![]() |
| https://commons.wikimedia.org/wiki/File:A_bottle_of_sea_salt_in_Hong_Kong.jpg |
หากเกิดภัยพิบัติยืดเยื้อหรือเกิดสงครามโลกจนระบบเศรษฐกิจพังทลาย เกลือจะกลับมาทวงคืนตำแหน่งทองคำสีขาว (White Gold) ทันทีภายในเวลา 1-3 เดือน หากภัยพิบัติยืดเยื้อขนาดนั้นจริงๆ (หวังว่าคงจะไม่) ถึงตอนนั้น เกลือจะกลับมาเป็นเงินตราดั่งเช่นในอดีต
ในประวัติศาสตร์คำว่า Salary (เงินเดือน) ก็มีรากศัพท์มาจาก Sal (เกลือ) เพราะโรมันใช้เกลือจ่ายค่าจ้างทหาร เพราะเกลือคือสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ ดั่งที่ได้กล่าวไปในบทความ เกลือแต่ละชนิดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร? และขาดไม่ได้ในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจหากเกิดกลียุคด้วย
เมื่อเกิดกลียุค ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีการขนส่ง การใช้แรงงานออกไปหาอาหารทำให้เหนื่อยล้า เครียด สูญเสียเหงื่อ โรคพื้นฐานที่เคยหายไปจะกลับมามีบ่อยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตะคริว ท้องเสีย หรือช็อกจากการขาดเกลือแร่ เกลือเล็กน้อยผสมน้ำเป็นน้ำเกลือแร่สำหรับดื่มช่วยได้
การขาดโซเดียมอาจนำไปสู่สภาวะสมองเบลอ (Brain Fog) และอาการสับสนเฉีียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายมากในขณะที่ต้องตัดสินใจในภาวะวิกฤต
เมื่อไม่มีไฟฟ้า ตู้เย็นใช้ไม่ได้ อาหารที่ออกแรงหามาได้ จะเน่าเสียอย่างรวดเร็ว การใช้เกลือจะช่วยถนอมอาหารให้อยู่ได้นานเป็นปี
หากบาดเจ็บจากการออกไปหาอาหารหรือเป็นแผลในปาก การมีเกลือไว้ทำน้ำเกลือสามารถใช้ล้างแผลและฆ่าเชื้อเบื้องต้นได้ เป็นต้น
แนะนำว่าควรเก็บเกลือสมุทรแบบเม็ดเป็นหลัก เนื่องจากมันมีแร่ธาตุที่หลากหลาย ใช้ประโยชน์ได้กว้าง ดูจริงจังในการเป็นเงินตรา และเกลือเม็ดนั้นเก็บรักษาได้ง่ายกว่าเกลือป่นละเอียดในแง่ของความชื้น แต่เกลือชนิดอื่นๆก็อาจจะควรมีไว้ด้วยในสัดส่วนที่น้อยกว่า (รวมไม่เกิน 10%) เผื่อใช้งานต่างๆ
เกลือโดยธรรมชาตินั้นเป็นแร่ธาตุที่เสถียรมาก ไม่มีแบคทีเรียหรือเชื้อราที่เจริญเติบโตบนเกลือได้ มันจึงกันบูดในตัวเอง และไม่มีวันหมดอายุในแง่ของการเน่าเสียตามธรรมชาติ อยู่ได้เป็นร้อยเป็นพันปีตราบเท่าที่ยังแห้งอยู่ การเก็บรักษาจึงควรเลี่ยงความชื้นที่อาจทำให้ละลาย (ภาชนะเก็บเกลือจึงสำคัญ) แต่แม้จะเกลือละลาย การนำไปตากหรือเคี่ยวให้แห้งก็กลับมาเป็นเกลือได้ เพียงต้องระวังเศษฝุ่นปนเปื้อนเท่านั้น
สัตว์กินพืชที่กินแต่ของสดในป่าที่อุดมสมบูรณ์ ยังยอมเสี่ยงชีวิตเดินออกจากป่าทึบมาที่ลานโล่งเพื่อเลียดินเค็ม (ดินโป่ง) เพราะมันรู้ว่าถ้าขาดเกลือร่างกายจะอ่อนแอจนหนีนักล่าไม่ได้
เมื่อไม่มีไฟฟ้า ตู้เย็นใช้ไม่ได้ อาหารที่ออกแรงหามาได้ จะเน่าเสียอย่างรวดเร็ว การใช้เกลือจะช่วยถนอมอาหารให้อยู่ได้นานเป็นปี
หากบาดเจ็บจากการออกไปหาอาหารหรือเป็นแผลในปาก การมีเกลือไว้ทำน้ำเกลือสามารถใช้ล้างแผลและฆ่าเชื้อเบื้องต้นได้ เป็นต้น
ในภาวะเช่นนั้นเกลือจะมีมูลค่าสูงขึ้นมาทันที จากที่ในปัจจุบันเกลือมีราคาถูกมาก ผู้คนจึงมักมองข้าม แต่ถึงอย่างนั้น มีแค่เกลือย่อมไม่พอ ต้องมีความรู้ในการใช้เกลือถนอมอาหาร รวมถึงการเข้าถึงแหล่งอาหาร และมีของใช้อื่นๆในการเอาชีวิตรอด สำคัญที่สุดคือ ต้องมีความรู้ให้มากกว่าอุปกรณ์
เกลือที่ควรมีสำรอง สำหรับ 1 คน/ปี ประมาณ 5 ก.ก. และเผื่อใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินตราในชุมชนอีกประมาณ 2-5 ก.ก. เป็นอย่างน้อย
