Sponsor

13 มิถุนายน 2563

การติดตั้ง Wine เวอร์ชั่นใหม่บน Linux Mint 19.3


WineHQ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า Wine เป็นโปรแกรมที่ทำให้ Linux สามารถรันไฟล์ .exe ได้ หรือพูดอย่างง่ายๆก็คือ สามารถเอาโปรแกรมของ Windows มาติดตั้งและใช้งานบน Linux ได้นั้นเองครับ
ซึ่งใน Software Manager บางครั้งโปรแกรมก็ไม่เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน Wine ยังอยู่ใน version 4.x อยู่ เราสามารถปรับเปลี่ยนช่องทางการอัพเดทให้เป็นปัจจุบันได้ดังนี้ครับ

อันดับแรก ถ้าเคยติดตั้งเวอร์ชั่นก่อนหน้าไปแล้ว ให้ลบ(remove) Wine เวอร์ชั่นเดิมออกให้หมดก่อน

จากนั้นสำหรับ Linux Mint 19.3 หรือ Ubuntu 18.04 ให้ดาวน์โหลด 2 ไฟล์นี้มาติดตั้งก่อนครับ

และเปิด Terminal แล้วใส่คำสั่งตามลำดับนี้

sudo dpkg --add-architecture i386 
wget -O - https://dl.winehq.org/wine-builds/winehq.key | sudo apt-key add -

[Linux Mint 19.3 ใช้คำสั่งนี้]
sudo add-apt-repository 'deb https://dl.winehq.org/wine-builds/ubuntu/ bionic main'

[Linux Mint 20.x ใช้คำสั่งนี้]
sudo add-apt-repository 'deb https://dl.winehq.org/wine-builds/ubuntu/ focal main'

sudo apt update
sudo apt install --install-recommends winehq-stable

แล้วลองเข้าไปใน Software Manager เข้าไปดูที่ Wine-stable จะเห็นว่าเป็น Version ใหม่แล้ว ถ้าเครื่องยังไม่ติดตั้งก็ติดตั้งได้เลย จากนั้นก็ติดตั้ง Wine (Microsoft Windows Compatibility Layer) เป็นอันเรียบร้อย และเมื่อมีการอัพเดทรุ่นใหม่ๆ ก็จะได้รับการอัพเดทจาก Update Manager ตามปกติครับ
ทีนี้ก็สามารถนำโปรแกรมหรือเกมบน Windows มาเล่นบน Linux ได้แล้วล่ะครับ ถ้าสะดวกใช้สดๆโดยอาจไม่จำเป็นต้องรันผ่านโปรแกรมช่วยอย่าง PlayOnLinux แล้วก็ได้

Wine-stable เป็น Version 5.0.1 แล้ว

แม้ Wine จะยังไม่รองรับทุกโปรแกรมอย่างสมบูรณ์ แต่หลายตัวก็สามารถลงและเล่นได้ หากต้องการทราบว่าโปรแกรมใดรันผ่าน Winehq ได้ดีแค่ไหน หรือต้องใช้กำลังภายในอะไรเพิ่มเติมบ้าง สามารถนำชื่อโปรแกมไปค้นหาได้ที่ https://appdb.winehq.org/ เลยครับ

Wine 5.0.1 บน Linux Mint 19.3

แถม
แต่ส่วนตัวแนะนำให้ใช้ Wine ผ่าน GUI ของ Wine จะดีกว่าครับ เช่น PlayOnLinux หรือ Bottle มันสะดวกกว่ามากครับ และไม่ต้องวุ่นวายกับตัวระบบด้วย เหมาะสำหรับชาว Linux มือใหม่และมือเก่าทุกคน

อ้างอิง

11 มิถุนายน 2563

การติดตั้ง Ascii Sector บน Linux Mint

Ascii Sector v0.7.2 บน Linux Mint 19.3

Ascii Sector เกมสำรวจอวกาศ Ascii Mode สามารถเล่นได้หลากหลายแบบทั้งต่อสู้ สำรวจอวกาศ หรือค้าขาย ขึ้นอยู่กับเราเลือกที่จะทำ เมื่อรับภารกิจและทำสำเร็จก็จะได้เงินมาซื้อของอัพเกรดยานหรือจะซื้อยานใหม่ก็ได้ ด้วยความที่เป็น Ascii ก็พอจะนับเป็นเน็ตแฮ็คตะลุยอวกาศได้อยู่นะ ๕๕๕บวก
เกมนี้ชวนให้นึกถึงเกม SPORE ในยุคอวกาศ เกมนี้จึงเป็นเสมือน SPORE ใน Ascii Mode ที่น่าสนุกไม่แพ้กัน ที่สำคัญเป็นเกมฟรีอีกด้วย
เกมนี้มีทั้งบน Windows, MacOS และ Linux เป็นเกมฟรี เข้าไปโหลดได้ที่ http://www.asciisector.net/

