก เมื่อพื้นส่วนไหนเริ่มลอกหรือสึกก็แค่นำกลับมาพ่นซ้ำก่อนที่จะเป็นรูครับ (จะใช้พ่นพื้นรองเท้าทั่วไปก่อนทะลุได้ด้วยมั้ยนะ?)

มีอีกสูตรนึงบอกว่าถ้าใช้กาวซิลิโคน PU Sealant ทำพื้นจะทนกว่า แต่การทำก็ยุ่งยากกว่าด้วย เพราะต้องปาดให้เนียน และแต่ละชั้นต้องรอแห้งนานมาก แต่ก็แนะนำไว้ในที่นี้สำหรับผู้ที่อาจจะอยากลองทำครับ

ทีนี้ก็ได้รองเท้า Barefoot ที่ให้สัมผัสคล้ายเดินเท้าเปล่าและเป็นเสมือนหนังชั้นที่สองที่คอยปกป้องฝ่าเท้า ที่สำคัญทำเองได้ ทั้งยังอาจใช้เป็นรองเท้าสำรองที่พับเก็บได้ง่ายอีกด้วย

แต่สำหรับใครที่อยากได้รองเท้ายี่ห้อมาตราฐานแบบสำเร็จรูป ซึ่งทนทานกว่าและไม่ต้อง DIY ทำเอง ก็อาจหาลองดูยี่ห้อเหล่านี้ครับ
  • Skinners Sock Shoes เป็นเจ้าแรกๆที่ทำ Sock Shoes และได้รับความนิยมสูง เป็นถุงเท้าที่เคลือบพื้นด้วย Polymers เคลมว่าใช้ได้ถึง 800 km (คือ พื้นบางแต่ทนทานเทียบเท่ากับรองเท้าทั่วไป)
  • Vibram FiveFingers V-Alpha Minimalist Shoes รองเท้าแบบแยกห้านิ้ว มีนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว นิยมในหมู่นักวิ่ง Barefoot ที่ชอบรองเท้าแบบแยกห้านิ้ว (แต่สถานที่ราชการไม่ถูกใจสิ่งนี้)

สองยี่ห้อข้างต้นราคาจะแพงหน่อยในหลักพันบาทเพราะเป็นรองเท้า Barefoot โดยเฉพาะ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้าที่ราคาถูกหน่อยในราคาไม่เกินร้อยจนถึงหลักร้อยต้นๆ โดยเข้ากับคอนเซ็ปต์ของ Barefoot เรื่องความบางก็แนะนำเป็น

สำหรับผู้ที่ใส่รองเท้าพื้นหนานุ่มมาโดยตลอด โดยเฉพาะถ้าอายุเยอะแล้ว หากสนใจจะเปลี่ยนมาเดินหรือวิ่งแบบสายเท้าเปล่าเต็มตัว (ไม่ว่าจะใส่รองเท้าเท้าเปล่าหรือเท้าเปล่าเพียวๆก็ตาม) ไม่แนะนำให้เปลี่ยนแบบหักดิบครับ (โดยเฉพาะสายวิ่ง) เพราะกล้ามเนื้อเท้าและเอ็นร้อยหวายที่เคยหดสั้นอาจเกิดการอักเสบ เช่น โรคเอ็นร้อยหวายอักเสบ หรือรองช้ำได้ จึงควรค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการฝึกเดินเท้าเปล่าแบบเพิ่มเวลาขึ้นวันละนิด เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ยืดตัว ค่อยๆปรับท่าเดินไม่ให้กระแทกส้น และให้ฝ่าเท้าค่อยๆปรับตัวให้แข็งแรงขึ้น จนเดินได้ตลอดวัน อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังสำคัญคือผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีปัญหาการรับความรู้สึกที่ฝ่าเท้า ควรเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าเพียวๆ และควรสวมรองเท้ากับถุงเท้าไว้เสมอเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลครับ

ก็ประมาณนี้ สำหรับผู้สนใจสาย Barefoot ที่อยากรองทำรองเท้าเองก็ลองทำดูได้ง่ายๆครับ โดยเฉพาะคนที่หาไซส์รองเท้ายากและเป็นสายเท้าเปล่าด้วยแล้วล่ะก็ Sock Shoes DIY นี้ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งครับ หรือหากมีรองเท้าสำเร็จรูปพื้นบางที่ชอบก็ลองเลือกดูได้เลยครับ แต่หากเจอสถานที่ที่สามารถใช้เท้าเปล่าเพียวๆได้อย่างปลอดภัย การให้ฝ่าเท้าได้มีโอกาสสัมผัสกับพื้นดินโดยตรงบ้าง ก็เป็นการกราวดิ้งเพื่อแลกเปลี่ยนประจุดีถ่ายเทประจุเสียกับพื้นโลกซึ่งดีต่อสุขภาพกายและใจเช่นกันนะครับ

ขอให้ก้าวเดินด้วยฝ่าเท้าของเราเองอย่างมั่นใจในทุกย่างก้าวครับ
สวัสดีครับ ^-^


แถม

นักสเก็ตบอร์ดในยุคแรกมักเล่นด้วยเท้าเปล่า โดยเน้นการสัมผัสของเท้ากับบอร์ดและเลียนแบบท่าทางของการเล่นเซิร์ฟ เพนนีบอร์ดพลาสติกก็ถูกออกแบบมาให้เล่นด้วยเท้าเปล่า และแบรนด์ Penny Skateboards ก็ได้ส่งเสริมการเล่นบอร์ดด้วยเท้าเปล่าผ่านการขายเสื้อยืดและสติกเกอร์ รวมถึงมีการโพสต์บนโซเชียลมีเดียเพื่อสนับสนุนการเล่นด้วยเท้าเปล่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ส่วน Hamboards ซึ่งเป็นบอร์ดสไตล์เซิร์ฟบอร์ดก็ถูกออกแบบมาให้เล่นด้วยเท้าเปล่าเช่นกัน การเล่นสเก็ตบอร์ดด้วยเท้าเปล่ากำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในปัจจุบัน นักสเก็ตบอร์ดสมัยใหม่หลายคนก็เล่นด้วยเท้าเปล่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและในประเทศที่มีอากาศอบอุ่น เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และบางส่วนของอเมริกาใต้

อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Barefoot

18 มิถุนายน 2568

ตรีเอกานุภาพศักดิ์สิทธิ์แห่งการดำรงชีพในป่า - อุปกรณ์ 3 อย่างที่จำเป็นสำหรับการ Bushcraft


คนสมัยก่อนบอกกันว่า ในการเข้าป่าต้องพกมีดไปด้วยจึงจะอยู่ป่าได้สะดวก เพราะมีดเป็นเครื่องมือที่จะใช้สร้างอะไรต่างๆจากวัสดุธรรมชาติได้หลายๆอย่าง แต่หากต้องการความพร้อมที่มากขึ้นอาจต้องพกสิ่งที่เรียกกันว่า The holy trinity (ตรีเอกานุภาพศักดิ์สิทธิ์) คือ มีด, พร้า (หรือขวาน), และเลื่อย ซึ่งอุปกรณ์สำหรับการเดินป่า Bushcraft โดยเรียงตามลำดับความสำคัญ

1. มีด
มีดพกใบตายขนาดเล็ก-กลาง (ความยาวใบมีด ~3.5-5.5 นิ้ว หรือ มาตราฐานอยู่ที่ 4 นิ้ว หรือประมาณความกว้างฝ่ามือ) ถือเป็นหัวใจของเครื่องมือ Bushcraft เลยก็ว่าได้ครับ หากพกอุปกรณ์ได้เพียงชิ้นเดียว มีดคือสิ่งที่ต้องมี ด้วยความอเนกประสงค์ของมันไม่ว่าจะเป็น
  • ตัดกิ่งไม้ทั่วๆไป
  • เหลาไม้ หรือแกะสลัก สำหรับทำของใช้จากวัสดุธรรมชาติ เช่น ช้อนไม้ ถ้วยชาม อาวุธ กับดัก แท่งไม้จุดไฟ เชื้อฟืน ฯลฯ ซ่อมแซมอุปกรณ์
  • เตรียมอาหาร แล่เนื้อ หั่นผักผลไม้ เปิดถุงขนม!
  • การปฐมพยาบาลเบื้องต้น (เช่น ตัดเทปพันแผล)
  • การป้องกันตัว (ในกรณีฉุกเฉิน)
มีดพกน่าสนใจ
https://s.shopee.co.th/8AK9xKK0pl
https://s.shopee.co.th/5pwEPHTUvp
https://s.shopee.co.th/708BnzWVL1
https://s.shopee.co.th/7phMqjYKMU

