Sponsor

14 กันยายน 2569

แก่นของ Hacker Mindset - 4 หลักคิดพื้นฐาน


การปลูกฝัง Hacker Mindset เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยี เครื่องมือ คำสั่ง หรือศัพท์แสงสมัยใหม่ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทุกปี แต่ "วิธีคิด" ของแฮ็กเกอร์เป็นรากฐานที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยตั้งแต่ยุค Unix ดั้งเดิมจนถึงปัจจุบัน

คำว่า Hacker Mindset คือ การมองโลกผ่านตรรกะที่คนสร้างระบบไม่ทันได้คิดไว้

4 หลักคิดพื้นฐาน แก่นของ Hacker Mindset

# 1) มองทุกอย่างเป็น "ระบบที่มีกฎเกณฑ์"

คนทั่วไปมองหน้าเว็บเป็น "ปุ่มและข้อความ" แต่คนที่คิดแบบแฮกเกอร์จะมองเป็น "กลไกรับข้อมูล (Input) - ประมวลผล (Prosess) - แสดงผล (Output)"

คำถามของคนทั่วไป: "ช่องนี้ระบบบอกให้กรอกอายุเกิน 18 ใช่ไหม?"
คำถามของ Hacker: "ใครเป็นคนตรวจว่าอายุเกิน 18? เครื่องของเรา (Client) หรือ เครื่องเขา (Server)? แล้วถ้าเราหลอกเครื่องตัวเองว่าตรวจแล้วล่ะ?"

# 2) ตั้งคำถามกับ "สมมติฐาน"

นักพัฒนา (Developers) สร้างระบบโดยตั้งสมมติฐานว่า "ผู้ใช้จะใช้งานแบบปกติ" แต่แฮกเกอร์คือคนที่หาจุดที่สมมติฐานนั้นใช้ไม่ได้

สมมติฐานของคนสร้าง: "ผู้ใช้จะกรอกตัวเลขในช่องใส่จำนวนสินค้า"
การตั้งคำถามของ Hacker:
ถ้ากรอกตัวเลขติดลบ ยอดเงินรวมจะกลายเป็นส่วนลดให้เราไหม?
ถ้ากรอกตัวอักษรยาว 1,000,000 ตัว ระบบจะค้างไหม?
ถ้ากรอกคำสั่งโปรแกรมลงไป เช่น command line ของ Dos หรือ Unix ระบบจะเผลอนำไปประมวลผลไหม?

# 3) ความอยากรู้อยากเห็นแบบถอดประกอบ

เหมือนเด็กที่ชอบแกะของเล่นออกมาดูข้างในว่าเฟืองตัวไหนหมุนตัวไหน
แฮกเกอร์จะไม่ยอมหยุดแค่ "มันใช้งานได้" แต่ต้องรู้ให้ได้ว่า "มันทำงานอย่างไรข้างหลังฉาก" เมื่อเห็นพฤติกรรมแปลกๆของระบบนิดเดียว เช่น กดแล้วหน้าเว็บหมุนนานผิดปกติ หรือมี Error Code แปลกๆโผล่มา นั่นคือเบาะแสที่ต้องเจาะลึกลงไป

# 4) ช่างสังเกตและมีความอดทนสูง

ภาพในหนังที่แฮกเกอร์รัวคีย์บอร์ด 10 วินาทีแล้วเจาะระบบได้นั้นไม่มีจริง ในความเป็นจริง การแฮ็กคือ:

1. ทดลอง 99 วิธีแล้วล้มเหลว
2. คอยสังเกตปฏิกิริยาเล็กๆน้อยๆของระบบในแต่ละครั้ง
3. นำข้อมูลที่สังเกตได้มาเชื่อมโยงจับแก่นจนเจอวิธีที่ 100 ที่สำเร็จ

ส่งท้าย
การทดลองและสังเกตเหล่าสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในการเล่น Classic Rouglike อย่าง NetHack, Angband และอื่นๆกันอยู่แล้ว เป็นเกมที่ฝึก Hacker Mindset ได้ดี หรือไม่คนที่เล่นเกมแนวนี้อาจเป็นคนที่มีเมล็ดพันธุ์ของ Hacker Mindset อยู่กับตัวอยู่แล้วก็เป็นได้

