Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพุทธเจ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพุทธเจ้า แสดงบทความทั้งหมด

09 กันยายน 2568

บทสวดพาหุง ชัยมงคลคาถา พาหุงมหากา - คำแปลและการตีความเพื่อการปรับใช้ในชีวิตประจำวัน


คำแปลบทสวดพาหุง
พาหุงมหากา หรือ พุทธชัยมงคลคาถา

  1. พระยามารผู้นิรมิตแขนได้ตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างชื่อ ครีเมขละ พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องมา องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะมารได้ ด้วยทานบารมี ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
  2. อาฬะวกะยักษ์ผู้มีจิตกระด้าง ปราศจากความยับยั้ง มีฤทธิ์ใหญ่ยิ่งกว่าพระยามาร เข้ามาประทุษร้ายอยู่ตลอดรุ่ง องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยขันติบารมี ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
  3. ช้างตัวประเสริฐ ชื่อนาฬาคีรี เป็นช้างเมามัน โหดร้ายเหมือนไฟไหม้ป่า มีกำลังเหมือนจักราวุธ และสายฟ้า องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยพระเมตตาบารมี ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
  4. โจร ชื่อ องคุลีมาล มีฝีมือเก่งกล้า ถือดาบเงื้อวิ่งไล่พระองค์ไปตลอดทาง ๓ โยชน์ องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยการกระทำปาฏิหาริย์ ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
  5. นางจิญจมาณวิกาใช้ไม้มีสัณฐานกลมใส่ที่ท้อง ทำอาการประหนึ่งว่ามีครรภ์ เพื่อกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยวิธีสงบ ระงับพระทัยในท่ามกลางหมู่คน ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
  6. สัจจะกะนิครนถ์ ผู้มีนิสัยละทิ้งความสัตย์ใฝ่ใจจะยกย่องถ้อยคำของตนให้สูงประหนึ่งว่ายกธงเป็นผู้มืดมัวเมา องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยรู้นิสัยแล้วตรัสเทศนา ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
  7. องค์พระจอมมุนี ได้โปรดให้พระโมคคัลลาน์เถระ นิรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพระยานาคชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีฤทธิ์มากให้พ่ายแพ้ด้วยวิธีอันเป็นอุปเท่ห์แห่งฤทธิ์ ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา
  8. พรหม ผู้มีนามว่า ท้าวผกา มีฤทธิ์และสำคัญตน ว่าเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์ มีทิฏฐิที่ถือผิดรัดรึงอยู่อย่างแน่นแฟ้น องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ด้วยวิธีเทศนาญาณ ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ขอบคุณคำแปลจาก https://84000.org/pray/puttakun.shtml


การตีความเพื่อการปรับใช้บทสวดพาหุงในชีวิตประจำวัน
  1. ชนะมาร (ความกลัว และความไม่มั่นใจ) ด้วยทาน และการระลึกถึงสิ่งดีๆ หรือความสำเร็จที่เคยทำมา
  2. ชนะยักษ์ ​(ความโกรธ) ด้วยขันติ หรือการอดทนอย่างมีกลยุทธ
  3. ชนะสัตว์​ร้าย (ความเดือดดาลขาดสติ) ด้วยความเมตตาเชิกรุก
  4. ชนะโจร​ร้าย (นิสัยที่ไม่ดีและพฤติกรรมเสพติด) ด้วยการรู้เท่าทัน และหยุดยั้งพฤติกรรมเดิมๆที่ไม่ดี
  5. ชนะคนว่าร้าย (การใส่ร้าย และคำวิจารณ์) ด้วยความสงบนิ่งอย่างมั่นคง และเจรจาอย่างสันติ
  6. ชนะคนอวดรู้​ (การโต้เถียง และความเย่อหยิ่งทางปัญญา) ด้วยเหตุผล และความรู้ความรอบครอบ
  7. ชนะอันธพาล (ปัญหาที่เกินความสามารถ) ด้วยการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ
  8. ชนะความเห็นผิด (กรอบความคิดที่จำกัดตัวเอง) ด้วยการพัฒนาตนเอง และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

