Sponsor

09 สิงหาคม 2552

Minimalism ศิลปะแห่งความพอเพียง

ผมเป็นคนชอบงานศิลปะ เช่นเมื่อเห็น โปสเตอร์, ปกหนังสือ, แก้วน้ำ, ช้อน, ตะเกียบ ฯลฯ ผมจะเข้าไปดูการออกแบบ ที่แทบจะเรียกได้ว่าดูมันทุกอย่างเลย และที่ผมชอบมากที่สุดคือการออกแบบที่เรียกว่า Minimalism

Minimalism เป็นการออกแบบที่เน้นความน้อย ตัดรายละเอียดออกให้เหลือแต่แก่น ปล่อยให้วัสดุแสดงความเป็นตัวตนของมันอย่างชัดเจน ผมเคยอ่านศิลปินท่านนึง(จำไม่ได้ว่าเป็นใคร)เขานิยาม Minimalism ว่า "ปุ่มก็คือปุ่ม จะไม่ดัดจริตเป็นหัวจรวด" และในชีวิตประจำวันเราเห็น Minimalism อยู่บ่อยๆ อย่างเช่น สัญลักษ์ห้องน้ำชายหญิง ที่เราเรียกกันว่ารูปมนุษย์ห้องน้ำ ผมก็จัดให้อยู่ในการออกแบบแนว Minimalism เพราะมันตัดเหลือแต่แก่นจริงๆ ถึงไม่มีรายละเอียดมากมาย แต่เราก็เข้าใจได้ง่ายๆ หรือ ป้ายจราจร ก็ใช่การออกแบบแบบเดียวกัน ถึงไม่เคยเรียนก็น่าจะพอเดาความหมายของป้ายจราจรได้นะ ว่ามั้ยครับ อิอิ

หรือจะเป็นการออกแบบเครื่องเล่น MP3 ยอดนิยมก็ต้องเป็น iPod ซึ่งการออกแบบของ iPod ก็เป็นแนว Minimalism เน้นความเรียบง่ายใช้งานได้จริง จะว่าไปการออกแบบของ Apple Inc. ก็เน้นแนว Minimalism เป็นหลักเลยนะครับ(ผมคิดว่างั้นนะ) เพราะเห็นในการออกแบบแทบทุกอย่างเลย อย่าง iMac, MacBook ฯลฯ แค่เห็นก็รู้สึกเรียบง่ายๆ สบายๆ ที่จำจากอลูมิเนียม ก็แสดงความเป็นอลูมิเนียมอย่างแท้จริง ส่วนคอมรุ่นเดิมของ Apple Inc. ที่ทำจากพลาสติกใส ก็แสดงความโดดเด่นในรูปแบบของพลาสติกใสได้ลงตัวทีเดียว

Minimalism แสดงออกมาใน "ความเรียบง่าย" มักจะมี "ความหรู" มาด้วยเสมอ

ไม่ใช่แค่งานออกแบบเท่านั้นที่จะเป็น Minimalism แต่ยังมีในดนตรีอีกด้วยเรียกกันว่า Minimalist music หรือเป็นดนตรีแบบ Minimalism นั่นเอง เจ๋งมากๆ

ในงานดนตรีแบบ Minimalism เป็นแขนงนึงของ Modern Classic ซึ่งตามแบบ Minimalism ก็คือเน้นความน้อย จำกัดตัวโน้ตน้อยๆ เล่นแทรกกันไปมา ท่อนน้อยๆซ้ำไปซ้ำมา ก็ได้ความไพเพราะที่แปลกไปอีกแบบนึงเลยล่ะครับ อ่านจากตรงนี้ก็คงยังนึกไม่ออกต้องหาฟังกันดูครับ ผมก็ชอบแนวนี้มาก ศิลปินที่เป็นแนวนี้ผมจะแนะนำซัก 3 ท่านที่ผมชอบมากๆ คือ John Cage, Arvo Pärt และ Steve Reich โดยเฉพาะ John Cage ผมชอบที่สุดเลย เพราะไอเดียในการทำเพลงแปลกมากจนต้องอึ้ง แต่เพลงค่อยข้างฟังยากสักหน่อย

แต่ก็นั่นแหละในการออกแบบ โปรเตอร์, คอมพิวเตอร์, ดนตรี, การจัดบ้าน ฯลฯ หลายครั้งการออกแบบให้เรียบง่ายสวยงาม ก็ยากกว่าการใส่รายละเอียดซะอีก และบางทีสิ่งง่ายๆ เราก็มักคิดไม่ถึง