2. พร้า (หรือขวาน)
มีดพร้า มีดใหญ่ (ความยาวใบมีด ~8-12 นิ้ว หรือมาตราฐานที่ 12 นิ้ว) (หากเป็นขวานมักจะเลือกด้ามที่ยาวประมาณช่วงปลายนิ้วมือถึงหัวไหล่จะเป็นระยะที่ดีที่สุด) พร้าเหมาะสำหรับแถบป่ารกอย่างประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งป่าในเขตร้อนมักมีพืชพรรณหนาแน่น พร้าจึงเป็นเครื่องมือที่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่มีดพกทำได้ยากหรือไม่เหมาะสม โดยเฉพาะงานที่ต้องการแรงกระแทกหรือการตัดไม้ขนาดใหญ่ขึ้น เป็นเครื่องมือพื้นฐานการเกษตรในแถบนี้อยู่แล้ว
  • การบุกเบิกทาง ตัดฟันพงหญ้า เถาวัลย์ หรือกิ่งไม้ที่เกะกะ
  • การเตรียมพื้นที่ แผ้วถางบริเวณสำหรับตั้งแคมป์หรือสร้างที่พักพิง
  • สับไม้ฟืน ผ่าไม้ สำหรับก่อกองไฟ
  • โค่นต้นไม้ขนาดเล็ก-กลาง เพื่อสร้างที่พัก เตรียมไม้สำหรับสร้างโครงสร้าง เช่น เสา คาน
พร้าโดยทั่วไปมีน้ำหนักเบากว่าขวาน ทำให้พกพาและใช้งานได้สะดวก

Pollo M212 18" https://s.shopee.co.th/8fGCoNxjvn
BUCK MB-421 สแตนเลส https://s.shopee.co.th/40UZdDz4sN
PUMPKIN ขวานด้ามไม้ https://s.shopee.co.th/6fVKmktq2M

3. เลื่อย
เลื่อยมีบทบาทสำคัญในการตัดไม้ให้ได้ขนาดและรวดเร็ว โดยเฉพาะการตัดไม้ที่ต้องการความแม่นยำ หรือไม่ต้องการให้เกิดการปริแตกจากการสับ
  • ตัดท่อนไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ามีด
  • สร้างโครงสร้างที่พัก ที่ต้องการการตัดตรงและเนียน
  • ลดแรงและพลังงานในการตัดไม้ท่อนใหญ่เมื่อเทียบกับการใช้มีดฟัน และเลื่อยอาจเข้าถึงได้ในจุดที่ไม่มีระยะสำหรับการเงื้อฟันด้วยมีด
แนะนำว่าควรเป็นเลื่อยประเภท เลื่อยดึง (Pull saw) เป็นเลื่อยที่จะกินเนื้อไม้เมื่อดึงเข้า (ฟันเลื่อยเฉียงเข้าตัว) จะไม่มีปัญหาดันเลื่อยแล้วใบโก่งสะดุด เนื่องจากเมื่อดันเลื่อยจะลื่น เมื่อดึงเลื่อยจะกิน
ความยาวใบเลื่อยควรจะยาวเป็น 3 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อนไม้ที่ต้องตัด เพื่อให้มีระยะในการเลื่อยที่เหมาะสม ส่วนใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางจะประมาณ 3 นิ้วสำหรับท่อนไม้ที่ใหญ่หน่อยที่อาจจะต้องเลื่อยในการเดินป่า ใบเลื่อยจึงควรยาวประมาณ 9 นิ้วเป็นอย่างน้อย
การใช้ในป่า ฟันเลื่อยหยาบใช้เลื่อยไม้สด จะจัดการเศษไม้เหนียวๆได้ดี ฟันเลื่อยละเอียดใช้เลื่อยไม้แห้งเศษละเอียดหรือที่ต้องการความเนียนสูง

เลื่อยพับ https://s.shopee.co.th/BISTEO4A5
เลื่อยญี่ปุ่น 2 คม 9.3 นิ้ว https://s.shopee.co.th/9UpW8ykJrE

หากพกไปทั้งสามอย่างนี้ก็จะสะดวก เนื่องจากแต่ละเครื่องมือได้แบ่งงานกันเป็นที่เรียบร้อย แต่หากไม่สามารถมีครบได้ ขอให้มีดพกสักเล่มไว้ก่อน ในกรณีใช้มีดเล่มเดียวทำทุกอย่าง ความหนาของใบมีดจะมีความสำคัญมากขึ้น ควรเป็นใบมีดที่หนาอย่างน้อย 2.5-5 ม.ม. หรือโดยเฉลี่ยประมาณ 3 ม.ม. กำลังดี น้ำหนักก็ไม่มากเกินไป หากใช้มีดสันบางควรมีมีดพร้าไปด้วยเพื่อช่วยในงานหนัก หากมีแต่มีดสันบาง (เช่น มีดทำครัว) แต่จำเป็นต้องลุยงานหนักจริงๆ ก็ต้องเรียนรู้การทำลิ่มจากวัสดุรอบตัวเพื่อใช้ตอกผ่าไม้หากจำเป็น
แต่ทั้งหมดทั้งมวล การมีอุปกรณ์ที่พร้อมและเหมาะสมกว่าย่อมสะดวกกว่าครับ

อุปกรณ์อื่นๆ เช่น
และ ฯลฯ

ก็เป็นอุปกรณ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากอุปกรณ์หลัก ซึ่งก็นับว่าจำเป็นอยู่เหมือนกันโดยเฉพาะสำหรับคนเมืองอย่างเราที่จะเข้าป่าพักแรม จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมตามความจำเป็นต่อไป

พกพาความรู้ให้มากกว่าอุปกรณ์

03 สิงหาคม 2561

ผ้าอเนกประสงค์ Furoshiki by Harirak Handmade


ผ้าอเนกประสงค์นำมามัดฟุโรชิกิได้หลากหลาย ได้ทั้ง ถุงผ้าลดโลกร้อน เสื่อปิคนิค เป้สะพายหลัง(เป้ซามูไร) กระเป๋าถือสุดเก๋ และอื่น ๆ อีกมายตามแต่จิตนาการณ์เลยจ้า

ผ้าอเนกประสงค์ฟุโรชิกิผ้าคอตตอน 2 ชั้น 2 โทน สีน้ำตาล/ฟ้า
สลับสีได้ไม่จำเจ🤗
พร้อมให้เลือกสรรกันแล้วจ้า😇
มี 3 ขนาด คือ 70cm ราคา 150฿ 90cm ราคา 180฿ และ 110cm ราคา 200฿

ขนาด 70cm พกพาสะดวก เป็นผ้าโพกหัวก็ได้ เป็นผ้าพันคอก็ดี มัดเป็นถุงผ้าลดโลกร้อนทรงหยดน้ำก็ได้ขนาดพอเหมาะจุประมาณถุงขนาดกลาง พกพาได้ทุกวัน
ขนาด 90cm มัดเป็นถุงผ้าลดโลกร้อนก็จุมาก บังแดดก็ได้ ทำเป็นกระเป๋าหิ้วเฉพาะกิจก็เก๋ไปอีกนะ
ขนาด 110cm ทำได้เหมือนขนาดอื่น ๆ ทั้งยังมัดเป็นกระเป๋าเป้สะพายหลังเฉพาะกิจก็ได้ เป็นผ้าห่มจำเป็น ปูพื้นปิคนิคก็ได้
ประโยชน์หลากหลาย พกสำรองติดกระเป๋าไว้เผื่อใช้ประโยชน์ยามเดินทาง😉

Harirak Handmade ทำมือด้วยใจ😇✋💝

*ขนาดผ้าเป็นขนาดโดยประมาณ

สนใจสามารถดูวิธีประยุกต์ใช้ผ้าแบบต่าง ๆ และสั่งซื้อได้ที่
https://www.facebook.com/harirakhandmade/
https://www.facebook.com/harirakfarm/
http://harirakfarm.lnwshop.com/product/41/ผ้าอเนกประสงค์-furoshiki

25 เมษายน 2558

ทฤษฎีไมโล - Milo of Croton


ทฤษฎีไมโล เรียกตามชื่อของนักมวยปล้ำผู้ไม่แพ้ใครของกรีก เรียกกันเต็มๆว่า ไมโล ออฟ ครอตั้น (Milo of Croton) เป็นเจ้าของทฤษฏีการเพิ่มความหนักหน่วงทีละน้อยในการฝึก โดยที่มาคือ ไมโลต้องการฝึกฝนร่างกาย เขาจึงใช้วิธียกวัวทุกๆวัน เริ่มตั้งแต่วัวยังเป็นลูกวัว วันเวลาผ่านไป ลูกวัวตัวนั้นโตขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของไมโลก็แข็งแรงตามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลูกวัวตัวนั้นโตเต็มวัย ถึงวันนั้นร่างกายของไมโลก็แข็งแรงขึ้นจนสามารถยกวัวตัวใหญ่เดินไปเดินมาได้ จึงทำให้เขาคว้าแชมป์เหนือคนอื่นได้ในการแข่งโอลิมปิกอย่างง่ายดาย