อ้างอิง

02 เมษายน 2568

ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร - 般若波羅密多心經



ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ผู้ประกอบด้วยโลกุตรปัญญาอันลึกซึ้ง ได้มองเห็นว่า โดยธรรมชาติแท้แล้ว ขันธ์ทั้งห้านั้นว่างเปล่า และด้วยเหตุที่เห็นเช่นนั้น จึงได้ก้าวล่วง พ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้ สารีบุตร รูปไม่ต่างจากความว่าง ความว่าง ก็ไม่ต่างไปจากรูป รูปคือความว่างนั่นเอง และความว่างก็คือรูปนั่นเอง เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ก็เป็นดังนี้ด้วย สารีบุตร ธรรมทั้งหลาย มีธรรมชาติแห่งความว่าง ไม่ได้เกิดขึ้นและไม่ได้ดับลง ไม่ได้สะอาดและไม่ได้สกปรก ไม่ได้เพิ่มขึ้นไม่ได้ลดลง

ดังนั้น ในความว่างจึงไม่มีรูป ไม่มีเวทนา หรือสัญญา ไม่มีสังขาร หรือวิญญาณ ไม่มีตาหรือหู ไม่มีจมูกหรือลิ้น ไม่มีกายหรือจิต ไม่มีรูปหรือเสียง ไม่มีกลิ่นหรือรส ไม่มีโผฏฐัพพะหรือธรรมารมณ์ ไม่มีโลกแห่งผัสสะ หรือวิญญาณ ไม่มีอวิชชา และไม่มีความดับลงแห่งอวิชชา ไม่มีความแก่และความตาย และไม่มีความดับลงซึ่งความแก่ และความตาย ไม่มีความทุกข์ และไม่มีต้นเหตุแห่งความทุกข์ ไม่มีความดับลงแห่งความทุกข์ และไม่มีมรรคทางให้ถึง ซึ่งความดับลงแห่งความทุกข์ ไม่มีการประจักษ์แจ้งและไม่มีการลุถึง เพราะไม่มีอะไรที่จะต้องลุถึง

พระโพธิสัตว์ผู้วางใจในโลกุตรปัญญา จะมีจิตที่เป็นอิสระจากอุปสรรคสิ่งกีดกั้น เพราะจิตของพระองค์เป็นอิสระจาก อุปสรรคสิ่งกีดกั้น พระองค์จึงไม่มีความกลัวใดๆ ก้าวล่วงพ้นไปจากมายาหรือสิ่งลวงตา ลุถึงพระนิพพานได้ในที่สุด พระพุทธในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผู้ทรงวางใจในโลกุตรปัญญา ได้ประจักษ์แจ้งแล้วซึ่งภาวะอันตื่นขึ้น อันเป็นภาวะที่สมบูรณ์และไม่มีใดอื่นยิ่ง ดังนั้น จงรู้ได้เถิดว่า โลกุตรปัญญา เป็นมหามนต์อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นมนต์แห่งความรู้อันยิ่งใหญ่ เป็นมนต์อันไม่มีมนต์อื่นยิ่งกว่า เป็นมนต์อันไม่มีมนต์อื่นใดมาเทียบได้ซึ่งจะตัดเสียซึ่งความทุกข์ทั้งปวง นี่เป็นสัจจะ เป็นอิสระจากความเท็จทั้งมวล ดังนั้น จงท่องมนต์แห่งโลกุตรปัญญา คะเต คะเต ปาระคะเต ปาระสังคะเต โพธิ สวาหา (ไป ไป ไปยังฟากฝั่งโน้น ไปให้พ้นอย่างสิ้นเชิง ลุถึง การรู้แจ้ง ความเบิกบาน)

