Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยิปมัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยิปมัน แสดงบทความทั้งหมด

03 พฤศจิกายน 2564

ขอซ่าหน่อยละกัน!


ขอซ่าหน่อยละกัน! เป็นนวนิยายที่ทางสำนักพิมพ์หริรักษ์ฟาร์มภูมิใจนำเสนอ เรื่องนี้สนุกมากๆ มีดีกรีได้รับการส่งเข้าพิจารณาคัดสรรของมูลนิธิวิชาหนังสือเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนั้นมีเพียงแค่ตอนเดียว จากนั้นผู้เขียนได้สร้างสรรค์ต่ออีกหลายตอน เรียกได้ว่า อัดแน่นความสนุกและความมันส์ของมวยหย่งชุนได้อย่างน่าติดตาม และบัดนี้ ได้รวมเล่มกลายเป็นหนังสือเล่มนี้แล้ว เอาล่ะ จะรอช้าอยู่ใย? เข้าไปทดลองซ่าและเป็นเจ้าของความซ่าได้ที่นี่เลย 📖 https://cutt.ly/2R00O7b
Thumbnail Seller Link
ขอซ่าหน่อยละกัน!
กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
www.mebmarket.com
คำนิยม ควรค่าแก่การอ่านแล้วอ่านอีกและเก็บไว้ให้ลูกหลานได้อ่านด้วย อ่านแล้วอยากฝึกมวยจีนเลย - Harirak Farm https://www.facebook.com/harirakfarm/ สนุก...
Get it now

คำนิยม

ควรค่าแก่การอ่านแล้วอ่านอีกและเก็บไว้ให้ลูกหลานได้อ่านด้วย อ่านแล้วอยากฝึกมวยจีนเลย
- Harirak Farm
https://www.facebook.com/harirakfarm/

สนุก กระชับ ฉับไว และมีรายละเอียดที่กลั่นออกมาอย่างเข้มข้นอยู่ในทุกคำ ทุกวลี ทุกประโยค คือต้องอ่านและอ่านซ้ำ
- Jazzylj
https://twitter.com/jazzylj

มวลหมู่บุษผา
โชยผ่านอักษร
ชวนเหล่าภมร
มาเริงร่ากัน
- เพจบทกวีที่สาบสูญ
https://cutt.ly/hiddenpoems

สนุกมาก! นี่คือคำแรกที่ผุดขึ้นหลังจากได้อ่าน ซึ่งตอนนั้นเป็นเพียงตอนเดียวจบ เราอ่านแล้วรู้สึกชอบมากๆ จึงรบเร้าให้ผู้เขียนเขียนออกมาอีกหลายๆตอน ผ่านไปนาน ฉันได้ทวงถามเขาว่าเขียนถึงไหนแล้ว ซึ่งตอนนั้นเขามีภาระรัดตัวจนไม่ได้ทำงานเขียนเลย ฉันก็ให้กำลังใจเขาอยู่เสมอ และในที่สุด ผ่านไปนานนับปี ผลงานเล่มนี้ก็ออกสู่บรรณพิภพ ควรค่าต่อการรอคอยจริงๆ
- Jazzylemon
https://jazzylj.blogspot.com

เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมวยจีนผ่านการผจญภัยของเหล่าเด็กหนุ่มได้อย่างสนุกสนาน ผสมผสานการเขียนหลายๆแบบได้อย่างกลมกล่อม มีทั้งความเป็นบทกวี ความกระชับ การเล่นคำ ฯลฯ และสอดแทรกเทคนิคของมวยหย่งชุนได้อย่างน่าสนใจ สุดท้ายนี้ผมอยากให้ทุกคนติดตามผลงานของเขาไปพร้อมๆกับผมครับ
- เท้าปุย