ไมโลไม่ได้ยกแม่วัวได้ในวันเดียว! ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ทฤษฎีไมโลนิยมใช้ในการฝึกฝนการออกกำลังกาย แต่ก็สามารถปรับใช้ในการพัฒนาตนเองด้านอื่นๆในชีวิตได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทักษะใหม่ๆ การอ่านหนังสือ การฝึกภาษาใหม่ ฯลฯ แต่ที่สำคัญที่สุดในการฝึกฝนคือความต่อเนื่องครับ

05 เมษายน 2558

Combination pliers - คีมสามัญประจำบ้านและนักเดินทาง

ODÜR-“Fit”
Lineman's pliers หรือ Combination pliers ในไทยนิยมเรียกว่า คีมใช้ 3 อย่าง และ คีมฟิต เนื่องจากยี่ห้อดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมเป็นยี่ห้อ FIT ของเยอรมันครับ และปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมอยู่เช่นเดิมเนื่องจากคุณภาพยังคงยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยน(แต่มีของสำเนาเยอะ) จริงๆแล้วคีมฟิตมีชื่อเรียกในบ้านเราเยอะอยู่เหมือนกันครับ ตั้งแต่ Shear pliers , คีมช่าง, คีมงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ ,คีมตัด 3 อย่าง ,คีมใช้หลายอย่าง และ คีมตรากุหลาบ อาจจะมีชื่ออื่นๆอีกก็ได้นะครับ (ฮา)

คีมฟิตขนาดมาตราฐานอยู่ที่ 8" (200mm) ส่วนหัวคีมจะยื่นจากด้ามมากกว่าคีมทั่วไปนิดหน่อย มีสโลแกนว่า Grips - Cuts - Nips เริ่มตั้งแต่ปลายปากคีมใช้หนีบ ตั้งแต่หนีบแบนและถัดเข้ามาคือหนีบกลม จับน๊อตจับท่อได้ ถัดเข้ามาเป็นกรรไกรใช้ตัดได้ทั่วไปและตัดแผ่นโลหะหนาไม่เกิน 0.8mm ได้ด้วยครับ และใช้ตัดไปจนถึงตัดดอกกุหลาบในงานสวนก็ได้นะ ถัดมาคือหลังจุดหมุนของคีมใช้หนีบตัดลวดและตัดตะปูได้(เขาว่างั้น) แต่การตัดทั้งหมดด้วยคีมฟิตนี้ควรใช้กับของนิ่มและโลหะนิ่มอย่างพวก ทองเหลือง สายไฟ ทองแดง อลูมิเนียม ฯลฯ ไม่ควรใช้ตัดพวกเหล็กกล้า(Steel)นะครับคมจะเสีย


ภาพแนะนำการใช้หลังกล่องของ FIT
ภาพจาก http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=82&topic_no=551851&topic_id=561730&page=1

สำหรับผมนับว่าเป็นคีมที่เหมาะที่จะมีไว้เป็นเครื่องมือประจำบ้านครับสำหรับใช้งานทั่วไป หรือสำหรับนักเดินทางที่ต้องการคีมสักตัวที่ใช้งานได้หลากอย่างแบบประหยัด คีมฟิตก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากทีเดียว พกไปคู่กับชุดมีดพับเอนกประสงค์ในกระเป๋าเดินทางได้ รวมแล้วราคาจะถูกกว่าชุดคีมพับมัลติทูลอยู่หลายพันบาท เพียงแต่ว่าต้องแยกชิ้นกันกับมีดสักหน่อยเท่านั้นครับ ำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้คีมเท่าไหร่การแยกชิ้นแบบนี้จะสะดวกจัดชุดและประหยัดงบครับ

ยี่ห้อที่น่าสนใจ  FIT ,KEIBA ,TSUNODA และ SOLO

มีดพับมัลติทูล SOLO กับ คีมฟิต 8" SOLO

เพิ่มเติม
http://www.duerholt-zangen.de/gb/htdocs/fakten.htm
http://en.wikipedia.org/wiki/Lineman%27s_pliers
http://pantip.com/topic/31927404/page2

22 กันยายน 2557

แนะนำหม้อสนาม

หม้อสนามทรงอเมริกัน ชงชาจิบแบบกลางแจ้ง
หม้อสำหรับ Bushcraft ที่นิยมในบ้านเรามักจะเป็นหม้อสนามสีเขียวแบบทหารอเมริกันทรงไตที่ทำจากอลูมิเนียม แต่ถ้าต้องการหม้อที่ดูเป็นพลเรือนหน่อยละก็โดยสากลนิยมใช้ Billycan หรือหม้อเล็กทรงสูง โดยยี่ห้อที่นิยมมากจนแทบจะกลายเป็นหม้อมาตราฐานของชาว Bushcraft ทั่วโลกคือยี่ห้อ ตราหัวม้าลาย จากประไทยครับ!
ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกเพราะทำจากสแตนเลสคุณภาพดีทนทานและมีฝาในด้วย

นิยมใช้กันที่ขนาด 14cm ความจุเท่ากับหม้อทหาร ขนาดกำลังดี หุงข้าวได้เต็มที่ 4 ถ้วยตวง หรือถ้าไปคนเดียวเน้นเล็กๆก็ใช้ 12 cm ก็ได้

http://www.workwearcanada.com/products/detail.cfm?product=1057
ขนาดและค่าความจุโดยประมาณ(ลิตร)
10cm ~ 0.75 L
12cm ~ 1.25 L
14cm ~ 2 L
16cm ~ 3 L


สากลเรียกกันว่า Zebra Billycan ในไทยเรียกว่า หม้อหิ้ว 14 ซม. AUTO LOCK ตราหัวม้าลาย หม้อนี้จะมีตัวล๊อคฝาเป็นพลาสติกอยู่ข้างหูหิ้ว ถ้าโดนไฟละลายแน่นอนต้องแกะออกก่อนนำไปตั้งไฟนะครับ
ทั้งฝาในและฝานอกสามารถนำมาเป็นจานข้าวได้เช่นเดียวกับหม้อทหาร และฝาในปิดปากหม้อไว้ใช้เป็นกระทะระหว่างหุ้งข้าวก็ได้

ถ้าเทียบราคาต่อราคากับหม้อทหาร Billycan 14cm จะแพงกว่าเล็กน้อยครับ แต่ได้เป็นสแตนเลสสตีสเหล็กกล้าไร้สนิมก็ดูจะน่าสนใจไม่น้อยนะครับถ้าไม่แคร์เรื่องรูปทรงที่ไม่โค้งแบนแนบเหมือนหม้อทหาร

หวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อมูลทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหาหม้อสนามนะครับ

ปล. ผมไม่ได้ค่าโฆษณานะครับเนี่ย แต่ถ้าทางบริษัทโชคดีมาเจอบทความนี้เข้าจะเลี้ยงข้าวผัดผมสักมื้อ ให้ผมออกแบบหม้อสักใบก็ยินดีครับ 555+ (แอบแซวนิดๆนะครับ ) ของเขาดีจริงครับ

แขวนหม้อกับขาตั้งสามขาและไม้แขวน สะดวกในการยกหม้อขึ้นลงเพื่อควบคุมความร้อน และสะดวกในการยกหม้อออกมาด้วยครับ

 
หุงข้าวด้วยหม้อธรรมดา(หม้อเล็ก) ถ้าตวงข้าวตวงน้ำให้เหมาะสม ระหว่างหุงไม่จำเป็นต้องคนข้าวหรือเทน้ำส่วนเกินออก(เช็ดน้ำ)เลยครับ คุมไฟให้พอเหมาะกับปริมาณน้ำที่เหลือในหม้อ เปิดดูบ้างถ้าข้าวสุกแล้วและไอน้ำเริ่มน้อยก็ยกลงได้ละครับ ถ้ายังไม่สุกก็ใส่น้ำเพิ่ม

06 มีนาคม 2557

How to play Senet - กติกาและวิธีการเล่นเซเนท

Senet box Handmade sine 25/11/2013
Senet - Boad game wood box DIY
ทำจากไม้กระดานเก่าๆจากหลังบ้าน มาเล่นบอร์ดเกมกันเถอะ