=======
般若波羅密多心經

觀自在菩薩,行深般若波羅蜜多時,照見五蘊皆空,度一切苦厄。舍利子!色不異空,空不異色;色即是空,空即是色,受想行識亦復如是。舍利子!是諸法空相,不生不滅,不垢不淨,不增不減。

是故,空中無色,無受想行識;無眼耳鼻舌身意;無色聲香味觸法;無眼界,乃至無意識界;無無明,亦無無明盡,乃至無老死,亦無老死盡;無苦集滅道;無智亦無得。以無所得故,菩提薩埵。

依般若波羅蜜多故,心無罣礙;無罣礙故,無有恐怖,遠離顛倒夢想,究竟涅槃。三世諸佛,依般若波羅蜜多故,得阿耨多羅三藐三菩提。故知:般若波羅蜜多是大神咒,是大明咒,是無上咒,是無等等咒,能除一切苦,真實不虛。故說般若波羅蜜多咒,即說咒曰:揭諦揭諦,波羅揭諦,波羅僧揭諦,菩提薩婆訶。

แถม
ชี้เป้าสร้อยข้อมือที่สลักคัมภีร์หฤทัยสูตร

ประคำข้อมือชาดแดง เม็ดกูรูสลักคัมภีร์หฤทัยสูตร
🛒https://s.shopee.co.th/60E0J0OoE3

กำไลชาดแดง สลักคัมภีร์หฤทัยสูตร
🛒https://s.shopee.co.th/1B8JGNcloj

อ้างอิง
https://www.pantown.com/board.php?id=11555&area=&name=board5&topic=60&action=view
https://zh.wikipedia.org/wiki/%E8%88%AC%E8%8B%A5%E6%B3%A2%E7%BE%85%E8%9C%9C%E5%A4%9A%E5%BF%83%E7%B6%93
https://scripturetw.com/articles/xinjing
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3

28 ตุลาคม 2564

อี้จิงกับอิทัปปัจจยตา


อี้จิง(易經)เป็นวิชาที่ว่าด้วย การเปลี่ยนแปลง(易) กล่าวกันว่าหากเข้าใจอี้จิง(เข้าใจการเปลี่ยนแปลง)จะสามารถทำนายอนาคตได้ และสามารถชี้เส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างแม่นยำ เพราะโลกนี้คือการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง อี้จิงจึงเป็นวิชาที่อยู่คู่กับชีวิตคนเราเสมอ และสามารถตีความเพื่อใช้ในศาสตร์ต่างๆได้ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น พิชัยสงคราม, การแพทย์, การเมือง, การปกครอง, ฯลฯ ประยุกต์ใช้ได้หมด
แม้กระทั้งการหุงข้าวก็เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การตั้งไฟ ซาวข้าว ใส่น้ำ ตั้งหม้อ รอให้น้ำเดือด ข้าวพองตัว เรื่อยไปจนถึงได้กินและถ่ายออก มันคือการเปลี่ยนแปลงทุกขั้นตอน เป็นกระบวนการ ส่วนจะต้องใช้ไฟขนาดไหน ใส่ข้าว ใส่น้ำเท่าไหร่จึงจะพอดี เป็นวิธีการ ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจของงานนั้นๆต่อไป อี้จิงครอบคลุมเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด แต่การจะทำความเข้าใจหลักคิดของอี้จิงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นคัมภีร์โบราณที่คำอธิบายได้สูญหายไปมาก และไม่มีคำอธิบายอย่างชัดเจนในภาษาไทย

