Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เบส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เบส แสดงบทความทั้งหมด

03 มกราคม 2566

Washtub bass - เบสกะละมัง


คราวก่อนหาเครื่องเคาะจังหวะประยุกต์ที่จะใช้ในวงก็เจอการการใช้ช้อนเคาะ ค้นไปค้นมาไปสะดุดตากับเครื่องดนตรีอีกชิ้นนึง มันเด่นมาก เป็นแท่งไม้ยาวๆที่มีสายเดียวตั้งไว้บนกะละมัง ท่าดีดเมามันส์อย่างกับดับเบิลเบส มันคือ Washtub bass (วอชทับเบส อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Gutbucket) เบสที่ทำจากกะละมังซักผ้าและด้ามไม้ถูพื้นเอามาขึงเชือก เป็นการประยุกต์ทำเครื่องดนตรีเองจากของที่มีในบ้านสไตล์อเมริกันโฟล์ค บางทีผมก็เรียกเครื่องดนตรีแนวนี้ว่า เครื่องดนตรีนอกสารบบ มันมีเสน่ห์ให้น่าค้นหามากเลยทีเดียว และเป็นเครื่องดนตรีที่ถูกนำมาใช้จริงๆในการแสดงดนตรีอีกด้วย

ส่วนประกอบ แบบดั้งเดิม คือ กะละมังสังกะสี, ไม้ยาวๆสักท่อน, และเชือกอะไรก็ได้

http://washuu.net/Musical/simple.htm
วิธีทำ แบบดั้งเดิมก็ง่ายๆอย่างที่เห็นเลย คือ เจาะรูตรงกลางกะละมัง ร้อยเชือกลงไปมัดปมขัดไว้ ปลายไม้ข้างล่างให้ปากร่องตรงกลางขนาดพอๆกับขอบกะละมังจะได้วางค้ำบนขอบได้พอดี เจาะรูหรือบากร่องที่หัวไม้เอาไว้ขึงเชือก แล้วใช้ปลายเชือกอีกด้านร้อยเข้าไปที่หัวไม้แล้วทำปมขัดไว้ ปรับเชือกให้มีความตึงกำลังดี เป็นอันเรียบร้อย

ถ้ามีกะละมังเก่าๆรั่วๆที่บ้านจะเอามาทำเล่นๆดูก็ได้ ถ้าไม่มีกะละมัง จะใช้ถังสีแทนก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสังกะสี, พลาสติก, กล่องไม้, ฯลฯ คือได้หมด ขอให้เป็นอะไรที่เป็นถังๆทึบๆ สะท้อนเสียงได้เป็นใช้ได้
แต่ว่ากันว่าการทำแบบดั้งเดิมอาจจะไม่ค่อยทนทานต่อแรงดึงสักเท่าไหร่ มันอาจจะพังได้ง่าย บางทีขอบรูที่เจาะก็อาจบาดเชือกขาดเอาบ่อยๆเหมือนกัน สมัยนี้จึงมีการใช้น็อตยึด, ทำห่วงเหล็กไว้ร้อยเชือก, ทำบานพับที่ด้ามไม้, ฯลฯ ซึ่งก็เป็นการพัฒนาต่อยอดต่อไปสำหรับคนที่ต้องการเล่นจริงจัง


วิธีเล่น ให้เอาไม้ค้ำกับขอบกะละมัง ใช้มือซ้ายจับไม้เอาไว้ เท้าข้างนึงเหยียบกะละมังกันพลิก แล้วใช้มือขวาดีดสาย โยกไม้ให้สายตึง/หย่อนเพื่อปรับโน้ตตามต้องการ ทีนี้เราก็ได้เบสทำเองไว้เล่นสนุกๆแล้ว
เดี๋ยวนี้การเล่นก็มีหลากหลายวิธีแล้วแต่จะสร้างสรรค์ บางคนก็ใช้วิธีกดสายหรือเอาขวดแก้วมารูดที่สายเพื่อเปลี่ยนโน้ตก็มี ใช้นิ้วดีดหรือใส่ถุงมือดีด(จะได้ไม่เจ็บนิ้ว)หรือใช้ไม้เคาะสายแทนการดีดก็มี ไม่มีอะไรตายตัวสำหรับเครื่องดนตรีประยุกต์นี้ สร้างสรรค์วิธีเล่นได้ตามใจชอบเลยครับ