เป็นหนังสือที่หากอ่านผ่านๆก็เหมือนเรื่องราวที่สนุกสนานเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าได้อ่านแบบตีความคำที่เขาจงใจเลือกใช้ จะเห็นว่าเขาแฝงความนัยอยู่มาก เหมือนได้อ่าน 2-3 เรื่องในเล่มเดียว การแฝงความนัยจากการเลือกใช้คำของเขาเป็นอีสเตอร์เอ้กในหนังสือที่เขาเขียนเสมอ และมันสนุกสำหรับคนที่ชอบขบคิดตีความ เป็นหนังสือที่มีคุณค่าที่แฝงอยู่ในรูปแบบของขนมหวาน ควรค่าแก่การประดับชั้นหนังสือที่บ้านของคุณ
- ห้องสมุดตามใจ
https://www.facebook.com/theravenlibrary

26 กรกฎาคม 2562

DIY Wooden dummy PVC - วิธีทำหุ่นไม้หย่งชุนจาก PVC อย่างง่าย

ทำหุ่นไม้หย่งชุนขำๆกับท่อ PVC ขนาด 1" มันก็พอเป็นรูปเป็นร่างนะครับ ถอดประกอบพกพาได้ด้วย ๕๕๕บวก แต่ว่ามันจะโยกเยกหน่อย(ไม่หน่อยนะ ๕๕๕บวก)เหมือนตุ๊กตาล้มลุก ผมเรียกหุ่นไม้รุ่นนี้ว่า หุ่นไม้ขี้ก้าง ๕๕๕บวก ไปดูกันเลย

อุปกรณ์
ท่อ PVC 1" ขนาดต่างๆดังนี้
10.5" 5 อัน สำหรับทำแขน/ขา และอีก 2 อัน สำหรับทำฐาน
7" ข้อต่อขาตรง
ช่วงลำตัวจากบนลงล่าง
7.5"
2"
7"
13.5"
21"

ข้อต่อ 3 ทาง 1" 5 อัน
ข้อต่อ 45° 1" 1 อัน
พ่นด้วยสีสเปรย์น้ำตาลเข้ม เบอร์ A256
ต่อฐานเพื่อป้องกันการล้มไปด้านข้าง

ตัดขนาดตามที่แนะนำไว้แล้วนำมาประกอบตามรูปก็เรียบร้อยแล้วครับ โดยบิดให้ปลายแขนด้านซ้ายและขวาห่างกัน 8.5" ครับ(อาจต้องทากาวถ้ามันหมุนง่ายเกินไป ระวัง! กาวช้างจะแห้งเร็วมาก) กาวลาเท็กซ์ก็แน่นพอได้นะ
สำหรับผู้ที่มีงบน้อยหอยน้อยหรือไม่ค่อยมีที่ก็ลองทำเล่นกันดูครับ แม้สองแขนบนจะยกตัวห่างกันสักหน่อย ก็พอใช้ฝึกได้บ้าง แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าใส่แรงมากไม่ได้เลยครับ ๕๕๕บวก บางคนก็เอาดักเทปแปะติดผนังไปเลย หรือพันเทปติดกับเสาก็พอจะนิ่งอยู่บ้าง จะเพิ่มถังน้ำถ่วงน้ำหนักเข้าไปอีกก็ได้ยิ่งเยอะยิ่งดี แล้วแต่จะประยุกต์ครับ หาวิธีทำให้มั่นคงก็เป็นอันโอเคครับ

แถมง่ายๆอีกสักแบบ
แน่นอนครับว่าหุ่นไม้หย่งชุนมาตราฐานที่เป็นท่อนซุงย่อมใช้ฝึกได้ดีกว่าแบบนี้แน่นอน ออกแรงได้เต็มที่ด้วย แต่แบบนี้ก็พอจะซ้อมท่วงท่าได้บ้าง แก้ขัดกันไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากมีเพื่อนร่วมซ้อมด้วยกันย่อมดีที่สุดครับ ฟังดูเหงาๆเนาะ ๕๕๔บวก