โดยส่วนตัว สำหรับคนที่ต้องการจะเข้าใจหลักคิดของอี้จิง ไม่ว่าท่านจะเคยอ่านอี้จิงหรือไม่ก็ตาม เราอยากแนะนำให้หนังสือ อิทัปปัจจยตา ของพระพุทธทาสภิกขุ(อ่านและดาวน์โหลด https://cutt.ly/2ElUCWT) ซึ่งเนื้อหาว่าด้วยเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ตามที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้ไว้ และส่วนตัวเราคิดว่าน่าจะเป็นแก่นเดียวกันกับอี้จิง โดยเฉพาะในการทำความเข้าใจกระบวนการของธรรมชาติ และสามารถประยุกต์ใช้ในศาสตร์ใดใดได้ทุกแขนงเช่นกัน เล่มนี้อธิบายถึงหลักคิดของกระบวนการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งอย่างชัดเจน
เมื่ออ่านอิทัปปัจจยาแล้ว ก็แนะนำให้อ่านหนังสือ ปฏิจสมุปบาทจากพระโอษฐ์(อ่านและดาวน์โหลด https://cutt.ly/kElUBYC)เป็นเล่มถัดไป เล่มนี้เป็นคำตรัสจากพระไตรปิฎกที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องกระบวนการของหลักอิทัปปัจจยตาโดยใช้ความทุกข์เป็นกรณีศึกษา ซึ่งพระพุทธทาสเป็นหัวหน้าทีมแปลและจัดหมวดใหม่เป็นชุดจากพระโอษฐ์(คัดเอาแต่คำสอนที่ในพระไตรปิฎกบอกว่าเป็นคำที่พระพุทธเจ้าตรัสเองมาจัดหมวดใหม่ ให้เรื่องเดียวกันอยู่ในเล่มเดียวกัน)

พระพุทธทาสท่านกล่าวว่า เมื่อเห็นอิทัปปัจจยตาแล้วก็ทำปาบไม่ได้ ทำบุญก็เป็นบุญโดยไม่ต้องทำ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือที่แนะนำไป อาจช่วยให้ท่านเข้าใจแก่นหลักความคิดของการเปลี่ยนแปลง(易)ดั่งที่ท่านปราถนานะครับ

อ้างอิง
https://www.goodreads.com/book/show/28955433

21 เมษายน 2559

แนะนำหนังสือชุดจากพระโอษฐ์

ชุดจากพระโอษฐ์ ถือเป็นการนำส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎกที่นำแปลโดยท่านพระพุทธทาสภิขุ ที่รวบรวมเป็นหมวดหมู่แบบใหม่ ซึ่งนำคำสอนในเรื่องเดียวกันให้อยู่เล่มเดียวกัน โดยคัดสรรเฉพาะคำของพระพุทธเจ้าล้วนๆ(พุทธวจนะ) เพื่อให้ชาวพุทธได้สดับ(ศึกษา)ว่าพระพุทธเจ้าท่านได้เคยกล่าวแนะนำหลักคิดและหลักปฏิบัติอะไรไว้บ้างเกี่ยวกับโลกนี้และตัวเรา
สำนวนที่ใช้แปลผมว่าอ่านเข้าใจง่ายและร่วมสมัยกว่าหนังสือในแนวเดียวกันเล่มอื่นๆที่เคยเจอกันมา
ผมยกให้เป็นพุทธวจนะที่ควรอ่านและควรมีไว้อย่างยิ่ง

ทั้งชุดประกอบไปด้วยชุดที่แปลจากภาษาบาลี 5 เล่ม(ตามหลังด้วยคำว่า จากพระโอษฐ์) และที่ท่านพุทธทาสเขียนเองอีก 2 เล่ม สามารถคลิกที่ชื่อหนังสือเพื่อทดลองอ่านแบบ PDF ได้ครับ

อิทัปปัจจยตา
ปฏิจสมุปบาทจากพระโอษฐ์
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคปลาย
ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์
พุทธประวัติจากพระโอษฐ์
ธรรมะกับการเมือง


