Sponsor

05 กันยายน 2569

พัดเป็นมากกว่าเครื่องคลายร้อน - ทำไมปราชญ์โบราณและขงเบ้งถึงพกพัดติดมือเสมอ?


孔明扇
飛离靈氣
徐送清風
手握乾坤
謀籌千里

บทกวีพัดขงเบ้ง
โบกพัดพลิ้ว ปลดปล่อย เชาวน์ปัญญา
พัดเนิบช้า นำพา สายลมเย็น
ในหัตถา กุมฟ้าดิน ปราบยุคเข็ญ
กลลึกเร้น มองเห็นไป ไกลพันลี้

[กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา - แปล]

พอดีว่าพึ่งได้พัดขงเบ้งมา ที่ซองมีบทกวีอยู่บทนึงจึงเอามาแปลไว้เป็นหมุดหมายครับ

ต้นฉบับบทกวีนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่ง ผู้ใดทราบสามารถคอมเม้นต์บอกเล่ากันได้นะครับ แต่เราเดาว่าน่าจะเป็นบทกวีที่แต่งขึ้นในยุคใหม่เพื่อยกย่องขงเบ้งและขายพัดขนนก (羽扇) นี่แหละครับ

เป็นพัดที่เรียบง่ายดีครับ ที่ได้มาน่าจะทำจากขนห่าน ตรงปากว้านั้นเป็นปากว้าก่อนฟ้า (先天八卦) แต่ดันเรียงย้อนทิศ ๕๕๕บวก แต่ก็โอเคอยู่ครับ

🪭 ใครสนใจพัดขงเบ้งชี้เป้าครับ https://s.shopee.co.th/40gHeuoKdE

ไหนๆก็พูดถึงพัดขงเบ้งแล้ว ก็คงต้องเล่าถึงความเป็นมาของพัดขนนกของขงเบ้งไว้สักเล็กน้อย

นิทานเรื่องพัดขนนกของขงเบ้ง

ขงเบ้งมหาเสนาธิการแห่งยุคสามก๊ก ผู้ถูกจดจำพร้อมภาพลักษณ์ของชายผู้ถือพัดขนนกโบกสะบัดด้วยท่วงท่าสุขุม แต่แท้จริงแล้ว พัดขนนกเล่มนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือคลายร้อน หากแต่เป็นบทเรียนชีวิตอันลึกซึ้ง

ในวัยเด็ก ขงเบ้งเป็นเด็กพูดไม่ได้ จนอายุแปดเก้าขวบ นักพรตเต๋าท่านหนึ่งเห็นแววปัญญา จึงช่วยรักษาโรคพูดไม่ได้และรับเป็นศิษย์ ขงเบ้งเดินทางขึ้นเขาเพื่อศึกษาวิชาดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ปากว้า และพิชัยสงครามอย่างตั้งใจทุกวันไม่เคยขาด

วันหนึ่ง ขณะหลบฝนในวัดร้าง ขงเบ้งได้พบกับหญิงสาวปริศนา หลังจากนั้นเขาก็แวะไปเล่นหมากกระดานและพูดคุยกับนางเป็นประจำ จนจิตใจเริ่มว้าวุ่นและหลงลืมการเรียน อาจารย์เต๋ามองออกจึงชี้ให้ดูต้นไม้ใหญ่ที่ถูกเถาวัลย์พันธนาการไว้จนไม่อาจเจริญเติบโต ขงเบ้งผู้ปัญญาก็เข้าใจได้ทันทีว่า "กิเลสตัณหา ก็เหมือนเถาวัลย์ที่เหนี่ยวรั้งชีวิต"

อาจารย์จึงเฉลยว่า หญิงสาวผู้นั้นแท้จริงแล้วคือ "นกกระเรียนสวรรค์" ที่ถูกลงโทษให้ลงมายังโลกมนุษย์โทษฐานขโมยลูกท้อสวรรค์ แต่นางกลับไม่สำนึก ไม่ยอมบำเพ็ญและมาล่อลวงขงเบ้ง อาจารย์จึงมอบไม้เท้าหัวมังกรให้ขงเบ้งไปจัดการ โดยให้เผาชุดขนนกของนางขณะลงเล่นน้ำในแม่น้ำตอนเที่ยงคืน

กลางดึกคืนนั้น ขงเบ้งเผาชุดขนนกตามคำสั่ง นกกระเรียนโกรธจัดและบินเข้าโฉบโจมตี ขงเบ้งจึงใช้ไม้เท้าหัวมังกรฟาดจนล่วง แล้วเอื้อมมือไปจับแต่นกกระเรียนจะดิ้นรนบินหนีไปได้ ขงเบ้งจึงได้เพียงขนหางนกกระเรียนติดมือมา

ขงเบ้งนำขนนกเหล่านั้นมาทำเป็นพัดขนนกพกติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจถึงบทเรียนราคาแพง ไม่ให้กิเลสตัณหามาทำลายความเพียรของตนอีก

พัด - เครื่องมือสะท้อนจิตวิญญาณของปราชญ์จีนโบราณ
นอกจากนิทานเรื่องนี้ ในประวัติศาสตร์จริง พัดไม่ใช่เป็นแค่ของขงเบ้งเท่านั้น แต่พัดเป็นเครื่องประดับของปัญญาชนจีนโบราณ และไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อพัดคลายร้อนอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องประกอบบุคลิกภาพด้วย

สมัยก่อนนู่นก็มีแต่พัดแบบคงรูป เช่น พัดขนนกนี้ หรือไม่ก็เป็นพัดใบปาล์มจีน (葵扇) ซึ่งยุคโบราณเป็นยุคของพัดแบบคงรูป กว่าจะมีพัดแบบพับได้ก็พ้นยุคขงเบ้งไปอีกเกือบพันปี หลังจากนั้นพัดพับพกพาแบบที่เราเคยเห็นกันก็ค่อยๆเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน (แต่ปัจจุบันนี้นิยมใช้พัดลมไฟฟ้ามือถือกันมากกว่านะ อิอิ)

ในสมัยก่อนปัญญาชนจีนใช้พัดเป็นอุปกรณ์ประกอบการเสวนาธรรม (清谈) ปราชญ์เต๋าและบัณฑิตโบราณนิยมถือพัดหรือแส้ขนสัตว์ขณะถกปรัชญา โดยใช้พัดโยกขยับประกอบจังหวะการพูด และในยามเจรจานโยบายหรือวางกลอุบาย หลายครั้งเมื่อไม่ต้องการให้อีกฝ่ายอ่านสีหน้าออก ก็จะยกพัดบังใบหน้าไว้ยามครุ่นคิด และใช้ซื้อเวลา

พัดจึงเป็นทั้งเครื่องเตือนสติ สัญลักษณ์แห่งปัญญา และท่วงท่าอันแยบคายของปัญญาชนจีนโบราณอย่างแท้จริงครับ

รูปปั้นขงเบ้ง ณ วัดอู่โหวสือ (武侯祠)
เมืองเฉิงตู (成都) มณฑลเสฉวน (四川 - ซื่อชวน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น