การเล่นเบสกะละมังนี้ เอาจริงๆไม่ง่ายเลย คือเราไม่มีทางรู้เลยว่าต้องดึงตึงเท่าไหร่เพื่อให้ได้โน้ตที่ต้องการ ต้องดีดแล้วฟังอย่างเดียวล้วนๆ ต้องหูเทพขนาดไหน! มีเคล็ดลับที่คนเก่งๆบอกไว้ก็คือ ถ้าจะเล่นโน้ตเสียงต่ำๆให้ทำสายหย่อนไว้ก่อน พอดีดแล้วแล้วค่อยดึงให้ตึงขึ้นมาหาโน้ตที่ต้องการ ถ้าจะเล่นโน้ตเสียงสูงให้ดึงให้ตึงไว้ก่อน พอดีดแล้วค่อยหย่อนสายลงไปหาโน้ตที่ต้องการ หรือไม่ก็โยกขึ้นโยกลงให้เสียงวิ่งผ่านแถวๆโน้ตที่ต้องการ มันจะฟังเหมือนตรงโน้ตเองแหละ!?

แต่ไม่ต้องซีเรียสหากจะเล่นกันเองสนุกๆ แค่ดีดให้เป็นเสียงกระทุ้งกระแทกประกอบจังหวะได้ตามใจ เอาที่คิดว่าเล่นแล้วเข้ากับเพลงเป็นอันใช้ได้ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบก็ได้ ขอแค่เล่นแล้วสนุกก็พอ
คนที่เล่นเทพๆเขาแนะนำว่าให้ลองเปิดเพลงแล้วก็เล่นประกอบไปตามเสียงที่ได้ยิน พยายามเล่นให้เข้ากับเพลง ฝึกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะทำได้ดีเองครับ


ยังไม่เคยเห็นวงในบ้านเราเล่น Washtub bass เลยนะ ถ้ามีคนทำเล่นเป็นวงดนตรีจริงๆ น่าจะแปลกหูแปลกตาไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว ลองดูนะครับ เป็นกิจกรรมในครอบครัวที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่จะได้ร้องเพลงด้วยกัน แต่คราวนี้เล่นเครื่องประกอบจังหวะที่ทำเองด้วย น่าสนุกไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว

แถม
พูดถึงเรื่องเครื่องดนตรีทำเอง ก็ชวนให้นึกถึงสมัยเด็กๆ หลายคนก็น่าจะเคยเอากระป๋องนมผงมาเคาะเป็นกลอง บางทีผมก็เอากล่องรองเท้ามาตัดให้เป็นช่องกลมแล้วเอาหนังยางเส้นใหญ่ๆหลายๆเส้นมารัดกล่องนั้นพาดหนังยางผ่านรูที่ตัดไว้แล้วดีดสนุกๆเหมือนเป็นกีต้าร์ ยังมีการเอาแกนกระดาษทิชชูมาทำเป็นไมค์ร้องเพลงด้วย โดยการเอาทิชชูห่อปิดไว้ด้านนึงใช้เอายางรัดไว้ แล้วร้องเพลงเข้าไปจากอีกด้านนึง เสียงจะก้องขึ้นเล็กน้อย เป็นการเล่นสนุกๆกับครอบครัวที่บ้านในสมัยก่อนครับ

ถ้าจะวางไมค์เพื่อรับเสียงเจ้าเบสกะละมังควรว่าตรงไหนดี?
ให้จ่อไมค์รับเสียงตรงกะละมังเลย บางทีหาอะไรมาค้ำเพื่อแงมปากกะละมังขึ้นนิดนึง อาจช่วยให้เสียงดังขึ้นได้