งั้นปิดท้ายด้วยการแนะนำงานเพลงของ John Cage ที่แสดงโดยวง Symphony ชื่อว่าเพลง 4'33" (สี่นาทีสามสิบสามวินาที) ระยะเวลาบรรเลงก็เท่ากับชื่อเพลงเลยครับ เพลงนี้มี 3 ท่อน เป็นเพลงที่ถูกกล่าวถึงมากหลังจากการนำออกแสดงครั้งแรกในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1952

แนะนำให้ลองตั้งใจดูและฟังนะครับ คุณจะได้พบสิ่งดีๆที่ไม่เคยพบจากเพลงอื่นๆเลยเชียวล่ะ

ศึกษาเพิ่มเติมที่Artgazine

26 มิถุนายน 2552

เหตผุล10ประการ ที่ทำให้ Linux ปลอดภัยที่สุด

เหตุที่ลีนุกซ์มีความปลอดภัยสูงที่สุด
เคยมีคนรู้ไม่จริง กล่าวอ้างว่า "เหตุผลที่ลีนุกซ์ไม่มีไวรัส เป็นเพราะลีนุกซ์เป็นส่วนน้อย ก็เลยไม่มีคนพัฒนาไวรัสออกมา แต่ถ้าวันใดลีนุกซ์ถูกใช้มากขึ้น ก็จะมีไวรัสตามมาเอง" แต่แท้ที่จริงไวรัสคอมพิวเตอร์ ไม่จำเป็นจะต้องถูกพัฒนามาจากห้องแลปที่มีเทคโนโลยีสูง แต่สามารถถูกพัฒนาได้จากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใดก็ได้ในโลก แล้วเผยแพร่มาทางอินเตอร์เน็ต แต่ทำไมจึงไม่มีใครสามารถพัฒนาไวรัสบนลีนุกซ์ออกมาได้ ฉะนั้นเรามาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่าว่าเพราะเหตุใดลีนุกซ์จึงไม่กล้วไวรัส และมีความปลอดภัยสูงที่สุด

1.ลีนุกซ์เป็นโอเพนซอร์ส ซึ่งมีการเปิดเผยต้นฉบับ ทำให้ใครต่อใครสามารถนำโปรแกรมนี้ไปศึกษาและแก้ใขข้อบกพร่องได้เอง จึงมีกระบวนการพัฒนาในเรื่องของความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และมีความโปร่งใสในกระบวนการพัฒนา สามารถตรวจสอบต้นฉบับโปรแกรมได้ จึงไม่มีใครที่จะสามารถนำรหัสโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ใส่ลงไปในโปรแกรมได้

2.เนื่องจากลีนุกซ์เป็นโอเพนซอร์ส ต่อให้มีการค้นพบจุดอ่อน ซึ่งเป็นเรื่องเป็นไปได้ เพราะการพัฒนาและการเติบโตที่มีการรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และทุกๆ วัน ก็จะสามารถแก้ใขได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะเป็นโอเพนซอร์สที่ใครๆ ก็สามารถแก้ใขได้ ด้วยเหตุนี้ ลีนุกซ์จึงให้มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

3.ลีนุกซ์เองได้รับการทดสอบในเรื่องของความปลอดภัยจากผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก และครองตลาด Server ถึง 50% ทำให้มั่นใจได้ว่า ได้ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าปลอดภัยที่สุด

4.ลีนุกซ์เองเป็นระบบปฎิบัติการที่เน้นในเรื่องของความปลอดภัย ฉะนั้น เราจึงเห็นว่าถ้าหากจะมีการแก้ใข หรือปรับปรุงอันใดกับระบบ เราจำเป็นจะต้องใส่รหัสผ่านทุกๆ ครั้ง ซึ่งผู้ใช้ก็ต้องยอมรับว่า หลายๆ เรื่อง สะดวกเรา ก็สะดวกโจร ถ้าหากว่าเราไม่มีกุญแจ ป้องกันสำหรับการเข้าถึงบ้านของเราแล้ว ขโมยก็ย่อมสามารถเข้ามาได้โดยง่ายเช่นกัน