การรันบน Linux ต้องติดตั้งแพ็คเก็ตเพิ่มเติมก่อนนิดหน่อยจึงจะเปิดเกมได้
เปิด Terminal แล้วใช้คำสั่งตามลำดับนี้

sudo apt-get update
sudo apt-get install libsdl2-dev libsdl2-mixer-dev libsdl2-image-dev

เมื่อติดตั้งครบแล้วก็รันเกมได้เลย
พร้อมตะลุยอวกาศกันแล้ว!!!


การติดตั้ง DoomRL บน Linux Mint


เกม DoomRL หรือ DRL เป็นเกม Opensource ฟรี ในธรีม Doom แต่มาในแบบ Roguelike ยิงไม่ยั้งตามสไตล์ fast and furious coffee-break Roguelike game ได้อารมณ์แบบเน็ตแฮ็คสไตล์แอ๊คชั่น Turn-based มีทั้งภาพกราฟฟิคและ ASCII รูปแบบการเล่นมีความคล้ายๆ Door Kickers ที่เล่นแบบยิงไม่ยั้ง เลือดสาดกระจาย และยังคงความหลอนตามสไตล์ Doom เอาไว้ได้ดีมาก
บอกได้เลยว่า มันส์จริงไรจริง ต้องเปิดลำโพง! เกมนี้มาพร้อมดนตรี Metal บรรเลงชวนระทึก และซาวด์ FX ไม่ว่าจะเป็นเสียงปืน เสียงขึ้นลำ เสียงระเบิด ฯลฯ คือพี่แกจัดเต็ม เป็นเกมสาย Gore เลือดสาด
ค่อยๆเดินด้วยความระแวดระวังในทุกฝีเก้า ในฐานวิจัยที่เต็มไปด้วยปิศาจ สารเคมี และกับดักมากมาย ที่สำคัญ...

"ค้นหาและฆ่าแม่งให้หมด ทหาร!"

ตัวเกมมีทั้งแบบ High Quality และ Low quality(ไฟล์จะเล็กมาก) ทั้ง 2 แบบเล่นเหมือนกัน ต่างกันที่คุณภาพไฟล์เสียงเป็นหลักเหมาะสำหรับพกพา แต่โดยทั่วไปเลือกเป็น High Quality ไปเลยครับ

อันดับแรกเข้าเว็บเพื่อโหลดเกมก่อนครับที่ https://drl.chaosforge.org/ ฟรี!(และสามารถรวมบริจาคให้กับทีมพัฒนาได้ สำหรับระบบคอมฯรุ่นเก่าอาจต้องใช้ ver. 0.9.9.7 อาจโหลดผ่านลิ้งค์สำรองที่ https://web.archive.org/web/20240731181433/https://drl.chaosforge.org/downloads) มีทั้งบน Windows, Linux, Macintosh
เมื่อโหลดเสร็จแล้วก็แตกไฟล์ เพื่อเปิดเข้าเกม

DoomRL 0.9.9.7 บน Linux Mint 19.3

ในการเข้าเกมครั้งแรกสำหรับ Linux อาจต้องใช้กำลังภายในสักหน่อย

เล่นแบบกราฟฟิคให้เปิดไฟล์ doomrl
เล่นแบบ ASCII ให้เปิดไฟล์ doomrl_gnome-terminal บางเครื่องมันอาจจะบอกว่าขาดบางไฟล์ไป ให้เราติดตั้งตามนี้ครับ

libSDL-1.2.so.0 และ libSDL_mixer-1.2.so.0
ให้ติดตั้งโดยเปิด Terminal แล้วใส่คำสั่งตามลำดับ

sudo apt update
sudo apt install libsdl1.2debian libsdl-mixer1.2

หากเล่นแบบกราฟฟิคบางเครื่องอาจต้องติดตั้งทั้งหมดตามนี้

sudo apt install libsdl1.2debian libsdl-mixer1.2 libsdl-image1.2 libpng16-16 smpeg-plaympeg

/etc/timidity/freepats.cfg
ให้เข้าไปที่ Software Manager แล้วติดตั้งโปรแกรม Timidity

ปกติก็ประมาณนี้แหละครับที่ตัวเกมต้องการเพิ่มเติม ทีนี้ก็รันเกมแบบ ASCII โดยเปิดที่ doomrl_gnome-terminal ได้เลย คลิ๊กขวาแล้วเลือกที่ Run in Terminal น่าจะเล่นได้ปกติไม่มีปัญหาแล้วครับ หรือทำไฟล์ .sh
ทีนี้ก็ลุยเลยครับ!!!