เซเนท (Senet) เป็นบอร์ดเกมเก่าแก่ของอียิปต์โบราณ (~3100 ปีก่อนคริสต์กาล) ว่ากันว่าเทพเจ้า Thoth เป็นผู้คิดค้นขึ้น ทั้งยังเป็นเกมโปรดของฟาโรห์ตุตันคาเมนอีกด้วย ขึ้นชื่อว่าเป็นเกมกระดานแห่งฟาโรห์
กระดานเซเนทซึ่งพบในสุสานสมัยราชวงศ์แรกของอียิปต์ (ประมาณ 3100 ปีก่อนคริสตกาล) แสดงให้เห็นว่าเกมนี้มีมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว ภาพวาดที่ชัดเจนที่สุดของเกมโบราณนี้ปรากฏอยู่ในสุสานของเฮซี (Hesy) ข้าราชการชั้นสูงในสมัยราชวงศ์ที่สาม (ประมาณ 2686-2613 ปีก่อนคริสตกาล) มีการพบภาพวาดของผู้คนกำลังเล่นเซเนทในสุสานของราเชฟเสส (Rashepses) ขุนนางใหญ่ในสมัยราชวงศ์ที่ห้า รวมถึงสุสานอื่นๆในสมัยราชวงศ์ที่ห้าและหก (ประมาณ 2500 ปีก่อนคริสตกาล) นอกจากนี้ยังมีภาพวาดของบุคคลสำคัญ เช่น ตุตันคาเมน (Tutankhamun) และเนเฟอร์ตารี (Nefertari พระมเหสีของรามเสสที่ 2 (Ramesses II)) กำลังเล่นเซเนทบนศิลปะฝาผนังสุสานในสมัยอาณาจักรใหม่

เซเนทปรากฏอยู่ในตำราโบราณ รวมถึงบทที่ 17 ของคัมภีร์มรณะ (the Book of the Dead) ซึ่งกล่าวถึงผู้ที่ตายแล้วกำลังเล่นเกมกับคู่ต่อสู้ที่มองไม่เห็น นอกจากนี้ยังมีภาพวาดของกวางและสิงโตกำลังเล่นเซเนทบนแผ่นปาปิรัสซึ่งมีอายุประมาณ 1250-1150 ปีก่อนคริสตกาล (ซึ่งอยู่ในความครอบครองของพิพิธภัณฑ์อังกฤษ British Museum)

เซเนทถูกค้นพบและนำกลับมาสู่สายตาชาวโลกอีกครั้งโดยนักอียิปต์วิทยาในช่วงการขุดค้นทางโบราณคดีในอียิปต์ในช่วงทศวรรษ 1930 เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่บันทึกกฎของเกมอย่างสมบูรณ์ นักโบราณคดีชาวสวิส กุสตาฟ เจเคียร์ (Gustave Jéquier) จึงได้วิเคราะห์กระดานเซเนทที่ขุดพบและภาพวาดที่เกี่ยวข้องกับเซเนท เพื่อสร้างชุดกฎของเกมขึ้นมา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นคืนชีพของเซเนทในยุคปัจจุบัน กฎของเจเคียร์ในที่สุดก็ถูกแทนที่ด้วยชุดกฎอื่นๆที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 โดยนักประวัติศาสตร์ชาวแคนาดา อาร์.ซี. เบลล์ (R. C. Bell) และนักโบราณคดีชาวอเมริกัน ดร.ทิโมธี เคนดัลล์ (Dr. Timothy Kendall) นักอียิปต์วิทยาหลายท่านได้เสนอชุดกฎเพิ่มเติมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่โดยทั่วไปแล้วถูกหักล้างโดยหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในภายหลัง

ในการเล่นใช้การโยนไม้เพื่อนับตาเดิน มีหมากมาตราฐานฝ่ายละ 5 ตัว เล่นคล้ายเกมบันไดงูผสมแบ็กแกมมอน คือ ทอยแต้ม เดินตามจำนวนช่อง มีการกินหมาก และเมื่อตกช่องที่มีสัญลักษณ์ก็จะมีอีเว้นต์และกฎต่างกันไป ใครเดินหมากออกจากกระดานหมดก่อนชนะ (ถึงเส้นชัย)
เราสามารถเลือกเดินตัวไหนก็ได้ของฝ่ายเรา มีกลยุทธ์การจับกลุ่มเพื่อไม่ให้โดนกิน และการกินหมากที่อยู่โดดเดี่ยวของอีกฝ่ายเพื่อสลับที่ได้ การจับกลุ่มและการกินเพื่อสลับตำแหน่งนี้เองที่ทำให้เกมนี้เป็นแนววางแผน ที่ให้เราวางแผนจากภูมิประเทศของหมาก(ตำแหน่ง) ใช้ทรัพยากรเท่าที่มีอยู่(แต้มที่ทอยได้) และเรียนรู้ที่จะรับมือกับความไม่แน่นอน เสมือนจำลองชีวิตลงไปบนกระดานเล็กๆนี้

ในภาษอียิปต์โบราณ 𓊃𓈖𓏏𓏠 (Senet) แปลว่า
การผ่านไป
ผมจึงให้ความหมายของเกมนี้ไว้ว่า
เกมแห่งการเปลี่ยนผ่าน
เรื่องราวของ Senet คือ
การเดินทางอันยาวไกลของจิตวิญญาณ
ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคและบททดสอบแห่งโชคชะตานานับประการ
เพื่อไปสู่ดินแดนแห่งนิรันดร์ ณ โลกหลังความตาย

เป็นเกมที่ทำได้ง่ายๆ ทำเล่นที่บ้านได้เลย ตีตารางบนกระดาษ ใช้ฝาขวด หรือหิน หรือเหรียญแทนตัวหมาก หรือใช้ในการทอยแต้มก็ได้ หรืออะไรก็แล้วแต่จะประยุกต์ใช้ได้เลย เป็นเกมที่ทำขึ้นมาเล่นจากของรอบๆตัวได้ง่ายๆ ใช้อุปกรณ์ไม่มาก แต่สนุกมาก

เท่าที่ค้นหายังไม่มีวิธีเล่นภาษาไทยที่ละเอียดพอ(เนื่องจากยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก) จึงต้องศึกษาจากภาษาต่างประเทศ ตอนนี้ผมพอจะเล่นได้แล้ว จึงเรียบเรียงออกมาเป็นวิธีเล่นในภาคภาษาไทยให้เพื่อนๆได้ลองเล่นกันดู ตามข้างล่างนี้เลยครับ

กระดานเซเนท
แนวเดินตามลำดับตัวเลข

เส้นแนวเดินหมาก
และการวางหมากก่อนเริ่มเกม

วิธีเล่นเซเนท (Senet)

*หมายเหตุ: ปัจจุบันนี้กติกาการเล่นเซเนทอาจแตกต่างกันในรายละเอียดตามแหล่งที่มาที่ต่างกัน ซึ่งยังไม่มีกติกาสากลที่แน่นอน และในอนาคตอาจมีการพัฒนากติกาและวิธีการเล่นใหม่ๆให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติม
ผมเลือกใช้กติกามาตราฐานที่นิยมกันทั่วไป และได้รวบรวมกติกาทางเลือกที่น่าสนใจเอาไว้ด้วย แต่โดยปกติจะใช้เพียงกติกามาตราฐานเท่านั้น

ปกติผู้เล่นมักจะนั่งข้างๆกันเพื่อเล่นจากมุมมองเดียวกัน

อุปกรณ์
กระดานเซเนท 30 ช่อง (10 ช่อง 3 แถว)
ตัวหมาก 2 สี (หรือเหรียญ 2 ชนิด) ฝ่ายละ 5 ตัว (กติกาทางเลือก: 7 ตัว, หรือ 10 ตัว)
ซีกไม้ 4 ชิ้น (หรือเหรียญชนิดเดียวกัน 4 เหรียญ, หรือลูกเต๋า 1 ลูก)

แต้มทอยไม้ (บรรพบุรุษของลูกเต๋า)
ไม้หงาย 1 อัน = 1 แต้ม
ไม้หงาย 2 อัน = 2 แต้ม
ไม้หงาย 3 อัน = 3 แต้ม
ไม้หงาย 4 อัน = 4 แต้ม
ไม้คว่ำ 4 อัน = 5 แต้ม
(หรือใช้เหรียญชนิดเดียวกัน 4 เหรียญ ก้อยแทนหงาย; หัวแทนคว่ำ)
(หรือใช้ลูกเต๋า 1 ลูก ใช้แต้มตามหน้าเต๋า หากทอยได้ 6 แต้ม ให้ทอยใหม่)

กฎการเล่น
  • ถ้าทอยไม้ได้ 1, 4 และ 5 แต้ม จะได้ทอยตาเดินพิเศษอีก 1 ตา
  • ฝ่ายใดสามารถเดินหมากออกจากกระดานได้หมดก่อนถือเป็นฝ่ายชนะ
  • ทอยไม้แล้วให้เลือกเดินหมากฝ่ายตนเองตัวใดก็ได้ ตามแต้มที่ทอยได้
  • ห้ามผ่านตาเดิน หากมีหมากที่เดินได้ต้องเดินให้ครบ
  • เดินถอยหลังต่อเมื่อไม่มีหมากตัวใดเดินหน้าได้เท่านั้น
  • การจัดกระดานก่อนเริ่มเล่นให้วางหมากสลับกันในช่องที่ 1-10 คือ หมากขาวเริ่มต้นในช่องที่ 1, 3, 5, 7, 9 และหมากดำเริ่มต้นในช่อง 2, 4, 6, 8, 10
  • ก่อนเริ่มเกมให้ทอยไม้ ใครได้แต้มมากกว่าให้เป็นฝ่ายสีขาว และเป็นฝ่ายเดินก่อน

