Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ radio แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ radio แสดงบทความทั้งหมด

22 พฤษภาคม 2566

10 รหัสฉุกเฉินที่พบบ่อย - Emergency Codes


เราอาจจะเคยได้ยินในภาพยนต์ที่ตัวเอกตะโกนขอความช่วยเหลือเป็นชื่อรหัส เช่น Code Red! Code Red! (รหัสแดง! รหัสแดง!) หรือ Code Blue! (รหัสน้ำเงิน) ฯลฯ ได้ยินอย่างนี้แล้วก็สงสัยว่ารหัสเหล่านี้หมายถึงอะไร และมันคืออะไร มา เรามาทำความรู้จักไปด้วยกันครับ

รหัสเหล่านี้เรียกกันว่า Hospital Emergency Codes หรือ รหัสฉุกเฉินของโรงพยาบาล ซึ่งในแต่ละที่อาจจะมีความหมายแตกต่างกันไปตามสถานที่และบริบท ในที่นี้จะนำเสนอความหมายทั่วไปของ 10 รหัสฉุกเฉิน
  1. Code Red - รหัสแดง: แจ้งเตือนภัยคุกคามความปลอดภัยต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน เช่น ไฟไหม้
  2. Code Blue - รหัสน้ำเงิน: แจ้งว่าต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์
  3. Code Yellow - รหัสเหลือง: แจ้งเตือนโรคระบาดหรือภัยพิบัติ
  4. Code Gray - รหัสเทา: ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเนื่องจากมีผู้รุกรานหรือก่อเหตุรุนแรง
  5. Code Silver - รหัสเงิน: แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้ก่อการร้ายที่มีอาวุธ มีปืน หรือมีการจับตัวประกัน
  6. Code Pink - รหัสชมพู: แจ้งว่าทารกถูกลักพาตัว
  7. Code Orange - รหัสส้ม: แจ้งว่ามีสารเคมีรั่วไหล
  8. Code Black - รหัสดำ: แจ้งว่ามีการขู่วางระเบิด
  9. Code Purple - รหัสม่วง: แจ้งว่ามีเด็กถูกลักพาตัว
  10. Code Green - รหัสเขียว: แจ้งว่าเริ่มใช้แผนปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ภัยพิบัติ อุบัติเหตุ โรคระบาด หรืออาจซ้อมหนีไฟ เป็นต้น หรือหมายถึง ทุกอย่างเรียบร้อยดี ให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
เหล่านี้เป็นรหัสฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งมักจะตามมาด้วยการอพยพหรือเรียกให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาจัดการอย่างทันที

อ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม
https://www.campussafetymagazine.com/hospital/hospital-emergency-codes-meanings/
https://medical-dictionary.thefreedictionary.com/Code+Green

26 ตุลาคม 2565

อินเตอร์เน็ต วิทยุคลื่นสั้น และคำเล่าลือ

Photo by Handmrts: t.ly/OJgG

วิทยุคลื่นสั้น(SW) เป็นการส่งวิทยุที่ไกลกว่า FM และ AM เพราะ SW สามารส่งได้ไกลข้ามโลก เป็นเสมือนอินเตอร์เน็ตทางคลื่นวิทยุในสมัยแรกเริ่มของการสื่อสารไร้สาย โดยเฉพาะในสมัยสงคราม ที่มีการปิดกั้นสื่อทุกช่องทาง ประชาชนที่อยากฟังสื่อนอกกระแสจะต้องแอบฟังวิทยุคลื่นสั้น ในยุคนั้นบางประเทศถึงกับตรวจค้นบ้าน ยึดและทำลายวิทยุ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้ฟังข่าวสารจากต่างประเทศ ให้ฟังแต่เสียงตามสายของรัฐเท่านั้น ทำให้การครอบครองวิทยุเป็นเรื่องผิดกฏหมาย แล้วกระจายข่าวให้กับประชาชนว่า "ข่าวที่ต่างจากของรัฐนั้นเป็นข่าวปลอมทั้งสิ้น" ข่าวนอกกระแสก็จะได้มาจากการเล่าลือปากต่อปากจากนักเดินทางเท่านั้น จะเห็นว่าการข่าวเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจของผู้คน ทั้งยังส่งผลต่อขวัญกำลังใจ
การปิดกั้นหรือบิดเบือนข่าวสาร ถูกนำมาใช้เสมอ เพื่อควบคุมความคิดของผู้คนให้เป็นไปในทางที่พวกเขาต้องการ แม้ในยุคอินเตอร์เน็ตอย่างปัจจุบันนี้ สิ่งเหล่านี้ก็เพียงเปลี่ยนเวทีเท่านั้น แต่ไม่เคยหายไปไหน หากลองคิดดูจะเห็นว่า การปิดกั้นหรือบิดเบือนข่าวสาร มักไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของผู้คน แต่ทำเพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าข่าวนั้นจะอยู่ในสื่อรูปแบบใดก็ตาม
การใช้วิจารณญาณ และการรับฟังและเปรียบเทียบข่าวสารจากหลายแหล่ง ก็เป็นทางหนึ่งที่เราสามารถทำได้ เพื่อสกัดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมา นั่นจึงทำให้รัฐบางแห่งในสมัยก่อนต้องทำลายวิทยุ หรือสมัยนี้คือปิดกั้นอินเตอร์เน็ต เพื่อปิดหูปิดตาประชาชน ไม่ให้ฟังข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้เปรียบเทียบได้เลย ในยุคอินเตอร์เน็ตนี้วิทยุคลื่นสั้น(SW)จึงอาจเป็นแหล่งข่าวสารสำรองหากอินเตอร์เน็ตถูกปิดกั้น(เหมือนข่าวจากนักเดินทางสมัยก่อน) แต่สุดท้ายตัวเราก็คือผู้ที่จะตัดสินใจเองว่าจะดำเนินการอะไรต่อและอย่างไรให้เป็นประโยชน์มากที่สุด บางครั้งอาจจะต้องเสี่ยง เพราะเราไม่มีทางรู้ข้อมูลที่สมบูรณ์ได้เลย

แต่อย่าลืมว่า ในสภาวะสงครามนั้น ความจริงจะถูกฆ่าก่อนเสมอ

01 กรกฎาคม 2565

การใช้ SOS, Mayday, Pan-pan, และสัญญาณมือขอความช่วยเหลือสากล

https://pxhere.com/th/photo/700653

SOS
เดิมเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่ส่งด้วยรหัสมอร์ส ...---... อาจใช้ส่งด้วยเสียง(เช่น นกหวีด) หรือแสง(เช่น ไฟฉาย) ด้วยการเป่า(หรือส่อง) สั้นสั้นสั้น(เว้น)ยาวยาวยาว(เว้น)สั้นสั้นสั้น(เว้น เว้น) แล้วทำซ้ำๆไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีคนรับสัญญาณ หรืออาจจะเขียนหรือทำสัญลักษณ์ตัวอักษร SOS ขนาดใหญ่ก็ได้
SOS สามารถอ่านได้เหมือนกันทั้งกลับหัวกลับหาง