Washtub (กะละมังซักผ้า) มักจะมาพร้อม Washboard (กระดานซักผ้า) ที่เอาไว้ขยี้ผ้า และเมื่อเอามาทำเป็นเครื่องดนตรี Washboard จะถูกเอามาเล่นเป็นเครื่องเคาะจังหวะเหมือนกลองครับ แต่เดิมก็มักจะมาคู่กันกับ Washtub bass ในวงดนตรี


Washtub & Washboard

อ้างอิง

20 กุมภาพันธ์ 2552

Jaco Pastorius - John Francis Pastorius

คงไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการกล่าวว่า Jaco เป็นอัจฉริยะมือเบสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เขาได้สร้างกฎเกณฑ์ใหม่แห่งโลกเบส ซึ่งไม่น้อยไปกว่าที่จะกล่าวเช่นนี้เลย เฉกเช่นเดียวกับ Jimi Hendrix กับการมีอิทธิพลต่อนักดนตรีทั่วโลก Jaco ได้มอบแนวทางใหม่สำหรับมือเบสในการที่จะเข้าถึงแก่นแท้ได้ กับการ บุกเบิกเทคนิคให้บังเกิดผลอย่างเชี่ยวชาญ และการเปลี่ยนแปลงขึ้นในแนวทางใหม่สำหรับเบส กับการออกโซโล่ อัลบั้ม ที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1976 จึงทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีชื่อเสียงในการเป็นนักดนตรีแจ๊ส เมื่อได้เป็นมือเบสแห่งวง Weather Report จุดนี้จึงได้ทำให้เขากลายเป็นตำนานไปโดยปริยาย Jaco ได้เชื่อมโยงระหว่างรูปแบบของดนตรี ภายในผลงานเพลงของเขากับ Weather Report และ โซโล่ อัลบั้มของเขา นอกจากนั้นเขาได้ร่วมงานดนตรีกับนักดนตรีที่มีชื่อเสียง เช่น Pat Metheny Joni Mitchell Michael Brecker และ Mike Stern จนในระหว่างปี 1970 -1980 เขาได้รับเกียรติให้ได้รับการโหวดให้เป็น Best Jazz Bassist และ Jazz Artist of the Year ใน Guitar Player และ Down Beat magazines จากหลายๆประเทศเช่น ญี่ปุ่น อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน และอเมริกา

Jaco ได้รับการยกย่องว่ามีเทคนิคที่เยี่ยมยอด กับเสียงที่ใช้ finger funk style กับการเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคนิค artificial harmonics ที่เขาได้สร้างขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนเป็นเสียงเบสที่น่าจดจำในประวัติศาสตร์ดนตรีเบส เขาเป็นบุคคลแรกที่ใช้ประโยชน์ของ harmonics ที่ใช้ในทำนองอย่างไพเราะ และใช้ Fretless electric bass ขึ้นมาอย่างชัดเจน