กติกาการเล่น
  1. ในหนึ่งช่องมีหมากได้ 1 ตัวเท่านั้น แต่ละช่องเรียกว่า บ้าน
  2. หากทอยแต้มได้ตกในช่องที่มีฝ่ายตรงข้ามอยู่ให้สลับที่กัน เรียกว่า การกิน เช่น หมากขาวอยู่ในช่องที่ 1 และหมากดำอยู่ในช่องที่ 4 โดยไม่อยู่ติดกับหมากดำตัวใด เมื่อฝ่ายขาวทอยไม้ได้ 3 แต้ม แล้วเดินหมากจากช่องที่ 1 ไปหยุดช่องที่ 4 หมากดำต้องถูกสลับที่ไปอยู่ช่องที่ 1 แทน เป็นการยึดบ้าน
    • กติกาทางเลือก: เมื่อกินก็ให้นำหมากของฝ่ายตรงข้ามออกจากเกมไปเลย ไม่ต้องสลับที่ และไม่นับมานับคะแนน และตอนจบเกมให้นับจำนวนหมากที่เดินออกนอกกระดานเป็นคะแนนรวมหลังนำหมากออกจากกระดานทั้งหมดแล้ว ฝ่ายที่หมากออกมาหมดก่อนและมีจำนวนรวมหมากที่มากกว่าจะชนะ
  3. ห้ามเดินไปตกในช่องที่มีฝ่ายตัวเองอยู่ ให้เปลี่ยนไปเดินตัวอื่นแทน
  4. ถ้าหมากฝ่ายใดเรียงติดกัน 2 ตัวขึ้นไปในแนวเดิน หมากอีกฝ่ายจะไม่สามารถกินเพื่อสลับหมากตัวใดในนั้นได้ แต่สามารถข้ามผ่านไปได้ หากทอยได้แต้มมากพอจะข้าม แต่หากหมากฝ่ายใดเรียงติดกัน 3 ตัวขึ้นไปในแนวเดิน หมากอีกฝ่ายจะไม่สามารถกินเพื่อสลับหมากตัวใดในนั้นได้และไม่สามารถข้ามผ่านไปได้ แม้จะทอยได้แต้มมากพอจะข้ามก็ตาม ทั้งสองแบบเรียกว่า การจับกลุ่ม แต่หมากฝ่ายเดียวกันสามารถเดินข้ามการจับกลุ่มของฝ่ายตัวเองได้
  5. หากไม่มีหมากใดเดินไปข้างหน้าได้เลย ให้เดินถอยหลังตามจำนวนที่ทอยได้ และหากเกิดการกินก็ให้ทำการสลับหมากตามปกติ
  6. หากไม่มีหมากใดเดินได้เลย ไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง งดเดินในตานั้น และงดทอยตาเดินพิเศษ
  7. หมากที่เดินมาอยู่ในช่องที่มีสัญลักษณ์พิเศษ ให้ดูเงื่อนไข เหตุการณ์ของสัญลักษณ์พิเศษ แต่ละช่องข้างล่าง)
    • กติกาทางเลือก 1: หมากที่อยู่ในช่องที่ 28, 29, 30 ถูกจับกินสลับที่ได้ และหมากในช่องเหล่านี้หากถูกกิน จะต้องมาอยู่ที่ช่อง 27 วิหารแห่งวารี (The House of Water) และทำตามเงื่อนไขในช่องนั้น หากช่องที่ 27 มีหมากอยู่ให้วางช่องที่ว่างอยู่ข้างหลัง
    • กติกาทางเลือก 2: ตำแหน่งสัญลักษณ์พิเศษต่างๆไม่มีเหตุการณ์อะไร เพียงแต่หมากที่อยู่ในช่องเหล่านั้นจะไม่ถูกจับกินสลับที่)
    • กติกาทางเลือก 3: หมากที่อยู่ในช่องที่ 15 และ 26 เท่านั้นที่จะไม่ถูกจับกินสลับที่ ที่เหลือถูกจับกินได้)
    • (กติกาทางเลือก 4: ไม่สามารถเดินหมากออกจากกระดานได้ หากยังมีหมากของฝ่ายใดอยู่ในช่องที่ 1-10)

เหตุการณ์ของสัญลักษณ์พิเศษ (บ้านที่ได้รับการประดับประดา)

ช่องที่ 15 เรือนคืนชีพ (House of Rebirth)
หมากใดที่อยู่ในช่องนี้จะไม่ถูกจับกิน และเป็นเรือนกลับมาเกิดใหม่หาก ตกน้ำตาย จากช่องที่ 27 วิหารแห่งวารี (The House of Water)

ช่องที่ 26 วิหารแห่งความสำราญ (The House of Happiness)
หมากที่จะข้ามฝั่งแม่น้ำไนล์ต้องมาหยุดอยู่ช่องนี้ก่อนที่จะข้ามไปเสมอ หมากใดที่อยู่ในช่องนี้จะไม่ถูกจับกิน การจะเข้ามาสู่ช่องนี้ได้ ต้องทอยแต้มให้เดินมาตกช่องนี้พอดีเท่านั้น หากทอยได้แต้มเกินช่องนี้ก็จะเดินเข้าสู่ช่องนี้ไม่ได้ ให้อยู่ที่เดิมไปก่อน และหมากใดที่อยู่ในช่องนี้แล้ว ถ้าตาใดทอยได้ 5 ก็สามารถเดินออกจากกระดานได้เลย (หากต้องการ)
(กติกาทางเลือก: ไม่จำเป็นต้องทอยได้พอดีช่องนี้ หากทอยแต้มเกินก็แค่มาหยุดอยู่ที่ช่องนี้ แต่ห้ามข้ามช่องนี้ไป ต้องหยุดอยู่ที่ช่องนี้ก่อนจะข้ามไปเสมอ)

ช่องที่ 27 วิหารแห่งวารี (The House of Water)
หากเข้าสู่ช่องนี้ คือ ตกน้ำตาย ให้กลับไปเกิดใหม่ที่ช่อง 15 เรือนคืนชีพ (House of Rebirth) และงดตาเดินพิเศษ หากมีหมากใดอยู่ในช่อง 15 ให้ไปวางช่องที่ว่างข้างอยู่หลัง และงดตาเดินพิเศษ
(กติกาทางเลือก 1: หากไม่ต้องการกลับไปที่ช่อง 15 ให้ทอยตาเดินพิเศษอีกครั้งเพื่อ ขอพร โดยต้องทอยไม้ให้ได้ 4 แต้ม ถ้าทอยได้ ให้เดินหมากนั้นออกจากกระดานได้เลย และได้ทอยตาเดินพิเศษต่อ แต่ถ้าทอยไม่ได้ ก็ต้องอยู่ในช่องนี้ แต่ตาต่อๆไปจากนี้จะไม่สามารถเดินหมากอื่นๆของตัวเองได้เลยและทุกหมากของฝ่ายคุณจะถูกกินได้แม้จะรวมกลุ่มอยู่ก็ตาม จนกว่าจะทอยได้ 4 เพื่อเดินหมากตัวนี้ออกจากกระดาน จึงจะกลับมาเลือกเดินตัวอื่นได้ตามปกติ)
(กติกาทางเลือก 2: หากมีหมากอยู่ในช่อง 15 แล้ว ถือว่าได้รับพร ไม่ตกน้ำ ให้อยู่ช่องนี้ตามปกติ และได้ทอยตาเดินพิเศษต่อ หมากใดที่อยู่ในช่อง 27 นี้แล้ว ถ้าตาใดทอยได้ 4 ก็สามารถเดินออกจากกระดานได้เลย (หากต้องการ))

ช่องที่ 28 วิหารแห่งตรีตุลาการ (The House of Three Judges)
หมากใดที่เดินมาตกช่องนี้จะเดินหน้าหรือถอยหลังไม่ได้ และไม่ถูกจับกิน ต้องทอยได้ 3 เท่านั้น จึงจะเดินออกจากกระดานได้
(กติกาทางเลือก: หมากในช่องนี้ถูกจับกินสลับที่ได้ และไม่นับการจับกลุ่ม)

ช่องที่ 29 วิหารแห่งทวิตุลาการ (The House of Two Judges)
หมากใดที่เดินมาตกช่องนี้จะเดินหน้าหรือถอยหลังไม่ได้ และไม่ถูกจับกิน ต้องทอยได้ 2 เท่านั้น จึงจะเดินออกจากกระดานได้
(กติกาทางเลือก: หมากในช่องนี้ถูกจับกินสลับที่ได้ และไม่นับการจับกลุ่ม)

ช่องที่ 30 วิหารแห่งฮอรัส (The House of Horus)
หมากใดที่เดินมาตกช่องนี้จะเดินหน้าหรือถอยหลังไม่ได้ แต่ถูกจับกินได้ ต้องทอยได้ 1 เท่านั้น จึงจะเดินออกจากกระดานได้ หรือหากไม่มีหมากฝ่ายใดอยู่ในช่องที่ 1-10 เลย ทอยได้เท่าไหร่ก็เดินออกจากกระดานได้
(กติกาทางเลือก 1: หมากในช่องนี้ถูกจับกินสลับที่ได้ และไม่นับการจับกลุ่ม)
(กติกาทางเลือก 2: ทอยได้เท่าไหร่ก็ออกได้)

ผู้ใดเล่นเซเนท
ผู้นั้นจักได้รับพรจากทวยเทพ!