Mayday
เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทางวิทยุสื่อสารด้วยการพูด มีความหมายเหมือน SOS ต้องพูด Mayday 3 ครั้ง คือ “Mayday mayday mayday” (เมย์เดย์ เมย์เดย์ เมย์เดย์) เดิมใช้ในหมู่นักบิน ปัจจุบันใช้ทั่วไปด้วยการพูดผ่านวิทยุสื่อสาร
มาจากภาษาฝรั่งเศส คือ "m'aider" หมายถึง "ช่วยฉันด้วย"

Pan-pan
เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือเช่นกัน แต่ไม่ถึงกับฉุกเฉิน เป็นการบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เช่น มีเหตุไม่น่าไว้วางใจ, มีเหตุทะเลาะวิวาท, เครื่องยนตร์ผิดปกติ(แต่ยังใช้การได้อยู่), เครื่องยนตร์เรือเสีย(แต่ยังลอยลำได้ ไม่จม), ฯลฯ เพื่อขอความช่วยเหลือหรือเตรียมการ(กู้ภัย) หรือขอให้ช่วยตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น ในการใช้ต้องพูด 3 ชุด คือ "Pan-pan pan-pan pan-pan" (แพน-แพน แพน-แพน แพน-แพน) นิยมใช้กันในหมู่นักบิน
มาจากคำว่า Panne ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า เสียหาย หรือ ขัดข้อง


สัญญาณมือขอความช่วยเหลือสากล (The Signal for Help; SOS)
เดิมกำหนดโดยมูลนิธิสตรีแห่งแคนาดาเพื่อเหยื่อความรุนแรง แต่ปัจจุบันคือ "รหัสลับสากล" สำหรับทุกคนที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตและไม่สามารถส่งเสียงได้ ไม่ว่าจะถูกข่มขู่ ลักพาตัว หรือแม้แต่ผู้บาดเจ็บที่พยายามร้องความช่วยเหลือในวินาทีสุดท้าย

วิธีส่งสัญญาณอย่างถูกต้อง (3 จังหวะ)
1. หันฝ่ามือออก หาคนรอบข้างหรือหน้ากล้อง
2. พับนิ้วโป้ง เข้าหาฝ่ามือ
3. พับนิ้วทั้งสี่ที่เหลือลงมา "กุม" นิ้วโป้งไว้ (แล้วทำซ้ำช้าๆอย่างต่อเนื่อง)

สำหรับผู้พบเห็น: โปรดอย่ามองข้ามท่าทางที่ดู "ผิดปกติ" นี้ เพราะเขาอาจไม่มีโอกาสได้พูดเป็นครั้งที่สอง หากพบเห็นให้ตั้งสติ อย่าทำให้ฝ่ายตรงข้ามไหวตัวทัน และรีบประสานงานเจ้าหน้าที่โดยด่วน

อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ พรากชีวิตคนที่คุณรักไป
โปรดช่วยกันแชร์ และบอกต่อแก่คนที่คุณรัก
#SignalForHelp #SOS #Stroke #1669 #191

สัญญาณมือขอความช่วยเหลือสากล (The Signal for Help)



แถม
ในทะเล สัญญาณมือที่เก่าแก่ที่สุดที่ใช้เพื่อบ่งบอกถึงความเดือดร้อนคือการโบกแขนขึ้นลง อาจถือผ้าหรือวัตถุสีสดใสเพื่อเพิ่มการมองเห็น

สัญญาณมือการบินและการเดินเรือ


วิธีหนึ่งในการส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยคือการยกแขนขึ้นเป็นรูปตัว "Y" ซึ่งแสดงว่า "ใช่" ต้องการความช่วยเหลือ (ในทางกลับกัน การยกแขนข้างหนึ่งขึ้นและลดลงอีกข้างหนึ่งหมายถึง "N" สำหรับ "ไม่") ผู้ที่ทำงานในภาคส่วนเหล่านี้มักจะเรียนรู้สัญญาณมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม

สัญญาณมือ Mayday


สัญญาณนี้มีลักษณะเป็นรูปตัว "X" ซึ่งประกอบด้วยแขนสองข้างไขว้กันและยกขึ้นเหนือศีรษะ [...]สัญญาณนี้ช่วยให้รับรู้สถานการณ์ได้ทันท่วงที อำนวยความสะดวกในการแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน การอพยพ หรือการดับเพลิงได้ทันที ซึ่งช่วยป้องกันอุบัติเหตุและรักษาความปลอดภัยของเครื่องบินและผู้คน
สัญญาณมือนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายผ่านการอ้างอิงในวัฒนธรรมสมัยนิยม

24 มิถุนายน 2565

คุยไปเรื่อยเรื่องรหัสมอร์ส Morse code


ในสมัยเด็กๆผมได้พบกับรหัสมอร์สในหนังสือเล่มหนึ่ง จากนั้นผมกับเพื่อนจึงเอารหัสมอร์สมาใช้เขียนเป็นจดหมายลับคุยกันสนุกๆในวัยเด็กด้วยการเทียบสระเป็นภาษาไทยกันเอง เขียนเป็นภาษาคาราโอเกะ ซึ่งไม่ตรงตามมาตราฐานรหัสมอร์สไทย เพราะไม่รู้จะค้นหาจากที่ไหนในสมัยนั้น