ศึกษาเพิ่มเติม
https://www.wingchun.org/dummy.html โครงสร้างหุ่นไม้มาตราฐาน

29 กันยายน 2559

ยิปมันปรมาจารย์มวยหย่งชุน - 咏春拳宗师 -- 叶问

ได้สร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Ip Man เมื่อปี 2008 และมีภาคต่อตามมาอีกหลายภาค
หากพูดถึงกังฟูจีน หลายคนคงนึกถึงภาพยนตร์กังฟู ภาพยนตร์กังฟูของหลี่ เสี่ยวหลง(บรู๊ซลี)  ดาราดังแห่งวงการนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับนานาชาติ  ในสมัยโบราณ  กังฟูจีนแบ่งออกเป็น “หมัดใต้เตะเหนือ” ทางตอนใต้ออกหมัดอย่างโดดเด่น ทางตอนเหนือเตะอย่างเชี่ยวชาญ  อาจารย์ของหลี่ เสี่ยวหลงก็คือ เย่เวิ่น (叶问 1893-1972 *เย่เวิ่นเป็นชื่อของยิปมันในสำเนียงจีนกลาง) ผู้เป็นตัวแทนการออกหมัดทางใต้ เป็นผู้ผสมผสาน “มวยหย่งชุน”(咏春) เขาเปี่ยมด้วยคุณธรรมการต่อสู้และจริยธรรมอันเป็นที่น่านับถือเป็นแบบอย่างและได้รับยกย่องให้เป็น “ปรมาจารย์แห่งยุคสมัย”

ตั้งใจฝึกฝน จนกลายเป็นปรมาจารย์แห่งมวยหย่งชุน
เย่เวิ่นเดิมชื่อว่า เย่ จี้เวิ่น เกิดในครอบครัวใหญ่ ฐานะร่ำรวย เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ได้รับการอบรมสั่งสอนตามแนวคิดของขงจื่ออย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่เยาว์วัย  เย่เวิ่นชื่นชอบศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 7 ขวบเริ่มศึกษามวยหย่งชุนโดยฝากตัวเป็นศิษย์ของเฉิน หวาซุ่น ราชันย์แห่ง “มวยหย่งชุน”  เย่เวิ่น เป็นคนช่างคิดวิเคราะห์ สติปัญญาหลักแหลมและหมั่นฝึกฝน ทำให้เฉิน หวาซุ่นรักลูกศิษย์ที่มีอายุน้อยกว่าเขาถึง 40 ปีคนนี้เป็นอย่างมากตั้งแต่รับเย่เวิ่นเป็นลูกศิษย์ ก็ไม่เคยรับลูกศิษย์คนอื่นอีกเลย เย่เวิ่นนับเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของเฉิน หวาซุ่น

หลังจากอาจารย์ถึงแก่อนิจกรรม เย่เวิ่นก็ติดตามฝึกฝนเพลงมวยร่วมกันกับศิษย์พี่อย่างต่อเนื่อง เมื่ออายุได้ 15 ปี เย่เวิ่นจึงเดินทางไปศึกษาที่ฮ่องกง เย่เวิ่นจึงได้รู้จักกับเหลียง ปี้ผู้เป็นบุตรชายของเหลียง จ้าน ปรมาจารย์มวยหย่งชุน และติดตามศึกษาเพลงมวยหย่งชุนกับเหลียง ปี้เกือบ 4 ปี  เหลียง ปี้ถ่ายทอดเคล็ดลับเพลงมวยของบิดาให้แก่เย่เวิ่นจนหมดสิ้น ทำให้เพลงมวยของเย่เวิ่นพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด  ครั้นเมื่อเดินทางกลับมาถึงเมืองฝอซาน เพลงมวยของเย่เวิ่นก็เหนือกว่าศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันเป็นอย่างมาก

ตลอดชีวิตหลายสิบปี เย่เวิ่นได้ฝึกฝน ศึกษาวิเคราะห์มวยหย่งชุนอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการคิดว่าจะทำให้มวยหย่งชุนมีชื่อเสียงกว้างไกลได้อย่างไร เขามักจะประลองฝีมือกับสำนักศิลปะการต่อสู้อื่นๆ เพื่อซึมซับจุดเด่นเอาไว้และผสมผสานเข้ากับมวยหย่งชุน ทำให้ศิลปะมวยหย่งชุนมีชื่อเสียงโด่งดังท่ามกลางสำนักต่างๆ

ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ เน้นการสอนตามสภาพผู้เรียน
ก่อนหน้านี้ มีน้อยคนนักที่ถ่ายทอดมวยหย่งชุน  แต่เย่เวิ่นก็แก้สถานการณ์ดังกล่าวโดยเผยแพร่มวยหย่งชุนที่ฮ่องกงและผลักดันมวยหย่งชุนให้ไปไกลถึงระดับโลก