ประวัติโดยย่อ
John Francis Pastorius เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ใน Norristown, Pennsylvania ปี 1951 เมื่ออายุได้ 7 ปี ครอบครัวเขาย้ายไปที่ Fort Lauderdale ที่ Florida ที่ซึ่งเขาได้รับแนวดนตรี soul blues latin พ่อของเขา Jack Pastorius เป็นมือกลองและนักร้อง เขาจึงได้ดำเนินรอยตามพ่อเขา โดยได้เรียนรู้ดนตรีชนิดต่างๆเช่น กลอง เบส กีตาร์ เปียโน และ เซ็กโซโฟน เมื่ออายุได้ 12 ปี เขาได้เลือกกลองเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกในการเล่นวงดนตรีกับพี่เขาที่เล่น กีตาร์ จนมาเมื่ออายุ 13 ปี เขาได้เป็นมือกลองวง the Sonics ซึ่งเป็นวงแรกของเขา เมื่อ 15 ปีเขาเล่นกลองในวง Las Olas Brass แต่เมื่อการได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นบอล จึงทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่เอวด้านซ้าย จึงทำให้เขาไม่สามารถเล่นกลองได้ จึงก้าวเข้ามาเล่นเบสแทนมือเบสคนเก่าที่ได้ลาออกไป ทำให้เขาเป็นมือเบสของวงไปโดยปริยาย ประจวบกับสภาพทางร่างกายคือ มีมือที่ใหญ่ นิ้วยาว จนเมื่ออายุได้ 16 ปี เขาได้รับการโหวดจากนักดนตรีให้เป็นมือเบสยอดเยี่ยมแห่ง South Florida และเมื่อ 17 ปี เขาถือว่าเป็นมือเบสยอดเยี่ยมแห่ง Florida โดยในเวลานั้นกับการเล่นแบบ muted 16th-note fingerstyle funk ที่เป็นแบบแผนที่น่าจดจำมาจนทุกวันนี้ เมื่อก่อนที่เขาจะมีอายุได้ครบ 18 ปี Jaco ได้ป่าวประกาศว่า “ผมเป็นมือเบสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” คำกล่าวนี้จึงไม่เกินความจริงนัก จนทุกวันนี้จะได้ยินมือเบสทั้งหลายกล่าวถึงเขาด้วยคำพูดนี้

ฤดูร้อน ของปี 1968 - Jaco เขาใช้ acoustic upright bass และเป็นที่น่าจดจำในปลายยุค 60 เมื่อเขาเข้ามาเป็นสมาชิกวง Woodchuck กับทัวร์คอนเสริ์ตใน Florida ต้นยุค 70 และในช่วงเวลานี้เอง Jaco ได้เบสตัวใหม่ คือ Fender Jazz Bass ซึ่งเป็นเบส fretted model แล้วเขาก็เเกะเฟรตออกให้เป็น fretless bass

ในปี 1972 ชีวิต Jaco จุดหักเหของชีวิต คือ เขาได้เข้าร่วม กับ Wayne Cochran และ the C.C.(Citlin Circuit) Riders เป็นวง R&B ที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 14 ชิ้น พร้อมกับคำจำกัดความใหม่สำหรับเขาคือ "creative overplaying" โดยเขาได้คิดค้นการเล่นเบสที่เหมือนการเล่นของริทึ่มกีตาร์ที่ผสมผสานและ ประยุกต์เข้ากับท่วงทำนองของการเล่น Harmonics เขาได้หมกมุ่นอยู่กับการพัฒนาและค้นหา Caribbean sound และเขาก็เล่นดนตรีใน ห้องพักเรือที่แล่นไปที่ท่าเรือ St. Thomas and Nassau ขณะที่นำเรือเทียบท่า Jaco จะออกไปร่วมแจมกับ นักดนตรี reggae และ calypso ( ดนตรีแบบคาลิปโซ) นี้เป็นสไตร์ของดนตรี latin/caribbean ที่มีอิทธิพลต่อ Jaco เขาจึงได้ผสมผสานมันเข้ากับแนวสไตร์ดนตรีของเขา ซึ่งเป็นที่ปรากฏขึ้นตาม เพลงของ Weather Report และชุด Word of Mouth