10 กันยายน 2569

AliensRL - ภารกิจเอาชีวิตรอดจากฝูงมฤตยูมืดในกล่องโลหะแห่งห้วงอวกาศ


AliensRL เป็นอีกหนึ่งผลงานระดับขึ้นหิ้งจากผู้สร้างเดียวกันกับ DoomRL (ChaosForge) ซึ่งเป็นเกมฟรีในธีมแฟรนไชส์ภาพยนตร์สุดคลาสสิกอย่าง Aliens (1986)

ถ้า DoomRL คือความสะใจสายร็อกแอนด์โรลลุยเดี่ยวถล่มปีศาจนรก AliensRL ก็คือฝันร้ายแห่งห้วงอวกาศ ธีมสยองขวัญ เอาชีวิตรอดในพื้นที่แคบ ตัวเกมมาในรูปแบบ Turn-based Coffeebreak Roguelike ที่ผสมผสานความแม่นยำทางยุทธวิธี เข้ากับอารมณ์ความกดดันระดับนั่งไม่ติดเก้าอี้ในรูปแบบ ASCII

ลืมการวิ่งไล่ยิงมอนสเตอร์แบบไม่ยั้งไปได้เลย เพราะที่นี่คุณไม่ใช่เทพสงคราม แต่เป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งในกองกำลัง Colonial Marine ที่ถูกส่งเข้าไปตามสัญญาณขอความช่วยเหลือของอาณานิคมอวกาศแห่งหนึ่ง เมื่อลงพื้นที่ปรากฏว่าอาณานิคมอวกาศแห่งนี้กลายเป็นสุสานเงียบที่ถูกพวกเอเลี่ยนซีโนมอร์ฟ (Xenomorph) ยึดและสังหารคนไปหมดแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย คุณเกิดพลัดหลงกับทีม และทางถอยถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง

ต่อจากนี้ไป ไม่มีภารกิจกู้โลก ไม่มีแผนการใหญ่ มีแค่การเดินลุยผ่านทางเดินแคบๆไปทีละชั้น และกำจัด Queen ก่อนที่คุณจะกลายเป็นเหยื่อฟักตัวอ่อนของฝูงมฤตยูมืดเหล่านี้!

ได้เวลาไปเผชิญหน้ากับความกลัวในกล่องโลหะแห่งห้วงอวกาศนี้แล้ว

"ในห้วงอวกาศ... ไม่มีใครได้ยินเสียงคุณกรีดร้อง!"

โหลดเกม AliensRL ฟรีได้ที่ https://alien.chaosforge.org/downloads

มีทั้งบน Windows, Linux, Macintosh เมื่อโหลดเสร็จแล้วก็แตกไฟล์ เพื่อเปิดเข้าเกม

AliensRL 0.8.2 บน Linux Zorin OS 18.1

ในการเข้าเกมครั้งแรกสำหรับ Linux อาจต้องติดตั้งระบบเพิ่มเติมตามนี้ก่อนครับ

sudo apt update
sudo apt install libsdl1.2debian libsdl-mixer1.2 libsdl-image1.2 libpng16-16

จากนั้นก็ใช้ Terminal เข้าไปในโฟลเตอร์เกม และรันด้วยคำสั่ง ./abrl เรียบร้อย หรือหรือจะทำไฟล์ .sh

ทีนี้ก็ลุยกันเลย!