เย่เวิ่นรับลูกศิษย์ ไม่เคยขึ้นป้ายสำนัก และไม่โฆษณารับสมัครลูกศิษย์ การรับลูกศิษย์ของเขาเข้มงวดมาก “ลูกศิษย์เลือกอาจารย์ที่ดี ว่ายากแล้ว แต่อาจารย์เลือกศิษย์ที่ดีนั้นยากกว่า”เย่เวิ่นสอนอย่างตั้งใจ ให้ความสำคัญกับการฝึกพื้นฐานของผู้เริ่มเรียน เขาไม่เคยทำอะไรอย่างสุกเอาเผากิน  ลูกศิษย์ต้องบรรลุถึงเกณฑ์เป้าหมายที่เย่เวิ่นตั้งเอาไว้ในแต่ละกระบวนท่า ถึงจะเริ่มสอนบทเรียนใหม่  ในฐานะอาจารย์ใหญ่แห่งมวยหย่งชุน เย่เวิ่นยังพยายามดำเนินตามปรัชญา “สอนตามสภาพผู้เรียน” ก่อนการเรียนการสอน เย่เวิ่นมักจะทำความเข้าใจและวิเคราะห์สภาพร่างกาย จิตใจและลักษณะนิสัยที่โดดเด่นของผู้เรียนทุกคนก่อนเสมอ พร้อมทั้งวิเคราะห์ระดับความรู้ การอบรมสั่งสอนที่ผ่านมารวมถึงความสามารถในการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ และใช้วิธีที่แตกต่างกันในการสอนนักเรียนตามจุดมุ่งหมายของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ให้เกิดผลสำเร็จอย่างสูงสุด

ความพากเพียรเพาะหว่านเมล็ดพันธุ์หลายปีก็ได้ผลิดอกออกผลงอกงาม แผ่กิ่งก้านสาขา เย่เวิ่นมีลูกศิษย์มากมายในช่วงบั้นปลายชีวิต  ยอดครูมวยหย่งชุนที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายท่านต่างก็มาจากสำนักของเย่เวิ่นทั้งสิ้น  ในช่วงปี ค.ศ.1960-1970 เย่เวิ่นได้เปิด “สำนักมวยหย่งชุน” และ “สำนักศิลปะการต่อสู้จีนเย่เวิ่น” ขึ้นที่ฮ่องกงตามลำดับด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือของลูกศิษย์ทุกคน เพื่อเผยแผ่มวยหย่งชุน พัฒนาและวางรากฐานให้แน่น ซึ่งเป็นการสร้างคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่

ยิปมันกับบรูซลี
รักชาติ รักประชา ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินเกิด
สมัยที่เย่เวิ่นมีชีวิตอยู่นั้น สังคมกำลังประสบกับความไม่สงบสุข เย่เวิ่นเป็นคนที่มีเลือดรักชาติเข้มข้น เขาเคยกู้หน้าและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประชาชนคนจีนอยู่หลายครั้ง

ช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น หลังจากทหารญี่ปุ่นได้ยึดครองเมืองฝอซาน และได้ยินกิตติศัพท์ชื่อเสียงกังฟูของเย่เวิ่น ก็อยากเชิญมาเป็นรับตำแหน่งครูสอนศิลปะการต่อสู้ของจีนให้กับกองทัพ แต่เย่เวิ่นที่ยึดมั่นซื่อสัตย์รักชาติมาโดยตลอดกลับตอบปฏิเสธอย่างไม่ลังเล ทำให้ทหารญี่ปุ่นโกรธแค้นมาก จึงสั่งให้ยอดฝีมือด้านการต่อสู้มาประลองกับเย่เวิ่น ฝ่ายตรงข้ามมีรูปร่างกำยำสูงใหญ่ ชิงลงมือต่อสู้ก่อน เย่เวิ่นใช้เพลงมวยหย่งชุนตอบโต้ เพียงไม่นานก็ทำให้คู่ต่อสู้สูญเสียการทรงตัวและพ่ายแพ้ไปในที่สุด  หลังการประลองสิ้นสุดลง เย่เวิ่นกลัวว่าทหารญี่ปุ่นจะโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจหลบหนีออกจากเมืองฝอซานชั่วคราว แต่ยังคงให้การช่วยเหลือขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นอย่างลับๆ  หลังจากได้รับชัยชนะในสงครามต่อต้านทหารญี่ปุ่น เย่เวิ่นละทิ้งการตั้งสำนักมวยและไม่รับลูกศิษย์ แต่เข้าทำงานที่หน่วยงานอาญาของอำเภอ รับผิดชอบงานด้านรักษาความปลอดภัย