ASCII mode

Graphic mode
=======
แถม
สำหรับ Linux ตัวอื่นที่ไม่มี gnome-terminal ก็จะเปิดกับ doomrl_gnome-terminal ไม่ได้ แต่อาจเปิดได้กับ doomrl_xterm ด้วย Terminal แต่ font เริ่มต้นอาจจะเล็กไปสักหน่อย วิธีปรับขนาด font ใน XTerm ก็คือ ให้กด Ctrl และคลิกขวาค้างไว้บนจอเกม แล้วเลือกที่ Huge ก็จะได้ font ใหญ่สุดสำหรับเล่นเกมนี้แล้วครับ

การควบคุม
สำหรับข้างล่างนี้คือปุ่มควบคุมแบบมาตราฐาน แต่สามารถปตั้งค่าปุ่มควบคุมเองใหม่ได้ตามสะดวก [ตั้งค่าใหม่ในไฟล์ keybindings.lua]

ปุ่มลูกศร -- ควบคุมการเดิน (และใช้ PgUp, PgDn, Home, End -- เดินเฉียง) [แนะนำว่าควรตั้งค่าใหม่เป็น Vi-key คือ hjklyubn ควบคุมทิศทาง จะควบคุมทิศเฉียงได้สะดวกกว่า โดยที่ h, j, k, l (ซ้าย, ล่าง, บน, ขวา) y, u, b, n (เฉียงซ้ายบน, เฉียงขวาบน, เฉียงซ้ายล่าง, เฉียงขวาล่าง) เมื่อคล่องแล้วจะเหมือนพิมพ์สัมผัส] เมื่อตั้งค่าต้องใส่ตัวพิมพ์ใหญ่
แนะนำตั้งค่าปุ่มทิศทางเป็น Vi-key หรือ Roguelike keyset

'.' -- รอ
'?' -- เข้าเมนู Help
'>' -- ลงบันได (ถ้าลงไปแล้วจะไม่สามารถขึ้นกลับมาได้อีก!)
'g' -- หยิบของบนพื้น
'z' -- สลับอาวุธ (กับอาวุธที่เตรียมไว้)
'd' -- ทิ้งของ
'i' -- ดูของที่มีอยู่ในคลังของ(inventory)
'e' -- แสดงหรือเปลี่ยน equipment/show traits (เข้าไปดูสถานะของที่ใส่และเตรียมอาวุธ)
'o' -- เปิดประตู
'c' -- ปิดประตู
'l' -- สลับ LookMode (กด ESC เพื่อออก) [ถ้าใช้ Vi key อาจเปลี่ยนตัวนี้เป็น v]
'f' -- ยิง
'F' -- การยิงทางเลือกของอาวุธที่ติดตั้งไว้ (ถ้ามี) (Alternative Fire of equipped weapon (if available))
'r' -- รีโหลดกระสุน
'R' -- การรีโหลดกระสุนพิเศษ (ขึ้นอยู่กับอาวุธ)
'u' -- ใช้ของจากคลังของ (เช่น Med-pack ชุดปฐมพยาบาล)/ดึงคันโยก [ถ้าใช้ Vi key อาจเปลี่ยนตัวนี้เป็น a]
'U' -- อันโหลดกระสุนออกจากคลัง/จากพื้น (Unload weapon from inventory/from ground) (มักใช้เก็บกระสุนจากอาวุธของศัตรูที่ตกอยู่)
'@' -- แสดงหน้าจอข้อมูลตัวละคร (พารามิเตอร์ของผู้เล่นและอุปกรณ์)
'T' -- แสดงลักษณะเฉพาะของตัวละคร (Show character traits)
'A' -- แสดงชุดประกอบที่รู้จัก (Show known assemblies)
'S' -- เซฟเกม (ใช้ได้เมื่อยืนอยู่บนบันไดสำหรับ Level ถัดไป) (เมื่อเข้าเกมมาใหม่ก็จะเริ่มใน Level ถัดไปทันที)
'Q' -- ออกจากเกม (แบบไม่เซฟ)
'P' -- แสดงข้อความก่อนหน้า
',' -- เรียกใช้คำสั่ง (Run command)
TAB -- change tactic เปลี่ยนยุทธวิธี (วิ่ง/พักเหนื่อย)
'0'..'9' ปุ่มลัดสำหรับเปลี่ยนอาวุธ (Weapon quick keys):
0 : chainsaw เลื่อยยนต์
1 : combat knife มีดพกต่อสู้
2 : pistol ปืนพก
3 : shotgun ปืนลูกซอง
4 : combat shotgun ปืนลูกซองต่อสู้
5 : double shotgun ปืนลูกซองแฝด
6 : chaingun ปืนกล
7 : rocket launcher ปืนยิงจรวด
8 : plasma rifle ปืนพลาสม่า
9 : BFG9000 ปืนโคตรใหญ่รุ่น 9000 (Big Fucking Gun 9000)

