จดหมายเตือนใจลูก (誡子書) เป็นจดหมายที่ขงเบ้ง (諸葛亮 - จูเก๋อเลี่ยง) อัครมหาเสนาบดีแห่งจ๊กก๊กในยุคสามก๊ก เขียนขึ้นถึงจูเก๋อจาน (諸葛瞻) บุตรชายแท้ๆของขงเบ้ง ซึ่งในขณะที่เขียนนั้นจูเก๋อจานเพิ่งจะมีอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น ซึ่งเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 234 อันเป็นปีสุดท้ายแห่งชีวิตของขงเบ้งขณะที่เขากำลังนำทัพทำศึกเหนือครั้งสุดท้าย
เนื่องจากขงเบ้งต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับราชการแผ่นดินจนไม่มีเวลาดูแลและอบรมบุตรชายด้วยตัวเอง ประกอบกับความตระหนักว่าตนเองคงอยู่รับใช้บ้านเมืองได้อีกไม่นาน จึงได้รจนาจดหมายสอนใจสั้นๆเพียง 86 ตัวอักษรนี้ เพื่อฝากฝังหลักคิดแห่งการครองตน การศึกษาเล่าเรียน และการขัดเกลาคุณธรรม ให้ลูกชายเติบโตเป็นผู้ที่มีรากฐานจิตใจมั่นคง
เนื่องจากขงเบ้งต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับราชการแผ่นดินจนไม่มีเวลาดูแลและอบรมบุตรชายด้วยตัวเอง ประกอบกับความตระหนักว่าตนเองคงอยู่รับใช้บ้านเมืองได้อีกไม่นาน จึงได้รจนาจดหมายสอนใจสั้นๆเพียง 86 ตัวอักษรนี้ เพื่อฝากฝังหลักคิดแห่งการครองตน การศึกษาเล่าเรียน และการขัดเกลาคุณธรรม ให้ลูกชายเติบโตเป็นผู้ที่มีรากฐานจิตใจมั่นคง
จดหมายของขงเบ้งฉบับนี้มีความว่า
=======
จดหมายเตือนใจลูก (誡子書 - เจี้ยจื่อซู)
รจนาโดย จูเก๋อเลี่ยง (諸葛亮) (ขงเบ้ง)
แปลโดย กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
อันว่าความประพฤติของวิญญูชน (君子) นั้น อาศัยความสงบเพื่อขัดเกลาตน อาศัยความมัธยัสถ์เพื่อหล่อเลี้ยงคุณธรรม (德) หากมิใช่ความเรียบง่าย[ที่ไม่หวั่นไหวต่อลาภยศ]ย่อมไม่อาจทำให้ปณิธานชัดเจน หากมิใช่ความสงบนิ่งย่อมไม่อาจไปถึง[เป้าหมาย]ที่ไกลโพ้น อันว่าการเรียนนั้นก็จำเป็นต้องอาศัยความสงบ ความสามารถนั้นก็จำเป็นต้องอาศัยการเรียน หากมิใช่การเรียนย่อมไม่อาจขยายความสามารถ หากมิใช่ปณิธานย่อมไม่อาจสัมฤทธิ์ผลทางการเรียน หากปล่อยตัวมัวเมาเฉื่อยชาย่อมไม่สามารถปลุกเร้าจิตวิญญาณให้เฉียบคม หากวู่วามใจร้อนย่อมไม่สามารถควบคุมนิสัยใจคอ ขวบปีควบวิ่งไปกับกาลเวลา ความตั้งใจจางหายไปกับวันเวลา [หากไม่เรียนรู้ไม่ขัดเกลาตนเอง]ท้ายที่สุดจึงกลายเป็นความแห้งเหี่ยวร่วงโรย ส่วนใหญ่ไม่เท่าทันยุคสมัย [หากปล่อยให้ถึงตอนนั้นแล้ว]การอาดูรโศกเศร้าเฝ้าเรือนที่ยากไร้อับจน จะกลับตัวแก้ไขไฉนทัน!