5.ลีนุกซ์มีโครงสร้างที่เป็น unix base ซึ่งมีโครงสร้างให้ผู้ใช้หลายๆ คนสามารถใช้งานร่วมกันได้ จึงมีข้อกำหนดการเข้าถึงแฟ้มข้อมูล และสามารถแบ่งออกได้ถึง 3 ระดับคือ เจ้าของ , กลุ่ม , ผู้อื่น ซึ่งการเข้าถึงจะให้ถึงสามทางเลือกคือ อ่าน , เขียน และรันโปรแกรม
ซึ่งถ้าเราเปิดดูรายชื่อแฟ้มข้อมูล โดยใช้คำสั่ง ls-l ก็จะได้ผลลัพท์ดังข้างล่าง

ouychai@ouychai:/$ ls -l
total 120
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2009-02-01 12:58 bin
drwxr-xr-x 3 root root 4096 2009-02-10 07:45 boot
lrwxrwxrwx 1 root root 11 2008-11-18 20:35 cdrom -> media/cdrom
drwxr-xr-x 14 root root 14100 2009-06-25 18:13 dev
drwxr-xr-x 136 root root 12288 2009-06-25 18:14 etc
drwxr-xr-x 4 root root 4096 2008-11-19 08:04 home
lrwxrwxrwx 1 root root 33 2009-02-01 13:03 initrd.img -> boot/initrd.img-2.6.27-11-generic
lrwxrwxrwx 1 root root 32 2008-12-12 12:28 initrd.img.old -> boot/initrd.img-2.6.27-9-generic
drwxr-xr-x 16 root root 12288 2009-02-28 10:02 lib
drwx—— 2 root root 16384 2008-11-18 20:35 lost+found
drwxr-xr-x 3 root root 4096 2009-06-25 18:13 media
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2008-10-20 19:27 mnt
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2008-10-30 05:53 opt
dr-xr-xr-x 131 root root 0 2009-06-25 18:13 proc
drwxr-xr-x 27 root root 4096 2009-06-01 20:57 root
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2009-02-28 10:02 sbin
-rw——- 1 root root 31903 2008-11-21 14:59 sql5equSW
drwxr-xr-x 2 root root 4096 2008-10-30 05:53 srv
drwxr-xr-x 12 root root 0 2009-06-25 18:13 sys
drwxrwxrwt 15 root root 4096 2009-06-25 18:18 tmp
drwxr-xr-x 13 root root 4096 2008-11-21 14:03 usr
drwxr-xr-x 16 root root 4096 2009-02-10 14:37 var
lrwxrwxrwx 1 root root 30 2009-02-01 13:03 vmlinuz -> boot/vmlinuz-2.6.27-11-generic
lrwxrwxrwx 1 root root 29 2008-12-12 12:28 vmlinuz.old -> boot/vmlinuz-2.6.27-9-generic
ouychai@ouychai:/$

r หมายถึง read
w หมายถึง write
ส่วน x หมายถึง execution แปลว่ารันโปรแกรมได้ โดยจะเรียงตามลำดับคือ ผู้ใช้ กลุ่ม และผู้อื่น
ซึ่งหมายความถึงว่า ผู้ใช้สามารถกำหนดการเข้าถึงได้ ว่าจะได้เข้าถึงได้ในระดับใหน

6.ลีนุกซ์สามารถให้ผู้ใช้สามารถออกแบบความปลอดภัยได้เอง ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไป ก็สามารถออกแบบความปลอดภัยเองได้ ซึ่งการออกแบบความปลอดภัยได้เองนี้สำคัญมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่ามีรถยนต์คันหนึ่งทีผลิตจากโรงงาน มีระบบป้องกันขโมยที่ออกมาจากโรงงาน และขโมยค้นพบจุดอ่อน ขโมยจะสามารถขโมยรถทุกๆ คันที่ผลิตออกมาจากโรงงานนั้นได้ แต่ถ้าเราไปให้ร้านที่เค้ารับทำกันขโมยออกแบบระบบกันขโมยให้ ก็ยากที่ขโมยจะสามารถค้นหาจุดอ่อนของระบบกันขโมยได้อย่างง่ายดาย บางคนบ้านอยู่เชียงใหม่ แต่ยอมเอารถไปทำกันขโมยในกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้ขโมยในจังหวัดเชียงใหม่ สามารถเรียนรู้วิธีปลดล๊อคกันขโมย ได้โดยง่าย ซึ่งจะทำให้ขโมยต้องมาเรียนรู้วิธีปลดล๊อคกันขโมย ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เสียเวลามากๆ และยากที่จะขโมย ดังนั้น การที่ผู้ใช้งานสามารถออกแบบความปลอดภัยได้เอง จะทำให้ Hackerจะต้องเรียนรู้วิธีการ Hack ไปเรื่อยๆ ทำให้ยากต่อการ hack กับระบบที่มีความหลากหลาย