ในการจัดหมวดหมู่พระไตรปิฎกนั้นสมัยก่อนก็มีการจัดหมวดอยู่มากมายหลายแบบ แต่ในปัจจุบันนิยมจัดเป็น 3 หมวด คือ พระวินัย พระสูตร และพระอภิธรรม แต่ในชุดนี้ท่านพุทธทาสนำมาจัดใหม่โดยแบ่งตามคำสอน ส่วนที่เป็นเรื่องเดียวกันก็นำมาอยู่ในเล่มเดียวกันทั้งหมด ผมเห็นว่าแบบนี้ง่ายต่อการศึกษา ทางสำนักพุทธวจน(วัดนาป่าพง)ก็ได้นำเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ไปใช้เป็นแม่บทในการสอนด้วยเช่นกันครับ
สำหรับคนที่ต้องการชุดรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมด(พุทธวจนะ)แค่ชุดนี้ก็เพียงพอแล้วครับสำหรับการเริ่มต้น เป็นหนังสือปกแข็ง เก็บกี่(เย็บด้วยเชือก) แน่นอนว่าทนทานมาก พื้นที่ที่ใช้ในการจัดเก็บประมาณกล่องพัสดุขนาด จ. หรือประมาณ 1 ช่วงศอก เท่านั้นครับ ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์สุขภาพใจจัดพิมพ์อยู่

ส่วนตัวผมมีไอเดียอยากให้ทำชุดจากพระโอษฐ์ด้วยกระดาษบางพิเศษ แบบพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ในรูปเล่มที่เล็กกว่า A4 เย็บกี่ ใช้ฟอนต์เล็กลง และมีการแบ่งหน้าเป็น 2 คอลัมน์เพื่อช่วยให้อ่านง่ายขึ้น เป็นต้น
ด้วยกระดาษบางพิเศษน่าจะช่วยลดความหนาให้เหลือ 1/4 จากขนาดเดิม จะทำให้ลดจำนวนเล่มและลดพื้นที่การจัดเก็บลงได้อีก รวมถึงราคาที่ย่อมเยาว์ขึ้น ส่วนในการจัดพิมพ์ด้วยกระดาษบางพิเศษอาจต้องของคำแนะนำจากการพิมพ์พระคัมภีร์ไบเบิ้ลหรือดิกชันนารี 
ขอเสนอไว้เป็นไอเดียถ้าผมพร้อมพอที่จะทำได้เมื่อไหร่ก็อยากจะทำ หรือหากมีใครเห็นแล้วสนใจไอเดียนี้จะนำไปทำเลยก็เป็นการดีครับ

พระไตรปิฎกจะได้เป็นหนังสือประจำบ้านสำหรับชาวพุทธเฉกเช่นเดียวกับพระพุทธรูปประจำบ้านต่อไปครับ

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง

=======
แถม
อ่านออนไลน์หนังสือพุทธทาสภิกขุเล่มอื่นๆ https://cutt.ly/hEjhRvz

01 มิถุนายน 2558

อะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา(ย่อความจากพระไตรปิฎก)


สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม ใกล้กรุงสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ ปิงคลโกจฉะ เข้าไปเฝ้า เมื่อได้กล่าวทักทายปราศรัยพอสมควรแล้ว พราหมณ์นั้นจึงกราบทูลว่า

"พระโคดมผู้เจริญ สมณพราหมณ์ที่เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะเป็นคณาจารย์ มีคนรู้จักมาก มีเกียรติยศเป็นเจ้าลัทธิ อันชนหมู่มากเข้าใจกันว่าเป็นคนดี เช่น เจ้าลัทธิทั้งหกที่มีชื่อเสียงนั้น รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน หรือว่าไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลย หรือบางพวกรู้ บางพวกไม่รู้"

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "อย่าเลย พราหมณ์ ข้อที่สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน หรือไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลยเป็นต้นนั้น ขอจงยกไว้ เราจักแสดงธรรมแก่ท่าน ท่านจงตั้งใจฟังให้ดีเถิด"