ยิปมันฝึกซ้อมกับหุ่นไม้
ตอนเย่เวิ่นอายุ 70 ปี พละกำลังยังคงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนยังหนุ่ม  ในตอนนั้น การรักษาความปลอดภัยในฮ่องกงยังไม่ดีนัก มักจะเกิดการปล้นชิงตามท้องถนน เย่เวิ่นจึงได้ออกตรวจตรายามค่ำคืนเพื่อปกป้องดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ทันทีที่พบเห็นนักเลงใช้มีดปล้นชิงทรัพย์คนตามท้องถนน เย่เวิ่นก็จะใช้กระบวนท่าที่รวดเร็วฉับไวเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม โจรก็จะถูกเตะกระเด็นล้มลงไปไกลหลายสิบฟุตในพริบตา  การมีเย่เวิ่นอยู่ ทำให้เขตที่เขารับผิดชอบเป็นเขตที่สงบที่สุดของฮ่องกงด้วยสาเหตุนี้ เย่เวิ่นได้รับการยกย่องจากรัฐบาลฮ่องกงหลายครั้ง และได้รับเกียรติยกย่องให้เป็น “พลเมืองดีเด่น”

เพลงมวยที่ล้ำลึกและคุณธรรมอันสูงส่งของเย่เวิ่นได้รับการสรรเสริญและเคารพยกย่อง  ในปี ค.ศ. 2000 พิพิธภัณฑ์ศิลปะการต่อสู้เมืองฝอซานได้จัดสร้างห้องนิทรรศการเย่เวิ่นขึ้นเป็นพิเศษ แม้กระทั่งที่มลรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีการสร้าง “พิพิธภัณฑ์เย่เวิ่น” ขึ้น

อธิบายเพิ่มเติม
ช่วงสงครามต่อต้าน* หมายถึง ช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ประเทศจีนประกาศสงคราม ต่อต้านการรุกรานของประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเหตุการณ์ที่สะพานหลูโกวเฉียวเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ.1937 เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สงครามต่อต้านญี่ปุ่นขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ประเทศญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามอย่างไร้เงื่อนไขต่อกลุ่มประเทศพันธมิตร เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1945 สงครามสิ้นสุดลง ประเทศจีนเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

บทความโดย จินซูเหนียน
http://www.cim.chinesecio.com/hbcms/f/article/info?id=926e2f5096084600a1de4cb8c91fcbcb

ฟิมล์ที่ยังหลงเหลือจากการบันทึกภาพยิปมันรำมวยหย่งชุน


Donnie Yen รับบทเป็นยิปมัน

ศึกษาเพิ่มเติม
เกี่ยวกับภาพยนตร์ Ip Man - ปรมจารย์หย่งชุน ยิปมัน
ประวัติมวยหย่งชุน ฉบับ สมบูรณ์
สูงสุดสู่ตกต่ำของมวยตระกูลหย่งชุน

05 มีนาคม 2552

The Basic Drills of Wing Chun

พื้นฐานการชกแบบเจาะของมวยหย่งชุน รูปแบบที่อาจารย์ยิปมันชอบใช้ ถ้าได้ดูภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่อง Ip Man-ปรมาจารย์หย่งชุนยิปมัน ที่เคยได้นำเสนอในบทความก่อนหน้านี้ จะได้เห็นท่านี้บ่อย(และเท่ห์มากด้วย) นำมาลงให้ได้ศึกษากันครับ