Alien Xenomorph XX121

ปุ่มควบคุม
จะตั้งค่าปุ่มควบคุมใหม่ก็สามารถเข้าไปแก้ไขในไฟล์ config.lua แบบดิบๆได้เลยครับ

ปุ่มลูกศร = ควบคุมการเดิน (และใช้ PgUp, PgDn, Home, End = เดินเฉียง) [แนะนำว่าควรตั้งค่าใหม่เป็น Vi-key คือ hjklyubn ควบคุมทิศทาง จะควบคุมทิศเฉียงได้สะดวกกว่า โดยที่ h, j, k, l (ซ้าย, ล่าง, บน, ขวา) y, u, b, n (เฉียงซ้ายบน, เฉียงขวาบน, เฉียงซ้ายล่าง, เฉียงขวาล่าง) เมื่อคล่องแล้วจะเหมือนพิมพ์สัมผัส] เมื่อตั้งค่าต้องใส่ตัวพิมพ์ใหญ่

[.]    = รอ
[Enter]     = ยืนยัน
[Tab]       = ล็อกเป้าหมาย
[g]         = เก็บไอเทม (Get)
[f]         = ยิง (Fire)
[u]         = ใช้งานไอเทม (Use) [ถ้าใช้ Vi key อาจเปลี่ยนเป็น a (Apply)]
[s]         = สลับใช้อาวุธพก (Sidearm)
[p]         = สลับใช้อาวุธหลัก (Primary)
[h]         = สลับใช้อาวุธหนัก (Heavy) [ถ้าใช้ Vi key อาจเปลี่ยนเป็น x (eXtra weapon)]
[r]         = รีโหลดกระสุน (Reload)
[d]         = ทิ้งไอเทม (Drop)
[1]         = ช่องไอเทม 1
[2]         = ช่องไอเทม 2
[3]         = ช่องไอเทม 3
[4]         = ช่องไอเทม 4
[Space]     = ทำแอ็กชัน (Act) (เปิดประตู, เข้าลิฟต์, ตรวจสอบสิ่งของ)
[l]         = โหมดมอง / สำรวจพื้นที่ (Look) [ถ้าใช้ Vi key อาจเปลี่ยนเป็น v (Vision)]
[f10]       = บันทึกภาพหน้าจอ (Screenshot)

คลังแสงเบื้องต้น (Weapons & Gear)
อาวุธพก (Sidearms)
  • M4A3 Pistol: ปืนสั้นมาตรฐาน เจาะเกราะต่ำ แต่ซองกระสุนจุ ใช้กระสุน 9mm ที่หาได้ทั่วไป
  • .44 Colt: แรงขึ้นมาอีกระดับ เจาะเกราะได้ดี สร้างความเสียหายสูง แต่หากระสุนยาก
  • Sawed-off Shotgun: ปืนลูกซองแฝด ยิงทีต้องรีโหลดที เจาะเกราะต่ำแต่ความเสียหายพื้นฐานหนักมาก
อาวุธหลัก (Primary)
  • MP5: ปืนกลเบา รัวชุดละ 6 นัด (กระสุน 9mm) บรรจุ 30 นัด เจาะเกราะต่ำ
  • 12g Combat Shotgun: ลูกซองยิงรัว จุ 5 นัด เหมาะกับการเคลียร์พื้นที่แคบในระยะประชิด
  • M41-A Pulse Rifle: ปืนไรเฟิลยอดฮิต ยิงรัวชุดละ 5 นัด (กระสุน M309 บรรจุ 99 นัด) เป็นอาวุธเดียวที่ไม่ใช่อาวุธหนักแต่ เจาะเกราะสูงมาก เก็บไว้ใช้กับตัวโหดๆจะดีที่สุด
ระเบิดมือ (Grenades)
  • Frag (ระเบิดสะเก็ด): วงกว้าง ทำลายศัตรูไร้เกราะได้ดี แต่แทบไร้ผลกับพวกเกราะหนา
  • Krak (ระเบิดเจาะเกราะ): รัศมีแคบ แต่พลังทำลายล้างสูง เหมาะสำหรับระเบิดศัตรูเกราะหนาขั้นสุด
  • Inc (ระเบิดเพลิง): จุดไฟเผาพื้นที่ เหมาะมากสำหรับยิงดักทางเพื่อเปิดทางหนี
เกราะป้องกัน (Armor)
  • ตัวเลขหลังชื่อเกราะคือค่า ลดความเสียหาย (Damage Reduction) เช่น Flak armor [2] จะช่วยลดความเสียหายได้ 2 หน่วย
  • เกราะพิเศษ (Gyro-stabilizer): ไม่ช่วยลดความเสียหาย [0] แต่ช่วยให้ตัวละครสามารถ ติดตั้งและยิงอาวุธหนัก (Heavy Weapons) ได้