เมื่อพราหมณ์ทูลรับคำแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า "ดูก่อนพราหมณ์! มีข้ออุปมาว่า บุรุษผู้ต้องการแก่นไม้ เที่ยวเสาะหากแก่นไม้อยู่ เมื่อมีต้นไม้ใหญ่มีแก่นยืนต้นอยู่ แต่ถากสะเก็ดไม้ไป หรือถากเปลือก หรือถากกะพี้ไม้ไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น ก็จะพึงถูกหาว่า ไม่รู้จักแก่นไม้เป็นต้น และไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ถากไปนั้น
อีกอุปมาหนึ่ง บุรุษต้องการแก่นไม้ ก็ตัดเอาแต่แก่นไป ด้วยรู้จักแก่นไม้ คนที่รู้เรื่องดีเห็นเข้าก็จะพึงกล่าวว่า บุรุษผู้เจริญนี้ รู้จักแก่น กะพี้ เปลือก สะเก็ด กิ่งและใบไม้ ด้วยรู้จักแก่นไม้ จะได้รับประโยชน์จากแก่นไม้นั้น
อุปไมยก็เช่นเดียวกัน คือบางคนในศาสนานี้ เมื่อได้มีลาภสักการะและชื่อเสียง จึงยกตนข่มผู้อื่น บุคคลนี้เปรียบเสมือนว่าต้องการแก่น แต่ตัดเอากิ่งและใบไม้ โดยที่สำคัญว่าเป็นแก่น
บางคนเมื่อบรรลุลาภสักการะ กระทั่งสมบูรณ์ด้วยศีล ก็ยกตนข่มผู้อื่นว่ามีศีลครบ บุคคลนี้ได้สะเก็ดไป
บางคนเมื่อบรรลุลาภสักการะ และศีล กระทั่งสมบูรณ์ด้วยสมาธิ ก็ยกตนข่มผู้อื่น บุคคลนี้ได้เปลือกไป
บางคนเมื่อบรรลุลาภสักการะ ศีล และสมาธิ กระทั่งสมบูรณ์ด้วยปัญญา ก็ยกตนข่มผู้อื่น บุคคนนี้ได้กะพี้ไป
บางคนเมื่อบรรลุทั้งหมดนั้นแล้ว กำหนดว่าไม่มีอะไรแม้แต่นิดเดียว กระทั่งหลุดพ้นจากใจอันไม่กลับกำเริบ เรากล่าวบุคคลนี้ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นและได้ตัดแก่นไป
ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบนั้นแหละเป็นที่ต้องการ นั้นเป็นแก่นสาร นั้นเป็นที่สุด"

จูฬสาโรปมสูตร ๑๒/๓๗๔



------------------------------

ย่อความจากส่วนหนึ่งของ พระไตรปิฎก(ฉบับสำหรับประชาชน)
ของ สุชีพ ปุญญานุภาพ

โดย นายกนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
เพื่อเป็นพุทธบูชา
บทย่อนี้ย่อมมีความผิดพลาดและไม่ครอบคลุมอยู่เป็นธรรมดา หากสนใจบทความที่สมบูรณ์กว่านี้ โปรดเข้าไปอ่านต้นฉบับของบทย่อนี้ได้จากลิงค์ข้างล่าง เพื่อความเข้าใจที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

บทความเต็มของบทย่อนี้ จาก พระไตรปิฎก(ฉบับสำหรับประชาชน)
http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/interest/part1.html


พระไตรปิฎก(ฉบับสำหรับประชาชน) อ่านออนไลน์หน้าเว็บ
http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/

พระไตรปิฎก(ฉบับสำหรับประชาชน) โหลดฟรี pdf
http://www.ebooks.in.th/615/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8E%E0%B8%81%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99/

หนังสือพระไตรปิฎก(ฉบับสำหรับประชาชน)
http://www.trilakbooks.com/product/296538/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8E%E0%B8%81%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8E%E0%B8%81%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B545%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8F%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2.html