รหัสมอร์สเป็นรหัสแทนตัวอักษรที่กำหมดเป็นมาตราฐานโดยใช้เสียงสั้นและยาว (นิยมออกเสียงว่า Dit (ดิต หรือ .) และ Dah (ดาห์ หรือ -)) ประกอบกันไปมาเพื่อแทนตัวอักษร แต่เดิมรหัสมอร์สใช้สื่อสารทางไกลด้วยเสียงผ่านสายไฟและคลื่นวิทยุ ในยุคก่อนที่จะมีระบบส่งเป็นเสียงพูด ก็ต้องเขียนข้อความแล้วฝากเจ้าหน้าต้นทางที่เคาะรหัสมอร์ส ตู๊ดๆ ไปถึงเจ้าหน้าที่ปลายทางให้ถอดรหัส แล้วเขาจะพิมพ์ลงบนกระดาษ เรียกว่าโทรเลข เอาไปส่งให้ผู้รับที่บ้านต่อไป นับเป็นจดหมายด่วนในสมัยก่อน ทั้งยังมีการประยุกต์ใช้แบบอื่นๆอีก เช่น ใช้ไฟกระพริบ สั้น-ยาว แบบที่กองทัพเรือนิยมใช้ และอื่นๆแล้วแต่จะปรับใช้
ในภาพยนตร์มักจะชอบทำให้เห็นว่ารหัสมอร์สสามารถส่งได้ด้วยการเคาะท่อเป็นเสียง แก๊งๆ เอาจริงๆ มันทำไม่ได้ครับ เพราะเสียงเคาะมันจะฟังเป็นเสียงสั้น-ยาวยาก จะส่งรหัสมอร์สได้ต้องทำสัญญาณเป็น 2 อย่างให้ได้ หากจะใช้เสียงเคาะท่อก็อาจจะใช้เป็น เคาะ(แทน Dit)-ขูด(แทน Dah) แบบนี้ก็จะสามารถใช้ได้ เป็นต้น
ในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาไปมาก รหัสมอร์สอาจจะดูล้าสมัย แต่อันที่จริง มันไม่ได้ล้าสมัยเลย มันยังคงเป็นทักษะที่สำคัญ ปัจจุบันนี้รหัสมอร์สยังคงถูกใช้กันอยู่ในหมู่นักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลก(แชทกันด้วยรหัสมอร์ส) มันเป็นรูปแบบการสื่อสารทางไกลอะนาล๊อคที่เรียบง่าย แม้จะมีสัญญาณรบกวนจำนวณมาก รหัสมอร์สก็ยังแทรกผ่านสัญญาณรบกวนต่างๆได้ ใช้สื่อสารได้ดี และยังคงใช้ได้ในปัจจุบัน ไม่แน่ว่าการฝึกรหัสมอร์สอาจช่วยชีวิตของคุณได้ในวันใดวันหนึ่ง อย่างเรื่องของทหารเหล่านี้

ย้อนไปปี 1965 ในช่วงสงครามเวียดนาม นักบินสหรัฐฯ เจเรเมียห์ เดนตัน ถูกจับและโดนทารุณอยู่ในค่ายกักกันที่เวียดนาม วันหนึ่งเขาถูกบังคับให้แถลงข่าวโฆษณาชวนเชื่อทางโทรทัศน์ โดยเขาพูดหน้ากล้องว่า เขาได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม แต่เขาได้กระพริบตาเป็นรหัสมอร์สว่า Torture คือ โดนทรมาน


ข้อความเข้ารหัสของเขาเป็นการยืนยันเป็นครั้งแรกว่ามีการทรมารเชลยศึกในค่ายกองกำลังเวียดนามเหนือ ทำให้แนวทางในทำสงครามเวียดนามต้องปรับเปลี่ยน ท้ายที่สุดเขาก็ได้กลับสหรัฐฯ

กลับมาในยุคใหม่ที่ใกล้หน่อย ในปี 2010 ที่ประเทศโคลอมเบีย ทหารของรัฐบาลถูกทหารกองโจรจับตัวไปเรียกค่าไถ รัฐบาลรู้ว่ากองโจรมีวิทยุไว้เปิดฟังเพลง รัฐบาลจึงทำแผนการส่งข้อความลับไปยังทหารตัวประกัน ด้วยการแทรกรหัสมอร์สเข้าไปในเพลง พวกกองโจรไม่รู้รหัสมอร์ส แต่ทหารโคลอมเบียส่วนใหญ่รู้รหัสมอร์ส
เพลงนี้ได้แทรกรหัสลับเอาไว้ เริ่มในช่วงนาทีที่ 1:30 (และวนซ้ำอีกเป็นช่วงๆตลอดเพลง) เป็นรหัสมอร์สภาษาสเปนว่า 19 liberados siguen ustedes Ánimo ถอดความได้ประมาณว่า 19 คนได้รับอิสระภาพแล้ว ต่อไปคือคุณ อย่าสิ้นหวัง เป็นสัญญาณให้กำลังใจและบอกเป็นนัยว่ามีความช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ

ลองฟังเพลงนี้กันดูครับ

ในเนื้อเพลงก็มีการชี้นำด้วยเนื้อร้องก่อนเข้าข้อความลับว่า escucha este mensaje hermano แปลประมาณว่า ฟังข้อความนี้นะพี่ชาย
เพลงได้ออกอากาศ และแผนก็ได้ผล ทหารที่ได้รับข้อความหนีออกมาได้และไปสมทบกับกองทัพที่อยู่ใกล้ๆ นำข้อมูลไปช่วยทหารที่เหลือได้สำเร็จ สุดท้ายกองโจรก็ประกาศหยุดยิงในปี 2015

ความสร้างสรรค์ของมนุษย์ในการส่งรหัสลับเป็นเรื่องน่าทึ่งเสมอ!
เรื่องราวของรหัสมอร์สในทางปฏิบัตินี่ช่างน่าตื่นตาตื่นใจดีเหมือนกัน จะเห็นได้ว่าการรู้รหัสมอร์สเป็นทักษะที่มีคุณค่าสำหรับผู้รอดชีวิตในครั้งนั้น แต่การเรียนรู้รหัสมอร์สก็ไม่ใช่เรื่อง่าย ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟังรหัสออก การส่งนั้นง่าย แต่การฟังนั้นยาก ถึงอย่างนั้น ก็ไม่น่าจะเกินความพยายามถ้าตั้งใจจริงๆ ในยุคนี้มีสื่อออนไลน์สำหรับฝึกรหัสมอร์สมากมาย ผมขอแนะนำไว้ 2 เว็บนี้ครับ

เรียนการส่งรหัสมอร์สกับ Google https://morse.withgoogle.com/learn/
Google ออกแบบฝึกการส่งรหัสมอร์สตัวนี้ได้ดีมาก ช่วยให้จำรหัสได้ง่ายจริงๆ ซึ่งทาง Google ทำโครงการนี้ออกมาเพื่อผู้พิการจะได้พิมพ์ข้อความบนสมาร์ทโฟนได้สะดวกด้วยรหัสมอร์ส และสำหรับผู้สนใจรหัสมอร์สได้เรียนรู้อย่างง่ายๆไปด้วย แต่การพิมพ์รหัสมอร์สด้วยปุ่มจุดและขีดแบบนี้ มันสะดวกในการคีย์ข้อมูลก็จริง(ซึ่งก็คือเป้าหมายหลักของโครงการนี้) แต่จะไม่เหมือนสัมผัสของวิธีการส่งจริงๆที่ต้องคุมการกดเสียงสั้นเสียงยาวเอาเองด้วยปุ่มเดียว แต่ก็ถือว่าเอาไว้ฝึกจำรหัสมอร์สไปพลางๆก่อนได้ เพราะช่วยให้จำได้ง่ายจริงๆในระบบนี้ อาจฝึกแค่ไม่กี่ครั้งก็จำได้หมดแล้ว