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่


แถมเบื้องหลังการถ่ายทำ Ip Man

สูงสุดสู่ตกต่ำของมวยตระกูลหย่งชุน


ในช่วงต้นของทศวรรษที่ 1950 มวยจีนเป็นที่นิยมของคนหนุ่มและคนทำงานมาก มวยในยุคนั้นมี มวยตระกูลหง มวยกระเรียนขาว มวยมังกร มวยไฉเลฝัด แต่มวยหย่งชุนกลับไม่เคยมีใครเคยได้ยิน ในขณะนั้นหนุ่มน้อยจากฟอซานชื่อว่ายิปมันได้อพยพมายังฮ่องกง ยิปมันฝึกมวยหย่งชุนจากฮ่องกงและต่อมาเรียนรู้เพิ่มเติมจากเหลี่ยงปิ๊ก ลูกชายปรมาจารย์เหลียงจ้าน หลังจากมาถึงฮ่องกงเขาก็เริ่มสอนมวยที่สมาคมภัตตาคาร หลังจากนั้นเขาก็เปิดสำนักมวยเล็กๆที่บ้านเขาแถบธุรกิจร้านอาหารด้วย เนื้อที่เพียงสิบถึงสิบห้าตารางเมตร กับเวลาผ่านไปเขาได้สอนศิษย์ที่มีชื่อเสียงหลายคน และมวยหย่งชุนก็เริ่มเป็นที่รู้จักในฮ่องกง ตอนนั้นมวยต่างสำนักก็เริ่มท้าประลองกัน ทั้งในที่สาธารณะและลับๆ ศิษย์ของอาจารย์ ยิปมันที่มีชื่อเสียงในการประลองและชนะบ่อยๆคือ หลกหยิ่ว หว่องซั่มเหลี่ยง เนื่องจากบริษัทรถโดยสารเกาลูนอยู่เพียงไม่กี่ก้าวจากโรงเรียนของยิปมัน พนักงานขับรถบัสหลังเลิกงานก็มาร่วมฝึกกับพนักงานของภัตตาคารในละแวกนั้น จากนั้นนักเรียนจากโรงเรียนใกล้ เช่น เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ เช่น บรู๊ซลี และฮอกกิ่นเชียง ก็เริ่มมาฝึกด้วย เศรษฐกิจแย่มากในขณะนั้น ผู้ลี้ภัยจากจีนเข้ามายังฮ่องกงเป็นร้อยๆต่อวันและงานก็หายากมาก ค่าแรงต่ำและชั่วโมงงานยาวต่อวัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ศิษย์หาเวลามาฝึกได้น้อย ศิษย์ช่วงต้นๆของยิปมันจึงเริ่มหารายได้โดยการเปิดโรงเรียนสอน เช่น เหลี่ยงเซียง หลกหยิ่ว หว่องซั่มเหลี่ยง ส่วน ซุ่ยเซียงถิ้น เปิดสอนเป็นการส่วนตัว


ปี 1957 ศิษย์รุ่นแรกๆของยิปมัน วิลเลี่ยม เชียง อพยพไปออสเตรเลีย ระหว่างเดินทางเกิดเรื่องขึ้นโดยเขาถูกล๊อคอยู่ในห้อง กลาสีและต่อสู้กับกลาสีมากว่าสิบคน เรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับในออสเตรเลียและหย่งชุนจึงเป็น ที่รู้จักในประเทศนั้น แต่บัดนั้น ประมาณหนึ่งปีต่อมาบรู๊ซลีได้ย้ายไปอยู่อเมริกา ที่นั้นคนอเมริกาได้เป็นความสามารถของเขาในการป้องกันตัวเริ่มจากการเป็น ตัวรองในเรื่องหน้ากากแตน Green Hornet เขาจึงเริ่มสอนมวยหย่งชุนให้กับบุคคลที่มีชื่อเสียง และดาราในแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้นเขา กลับไปฮ่องกงและได้แสดงในหนังที่ได้รับความนิยมทั่วโลก คนทั้งโลกเริ่มรู้จักมวยจีนและโดยเฉพาะมวยหย่งชุน หลังจากที่บรู๊ซเสีย ชีวิตไป ศิษย์ของเหลียงเซียงหรือเหลียงถิงสอนศิษย์ที่ชื่อว่า เกนเบิรต์ในเยอรมันนีทำให้หย่งชุนเริ่มเผยแพร่ในประเทศนั้น วิตเตอร์ กานหรือ ก๋านหว่าจิต ศิษย์อีกคนของ ยิปมันนำหย่งชุนไปสอนที่อังกฤษ ส่วน ลอหมันกั๋ม หลานอาจารย์ยิปมันนำเอาหย่งชุนไปสอนที่สวิสและ ไต้หวันประเทศของเขา หย่งชุนจึงเริ่มเป็นมวยที่แพร่หลายที่สุด มวยหนึ่งในโลกนี้ ในขณะที่มวยนี้ถูกแพร่ขยายออกไป อาจารย์ยิปมันก็ได้เสียชีวิตลง