'(' -- เปิด/ปิด เสียง
')' -- เปิด/ปิด เพลง

คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น - A Beginner's Guide To DoomRL คำแนะนำเทคนิคการเล่นเบื้องต้นและไอเท็มต่างๆ (ภาษาอังกฤษ)

ทิ้งท้ายกับ Meme ขำๆ ไม่ต้องห่วงว่าเครื่องไม่ไหว🤣🤣🤣🤣
DOOM Eternal and DoomRL

DOOM Eternal and DoomRL


ใน doomrl_gnome-terminal มีคำสั่งที่เก่าแล้วอยู่คือ -e ซึ่งอาจมีปัญหาในด้านความปลอดภัยและความสม่ำเสมอในการทำงาน จึงควรจะเปลี่ยนตามมาตรฐานใหม่เพราะในอนาคตอาจจะใช้ไม่ได้ ให้เปลี่ยนด้วยการเข้าไปในไฟล์ doomrl_gnome-terminal ด้วย Text editor แล้วแก้ไข

แก้จาก

gnome-terminal --geometry=80x25  -e "./doomrl -console"

เป็น

gnome-terminal --geometry=80x25  -- ./doomrl -console

แล้วเซฟก็เป็นอันเสร็จสิ้น

DRL เวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า 0.9.9.7 บางครั้งเมื่อรัน drl_gnome-terminal ก็อาจมีปัญหาที่เรียกว่า ^M เพราะไฟล์ถูกสร้างหรือแก้ไขในระบบ Windows ที่ใช้ newline แบบ CRLF (\r\n) แทนที่จะใช้ LF (\n) ตามมาตรฐาน Unix/Linux ทำให้ ^M (ตัวอักษร carriage return) ปรากฏในไฟล์และสร้างปัญหากับ interpreter /bin/sh เมื่อรันบน Linux จึงต้องแก้ไขดังนี้

เปิด Terminal (Ctrl+Alt+T) แล้วใช้คำสั่ง cd เข้าไปในโฟลเดอร์เกม แล้วใช้ vi เพื่อแก้ไขด้วยการพิมพ์คำสั่ง

vi drl_gnome-terminal

จากนั้นกด ESC แล้วพิมพ์

:%s/\r//g

คำสั่งนี้จะลบอักขระ ^M (หรือ CR) ทั้งหมดในไฟล์ โดยไม่ทิ้งการแปลง newline จากนั้นเซฟและออกจาก vi ด้วยคำสั่ง

:wq

เป็นอันเสร็จสิ้นการแก้ปัญหา ^M

วิธีตรวจสอบว่าไฟล์แก้ไขสำเร็จรึเปล่าให้ใช้คำสั่ง

file drl_gnome-terminal

จะได้ผลลัพธ์

drl_gnome-terminal: POSIX shell script, ASCII text executable

ก็เป็นอันเรียบร้อยสมบูรณ์ในการแก้ Format ไฟล์

หากยังรันเข้าเกมไม่ได้ ให้ลองรันไฟล์ด้วยคำสั่ง ./drl โดยตรงดู อาจเจอข้อความนี้

./drl: /lib/x86_64-linux-gnu/libm.so.6: version `GLIBC_2.38' not found (required by ./drl)

แสดงว่า GLIBC (GNU C Library ไลบรารีพื้นฐานใน Linux และ Unix-like) ที่มีใน Linux ตอนนี้เก่ากว่าที่ตัวเกมต้องการ จึงรันเกมไม่ได้ครับ ก็แนะนำให้เล่นเวอร์ชั่นเก่า เช่น DoomRL 0.9.9.7 จะดีกว่า(มันส์เหมือนกัน) เพราะการอัพเดท GLIBC เองอาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้ระบบอื่นๆรวน(หากรุ่นที่ใช้ยังมีการซัพพอร์ตก็ให้รอการอัพเดทจากระบบในอนาคตจะดีกว่า) หรือเปลี่ยนไปใช้ Linux รุ่นใหม่ครับ