ภาพช่วยจำรหัสมอร์สของ Google

ในการรับส่งด้วยเสียงแบบดั้งเดิม การฝึกรับ(หรือฟัง)ยากกว่ามาก ในการฝึกรหัสมอร์สแบบเสียง แนะนำให้เน้นการรับเป็นหลักครับ ขอแนะนำเว็บ https://lcwo.net/ เป็นเว็บเรียนรหัสมอร์สฟรี Opensource ที่เรียบง่าย และมีหลายหลักสูตรให้เลือก หลักสูตรที่นิยมคือ Kock เขาว่าออกแบบมาให้ฝึกรับได้ง่ายอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่สุดแล้วครับ(แต่ก็ยากอยู่ดี ๕๕๕บวก)
โดยหลักการฝึกฟังเบื้องต้นที่อยากแนะนำคือ
  1. ท่องไว้ว่า การฝึกรหัสมอร์สนั้นสนุก ๕๕๕บวก
  2. อย่ากดดันตัวเอง เพราะจะทำให้สับสนและเครียด ให้ค่อยๆเป็นค่อยๆไป
  3. ฝึกจากช้าๆเริ่มจากความเร็วที่ทำได้(Effective Speed) 5 WPM แล้วค่อยๆขยับไปเรื่อยๆจนถึง 15 WPM+
  4. ฝึกอย่างน้อยวันละครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที
  5. อย่าฝึกตอนเหนื่อย ง่วง หรือเครียด คือ ถ้าไม่พร้อม ให้พัก
  6. ให้เรียก . และ - เป็น ดิต(Dit) และ ดาห์(Dah) ไม่ใช่ จุด-ขีด
ในตอนเริ่มต้นเราสงสัยว่าทำไมถึงถูกกำหนดรหัสแบบนี้ด้วย เช่น ทำไมตัว E ต้อง ดิต ทำไมตัว A ต้อง ดิตดาห์ ฯลฯ ทำไมไม่เป็นแบบอื่น เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไม แต่หากให้เดา เราคิดว่าน่าจะใช้แนวทางแบบเดียวกับการเรียงแป้นพิมพ์ คือ กำหนดให้ตัวอักษรที่ใช้บ่อยมีการขยับน้อยที่สุด(ในการพิมพ์สัมผัส) อย่างเช่น ในภาษาอังกฤษนั้น ตัว E เป็นตัวอักษรที่ใช้บ่อยที่สุด จึงกำหนดเป็น ดิต สั้นๆกันไป และตัวอักษรอื่นๆก็คงคำนวณ % การใช้งานเพื่อกำหนดความยาวในการใช้ส่งตามนี้  ยกเว้นตัวเลขที่มีแนวลำดับชัดเจน

รหัสมอร์สขอความช่วยเหลือสากลที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้วก็คือ SOS หากส่งเป็นรหัสมอร์สก็จะเป็น ... --- ... หรือ ดิดิดิต ดาห์ดาห์ดาห์ ดิดิดิต ไม่ว่าจะส่งสัญญาณด้วยการเป่านกหวีด หรือเปิดปิดไฟฉาย หรือวิธีอื่นๆตามแต่จะสร้างสรรค์

บางครั้งหนังสือที่เราเคยอ่าน ความรู้ที่เคยรู้ เรื่องที่เคยฟัง ฯลฯ โดยไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรได้นั้น ใครจะไปรู้ บางทีมันอาจช่วยชีวิตเราไว้ได้ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ความรู้และทักษะ รู้ไว้ฝึกไว้มีแต่ได้กับได้
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม


https://www.flickr.com/photos/badwsky/532871465

แถม
มีอีกรหัสหนึ่งที่นิยมใช้รองจากรหัสมอร์ส คือ Tap code - รหัสเคาะ เป็นรหัสที่เข้าใจง่ายกว่า แต่ก็ใช้การเคาะที่มากกว่า นิยมใช้ในหมู่นัก Survival ว่ากันว่าเชลยศึกคิดขึ้นใช้ในการสื่อสารกันระหว่างห้องขัง ในภาพยนตร์บางเรื่องมีการใช้รหัสเคาะคุยผ่านผนังด้วยเหมือนกัน ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเป็นรหัสมอร์ส แต่ที่จริงมันคือ Tap code

อ้างอิง

15 ธันวาคม 2562

จับฉ่ายทอล์ค Podcast


จับฉ่ายทอล์ค Podcast น้องใหม่กำลังมาแรงด้วยสโลแกน จับฉ่ายทอล์ค: คุยมั่วๆ ทั่วๆไป จับประเด็นมากระเดียด ยัดเยียดให้คุณฟัง เป็นบันทึกเสียงการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นของสองผู้ดำเนินรายการที่จับประเด็นมาเม้าท์เรื่อยเปื่อยได้อย่างน่าติดตาม เสมือนนั่งฟังจากโต๊ะข้างๆในร้านน้ำชาเลยทีเดียว งั้น...ชงชาสักถ้วยแล้วเข้าไปร่วมวงด้วยเลยครับ😇🍵📻🎶

ขอขอบคุณภาพวาดสวยๆจากคุณ Alice Harirakhansa ด้วยคร้าบ

12 ธันวาคม 2556

Crystal Radio Receiver "JazzyCR v0.99beta Pocket Radio" - วิทยุแร่เปลี่ยนสถานีได้แบบพกพา

Crystal radio "JazzyCR v0.99beta Pocket Radio"
วิทยุแร่เป็นวิทยุขนาดเล็กพกพาที่ทำเองได้ง่ายๆ ราคาถูก ใชัรับสถานี AM เป็นวิทยุที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ เพราะอาศัยพลังงานที่ได้จากคลื่นวิทยุโดยตรง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแบตฯเมื่อรับฟังข่าวสารในยามฉุกเฉินหรือภัยพิภัติ หรือจะใช้ฟังทั่วๆไปก็ยังได้ เพียงแต่ต้องมีสายอากาศที่เหมาะสม เท่านี้คุณก็สามารถมีวิทยุเล็กๆที่ใช้รับฟังได้ตลอดไปโดยไม่ต้องห่วงว่าแบตฯจะหมดหรือไฟจะดับเลยล่ะครับ