ก่อนยิปมันเสียชีวิตในปี 1972 เขาได้หยุดการสอนแต่เป็นการชี้แนะแทนเขามีชีวิตที่ลำบากในปีแรกๆที่เขาอพยพมาฮ่องกง แต่ในปีท้ายๆของชีวิตศิษย์มีสตางค์ เช่น ดังซิงและฉานจีชู สายสืบแห่งตำรวจหลวงฮ่องกงได้หยุงสถานะทางการเงินของอาจารย์ยิปมันไว้ ยิปมันคือปรมาจารย์แห่งมวยหย่งชุนและบั้นปลายของชีวิตมี ความสุขพอสมควร แต่เขาก็ไม่ได้มอบหมายตำแหน่งผู้สืบทอดมวยหย่งชุนกับใครเลย อาจเป็นเพราะเขาไม่พบคนที่เขาคิดว่าเหมาะสม หรือว่านี่ไม่เป็นสิ่งที่เขายี่หระเลยก็ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามยิปมันคือปรมาจารย์ ของมวยหย่งชุน หลังเขาเสียชิวิตลงไม่นานศิษย์หย่งชุนเริ่มรู้ว่าเสาหลักของหย่งชุนได้ศูนย์ สิ้นไปแล้ว

ปัจจุบัน หย่งชุนเป็นสังคมที่ใหญ่มากมีโรงฝึกทั่วโลก ไม่ว่าสมาคมหรือองค์กรใดๆต้องการผู้นำที่จะรวมศูนย์ทุกคนอยู่ร่วมและร่วมงานด้วยกัน ด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบ ศิษย์ของยิปมันน่าจะเป็นผู้นำของมวยนี้กลับไม่สามารถทำได้หรือไม่อยากทำ

ยี่สิบเจ็ดปีหลังยิปมันลาโลกไป ผู้ฝึกมวยหย่งชุนเริ่มห่างจากกันไปทุกที โดยที่ไม่มีผู้นำนั่นเอง หลายคนเริ่มสอนวิธีของตนเอง บางคนติคนอื่นที่สอนไม่เหมือนตนเอง หลายคนเริ่มสร้างทฤษฎีที่ยิปมันไม่เคยสอน หลานคนก็อ้างว่าเขาสอนมวยหย่งชุนต้นตำหรับและของแท้ เขาอ้างว่าคนที่สอนมวยหย่งชุนขนานแท้ต้องผ่านการทดสอบของเขาเท่านั้น การอ้างที่กล่าวมาได้ทำลายความเชื่อมั่นที่ดีๆและแบ่งแยก ผู้ฝึกมวยหย่งชุนจากกัน หย่งชุนคือมวยแขนงหนึ่งที่เราพูดถึงเป็นศาสตร์แห่งการต่อสู้ ผู้ฝึกต้อง เรียนและฝึกฝนเป็นเวลานาน เขาต้องใช้มัน ในการต่อสู้และป้องกันตัวเพื่อได้ประสพการณ์ที่แท้จริง นี่เป็นเรื่องที่จริงจังซึ่งอาจหมายถึงความเป็นหรือตายในบางสถานการณ์ มันไม่ใช่สิ่ง ที่คุณจ่ายเงินและผมทำก๊อปปี้ให้ มันไม่ง่ายอย่างนั้น ใครก็ตามที่เรียน ฝึก และใช้มวยหย่งชุนเป็นเวลานานคงเข้าใจถึงความจริงของมวยนี้ บ้าง เห็นไปได้อย่างไร ที่ใครก็ตามจะดูถูกประสพการณ์ของคนอื่นและเรียกตนเองว่าเป็นเจ้าของมวยหย่งชุนที่แท้คนเดียวและชักนำให้คนอื่นมีความคิดอ่านเช่นตน