เคล็ดลับการเอาชีวิตรอด (Tips & Tactics)
  • ไม่ต้องสำรวจทุกซอกทุกมุม: พื้นที่สถานีอวกาศกว้างมาก การพยายามฆ่าเอเลี่ยนทุกตัวจะทำให้กระสุนหมดก่อน เป้าหมายหลักคือการตุนของให้พร้อม แล้วรีบขึ้นไปชั้นบนสุดของหอคอยหลัก (Main Tower) และกำจัด Queen
  • เลือกระเบิดและกระสุนให้ถูกงาน: เอเลี่ยนที่มีเกราะหนา เช่น Workers หรือ Elites จะไม่สะทกสะท้านต่อกระสุน 9mm หรือระเบิด Frag
  • ระยะยิงมีผล: การยิงเอเลี่ยนระยะอัดหน้า (Point-blank) จะสร้างความเสียหายได้รุนแรงกว่าการยิงระยะไกลอย่างเห็นได้ชัด แต่ระวังโดนมันสวนหรือโดนเลือดกรดของมันกระเซ็นใส่

โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง
Aliens ภาค 1 ปี 1986

อ้างอิง

ปรัชญาแห่งการกลัวเมีย


ปรัชญาแห่งการกลัวเมีย
เขียน หลี่จงอู๋ (李宗吾)
แปลและเรียบเรียง กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
สำนักพิมพ์ Harirak Farm

=======
ทดลองอ่านและเป็นเจ้าของได้ที่ https://cutt.ly/8yl8C1cH เลยจ้า


=======
คำนิยม

นี่คือคัมภีร์ยุทธศาสตร์ตลกร้ายที่เปลี่ยนเรื่องในมุ้งให้กลายเป็นวาระกู้ชาติได้อย่างทรงพลัง ผู้ที่ทำการใหญ่ไม่ควรพลาด
-สำนักพิมพ์ Harirak Farm Books
https://www.facebook.com/harirakfarm

ความสงบเรียบร้อยภายในบ้านขึ้นอยู่กับภรรยาฉันใด
ความสงบเรียบร้อยภายในชาติก็ขึ้นอยู่กับภรรยาฉันนั้น
-Jazzylemon
https://jazzylj.blogspot.com/

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เซฟแค่ชีวิตแต่งงานของคุณ แต่เซฟอนาคตของชาติด้วย หากมหาบุรุษในอดีตยังกลัวเมีย แล้วคุณเป็นใครถึงจะไม่กลัว? ปรัชญาชั้นครูที่ผู้ชายทุกคนต้องอ่าน และศรีภรรยาควรซื้อให้สามีอ่านด่วนๆ
-ห้องสมุดตามใจ
https://www.facebook.com/theravenlibrary

ปรัชญา ฝึกคนดีศรีแผ่นดิน
แห่ง ศาสตร์ศิลป์บ่มสติมิเว้นว่าง
การกลัว เมียคือการดัดอัตตาพลาง
เมีย ชี้ทางสร้างชาติไทยให้เจริญ
-เพจบทกวีที่สาบสูญ
https://cutt.ly/hiddenpoems

จากจิตวิทยา ปรัชญาการเมือง ยันกลยุทธ์การพัฒนาประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าทุกวิชาบนโลกนี้จะขมวดรวมอยู่ที่การกลัวเมียได้อย่างทรงพลังขนาดนี้! ใครชอบอ่านงานเขียนแนวคิดแปลกใหม่ ลึกแต่กวน รับรองว่าอ่านแล้วจะมองหน้าศรีภรรยาด้วยความเคารพยำเกรง และมองอนาคตชาติด้วยความหวังใหม่ทันที
-Jazzylj
https://twitter.com/jazzylj