เล่น Senet บนเบราว์เซอร์ฟรี เลือกได้ว่าจะเล่นกับคอมฯหรือเล่น 2 คน https://www.playonlinedicegames.com/senet


ภาพวาดในสุสานของพระราชินีเนเฟอร์ตารี (1295-1255 ปีก่อนคริสตกาล) ทรงเครื่องประดับศีรษะเป็นรูปนกแร้งและโมเดียส (modius หมวกทรงสูงชนิดหนึ่ง)

กระดานเซเนท ซึ่งมีจารึกพระนามฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 (Amenhotep III) และลิ้นชักเลื่อน
อายุ ~1390-1353 ปีก่อนคริสตกาล
ทำจากฟาอิเอนซ์เคลือบ (faience glaze เครื่องปั้นดินเผาชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ)
ขนาด 23⁄16 × 31⁄16 × 81⁄4 นิ้ว (5.5 × 7.7 × 21 ซม.)
จัดแสดงอยู่อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Brooklyn Museum USA,
Charles Edwin Wilbour Fund 49.56a-b

Yu-Gi-Oh! ก็มีการ์ดเกี่ยวกับ Senet ด้วยนะ
https://yugioh.fandom.com/wiki/Senet_Switch

อ้างอิง

05 มีนาคม 2557

DUAL SURVIVAL - เทคนิคการเอาตัวรอดจากการเดินป่า


ผมชอบสารคดีการเอาตัวรอด Dual Survival นี่มากครับมีทั้งภูมิปัญญาต่างๆ คำแนะนำดีๆ และได้ความรู้สนุกมากครับ

พบกับ 2 ผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพ คนหนึ่งเป็นทหารเก่า อีกคนเป็นนักธรรมชาตินิยม ทั้ง 2 คนมีวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วในการรับมือกับความท้าทายในการเอา ชีวิตรอด งานนี้ทั้งคู่จะพากันรอด หรือพากันร่วงเพราะสะดุดอีโก้กัน คำตอบมีอยู่ในสารคดีชุด "DUAL SURVIVAL"

"โคดี้ ลุนดิน" เป็นนักเอาชีวิตรอดที่มีประวัติโชกโชน 20 ปี และเป็นนักเขียนที่มีผลงานขายดีติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ ผู้ฝึกปรือฝีมือด้วยการอาศัยอยู่ในทะเลทราย โดยมีเครื่องไม้เครื่องมือ และตัวช่วยเพียงน้อยนิด วันนี้เขามีชีวิตอยู่ได้ด้วยแผงโซลาร์ที่ออกแบบเองในบ้านที่อยู่ท่ามกลาง ความเวิ้งว้างว่างเปล่าทางตอนเหนือของรัฐอริโซนา โคดี้เดินเท้าเปล่ามานานกว่า 20 ปี เขาบอกว่าเป็นการฝึกวิธีเอาตัวรอดแบบภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างหนึ่ง

"เดฟ แคนเทอร์เบอรี่" เป็นทหารของกองทัพบกมาตั้งแต่อายุ 17 ปี ตำแหน่งสุดท้ายเขาคือครูฝึกประจำหน่วย Special Reaction Team (SRT) และพลแม่นปืน ในช่วงที่ประจำอยู่ในกองทัพ เดฟรับหน้าที่ฝึกเทคนิคการต่อสู้แบบไม่ใช้?อาวุธและการรบในที่แคบให้กับทหาร ที่ประจำการในสหรัฐอเมริกากลางและเกาหลี

ในสารคดีชุด DUAL SURVIVAL 2 หนุ่มจากสองภูมิหลังประสบการณ์ถูกจับให้ต้?องไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันใน สถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ เป็นต้นว่า กลาสีเรือแตก ไปเดินป่าแล้วหลงป่า ไปดำน้ำแล้วติดเกาะ หรือปีนเขาแล้วค้างอยู่กลางเขา ด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีให้เพียงไม่กี่อย่าง

โคดี้กับเดฟจะต้องรีดเอาความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ทุกอย่างที่มีอยู่ออกมาเพื่อหาวิธีที่คนทั่วไปคิดไม่ออก เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่พอจะหาได้รอบๆ ตัวมาต่ออายุให้ยืนยาวออกไปในสถานการณ์คับขัน

04 มีนาคม 2557

Carved wooden spoon - ช้อมไม้ทำเองได้ง่ายๆ

การทำช้อนไม้ Bushcraft style ง่ายๆครับ

ใช้มีดผ่าซีกไม้ แกะให้เป็นรูปช้อน และใช้ถ่านแดงวางไว้ตรงที่ทำแอ่งช้อนแล้วพัดหรือเป่าลมให้กินเนื้อไม้ตามต้องการ เมื่อเสร็จแล้วนำไปต้มเพื่อให้ยางไม้ออกมา(ไม่ต้องต้มก็ใช้ได้)

เทคนิคการใช้ถ่านแดงนี้เป็นเทคนิคการเจาะไม้แบบโบราณ เช่น ใช้ทำถ้วย ชาม กระบอกน้ำ หรือถัง จากท่อนไม้ และเป็นวิธีเดียวกับที่ชาวอินเดียนแดงใช้ทำเรือแคนูจากไม้ซุงด้วยครับ

ใช้ครั้งแรกๆจะมีกลิ่นไหม้ๆ แต่ไม่นานก็จะหายไปเองครับ ;)

ช้อนไม้สัก Bushcraft style
ช้อนไม้จากกิ่งไทร

20 มกราคม 2557

Dreamcatcher - ตาข่ายดักฝัน

My Dreamcatcher DIY

Dreamcatcher หรือตาข่ายดักฝัน เป็นเครื่องรางของชาวอินเดียนแดง เล่ากันว่าลมนั้นพัดพาฝันดีและฝันร้ายมาด้วยกัน ฝันดีนั้นจะรอดผ่านตาข่ายเข้ามาได้ แต่ฝันร้ายจะติดและพยายามหาทางออกจากตาข่ายจนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องโดนลูกปัดฝันร้ายที่ยังหาทางออกไม่ได้ก็จะสลายไป(จึงต้องไว้ในจุดที่แสงแดดส่องถึง) และพลังของขนนกหรือขนไก่ก็จะทำหน้าที่ของมัน

ตาข่ายดักฝันถือเป็นธรรมชาติบำบัดอย่างหนึ่ง จากที่ศึกษาแนวคิดของอินเดียนแดงนั้นเขามีความคิดเกี่ยวกับลมอยู่มาก เหมือนจะเป็นแก่นหลักทางความคิดที่ว่า ลมนั้นมีพลังงานทั้งที่ดีและไม่ดี(ดรีมแคชเช่อร์พูดถึงฝันดีและฝันร้าย ก็คงหมายถึงพลังงานดีและไม่ดีตามแนวคิดหลัก)จึงต้องฝึกสติรับรู้เกี่ยวกับลมที่พัดตัวเราอยู่ตลอดเวลา ให้หยุดหรือเปลี่ยนที่หากเจอทิศทางลมที่ไม่ดีต่อตัวเรา(ทำให้นึกถึงการฝึกอานาปานสติ+เดินจงกลม+ฮวงจุ๊ยไปพร้อมๆกัน ในรูปแบบของอินเดียนแดง) การทำตาข่ายดักฝันก็เสมือนเป็นการฝึกสมาธิ ปลอบโยนทางจิตวิทยา และย้ำเตือนถึงความสำคัญของลม(ตามหลักของอินเดียนแดง)ไปพร้อมๆกันครับ มาทำตาข่ายดักฝัน(Dreamcatcher)กันเถอะ!