ฐานรากของ หย่งชุนอยู่ในมวยเส้นที่ยิปมันได้ ทิ้งไว้ให้เรา แต่หลักและทฤษฎีท่านสอนโดยคำพูด หลายคนอาจแปลความ หมายได้ต่างๆนาๆ ผมแน่ใจว่า อาจารย์ยิปมันคงดีใจมากที่ทราบว่าเราได้นำสิ่งที่ท่านสอนมาใช้ประโยชน์ได้ ถ้าเรามีผู้นำที่ดีที่สามารถรวมพวกเราเข้าด้วยกันได้ เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนประสพการณ์ ความคิดและยอมรับซึ่งกันและกัน ด้วยความคิดที่เปิดกว้าง หย่งชุนจะพัฒนา มากกว่าที่เป็นอยู่ หากไม่มีการรวมตัว และการสนับสนุนจากสมาชิกในสังคมหย่งชุนแล้ว สักวันมวยหย่งชุนคงจะถูกลืมเลือนไปในกาลเวลา หลักและทฤษฎีที่อาจารย์ยิปมันได้สอนไว้ก็คงหายไปจนไม่มีใครรู้จักมวยหย่งชุนอีกต่อไป วันหนึ่งหย่งชุนคงจะเหลือแค่ชื่อในประวัติศาสตร์ของศิลปะการต่อสู้


โดย อาจารย์ดันเกิ้น เลียง
http://www.geocities.com/yuttha015/home.html

19 มกราคม 2552

Ip Man - ปรมจารย์หย่งชุน ยิปมัน

Starring
Donnie Yen
Simon Yam
Lam Ka-Tung
Hiroyuki Ikeuchi

Xing Yu Fan
Siu-Wong

Lynn Hung
Wong You-Nam
Directed
Wilson Yip

เป็นภาพยนตร์ประวัติชีวิตของครูมวยนาม ยิปมัน( 葉問, 叶问 ) ที่โด่งดังเป็นพิเศษ และเป็นอาจายร์ของ บรูซ ลี อีกด้วย


Ip Man เป็นภาพยนตร์ถูกดัดแปลงจากชีวิตจริงของ ยิปมัน
( 葉問, 叶问 ) ปรมาจารย์มวยหย่งชุน มวยหย่งชุน(詠春, Wing Chun)มีประวัติศาสตร์มานานกว่า 200 ปี ซึ่งคิดค้นโดย แม่ชีอู่เหมย เป็นบุตรสาวของศิษย์ฆราวาสวัดเส้าหลินใต้ เป็นวิชาที่ผสานระหว่างความแข็งแกร่งของวิชาวัดเส้าหลิน และความอ่อนของวิชากระเรียนขาว จนกลายเป็นวิชาที่มีอานุภาพร้ายกาจ แม่ชีหวู่เหมยได้รับลูกศิษย์ซึ่งเป็นผู้หญิงชื่อ เหยียนหย่งชุน จากนั้นเหยียนหย่งชุนได้เอาวิชานี้ไปปราบพวกอันธพาลที่รังแกชาวบ้านแถวนั้นจนชนะ มวยหย่งชุนจึงมีชื่อเสียง และได้นำไปสอนสามี จากจุดนี้จึงได้ตั้งชื่อมวยแขนงใหม่นี้ว่า หย่งชุน ตามชื่อภรรยา ในปัจจุบันมวยหย่งชุนที่ได้รับความนิยม และมีการเผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว
ผมขอบอกว่า "Ip Man เป็นภาพยนตร์กังฟูที่มันส์ที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว"

ลองชมตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้ดูครับ