ตอนนี้ DRL 0.10 ออกมาแล้ว สำหรับ Linux นั้นถ้าเล่นแบบ Tiles ก็อาจเล่นได้เลยผ่าน drl ไปเลย แต่ถ้าจะเล่นแบบ Ascii แนะนำให้ใช้ไฟล์ของ Windows (แนะนำให้โหลดของ .zip) แล้วเล่นผ่าน Wine เอาสะดวกกว่าครับ เพราะบน Linux มันจะมีปัญหา Invalid floating point operation ของภาษา Free Pascal (ภาษาที่ใช้เขียนเกมนี้) ที่คำนวณเลขทศนิยมผิดพลาดบนสถาปัตยกรรม CPU ยุคใหม่ สำหรับการเล่นแบบ Ascii ให้เข้าไปใน config.lua แล้วเปลี่ยน Graphics = "TILES" เป็น Graphics = "CONSOLE" จากนั้นรัน drl ตามปกติได้เลยครับ ในเว่อร์ชั่นใหม่พวกอาวุธจะสมดุลขึ้นและ AI จะฉลาดขึ้นกว่าเดิม

04 พฤษภาคม 2563

Jingle Bells - โน้ตเพลงจิงเกิลเบล

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มาหัดเล่นเพลงพื้นฐาน เพลงจิงเกิลเบล ปกติจะเล่นกันแต่ท่อนฮุค คราวนี้มาลองเล่นกันแบบเต็มๆเพลงกันเลยดีกว่า ก็ทำมา 2 เวอร์ชั่นเหมือนเดิมนะครับ สำหรับคาลิมบา 17 คีย์ และ 8 คีย์ ซึ่งสำหรับ 8 คีย์ ก็มีการปรับโน้ตตามสูตรทั่วไป ใช้โน้ตที่มีโดยไม่เกี่ยงเสียงสูงต่ำ เป็นการลักไก่กันไปครับ และสามารถใช้เล่นกับเครื่องดนตรีอื่นๆที่มีโน้ตน้อยได้ เช่น Ocarina แบบ 6 รู ก็สามารถเล่นได้ คอร์ดได้แนบมาเรียบร้อยแล้ว ลองนำไปประยุกต์จังหวะการเล่นได้ตามใจชอบเลยครับ งั้น ก็ไปลุยกันเลยครับ

โน้ตตัวเลขอยู่ข้างล่างโน้ตสากลนะครับ

Jingle Bells 17 Keys Kalimba
Jingle Bells 17 Keys Kalimba
53ํ2ํ1ํ|5- - 55|53ํ2ํ1ํ|6- - -|
64ํ3ํ2ํ|5- - -|5ํ5ํ4ํ2ํ|3ํ- - -|
53ํ2ํ1ํ|5- - -|53ํ2ํ1ํ|6- - 6|
64ํ3ํ2ํ|5ํ5ํ5ํ5ํ|6ํ5ํ4ํ2ํ|1ํ- - -|

3ํ3ํ3ํ-|3ํ3ํ3ํ-|3ํ5ํ1ํ2ํ|3ํ- - -|
4ํ4ํ4ํ4ํ|4ํ3ํ3ํ3ํ3ํ|3ํ2ํ2ํ3ํ|2ํ- 5ํ-|
3ํ3ํ3ํ-|3ํ3ํ3ํ-|3ํ5ํ1ํ2ํ|3ํ- - -|
4ํ4ํ4ํ4ํ|4ํ3ํ3ํ3ํ3ํ|5ํ5ํ4ํ2ํ|1ํ- - -|

Jingle Bells 8 Keys Kalimba
Jingle Bells 8 Keys Kalimba
5321|5- - 55|5321|6- - -|
6432|5- - -|5542|3- - -|
5321|5- - -|5321|6- - 6|
6432|5555|6542|1- - -|

333-|333-|3512|3- - -|
4444|43333|3223|2- 5-|
333-|333-|3512|3- - -|
4444|43333|5542|1- - -|

ลองนำไปหัดเล่นและประยุกต์ใส่คอร์ดและเทคนิคต่างๆดูนะครับ
สวัสดีครับ :)

แถม