แต่เนื่องจากไม่มีแบตเตอร์รี่เสียงที่ได้จึงค่อนข้างเบาเหมือนยุงบินอยู่ข้างหู! แต่ฟังรู้เรื่องครับ สมัยก่อนเป็นวิทยุทำเองยอดนิยมสำหรับคนใฝ่รู้ ในยุคที่หนังสือยังไม่แพร่หลายนัก คนที่รักการศึกษาก็จะเรียนผ่านวิทยุแทนครับ(รวมถึงข่าวสาร และบันเทิง) ถึงเสียงเบาแต่สามารถฟังเพลินได้ทั้งวันครับ
การสร้างวิทยุแร่ในยุคนั้นเป็นก็เหมือนใช้คอมฯหาความรู้ในยุคนี้ครับ จนกระทั่งถึงยุควิทยุทรานซิสเตอร์ใช้แบตเตอร์รี่ซึ่งมีเสียงดังฟังชัด วิทยุแร่ก็เสื่อมความนิยมลงตั้งแต่นั้น แต่หากมองว่าไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการรับฟัง วิทยุแร่จะจัดเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารทางไกลที่เรียบง่ายและสุดยอดที่สุดได้เหมือนกันนะ

วงจรวิทยุแร่นี้ผมได้ศึกษาและออกแบบให้สามารถเปลี่ยนสถานีได้ในขนาดพกพาด้วยการขยับแท่งเฟอร์ไรท์แบบ Rocket Radio และเป็นวงจรที่เสถียรที่สุดเท่าที่เคยทำมาไม่มีสัญญาณแทรกหรือขาดหายเลยครับ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วมาดูอุปกรณ์และวงจรกันเลยดีกว่าครับ ;)

วงจรวิทยุแร่ Crystal radio "JazzyCR v0.99beta Pocket Radio"
ใช้งานจริงไม่ต้องต่อกราวด์ก็ได้
อุปกรณ์
  • D1 ไดโอด เบอร์ 1N60
  • R1 ตัวต้านทาน 100kΩ
  • C1 ตัวเก็บประจุเซรามิก 150pF
  • L1 ลวดเคลือบน้ำยา #25 120-140 รอบ
  • L2 ลวดเคลือบน้ำยา #25 15 รอบ (พันทับ L1 ตรงกลางขด)
  • แท่งเฟอร์ไรท์ 2" (บากรอยจากแท่งยาวแล้วหักเอา)
  • สายไฟ 1 เส้น ไว้โยงกับอากาศ ยาว 5 หลา
  • ปากคีบ
  • หูฟังแร่

ขดลวดเคลือบน้ำยาเบอร์ 25 ซื้อมาสัก 4-5m ก็คงเหลือครับ ส่วนขาขดลวดก่อนจะต่อวงจรให้ขูดฉนวนน้ำยาเคลือบออกก่อนนะครับ เมื่อได้อุปกรณ์ครบแล้วแล้วก็ต่อตามวงจรได้เลยครับ แล้วทีนี้เรามาดูรายละเอียดที่ขดลวดเปลี่ยนสถานีกันครับ

การเปลี่ยนสถานีใช้แนวคิดของค่าความเหนี่ยวนำ โดยขดลวดจะมีค่าเหนียวนำที่ตายตัว แต่จากหลักการที่ว่าถ้ามีตัวนำสอดเข้าไปในขดลวดค่าความเหนี่ยวนำจะเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนค่าเหนี่ยวนำของขดลวดคือการเปลี่ยนความถี่ที่ใช้รับนั่นเองครับ จึงได้นำแท่งเฟอร์ไรท์มาตราฐาน(หาได้ที่ร้านอุปกรณ์อิเล็กฯ)มาทดลอง ทำให้เป็นวิทยุแร่ขนาดพกพาที่สามารถเปลี่ยนสถานีได้เสถียรที่สุดเท่าที่เคยทำมาไม่มีสัญญาณแทรกหรือขาดหายเลยครับ เสียงชัดมาก

รูปทดสอบการต่อวงจรจริง
เปลี่ยนคลื่นด้วยการขยับแท่งเฟอร์ไรท์

วิธีทำขดลวดเปลี่ยนสถานี
- ใช้กระดาษแข็งยาว 2.5 - 3" ม้วนรอบแท่งเฟอร์ไรท์เพื่อทำเป็นแถบพันขดลวด
- พันขดลวดบนกระดาษแข็งในพื้นที่ 2" อย่างเป็นระเบียบ พันสองชั้น ชั้นละ 60 รอบ(รวมทั้งหมด 120รอบ)หรือมากกว่า แล้วตัดให้เหลือปลาย 2 ด้าน
- พันขวดลวดซ้อนไว้ตรงกลางอีกชั้นนึง 15 รอบ และเอาปลายข้างนึงพันไว้กับปลายของขดแรก และใช้ปลายอีกข้างต่อกับสายอากาศ
- แท่งเฟอร์ไรท์ที่ซื้อมาจะยาว 5" กว่า ให้ตัดออกเพราะใช้แค่ 2" (ใช้เลื่อยตัดเหล็กบากให้เป็นรอยแล้วหักเอา ถ้าเลื่อยให้ขาดยากมากมันแข็งเหมือนเหล็กชุบแข็งเลย แค่บากเลื่อยก็บิ่นแล้ว ๕๕๕)

แค่ขยับแท่งเฟอร์ไรท์เข้าออกเพื่อเปลี่ยนนค่าความเหนี่ยวนำก็สามารถมาเปลี่ยนสถานีได้แล้วล่ะครับ
ต่อสายอากาศเข้ากับสายสัญญาณโทรศัพท์บ้าน

วิทยุแร่นั้นเมื่อต่อวงจรเสร็จแล้วจะรับสัญญาณได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสายอากาศเป็นสำคัญ จากการทดลองภายในบ้านจะให้ขึงสายสัญญาณยาวๆก็ไม่สะดวก ผมจึงลองหนีบสายอากาศเข้ากับสายขั้วสัญญาณของโทรศัพท์บ้าน ใช้รับสัญญาณได้ดีมากเลยครับ เพราะสายโทรศัพท์มันโยงมาจากภายนอกอยู่แล้วซึ่งยาวมากๆๆๆๆๆ เราก็ใช้ประโยชน์จากตรงนั้นในการดักสัญญาณวิทยุมานั่นเองครับ(บ้างคนก็หนีบไว้สูงๆ หรือหนีบรั้วลวดหนามที่ยาวๆ หรือสายโลหะที่ราวตากผ้า บ้างก็หลังคาสังกะสี แต่รับได้ไม่ชัวร์เท่าสายโทรศัพท์ครับ) และวงจรนี้ไม่จำเป็นต้องต่อกราวด์แต่อย่างใดครับ

เท่านี้คุณก็สามารถมีวิทยุเล็กๆที่ใช้รับฟังได้ตลอดไปโดยไม่ต้องห่วงว่าแบตฯจะหมดหรือไฟจะดับเลยล่ะครับ(ทำเป็นวิทยุฉุกเฉินประจำบ้านก็ได้นะ)
สุดท้ายนี้ขอให้มีความสุขกับวิทยุแร่ของคุณนะครับ
สวัสดีครับ ^_^

ปล. ห้ามใช้ขณะฝนตกฟ้าคะนองเด็ดขาด!