誡子書
ในปัจจุบัน จดหมายเตือนใจลูก (誡子書) ของขงเบ้งได้กลายเป็นปรัชญาการอบรมเลี้ยงดูบุตรและขัดเกลาตนเองที่ทรงอิทธิพลมากบทหนึ่งในวัฒนธรรมจีน หลักคิดสั้นๆอย่าง "สงบเพื่อขัดเกลาตน มัธยัสถ์เพื่อหล่อเลี้ยงคุณธรรม" และ "ไม่สงบนิ่งย่อมไม่อาจไปถึงเป้าหมาย" ถูกยกย่องให้เป็นคติพจน์ประจำใจและการอบรมสั่งสอนลูกหลานของตระกูลใหญ่ๆในจีนสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เนื้อหาของจดหมายฉบับนี้ยังได้รับการบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาภาษาจีนและวรรณกรรมคลาสสิก เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของเวลา การศึกษาหาความรู้ และการควบคุมจิตใจไม่ให้มัวเมาไปกับลาภยศสรรเสริญ เป็นเครื่องเตือนใจว่าความสำเร็จที่แท้จริงของมนุษย์ไม่ได้วัดกันที่อำนาจภายนอก แต่เริ่มต้นจากการควบคุมจิตใจและความเรียบง่ายภายใน ซึ่งยังคงร่วมสมัยและใช้ได้จริงในสังคมปัจจุบัน
อันว่าความประพฤติของวิญญูชน (君子) นั้น อาศัยความสงบเพื่อขัดเกลาตน อาศัยความมัธยัสถ์เพื่อหล่อเลี้ยงคุณธรรม (德) หากมิใช่ความเรียบง่าย[ที่ไม่หวั่นไหวต่อลาภยศ]ย่อมไม่อาจทำให้ปณิธานชัดเจน หากมิใช่ความสงบนิ่งย่อมไม่อาจไปถึง[เป้าหมาย]ที่ไกลโพ้น อันว่าการเรียนนั้นก็จำเป็นต้องอาศัยความสงบ ความสามารถนั้นก็จำเป็นต้องอาศัยการเรียน หากมิใช่การเรียนย่อมไม่อาจขยายความสามารถ หากมิใช่ปณิธานย่อมไม่อาจสัมฤทธิ์ผลทางการเรียน หากปล่อยตัวมัวเมาเฉื่อยชาย่อมไม่สามารถปลุกเร้าจิตวิญญาณให้เฉียบคม หากวู่วามใจร้อนย่อมไม่สามารถควบคุมนิสัยใจคอ ขวบปีควบวิ่งไปกับกาลเวลา ความตั้งใจจางหายไปกับวันเวลา [หากไม่เรียนรู้ไม่ขัดเกลาตนเอง]ท้ายที่สุดจึงกลายเป็นความแห้งเหี่ยวร่วงโรย ส่วนใหญ่ไม่เท่าทันยุคสมัย [หากปล่อยให้ถึงตอนนั้นแล้ว]การอาดูรโศกเศร้าเฝ้าเรือนที่ยากไร้อับจน จะกลับตัวแก้ไขไฉนทัน!
誡子書
諸葛亮
夫君子之行,靜以修身,儉以養德。非淡泊無以明志,非寧靜無以致遠。夫學須靜也,才須學也,非學無以廣才,非志無以成學。淫慢則不能勵精,險躁則不能治性。年與時馳,意與日去,遂成枯落,多不接世,悲守窮庐,將復何及!
夫君子之行,靜以修身,儉以養德。非淡泊無以明志,非寧靜無以致遠。夫學須靜也,才須學也,非學無以廣才,非志無以成學。淫慢則不能勵精,險躁則不能治性。年與時馳,意與日去,遂成枯落,多不接世,悲守窮庐,將復何及!
ในปัจจุบัน จดหมายเตือนใจลูก (誡子書) ของขงเบ้งได้กลายเป็นปรัชญาการอบรมเลี้ยงดูบุตรและขัดเกลาตนเองที่ทรงอิทธิพลมากบทหนึ่งในวัฒนธรรมจีน หลักคิดสั้นๆอย่าง "สงบเพื่อขัดเกลาตน มัธยัสถ์เพื่อหล่อเลี้ยงคุณธรรม" และ "ไม่สงบนิ่งย่อมไม่อาจไปถึงเป้าหมาย" ถูกยกย่องให้เป็นคติพจน์ประจำใจและการอบรมสั่งสอนลูกหลานของตระกูลใหญ่ๆในจีนสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เนื้อหาของจดหมายฉบับนี้ยังได้รับการบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาภาษาจีนและวรรณกรรมคลาสสิก เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของเวลา การศึกษาหาความรู้ และการควบคุมจิตใจไม่ให้มัวเมาไปกับลาภยศสรรเสริญ เป็นเครื่องเตือนใจว่าความสำเร็จที่แท้จริงของมนุษย์ไม่ได้วัดกันที่อำนาจภายนอก แต่เริ่มต้นจากการควบคุมจิตใจและความเรียบง่ายภายใน ซึ่งยังคงร่วมสมัยและใช้ได้จริงในสังคมปัจจุบัน
อ้างอิง