และคืนนี้...ฝันดีนะครับ ;)


Natural vine dreamcatcher

 เรื่องของขนนก และขนไก่ พลังงานของขนทั้งสองแบบ ให้พลังงานที่ต่างกัน ขนนก เป็นพลังงานของการปัดเป่าสิ่งไม่ดี ให้ลอยออกไปดังสายลม แล้วพลังงานแห่งสายลมนั้นก็พัดพาพลังงานแห่งโชคชะตาความโชคดีพัดพาเข้ามา ขนไก่ เป็นพลังงานแห่งนักสู้ และมีสัมผัสพิเศษ ตามสัญชาติญาณแห่งสายพันธุ์ ทำให้ผู้ที่อยู่ภายใต้ขนไก่นี้ มีพลังงานแห่งการต่อสู้ฝ่าฟัน และไม่ท้อถอยกับความท้อแท้ และมีเซนส์ในการสัมผัสสิ่งที่อยู่รอบตัว โดยที่สัมผัสนั้นอาจทำให้รู้สึกไว และหลบหลีกได้ ขนไก่จะปัดเป่าความท้อแท้ ให้สัมผัสกับสิ่งที่อยู่รอบตัว เพื่อปัญหานั้นได้แก้ไขและผ่านไป - ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต


19 ธันวาคม 2556

ไม้ขีดไฟ - ตำนานที่ยังสว่างไสว่

ไม้ขีดไฟตราพริก
กลักไม้

ไม้ขีดไฟตราพริก เป็นไม้ขีดไฟที่ผมคุ้นเคยมานาน ไม่นึกว่าตอนนี้ยังทำกลักจากไม้แบบดั้งเดิมอยู่เลย(ดูได้ที่ขอบกลัก)ในขณะที่เจ้าอื่นเปลี่ยนไปใช้กระดาษกันหมด แถบข้างก็ฉาบฟอสฟอรัสแดงได้เต็มและหนาสะใจจริงๆครับ ๕๕๕บวก
เป็นยี่ห้อที่ยังคงจัดเต็มทุกอย่างดั้งเดิม ต่างไปจากเดิมคือเมื่อก่อนเคยมี 50 ก้าน แต่ตอนนี้เหลือแค่ 45 ก้าน/กลัก แต่ยี่ห้ออื่นๆก็ลดปริมาณใดๆลงไม่ต่างกัน

ได้ฟังมาว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม้ขีดไฟถือเป็นปัจจัยสำคัญของคนในประเทศใช้เป็นเครื่องมือจุดไฟ ผลิตไม้ขีดออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ จนรัฐบาลต้องกำหนดให้แต่ละบ้านมีไม้ขีดห้ามเกิน 2 กลัก/เดือน กระทั่งว่าเวลาใช้ต้องผ่าไม้ขีดไฟเป็น 2 ซีกเพื่อให้พอใช้จุดไฟได้ทั้งเดือน!

และวันนี้ไม้ขีดเริ่มหายากอีกครั้งไม่ใช่เพราะผลิตไม่ทัน แต่เริ่มหมดความสำคัญท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่รู้เหมือนกันว่าเทคโนโลยีไฟพกพาที่เรียกว่าไม้ขีดจะยังสว่างได้นานถึงเมื่อไหร่...

ไม้ขีดไฟของไทยที่เก่าที่สุดที่เจอที่บ้าน ตราสวัสดี
เป็นช่วงยุคกลักกระดาษแล้ว

ศึกษาเพิ่มเติม
http://th.wikipedia.org/wiki/ไม้ขีดไฟ

12 ธันวาคม 2556

Crystal Radio Receiver "JazzyCR v0.99beta Pocket Radio" - วิทยุแร่เปลี่ยนสถานีได้แบบพกพา

Crystal radio "JazzyCR v0.99beta Pocket Radio"
วิทยุแร่เป็นวิทยุขนาดเล็กพกพาที่ทำเองได้ง่ายๆ ราคาถูก ใชัรับสถานี AM เป็นวิทยุที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ เพราะอาศัยพลังงานที่ได้จากคลื่นวิทยุโดยตรง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแบตฯเมื่อรับฟังข่าวสารในยามฉุกเฉินหรือภัยพิภัติ หรือจะใช้ฟังทั่วๆไปก็ยังได้ เพียงแต่ต้องมีสายอากาศที่เหมาะสม เท่านี้คุณก็สามารถมีวิทยุเล็กๆที่ใช้รับฟังได้ตลอดไปโดยไม่ต้องห่วงว่าแบตฯจะหมดหรือไฟจะดับเลยล่ะครับ

แต่เนื่องจากไม่มีแบตเตอร์รี่เสียงที่ได้จึงค่อนข้างเบาเหมือนยุงบินอยู่ข้างหู! แต่ฟังรู้เรื่องครับ สมัยก่อนเป็นวิทยุทำเองยอดนิยมสำหรับคนใฝ่รู้ ในยุคที่หนังสือยังไม่แพร่หลายนัก คนที่รักการศึกษาก็จะเรียนผ่านวิทยุแทนครับ(รวมถึงข่าวสาร และบันเทิง) ถึงเสียงเบาแต่สามารถฟังเพลินได้ทั้งวันครับ
การสร้างวิทยุแร่ในยุคนั้นเป็นก็เหมือนใช้คอมฯหาความรู้ในยุคนี้ครับ จนกระทั่งถึงยุควิทยุทรานซิสเตอร์ใช้แบตเตอร์รี่ซึ่งมีเสียงดังฟังชัด วิทยุแร่ก็เสื่อมความนิยมลงตั้งแต่นั้น แต่หากมองว่าไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการรับฟัง วิทยุแร่จะจัดเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารทางไกลที่เรียบง่ายและสุดยอดที่สุดได้เหมือนกันนะ

วงจรวิทยุแร่นี้ผมได้ศึกษาและออกแบบให้สามารถเปลี่ยนสถานีได้ในขนาดพกพาด้วยการขยับแท่งเฟอร์ไรท์แบบ Rocket Radio และเป็นวงจรที่เสถียรที่สุดเท่าที่เคยทำมาไม่มีสัญญาณแทรกหรือขาดหายเลยครับ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วมาดูอุปกรณ์และวงจรกันเลยดีกว่าครับ ;)

วงจรวิทยุแร่ Crystal radio "JazzyCR v0.99beta Pocket Radio"
ใช้งานจริงไม่ต้องต่อกราวด์ก็ได้
อุปกรณ์
  • D1 ไดโอด เบอร์ 1N60
  • R1 ตัวต้านทาน 100kΩ
  • C1 ตัวเก็บประจุเซรามิก 150pF
  • L1 ลวดเคลือบน้ำยา #25 120-140 รอบ
  • L2 ลวดเคลือบน้ำยา #25 15 รอบ (พันทับ L1 ตรงกลางขด)
  • แท่งเฟอร์ไรท์ 2" (บากรอยจากแท่งยาวแล้วหักเอา)
  • สายไฟ 1 เส้น ไว้โยงกับอากาศ ยาว 5 หลา
  • ปากคีบ
  • หูฟังแร่

ขดลวดเคลือบน้ำยาเบอร์ 25 ซื้อมาสัก 4-5m ก็คงเหลือครับ ส่วนขาขดลวดก่อนจะต่อวงจรให้ขูดฉนวนน้ำยาเคลือบออกก่อนนะครับ เมื่อได้อุปกรณ์ครบแล้วแล้วก็ต่อตามวงจรได้เลยครับ แล้วทีนี้เรามาดูรายละเอียดที่ขดลวดเปลี่ยนสถานีกันครับ

การเปลี่ยนสถานีใช้แนวคิดของค่าความเหนี่ยวนำ โดยขดลวดจะมีค่าเหนียวนำที่ตายตัว แต่จากหลักการที่ว่าถ้ามีตัวนำสอดเข้าไปในขดลวดค่าความเหนี่ยวนำจะเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนค่าเหนี่ยวนำของขดลวดคือการเปลี่ยนความถี่ที่ใช้รับนั่นเองครับ จึงได้นำแท่งเฟอร์ไรท์มาตราฐาน(หาได้ที่ร้านอุปกรณ์อิเล็กฯ)มาทดลอง ทำให้เป็นวิทยุแร่ขนาดพกพาที่สามารถเปลี่ยนสถานีได้เสถียรที่สุดเท่าที่เคยทำมาไม่มีสัญญาณแทรกหรือขาดหายเลยครับ เสียงชัดมาก

รูปทดสอบการต่อวงจรจริง
เปลี่ยนคลื่นด้วยการขยับแท่งเฟอร์ไรท์

วิธีทำขดลวดเปลี่ยนสถานี
- ใช้กระดาษแข็งยาว 2.5 - 3" ม้วนรอบแท่งเฟอร์ไรท์เพื่อทำเป็นแถบพันขดลวด
- พันขดลวดบนกระดาษแข็งในพื้นที่ 2" อย่างเป็นระเบียบ พันสองชั้น ชั้นละ 60 รอบ(รวมทั้งหมด 120รอบ)หรือมากกว่า แล้วตัดให้เหลือปลาย 2 ด้าน
- พันขวดลวดซ้อนไว้ตรงกลางอีกชั้นนึง 15 รอบ และเอาปลายข้างนึงพันไว้กับปลายของขดแรก และใช้ปลายอีกข้างต่อกับสายอากาศ
- แท่งเฟอร์ไรท์ที่ซื้อมาจะยาว 5" กว่า ให้ตัดออกเพราะใช้แค่ 2" (ใช้เลื่อยตัดเหล็กบากให้เป็นรอยแล้วหักเอา ถ้าเลื่อยให้ขาดยากมากมันแข็งเหมือนเหล็กชุบแข็งเลย แค่บากเลื่อยก็บิ่นแล้ว ๕๕๕)