 

คลิปที่แล้วมีคนบอกว่าช่วงลองฟังเสียงนั้นสั้นเกินไป ครั้งนี้เลยบันทึกท่อนเสียงมาโดยเฉพาะเลยครับ โดยเอาหูฟังแร่จ่อกับไมค์ของกล้อง เสียงมาไม่เต็มเท่าไหร่ ถ้าฟังจริงๆเสียงจะชัดและแน่นกว่านี้หน่อยครับ
ธรรมชาติวิทยุแร่นั้นจะได้เสียงพูดฟังชัดที่สุดครับ
ฟังข่าวได้ดี ฟังเพลงก็เพลินๆได้เรื่อยๆครับ

08 มิถุนายน 2555

Shortwave radio - เปิดโลกไปด้วยกันกับวิทยุคลื่นสั้น - ประตูสู่การเรียนรู้ สาระ และบันเทิง

https://www.universal-radio.com/etow.html

วิทยุมีบทมากมากต่อโลกและประเทศไทย จากการค้นคว้าย้อนกลับไปประมาณ 40 ปีก่อน วิทยุนอกจากจะใช้ในข่าวสารทางการเมืองและบันเทิงแล้ว วิทยุยังเป็นสื่อหลักอีกอย่างของการเรียนการศึกษาสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งภาครัฐต้องการยกระดับความรู้ของประชาชนทุกคนให้มีการศึกษาอย่างทั่วถึง ถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็เหมือนกับการเรียนผ่านดาวเทียม หรือเรียนผ่านอินเตอร์เน็ตนั่นแหละครับ โดยเป็นสื่อเสียงผ่านทางวิทยุและเรียนได้ทุกที่ที่พกวิทยุไปด้วย(อย่าลืมแบตฯก็แล้วกัน ฮา)
(วิทยุแร่ วิทยุที่ไม่ต้องใช้แบตฯ ฟังฟรีตลอดไป ดูวงจรการทำได้ที่ https://jazzylj.blogspot.com/2013/12/crystal-receiver-jazzycr-v099beta_6520.html)

การเรียนทางไกลเป็นเรื่องที่มีมานานแล้วในบ้านเรา
แถมเรียนฟรีไม่ต้องเสียงตังค์อีกต่างหาก(ไม่นับค่าซื้อวิทยุและแบตฯนะ ฮา)


และการยกระดับความรู้ภายในประเทศผ่านทางวิทยุก็ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันนะครับ ซึ่งก็คือ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย มีทั้งการนำความรู้มาเล่าสู่กันฟัง บ้างก็สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ ฯลฯ และมีสาระที่น่าสนใจอีกเยอะเลย ฟังไปทำงานอย่างอื่นไปด้วยก็ยังได้(อารมณ์แบบฟังเพลงไปทำงานไป แต่ทีนี้ได้สาระไปด้วย)เป็นทั้งสาระที่มาพร้อมความบันเทิง ผมไม่รู้ว่าที่ กทม. คลื่น FM ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเป็นคลื่นอะไร แต่ที่ทราบคือมีการกระจายเสียงทางคลื่น AM ไปทั่วประเทศครับและหมุนหาง่ายกว่า(เพราะ AM มีสถานีน้อย)

แสดงให้เห็นว่าความตั้งใจที่จะยกระดับความรู้ให้แก่ประชาชนยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน
แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรในยุคนี้


เมื่อเราต้องการรับข่าวสารภายนอกโดยตรง อาจต้องติดตั้งอินเตอร์เน็ต รายการทีวีผ่านดาวเทียม จึงจะรับรู้ข่าวสารจากทั่วโลกได้ฉับไว ทั้งสาระ และบันเทิง แต่มีอยู่ช่องทางหนึ่งในการรับข่าวสารที่หลายคนเกือบจะลืมไปแล้ว(บางคนอาจไม่รู้จักมาก่อน)คือ "วิทยุคลื่นสั้น"


ในเวลาที่ไม่มีอินเตอร์เน็ต ผมจะใช้วิทยุเล็กๆของผมเพื่อรับฟังข่าวสารทั่วโลก โดยใช้ระบบ SW ที่มีบนวิทยุครับ
SW ก็คือ วิทยุคลื่นสั้น ที่ส่งสัญญาณได้ไกลทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1927 โดยไม่ต้องใช้จานดาวเทียม แต่เป็นการสะท้อนสัญญาณวิทยุกับชั้นบรรยากาศโลก หน้าปัทม์เครื่องรับวิทยุจะมี FM, AM(MW) และบางเครื่องก็จะมี SW ด้วย ทำให้สามารถรับฟังสถานีวิทยุของทั่วโลกได้แม้จะอยู่ในที่ห่างไกล
แค่มีวิทยุเล็กๆ ก็เสมือนมีจานรับสัญญาณดาวเทียมที่สามารถรับฟังข่าวสารได้จากทั่วโลกแบบฟรีๆ เพียงนั่งริมหน้าต่างหรือที่โล่งๆ ดึงเสาอากาศให้สุด ตั้งตรง แล้วปรับสวิตซ์ไปที่ SW จะมีสถานีวิทยุให้รับฟังเป็นร้อยๆสถานีจากประเทศต่างๆทั่วโลก ตั้งแต่ อเมริกา, อังกฤษ, ออสเตเรีย, ญี่ปุ่น, จีน, ไต้หวัน, อินเดีย, เวียดนาม และอีกเพียบให้ได้หมุนฟังกัน

นอกจากรับฟังสาระ และบันเทิงแล้ว ยังช่วยฝึกภาษาได้ดีมาก


และไม่ใช่ว่าจะมีแต่ภาษาต่างประเทศเท่านั้นนะครับ อย่างสถานีของ จีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย ฯลฯ จะมีบางช่วงเป็นภาคภาษาไทยด้วย ซึ่งเราจะได้ฟังภาษาไทยสำเนียงอินเดียอะไรอย่างนี้เป็นต้น(จริงๆนะเออ)
ข่าวสารทาง SW เป็นการรับฟังข่าวสารที่ฉับไวและราคาถูกที่สุดในบรรดาสื่อทั้งหมด เพราะส่งตรงจากทั่วโลกกันเลยทีเดียว ไม่ว่าในไทยจะปิดข่าวหรือเซ็นเซอร์ข่าวที่นำเสนอ เราก็มีช่องทางรับฟังเนื้อข่าวแท้ๆได้จากคลื่นสั้นนี่แล

ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเรามีกลุ่มคนที่ชื่นชอบการฟังวิทยุคลื่นสั้น หรือเรียนกันสั้นๆว่า SWL (Shortwave listening) จะรับข่าวสารจากวิทยุคลื่นสั้นเหมือนกับที่นักวิทุยสมัครเล่นฟังข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ต่างๆจาก ว. (SWL ก็จัดเป็นนักวิทยุกลุ่มนึงเหมือนกันนะ)

ถ้าระบบการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยในปัจจุบันล่ม ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ มือถือ ดาวเทียม ฯลฯ ทางเดียวที่เราสามารถรับข่าวสารจากภายนอกได้โดยตรงก็ด้วยวิทยุเครื่องเล็กๆนี่แหละครับ และคุณยังสามารถสื่อสารโดยตรงกับภายนอกได้ด้วยหากมีเครื่องส่งวิทยุ(แต่ต้องสอบรับใบอนุณาติก่อนนะสำหรับการซื้อเครื่องส่ง) พูดถึงตรงนี้แล้วทำให้นึกถึงแฮกเกอร์ร่างท้วมในเรื่อง Die Hard 4.0 ที่ห้ามไม่ให้พวกไปยุ่งกับวิทยุสื่อสาร "ถ้าทุกอย่างล่มหมด วิทยุนั่นเป็นทางเดียวที่ฉันจะสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้"

บทความนี้เพียงต้องการกล่าวถึงประโยชน์ของวิทยุที่เริ่มจะถูกลืมเลือนไปแล้วสำหรับยุคนี้ที่มีสื่อที่ทันสมัยกว่าอยู่มากมาย แต่กระนั้นวิทยุก็ได้ถูกผนวกอยู่ในหลายต่อหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเล่น MP3 ทั่วไป ซึ่งยังคงแสดงให้เห็นว่าวิทยุยังมีความสำคัญ และเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์อยู่ในตัวเอง
การมีวิทยุเล็กๆไว้สักเครื่อง(รับ SW ได้ด้วยยิ่งดี)นอกจากจะเป็นเพื่อนยามว่างได้ทุกที่แล้ว
ยังสามารถรับฟังข่าวสารเพื่อเตรียมตัวและใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการตัดสินใจในยามฉุกเฉินได้

ครับผม เนื้อหาหลักๆที่ต้องการนำเสนอก็จบลงตรงนี้
บทความต่อจากนี้เป็นการแนะนำวิธีการรับคลื่นสั้น
สามารถข้ามลงไปดูลิ้งค์แนะนำเพิ่มเติมย่อหน้าสุดท้ายได้เลยครับ

:)

-------------------------
-------------------------

มาดูวิธีใช้วิทยุฟังคลื่นสั้นคร่าวๆสักหน่อยสำหรับเพื่อนๆที่สนใจแต่ยังไม่เคยลองเล่น


นี่คือสถานีรับวิทยุหลักของผมเป็น Panosonic RX-FS70 ใช้มาก็นานพอสมควรตอนนี้รุ่นนี้ไม่มีขายในไทยแล้วครับ แต่ว่าอุปกรณ์ในการหมุนรับ SW ไม่แตกต่างกับเครื่องวิทยุมาตราฐานทั่วไปครับ


หน้าปัทม์ Panosonic RX-FS70

เครื่องนี้รับ SW ได้ตั้งแต่ 2.3MHz-22MHz(ความยาวคลื่น120m-13m) แบ่งเป็น SW1 กับ SW2 บางเครื่องก็มีถึง SW10 แต่ไม่ว่าจะมีกี่แบรนด์ก็รับสถานี้ได้เหมือนๆกันครับให้ดูที่ความถี่เอา ที่แบ่งเป็นหลายแบรนด์เพื่อความถี่จะได้ไม่เบียดกันมาก
เครื่องใหม่ๆสมัยนี้มักจะเป็นแบบดิจิตอลบอกความถี่เป็นตัวเลขสะดวก แต่แบบเครื่องอนาล๊อคอย่างที่เห็นจะบอกความถี่ที่รับฟังเป็นตัวเลขยาก คลื่นมันละเอียดเป็นทศนิยมเลย ถ้าเป็นเครื่องเข็มแบบนี้นิยมบอกกันเป็นความยาวคลื่น ดูได้จากหน้าปัทม์เช่นกัน(สีส้มๆหน่วยเป็น m หรือ เมตร)




แผงควบคุม Band, Tuning, Fine Tuning

หมุนสวิตซ์ Band ไปที่ SW เลยครับ แล้วทีนี้ก็หมุนหาคลื่นด้วย Tuning แบบปกติ แต่ความถี่ของคลื่นสั้นนั่นแคบมากครับ หนักมือไปนิดคลื่นหายเลย มือต้องนิ่งๆ
ลองหมุนไปเรื่อยๆครับ พอเจอสัญญาณให้ปรับละเอียดอีกทีด้วย Fine Tuning (เรียกสั้นๆว่า Fine) ปุ่มหมุนได้รอบ แต่ว่าบางเครื่องไม่มี ก็ไม่เป็นไร อาศัยมือนิ่งเข้าว่า (ฮา)
ทีนี้พอเจอสักสถานีก็ลองฟังดูครับ เพราะตอนนี้เรารับติดตามความเคลื่นไหวจากทั่วโลกด้วยวิทยุได้แล้วละครับ(เดี๋ยวเราจะพูดถึงสถานีที่น่าสนใจในตอนท้ายนะครับ)

ทีนี้มาดูวิทยุคลื่นสั้นพกพากันบ้าง ซึ่งเป็นที่นิยมมากเพราะกระทัดรัด อารมณ์เหมือนเป็นแท็บเล็ตยุควิทยุเลยทีเดียว
ของผมใช้ Soya SY-251C ซื้อมาจากตลาดนัด เครื่องร้อยกว่าบาท เป็นอนาล๊อคล้วนๆ แต่ถือว่าคุ้มราคาครับ ใช้แบตเตอรี่ AA 2ก้อน ใช้นาน เสียงดังดี เสียบหูฟังได้ด้วย พอใจเลยทีเดียวกับเครื่องเล็กเท่าฝ่ามือราคาถูกใช้สบายใจพกได้ทุกที่(แต่ก็แน่นอนว่าความละเอียดในการรับสัญญาณสู้เครื่องราคาเป็นพันไม่ได้)