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้คุณยอมแพ้ แต่สอนจะให้คุณกลายเป็นสุดยอดผู้นำ คุณไม่จำเป็นต้องเข้าคอร์สพัฒนาตัวเองราคาแพงๆเลย แค่หันมาฟังเมียบ่น เพราะนี่คือการฝึกสติและความอดทนที่เคี่ยวกรำที่สุดในโลก ใครอยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ให้เริ่มจากการเคารพเมียบัดเดี๋ยวนี้!
-จอมยุทธ์ผู้เคารพเมีย

05 กันยายน 2569

พัดเป็นมากกว่าเครื่องคลายร้อน - ทำไมปราชญ์โบราณและขงเบ้งถึงพกพัดติดมือเสมอ?


孔明扇
飛离靈氣
徐送清風
手握乾坤
謀籌千里

บทกวีพัดขงเบ้ง
โบกพัดพลิ้ว ปลดปล่อย เชาวน์ปัญญา
พัดเนิบช้า นำพา สายลมเย็น
ในหัตถา กุมฟ้าดิน ปราบยุคเข็ญ
กลลึกเร้น มองเห็นไป ไกลพันลี้

[กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา - แปล]

พอดีว่าพึ่งได้พัดขงเบ้งมา ที่ซองมีบทกวีอยู่บทนึงจึงเอามาแปลไว้เป็นหมุดหมายครับ

ต้นฉบับบทกวีนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่ง ผู้ใดทราบสามารถคอมเม้นต์บอกเล่ากันได้นะครับ แต่เราเดาว่าน่าจะเป็นบทกวีที่แต่งขึ้นในยุคใหม่เพื่อยกย่องขงเบ้งและขายพัดขนนก (羽扇) นี่แหละครับ

เป็นพัดที่เรียบง่ายดีครับ ที่ได้มาน่าจะทำจากขนห่าน ตรงปากว้านั้นเป็นปากว้าก่อนฟ้า (先天八卦) แต่ดันเรียงย้อนทิศ ๕๕๕บวก แต่ก็โอเคอยู่ครับ

🪭 ใครสนใจพัดขงเบ้งชี้เป้าครับ https://s.shopee.co.th/40gHeuoKdE

ไหนๆก็พูดถึงพัดขงเบ้งแล้ว ก็คงต้องเล่าถึงความเป็นมาของพัดขนนกของขงเบ้งไว้สักเล็กน้อย

นิทานเรื่องพัดขนนกของขงเบ้ง

ขงเบ้งมหาเสนาธิการแห่งยุคสามก๊ก ผู้ถูกจดจำพร้อมภาพลักษณ์ของชายผู้ถือพัดขนนกโบกสะบัดด้วยท่วงท่าสุขุม แต่แท้จริงแล้ว พัดขนนกเล่มนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือคลายร้อน หากแต่เป็นบทเรียนชีวิตอันลึกซึ้ง

ในวัยเด็ก ขงเบ้งเป็นเด็กพูดไม่ได้ จนอายุแปดเก้าขวบ นักพรตเต๋าท่านหนึ่งเห็นแววปัญญา จึงช่วยรักษาโรคพูดไม่ได้และรับเป็นศิษย์ ขงเบ้งเดินทางขึ้นเขาเพื่อศึกษาวิชาดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ปากว้า และพิชัยสงครามอย่างตั้งใจทุกวันไม่เคยขาด

วันหนึ่ง ขณะหลบฝนในวัดร้าง ขงเบ้งได้พบกับหญิงสาวปริศนา หลังจากนั้นเขาก็แวะไปเล่นหมากกระดานและพูดคุยกับนางเป็นประจำ จนจิตใจเริ่มว้าวุ่นและหลงลืมการเรียน อาจารย์เต๋ามองออกจึงชี้ให้ดูต้นไม้ใหญ่ที่ถูกเถาวัลย์พันธนาการไว้จนไม่อาจเจริญเติบโต ขงเบ้งผู้มีปัญญาก็เข้าใจได้ทันทีว่า "กิเลสตัณหา ก็เหมือนเถาวัลย์ที่เหนี่ยวรั้งชีวิต"