แค่ขยับแท่งเฟอร์ไรท์เข้าออกเพื่อเปลี่ยนนค่าความเหนี่ยวนำก็สามารถมาเปลี่ยนสถานีได้แล้วล่ะครับ
ต่อสายอากาศเข้ากับสายสัญญาณโทรศัพท์บ้าน

วิทยุแร่นั้นเมื่อต่อวงจรเสร็จแล้วจะรับสัญญาณได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสายอากาศเป็นสำคัญ จากการทดลองภายในบ้านจะให้ขึงสายสัญญาณยาวๆก็ไม่สะดวก ผมจึงลองหนีบสายอากาศเข้ากับสายขั้วสัญญาณของโทรศัพท์บ้าน ใช้รับสัญญาณได้ดีมากเลยครับ เพราะสายโทรศัพท์มันโยงมาจากภายนอกอยู่แล้วซึ่งยาวมากๆๆๆๆๆ เราก็ใช้ประโยชน์จากตรงนั้นในการดักสัญญาณวิทยุมานั่นเองครับ(บ้างคนก็หนีบไว้สูงๆ หรือหนีบรั้วลวดหนามที่ยาวๆ หรือสายโลหะที่ราวตากผ้า บ้างก็หลังคาสังกะสี แต่รับได้ไม่ชัวร์เท่าสายโทรศัพท์ครับ) และวงจรนี้ไม่จำเป็นต้องต่อกราวด์แต่อย่างใดครับ

เท่านี้คุณก็สามารถมีวิทยุเล็กๆที่ใช้รับฟังได้ตลอดไปโดยไม่ต้องห่วงว่าแบตฯจะหมดหรือไฟจะดับเลยล่ะครับ(ทำเป็นวิทยุฉุกเฉินประจำบ้านก็ได้นะ)
สุดท้ายนี้ขอให้มีความสุขกับวิทยุแร่ของคุณนะครับ
สวัสดีครับ ^_^

ปล. ห้ามใช้ขณะฝนตกฟ้าคะนองเด็ดขาด!


 

คลิปที่แล้วมีคนบอกว่าช่วงลองฟังเสียงนั้นสั้นเกินไป ครั้งนี้เลยบันทึกท่อนเสียงมาโดยเฉพาะเลยครับ โดยเอาหูฟังแร่จ่อกับไมค์ของกล้อง เสียงมาไม่เต็มเท่าไหร่ ถ้าฟังจริงๆเสียงจะชัดและแน่นกว่านี้หน่อยครับ
ธรรมชาติวิทยุแร่นั้นจะได้เสียงพูดฟังชัดที่สุดครับ
ฟังข่าวได้ดี ฟังเพลงก็เพลินๆได้เรื่อยๆครับ

30 สิงหาคม 2556

Harirak Knives มีดพกเดินป่า(Bushcraft) - Making myself

Harirak Knives มีดพกเดินป่า(Bushcraft) เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป งานกลางแจ้ง และแคมปิ้ง
พร้อมซองผ้ายีนส์เหน็บเข็มขัดได้

ใบมีดยาว 4 นิ้ว เหล็กกล้าคาร์บอน หนาพิเศษ 3.7mm ตั้งคมแบบ Traditional grind ดั้งเดิม
ด้ามทำจากไม้สักและไม้มะยม สัมผัสละมุน จับกระชับมือ(ทาด้วยเชลแล็กธรรมชาติ)
กั่นยาวสุดด้าม Full-length tang

ผลิตด้วยมือทุกขั้นตอน
Handicraft
Handmade in Thailand

เนื่องจากใช้วัสดุจากธรรมชาติจึงมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันในแต่ละเล่ม

===================== 

Making myself a Bushcraft knife and sheath knife

Mix Wood handle
Knife with carbon steel blade
Sheath with jean and foam sheet

Blade Thickness: 9/64"
Blade Length: 4"

Total Length: 8.5"
Weight (no sheath): 100g
Weight (with sheath): 120g


Handmade in Thailand
sine 29/08/2013


https://www.facebook.com/harirakfarm

มีดต้นแบบ
Bushcraft knife and sheath kinfe
Classic prototype, bamboo handle

Harirak Knives - Bushcraft 4" : Mix-wood handle (Teak wood and star gooseberry wood)

Harirak Knives - Bushcraft 4" 3/8 Serrated : Mix-wood handle (Teak wood and star gooseberry wood)








ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/harirakfarm

23 สิงหาคม 2556

Sharpening stone - การเลือกหินลับมีดสำหรับพกพา

หินลับมีด 2 หน้าที่พบได้ทั่วไป
หินลับมีดมีอยู่หลายขนาดครับ ที่พบได้ทั่วไปจะเป็นหินลับมีดที่มี 2 หน้า คือ ด้านหินหยาบและหินกลาง จะเป็นหินลับมีดก้อนใหญ่ และมีน้ำหนักอยู่เหมือนกันนะครับ จะพกไปไหนมาไหนเวลาเดินทางก็ออกจะไม่สะดวกนัก จึงมีหินลับมีดอีกไซส์ขนาดเล็กๆ ไซส์พอๆกับมีดพับบ้างอะไรบ้าง ซึ่งก็หายากและแพงเอาการอยู่เหมือนกันครับ ก็คิดๆว่าจะพกพาหินลับมีดแบบไหนเบอร์อะไรดีถ้าต้องเดินทางหรือเดินป่า ให้พอที่จะใช้ลับเรียกคมมีดคืนมา แบบเบาๆ ไม่ใหญ่ พอพกได้

หินลับมีดแบบเพชรที่ติดมากับชุดมีด Survival
พอดีว่านึกถึงชุดมีด Survival ที่มาเป็นเซ็ตติดอยู่รอบๆซองมีดอย่างเช่น แท่งจุดไฟ และ หินลับมีด ฯลฯ เป็นหินลับมีดขนาดเล็กๆ เห็นอยู่ในชุดมีด Survival หลายยี่ห้อจะมีความหยาบเท่าๆกัน แสดงว่าหินหยาบเบอร์นี้เบอร์เดียวน่าจะใช้ได้ การลับคมมีดในป่านั้นผมมีแนวคิดอยู่อย่างนึงว่า "ลับแค่ 3-4 ครั้ง หรือใช้เวลาไม่นานต้องคืนคม" เพราะถ้าเป็นเบอร์ที่ละเอียดเกินอาจต้องลับนานขึ้นมีโอกาสโดนมีดบาดได้เพราะหินลับเล็กครับ หรือถ้าหยาบเกินไปมีดจะสึกเร็ว มักใช้เมื่อมีดบิ่น หรือต้องการตั้งคมใหม่มากกว่าครับ
200 grit

ที่ร้านไปเจอหินลับมีดขนาดบางๆ ที่ใช้ลับมีดกรีดยาง ไซส์และน้ำหนักพอพกพาได้ครับ เลยลองหาเบอร์มาเทียบดูกับหินลับมีด 2 หน้า เลยสรุปด้วยตนเองว่า หน้าหยาบของหินฯ2หน้า ประมาณเบอร์ 200 grit ส่วนหน้าหินละเอียดอยู่ที่ประมาณเบอร์ 800 grit ถ้าจะพกให้ครบชุดทั้งหินหยาบ-หินละเอียด ก็พกหินบางไป 3 ชิ้น คือ 200, 600, 1000+(หรือหินเนียน) จะลับได้คมแบบมีดโกนเลยทีเดียว น้ำหนักทั้งสามก้อนนี้ยังเบากว่าพกหินฯ2หน้าก้อนเดียวอีกครับ

600 girt
แต่ในที่นี้เราต้องการจะหาความหยาบของหินที่เท่ากับชุดหินฯพกพาที่แถมมากับมีดชุด Survival ตกลงว่าความหยาบอยู่ที่ประมาณ 600 grit ครับ ใช้ลับมีดหลังใช้ทุกครั้งที่ลงงานหนัก ลับนิดๆหน่อยๆพอคืนคม

หินฯขนาดเล็กหายากและราคาแพงครับ หินฯใหญ่ก็หนักเกินไป ถ้าจะพกพาไปแค่ก้อนเดียว ลองเลือกหินลับมีดกรีดยางบางๆ เบอร์ 600-1000 ดูครับ บางเบา พกสะดวก ราคาถูก และหาง่าย ราคาก้อนละไม่กี่สิบบาทครับ

ทีนี้ก็ลองจัดชุดมีด Bushcraft หรือว่าชุดมีด Survival ของตัวเองดูนะครับ มีดสันหนา, แท่งจุดไฟ และหินลับมีด รวมไม่เกิน 1,000บาท ประหยัดงบกว่าซื้อเป็นเซ็ตเยอะเลยล่ะครับ

ขอให้มีความสุข สนุกกับการ Bushcraft สัมผัสกับธรรมชาติ และการเดินป่านะครับ ^_^