World Band Receiver เท่าฝ่ามือ กระทัดรัด พกสะดวก ประหยัดแบตฯ

เครื่องนี้รับ FM 64MHz-108MHz เครื่องทั่วไปจะรับ FM ได้ตั้งแต่ 88MHz แต่เครื่องนี้รับได้ต่ำถึง 64MHz ทำให้สามารถฟังทีวีผ่านวิทยุได้ด้วยครับ (แต่ไม่ทุกช่องนะครับ)
รู้สึกจะเริ่มเป็นมาตราฐานใหม่ของวิทยุแล้วนะครับ
AM(MW) ก็มาตราฐานทั่วไป
ส่วน SW เครื่องนี้รับได้ตั้งแต่ 5.95MHz-18MHz(ความยาวคลื่น49m-16m) น้อยกว่าเครื่องใหญ่แต่ก็รับได้ในย่านหลักๆครบถ้วนครับ ตัวนี้จะแบ่งถึง SW7 คลื่นที่รับได้ทั้งหมดถูกแบ่งเป็น 7 ส่วน ทำให้แต่ละสถานีไม่เบียดกันมาก แม้เครื่องนี้ไม่มีปุ่ม Fine แต่ก็จูนได้ไม่ยากเลย
มาดูที่หน้าปัทม์กันหน่อย

หน้าปัทม์ Soya SY-251C

เครื่องเล็กนี้รับสัญญาณสู้เครื่องใหญ่ไม่ได้ละคับ ต้องนั่งฟังริมหน้าต่างถึงจะรับสัญญาณ SW ได้ดี
ในตอนกลางวันรู้สึกจะมี SW น้อย ส่วนใหญ่จะเป็นสถานีของจีน หรือไม่ก็อินเดีย แต่พอหลังพระอาทิตย์ตกนี่จะรับได้เยอะ และชัดครับ

สถานี้ที่ฟังเป็นประจำ(และเป็นสถานีแนะนำ)

BBC (British Broadcasting Corporation)
มีให้ฟังตลอดวันครับ ตอนเช้าๆมักจะอยู่ที่ความถี่สูง พอตอนเย็นก็จะต่ำลงมา ลงจูนหาไปเรื่อยๆ ภาษาอังกฤษข่าวสั้นฟังง่าย

NHK (Radio Japan)
เป็นสถานีจากญี่ปุ่น มีสอนภาษาญี่ปุ่นด้วย บางช่วงออกอากาศเป็นภาษาไทย

VOA (Voice of America)
ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ บางช่วงออกอากาศเป็นภาษาลาว ก็ฟังรู้เรื่องนะครับสำเนียงนุ่มมากๆ

RTI (Radio Taiwan International)
จีนไต้หวันเลยครับ บางช่วงมีออกอากาศเป็นภาษาไทยด้วย

CRI (China Radio International)
จากจีนครับ บางช่วงออกอากาศภาษาไทยด้วยครับ มีรายการสอนภาษาจีนด้วยนะ

AIR (All India Radio)
สถานีจากอินเดีย มีช่วงออกอากาศเป็นภาษาไทยด้วยครับ

VOV (Voice of Vietnam)
สถานีจากเวียดนาม มีช่วงออกอากาศเป็นภาษาไทยด้วยเช่นกัน

และสถานีอีกมากมายให้ได้เลือกฟังกันล่ะครับ สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้จากเว็บนี้ http://short-wave.info/

วิทยุคลื่นสั้นเนี่ยไม่ใช่แค่ต้องการให้เรารับฟังเพียงอย่างเดียวนะครับ ทางผู้จัดก็อยากรู้เหมือนกันว่ามีใครฟังอยู่ส่วนไหนของโลกบ้าง ชัดไม่ชัดยังไงก็ส่ง จ.ม. หรือเมลไปหากันได้ครับ ซึ่งจะมีของที่ละลึกด้วยไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ด, หนังสือ, ลายเซ็นพร้อมรู้ถ่ายของผู้จัดรายกาย ฯลฯ
มีท่านนึงเขียนไปที่ NHK ได้รับของที่ละลึกมากมายลองดูได้จากลิ้งแนะนำย่อหน้าสุดท้ายนะครับ

-------------------------
-------------------------

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต
 
commando listens to the news on the BBC World Service at Camp Fairburn, Oman Photo: GETTY


ลิ้งแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้สนใจ






ขอให้มีความสุขกับการรับฟังวิทยุครับ :D

แถม
สำหรับนักวิทยุคลื่นสั้นมือใหม่ที่ยังไม่รู้จะหาซื้อแบบไหนดีกับวิทยุคลื่นสั้น(SW)ขนาดพกพาที่คุณภาพดีคุ้มราคา ขอแนะนำ 2 ยี่ห้อ คือ Tecsun กับ Degen เป็นของจีนผลิตจากบริษัทเดียวกัน ให้ดูรุ่นที่รับ FM/MW(AM)/SW ได้ แบบหน้าปัทม์เข็มจะราคาถูก อยู่ที่ราวๆ 400-600 บาท 2 ยี่ห้อนี้เชื่อถือคุณภาพได้ ชิปรับสัญญานความไวสูงราคาย่อมเยาว์ หาซื้อได้ไม่ยาก
เพื่อนๆท่านใดมียี่ห้อและรุ่นที่ชื่นชอบอยากแนะนำเพิ่มเติม เม้นแนะนำได้เลย

ชี้เป้า Tecsun R-911 https://s.shopee.co.th/9zk0fX3t1H วิทยุคลื่นสั้นราคาถูกที่รับคลื่นได้แม่นยำและชัดเจนที่สุดในราคาหลักร้อย ที่นักวิทยุคลื่นสั้นหลายท่านให้ความยอมรับ

ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน หรือหม้อแปลงอะแดปเตอร์ 3V 500mA+ หัวแจ็ค DC 4.0x1.7 mm ขั้วลบกลาง ครับ ทีนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเปลี่ยนถ่านแล้ว แต่สเป็คตรงตัวแบบนี้อาจหายาก แนะนำเป็นหม้อแปลงอเนกประสงค์ปรับได้แบบหลายหัวจะหาง่ายกว่าครับ เช่น https://s.shopee.co.th/g8HTEx6kZ อ้อ ในการใช้หม้อแปลปรับได้ต้องปรับขั้วกลางให้ถูกต้องด้วยนะครับ
แต่มีถ่านสำรองไว้ด้วยก็ดีครับ เผื่อใช้เป็นวิทยุฉุกเฉินยามภัยพิบัติไฟดับได้ครับ

Tecsun R-911

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยุคลื่นสั้น