7.ลีนุกซ์เองเป็นโอเพนซอร์ส ซึ่งใครต่อใครก็สามารถนำเอาต่อยอดได้ ทำให้เกิดลีนุกซ์หลากหลายสายพันธ์ ต่อให้สามารถค้นพบช่องโหว่ในลีนุกซ์สายพันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้จุดอ่อนประเภทนี้กับลีนุกซ์สายพันธ์อื่นๆ

8.ลีนุกซ์จะมีคลังซอฟแวร์สำหรับติดตั้งโปรแกรมให้ ซึ่งเปรียบเสมือนกับว่ามีโรงอาหารให้ ซึ่งจะสะอาดปลอดภัย แต่ในระบบอื่น เปรียบเสมือนเราไปคุ้ยหาอาหารตามกองขญะมากินเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า

9.ลีนุกซ์แยกการทำงานในระดับของ root (เจ้าของเครื่อง) ออกจากการใช้งานปกติ ซึ่งเป็นการปิดโอกาสของโปรแกรมในระดับปรกติ หรือการใช้งานทั่วไปจะเข้าถึงระบบได้

10.ต่อให้ในอนาคต ไวรัสมีการพัฒนาและฉลาดขึ้น ตอนนั้นลีนุกซ์ก็จะมีความสามารถในเรื่องของความปลอดภัยมากขึ้นเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่า ทั้ง Hacker และผู้พัฒนา Security ต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ดังนั้นระดับความสามารถจึงไม่แตกต่างกัน เพราะจะมีคนเรียนผูกและจะเรียนแก้ไปตามๆ กัน จึงเป็นวัฒจักรของการพัฒนาอันมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
มาถึงตรงจุดนี้ อย่าคิดว่าความปลอดภัยในเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในอนาคต เราจำเป็นจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสาร ทั้งในทางสังคม เชิงพาณิชย์ การทหาร ถ้าหากว่าข่าวสารที่ได้มาก ไม่มีความน่าเชื่อถือในความถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยแล้ว มนุษย์ก็จะไม่กล้าใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสาร

09 เมษายน 2552

Esperanto Insektoj - ภาษาเอสเปรันโต เหล่าแมลง

Saluton สวัสดีครับ บทเรียนครั้งที่แล้วเป็นยังไงกันบ้าง ก็เมามันส์ตาลายตามๆกัน(ผมด้วย) ครั้งนี้ยังไม่เข็คกลับมาอีกครั้งกับบทเรียน Insektoj จากหนังสือ Esperanto kurso por komencantoj (เล่มเดิม) ครั้งนี้เป็นเรื่องของ แมลง เรามาลองเรียนรู้ศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ตัวจิ๋วพวกนี้กันเลยครับ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว มาต่อกันเลย


##################################

Insektoj

Mi sxatas insektojn. Mi havas tri papiliojn, unu rugxan, unu flavan, kaj unu violan, Miaj papilioj estas belaj. Ili estas insektoj. Malgranda insektoj. Insektoj estas malgrandaj bestoj. Miaj papilioj estas koloraj. Kia bela papilio! Kia malgranda insekto! Ili flugas! La papilioj flugas bele. La insektoj havas multajn kolorojn. Ili kuras rapide. Ili estas rapidaj malgrandaj bestoj. La insektoj amas florojn. La floroj havas multajn kolorojn. Mi sxatas florojn. La papilioj tre sxatas florojn. Kia bela floro! Kia bela papilio! Mi amas ilin! Mi amas la florojn kaj la papiliojn.

Kies papilioj estas ili?
La papilioj estas miaj.

Kiaj estas la floroj?
La floroj estas koloraj.

Cxu insektoj estas grandaj bestoj?
Ne, insektoj estas malgrandaj bestoj.

Cxu insektoj estas malbonaj?
Ne, ili estas bonaj.