ต่อ มา Jaco ก็ได้เข้าสอนเบสที่มหาวิทยาลัย Miami ทำหน้าที่ควบคุมวงและเล่นเบสให้ในวงดนตรีแจ๊ซของนักเรียน เซียน Fretless bass นามว่า Mark Egan เป็นหนึ่งในนักเรียนของเขา ที่นั้นได้ส่งผลต่อชีวิตเขาเป็นอย่างมาก เมื่อได้เป็นที่รู้จักของ Joe Zawinul ( เปียโน ) และ Wayne Shorter ( แซ็กโซโฟน ) สมาชิกเก่าวงของ Miles Davis ที่ คอนเสริ์ตของ Weather Report ซึ่งวงนี้เป็นแนว fusion ชั้นนำ แห่งยุค 70 เขาได้เป็นนักดนตรีรับเชิญที่ปรากฎตัวขึ้นในชุด Black Market เมื่อ 1 เมษายน ปี 1976 เขาได้เป็นมือเบสอย่างเป็นทางการเมื่อได้ก้าวเข้ามาแทนที่ Alphonso Johnson ที่ลาออกไป ปีนี้นับว่าเป็นปีทองของเขาสำหรับการเป็นมือเบส นอกจากนั้นเขายัง มีอัลบั้มอื่นที่ร่วมงานกับ Pat Metheny, Joni Mitchell และ Al Di Meola จนทำให้เขาเป็น ซุปเปอร์สตาร์

ในปี 1976 เขาได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของเบสได้อย่างน่าอัศจรรย์โดยได้ออกชุด Jaco Pastorius จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเขาไปเลย เมื่อได้เป็นชุดที่มีคุณค่าต่อมือเบสทั่วโลก "Donna Lee" เป็นเพลงแรกในชุดนี้กับเสียงเบส fretless '62 Fender Jazz Bass ของเขา และเสียง artificial harmonics ในเพลง Portrait of Tracy ( ชื่อจากภรรยาคนแรกของเขา ) จนกลายเป็นบทเรียน harmonics ที่สำคัญ และ เพลง Come On, Come Over ที่ใช้ 16th-note groove กับเบส fretless จนต่อมาเขาก็ได้ออกอัลบั้มมาเรื่อยๆ

ปี 1977 กับ Weather Report ชุด Heavy Weather
ปี 1981 กับวง big band 20 ชิ้น ชุด Word of Mouth
ปี 1983 ชุด Invitation

กลาง ปี 80 Jaco มีปัญหาเรื่องยาเสพย์ติด แต่เขายังแสดงคอนเสริ์ตกับ Word of Mouth big band และเล่นที่บาร์ ที่ New York ต้นปี 1986 อาการของเขาเลวร้ายขึ้นกับการแสดงที่ก้าวร้าวต่อหน้าคนดู จนเขาต้องรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลักจากเมื่อเขาออกจากโรงพยาบาลเขาก็ทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มเหล้า จนทำให้ชีวิตเขาตกต่ำ จนในที่สุด
เมื่อ 12 กันยายน 1987 ที่บาร์ใน Fort Lauderdale รัฐ Florida เขาได้พยายามเข้าไปดู คอนเสริ์ตของ Carlos Santana แต่เนื่องจากอาการที่ก้าวร้าวของเขา ผู้คุมบาร์ไม่ยอมให้เขาเข้าไปดู จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น จนทำให้เขาต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการขั้นโคม่า เนื่องจากกะโหลกแตก ตาข้างขวาแทบจะถลนออกมา เขาจึงถูงนำตังส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส จนกระทั่งวันที่ 19 กันยายน เลือดคั่งในสมองของเขา จนขาดการรับรู้ได้
จนกระทั่งในวันที่ 21 กันยายน ปี 1987 เขาได้พบกับจดจุบในชีวิต เมื่ออายุได้ 36 ปี

แต่ ถึงอย่างไรตำนานทางดนตรี กับคำว่ามือเบสที่ยิ่งใหญ่ที่ยังคงป็นตำนาน สร้างแรงบัลดาลใจที่สำคัญยิ่งต่อมือเบสรุ่นแล้วรุ่นเล่า กับอัจฉริยะทางดนตรี ที่สมควรได้รับการจารึก...

ขอบคุณบทความดีๆจาก kttbass.dwthai

ลองค้นหาคำว่า jaco pastorius ใน youtube ดูครับ ยังมีอะไรเจ๋งๆให้ดูอีกเพียบ