อาจารย์จึงเฉลยว่า หญิงสาวผู้นั้นแท้จริงแล้วคือ "นกกระเรียนสวรรค์" ที่ถูกลงโทษให้ลงมายังโลกมนุษย์โทษฐานขโมยลูกท้อสวรรค์ แต่นางกลับไม่สำนึก ไม่ยอมบำเพ็ญและมาล่อลวงขงเบ้ง อาจารย์จึงมอบไม้เท้าหัวมังกรให้ขงเบ้งไปจัดการ โดยให้เผาชุดขนนกของนางขณะลงเล่นน้ำในแม่น้ำตอนเที่ยงคืน

กลางดึกคืนนั้น ขงเบ้งเผาชุดขนนกตามคำสั่ง นกกระเรียนโกรธจัดและบินเข้าโฉบโจมตี ขงเบ้งจึงใช้ไม้เท้าหัวมังกรฟาดจนล่วง แล้วเอื้อมมือไปจับแต่นกกระเรียนดิ้นรนบินหนีไปได้ ขงเบ้งจึงได้เพียงขนหางนกกระเรียนติดมือมา

ขงเบ้งนำขนนกเหล่านั้นมาทำเป็นพัดขนนกพกแล้วติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจถึงบทเรียนราคาแพง ไม่ให้กิเลสตัณหามาทำลายความเพียรของตนอีก

พัด - เครื่องมือสะท้อนจิตวิญญาณของปราชญ์จีนโบราณ
นอกจากนิทานเรื่องนี้ ในประวัติศาสตร์จริง พัดไม่ใช่เป็นแค่ของขงเบ้งเท่านั้น แต่พัดเป็นเครื่องประดับของปัญญาชนจีนโบราณ และไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อพัดคลายร้อนอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องประกอบบุคลิกภาพด้วย

สมัยก่อนนู่นก็มีแต่พัดแบบคงรูป เช่น พัดขนนกนี้ หรือไม่ก็เป็นพัดใบปาล์มจีน (葵扇) ซึ่งยุคโบราณเป็นยุคของพัดแบบคงรูป กว่าจะมีพัดแบบพับได้ก็พ้นยุคขงเบ้งไปอีกเกือบพันปี หลังจากนั้นพัดพับพกพาแบบที่เราเคยเห็นกันก็ค่อยๆเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน (แต่ปัจจุบันนี้นิยมใช้พัดลมไฟฟ้ามือถือกันมากกว่านะ อิอิ)

ว่ากันว่าการกางพัดพับ ถ้าสบัดกางพัดเสียงดัง "พรึบ!" เป็นการกางพัดแบบสายบู๊ (จอมยุทธ์) ถ้ากางอย่างนุ่มนวลและไม่คลี่จนตึงเกินไป เป็นการกางพัดแบบสายบุ๋น (บัณฑิต)

ในสมัยก่อนปัญญาชนจีนใช้พัดเป็นอุปกรณ์ประกอบการเสวนาธรรม (清談) ปราชญ์เต๋าและบัณฑิตโบราณนิยมถือพัดหรือแส้ขนสัตว์ขณะถกปรัชญา โดยใช้พัดโบกขยับประกอบจังหวะการพูด และในยามเจรจานโยบายหรือวางกลอุบาย หลายครั้งเมื่อไม่ต้องการให้อีกฝ่ายอ่านสีหน้า ก็จะยกพัดบังใบหน้าไว้ และใช้ซื้อเวลายามครุ่นคิด

พัดจึงเป็นทั้งเครื่องเตือนสติ สัญลักษณ์แห่งปัญญา และท่วงท่าอันแยบคายของปัญญาชนจีนโบราณอย่างแท้จริงครับ

รูปปั้นขงเบ้ง ณ วัดอู่โหวสือ (武侯祠)
เมืองเฉิงตู (成都) มณฑลเสฉวน (四川 - ซื่อชวน)