เกลือที่ควรมีสำรอง สำหรับ 1 คน/ปี ประมาณ 5 ก.ก. และเผื่อใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินตราในชุมชนอีกประมาณ 2-5 ก.ก. เป็นอย่างน้อย
แนะนำว่าควรเก็บเกลือสมุทรแบบเม็ดเป็นหลัก เนื่องจากมันมีแร่ธาตุที่หลากหลาย ใช้ประโยชน์ได้กว้าง ดูจริงจังในการเป็นเงินตรา และเกลือเม็ดนั้นเก็บรักษาได้ง่ายกว่าเกลือป่นละเอียดในแง่ของความชื้น แต่เกลือชนิดอื่นๆก็อาจจะควรมีไว้ด้วยในสัดส่วนที่น้อยกว่า (รวมไม่เกิน 10%) เผื่อใช้งานต่างๆ
เกลือโดยธรรมชาตินั้นเป็นแร่ธาตุที่เสถียรมาก ไม่มีแบคทีเรียหรือเชื้อราที่เจริญเติบโตบนเกลือได้ มันจึงกันบูดในตัวเอง และไม่มีวันหมดอายุในแง่ของการเน่าเสียตามธรรมชาติ อยู่ได้เป็นร้อยเป็นพันปีตราบเท่าที่ยังแห้งอยู่ การเก็บรักษาจึงควรเลี่ยงความชื้นที่อาจทำให้ละลาย (ภาชนะเก็บเกลือจึงสำคัญ) แต่แม้จะเกลือละลาย การนำไปตากหรือเคี่ยวให้แห้งก็กลับมาเป็นเกลือได้ เพียงต้องระวังเศษฝุ่นปนเปื้อนเท่านั้น
การมีเกลือเม็ดคุณภาพดีติดบ้านไว้สัก 5-10 กิโลกรัม คือยุทธศาสตร์ที่ลงทุนน้อยแต่ผลตอบแทนมหาศาลในการเตรียมพร้อม
- เกลือสมุทรแบบเม็ด https://s.shopee.co.th/30hAAkmxjG
![]() |
| https://pxhere.com/en/photo/1630370 |
แถม
รู้หรือไม่?สมัยสามก๊ก ขงเบ้งเป็นรัฐมนตรีนาเกลือด้วยนะ
เกลือถือเป็นยุทธปัจจัยด้วยล่ะ
ในสมัยก่อนโรมันกับกรีกถึงขั้นทำสงครามเพื่อแย่งเกลือกันบ่อยครั้ง
ในการปิดล้อมเมืองของการรบสมัยโบราณ มักจะตัดทางส่งเกลือเป็นอันดับแรก เพราะเขารู้ว่าต่อให้ในเมืองมีน้ำบ่อหรือมีสวนผัก แต่ถ้าขาดเกลือ ทหารจะหมดสภาพการรบภายใน 1-2 สัปดาห์ แม้จะมีเนื้อกินจนอิ่มก็ตาม เพราะกล้ามเนื้อจะไม่มีพลังงานจากเกลือแร่ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นตะคริว และมีอาการเหนื่อยล้าสะสมเรื้อรัง
ในการปิดล้อมเมืองของการรบสมัยโบราณ มักจะตัดทางส่งเกลือเป็นอันดับแรก เพราะเขารู้ว่าต่อให้ในเมืองมีน้ำบ่อหรือมีสวนผัก แต่ถ้าขาดเกลือ ทหารจะหมดสภาพการรบภายใน 1-2 สัปดาห์ แม้จะมีเนื้อกินจนอิ่มก็ตาม เพราะกล้ามเนื้อจะไม่มีพลังงานจากเกลือแร่ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นตะคริว และมีอาการเหนื่อยล้าสะสมเรื้อรัง
สัตว์กินพืชที่กินแต่ของสดในป่าที่อุดมสมบูรณ์ ยังยอมเสี่ยงชีวิตเดินออกจากป่าทึบมาที่ลานโล่งเพื่อเลียดินเค็ม (ดินโป่ง) เพราะมันรู้ว่าถ้าขาดเกลือร่างกายจะอ่อนแอจนหนีนักล่าไม่ได้
เรื่องที่น่ากลัวในยุคนี้คือ "การกลัวเกลือ" จากความเข้าใจผิดเรื่อง "การบริโภคเกิน" ถูกทำให้กลายเป็นความเข้าใจผิดว่า "ร่างกายไม่ต้องการ" แล้วคิดว่าร่างกายสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องการเกลือ ซึ่งเป็นการคิดที่หลงประเด็นของสภาวะปกติที่เราได้รับโซเดียมเกินจากอาหารแปรรูป แต่ผู้คนกลับตีความเหมารวมว่า "เกลือคือยาพิษ" ทั้งที่ในสภาวะวิกฤต เกลือคือ "ทองคำสีขาว" ที่รักษาชีวิตได้ดีที่สุด ซึ่งร่างกายต้องการในปริมาณไม่มากแต่ขาดไม่ได้เพื่อให้ระบบประสาททำงานได้ปกติ ยังไม่นับประโยชน์ใช้สอยในด้านอื่นๆอีกนะครับ
ในยามปกติเราลดเกลือเพื่อรักษา "สมดุล"
ในยามวิกฤตเราใช้เกลือเพื่อรักษา "ชีวิต"
โรงพยาบาลให้น้ำเกลือกับผู้ป่วยเป็นภาพที่เห็นจนชินตา เพราะเกลือในปริมาณที่พอเหมาะรักษาอาการอ่อนเพลียได้
อ้างอิงและแนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติม


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น