##################################

บทความเรื่อง Isektoj นี่น่ารักดีลองอ่านดูนะครับ ถ้ายังงงคำศัพท์อยู่งั้นเรามาประมวลศัพท์ใหม่ๆกันครับ(ถ้าตาลายพักกันก่อนนะครับ อิอิ)

La Vortoj
Insekto (อินเชกโต) แมลง
Papilio (ปาปีลีโอ) ผีเสื้อ
Besto (เบสโต) สัตว์
Floro (โฟลโร) ดอกไม้

sxata (ซฺชา ตา) ยกย่อง
rugxa (รู จฺยา) สีแดง
flava (ฟราวา) สีเหลือง
viola (วิโอลา) สีม่วง
multa (มูลตา) หลาย
Kolora
(โคโลรา) สี

Fluga (ฟูลกา) บิน
Kura (คูรา) วิ่ง

Ili (อีลี) พวกมัน

Tre (เตร) มาก
Kia (คีอา) อย่างไร, ยังไง
Kies (คีเอส) ของใคร
Cxu (ตฺชู) หรือว่า
Ne (เน) ไม่

ครั้งนี้ศัพท์ค่อยข้างเยอะหน่อย ค่อยๆฝึก ค่อยๆจำกันไปนะครับ ผมคิดว่าครั้งหน้าผมควรจะแนะนำให้พกยาดมไว้ด้วย(ดีมั้ยเนี่ย อิอิ)

ครั้งนี้มาเร็วไปเร็ว แล้วเจอกันบทความหน้าครับ

แถมๆ
ค้นไปค้นมาเจอเว็บแปลภาษา Esperanto อีกเว็บ เอามาแนะนำซักหน่อย Tradukilo

Gxis revido

03 เมษายน 2552

Esperanto Mia Biciklo - ภาษาเอสเปรันโต จักรยานของฉัน

Saluton สวัสดีครับ จากบทความก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ การนับเลขขั้นพื้นฐาน ก็คงไม่ยากมากนะครับ ในครั้งนี้มาศึกษาศัพท์ภาษา Esperanto กันต่อเลยดีกว่าครับ

ในบทเรียนนี้เป็นบทเรียนคำศัพท์ง่ายๆ ซึ่งคัด(เพียงบางส่วน)มาจาก Esperanto kurso por komencantoj (ภาษาเอสเปรันโตหลักสูตรสำหรับผู้เริ่มต้นทุกคน) ในที่นี้ผมถือว่าทุกคนได้ศึกษาไวยากรณ์ภาษาเอสเปรันโต และพื้นฐานจากเว็บLernu กันมาแล้วนะครับ ถ้ายังเข้าไปศึกษากันก่อนเลยครับ

ถ้าเรียบร้อยแล้ว งั้นเรามาต่อกัน!!!

############################


Mia Biciklo

Mi amas mian Biciklon, gxi estas blua. Mia biciklo estas bela. Blua biciklo. Gxi estas nova. Nova Biciklo ankaux. Nova kaj blua. Mia amas gxin. Mi estas knabo. Knabo havas biciklon. mi havas bluan novan biciklon. Mia nomo estas Karlo. Mia nova blua biciklo estas bela. Bela, nova kaj blua.

############################


ตาลายกันพอสมควรแล้วนะครับ งั้นเรามาศึกษาศัพท์ใหม่ๆ กันเลย
-o Vortoj
Biciklo (บิซีโคล) จักรยาน
Knabo (คนาโบ) เด็กผู้ชาย
Nomo (โนโม) ชื่อ

-a Vortoj
Blua (บลูอา) สีน้ำเงิน
Nova (โนวา) ใหม่
Bela (เบ-ลา) สวย

Agoj - กริยา
Amas (อมาส) รัก
Havas (ฮาวาส) มี
Estas (เอส-ตาส) เป็น

Pronomoj - คำสรรพนาม
Mi (มี) ฉัน
Mia (มีอา) ของฉัน
Vi (วี) คุณ
Via (วีอา) ของคุณ
Gxi (จี) มัน

Aliaj - อื่นๆ
Ankaux (อานค๊าว) เช่นกัน
Kaj (คาย) และ

ลองฝึกอ่านฝึกเขียนฝึกพูด แล้วลองแปลความดูนะครับ คำศัพท์ไม่ยากแล้วไวยากรณ์ก็คล้ายๆภาษาไทย ก็ฝึกวันละนิด(จิตแจ่มใส)จะได้ชำนาญขึ้นครับ เจอกันบทความหน้าครับ

แถมๆ
สุดท้ายไปเจอโปรแกรมสอนภาษา Esperanto มาครับ ใครสนใจก็ดาวน์โหลดกันได้ครับ ฟรีๆ Kurso de Esperanto <=== Click

Gxis revido