| ภาพวาดในสุสานของพระราชินีเนเฟอร์ตารี (1295-1255 ปีก่อนคริสตกาล) ทรงเครื่องประดับศีรษะเป็นรูปนกแร้งและหมวกโมเดียส กำลังเล่นหมากกระดาน |
ในโลกแห่งหมากกระดาน พื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆบนแผ่นกระดาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่วางตัวหมากเท่านั้น แต่คือแบบจำลองของจักรวาล ตรรกะ และจิตวิทยา เมื่อเราพูดถึงมิติของเกม เราไม่ได้หมายถึงรูปทรงเรขาคณิต แต่หมายถึงชั้นความซับซ้อนที่ผู้เล่นต้องเผชิญ ยิ่งมิติสูงขึ้น ปัจจัยที่ต้องนำมาขบคิดตัดสินใจก็ยิ่งซับซ้อนและแปรผันมากขึ้นตามลำดับ
ในบทความนี้ เรามาเรียนรู้และทำความรู้จักกับหมากกระดานที่ยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆกันในมุมมองของมิติที่แตกต่าง ไม่พูดพล่ามทำเพลงให้มากความแล้ว งั้นเรามาเริ่มกันเลยครับ
ในบทความนี้ เรามาเรียนรู้และทำความรู้จักกับหมากกระดานที่ยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆกันในมุมมองของมิติที่แตกต่าง ไม่พูดพล่ามทำเพลงให้มากความแล้ว งั้นเรามาเริ่มกันเลยครับ
หมากฮอส (Checkers) - มิติแห่งแรงปะทะ (2D)
หมากฮอสคือจุดเริ่มต้นที่บริสุทธิ์ของตรรกะ เปรียบเสมือนการสู้กันในสองมิติที่เน้นแรงปะทะเชิงเส้น ความซับซ้อนของมันอยู่ที่การคำนวณลำดับการกินและการบีบให้ฝ่ายตรงข้ามเดินในทางที่ถูกบังคับ (Forced Move) มันคือศิลปะแห่งการมองการณ์ไกลในแนวระนาบ ที่ความผิดพลาดเพียงก้าวเดียวอาจหมายถึงการพ่ายแพ้ทั้งกระดาน เสน่ห์ของหมากฮอสคือความเรียบง่ายที่ซ่อนความเฉียบคมดุจใบมีดโกน
โอเทลโล่ (Othello, Reversi) - มิติแห่งการพลิกผันและพลวัต (2.5D)
โอเทลโล่ขยับมิติขึ้นมาด้วยมิติพิเศษของการเปลี่ยนฝ่าย ตัวหมากแต่ละเม็ดมีศักดิ์เหมือนกัน แต่แฝงไปด้วยพลังแห่งการพลิกผัน มิตินี้สอนให้เราเข้าใจว่าตำแหน่งที่ครอบครองอยู่อาจไม่ใช่ของเราตลอดไป และศัตรูในวันนี้อาจกลายเป็นพวกเราในวันหน้าเพียงแค่วางตัวหมากให้ถูกตำแหน่งเพียงเม็ดเดียว เกมนี้สอนให้รู้จักรักษาชัยภูมิที่มั่นคงท่ามกลางกระแสที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาที
หมากรุก (Chess) - มิติแห่งลำดับชั้นและชัยภูมิ (3D)
เมื่อเข้าสู่หมากรุก มิติที่สามจะถูกเพิ่มเข้ามาผ่านความต่างของอำนาจ ตัวหมากแต่ละตัวมีศักดิ์และสิทธิ์ไม่เท่ากัน เช่น ขุน, เรือ, ม้า, เบี้ย ฯลฯ การเล่นหมากรุกจึงไม่ใช่แค่การปะทะ แต่คือการประสานงานของกองทัพที่มีความหลากหลาย เกมนี้สอนเรื่องการบริหารทรัพยากรและการช่วงชิงชัยภูมิ (Positioning) ซึ่งตัวหมากแต่ละตัวต้องหนุนเสริมกันและกัน มิติของหมากรุกคือภาพจำลองของโครงสร้างสังคมและการสัประยุทธ์ที่เป็นระบบ
โชกิ หมากรุกญี่ปุ่น (将棋, Shogi) - มิติแห่งวัฏจักร (3.5D)
โกะ หมากล้อม (圍棋, 碁, Go game) - มิติแห่งอิทธิพลและกาลเวลา (4D)
เมื่อเข้าสู่หมากรุก มิติที่สามจะถูกเพิ่มเข้ามาผ่านความต่างของอำนาจ ตัวหมากแต่ละตัวมีศักดิ์และสิทธิ์ไม่เท่ากัน เช่น ขุน, เรือ, ม้า, เบี้ย ฯลฯ การเล่นหมากรุกจึงไม่ใช่แค่การปะทะ แต่คือการประสานงานของกองทัพที่มีความหลากหลาย เกมนี้สอนเรื่องการบริหารทรัพยากรและการช่วงชิงชัยภูมิ (Positioning) ซึ่งตัวหมากแต่ละตัวต้องหนุนเสริมกันและกัน มิติของหมากรุกคือภาพจำลองของโครงสร้างสังคมและการสัประยุทธ์ที่เป็นระบบ
โชกิ หมากรุกญี่ปุ่น (将棋, Shogi) - มิติแห่งวัฏจักร (3.5D)
โชกิมีรากฐานเดียวกับหมากรุก แต่เพิ่มมิติพิเศษที่เรียกว่า การวางตัวหมากคืนสนาม (Drop Rule) ในขณะที่หมากรุกชนิดอื่นตัวหมากที่ถูกกินไปแล้วในจะออกจากเกมไปเลย แต่ในโชกิ หมากของศัตรูที่เรากินได้จะกลับมาเป็นกำลังพลของเราเพื่อวางกลับลงในกระดานอีกครั้ง มิตินี้เปลี่ยนธรรมชาติของเกมหมากรุก จากการฆ่าเชลยมาเป็นการเกลี้ยกล่อมเชลยให้มาเป็นพวก (การหมุนเวียนแลกเปลี่ยนทรัพยากร) ทำให้สถานการณ์บนกระดานมีการซ้อนทับและความผันผวนสูงกว่าเดิม เพราะหมากที่ถูกกินไปแล้วไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่
โกะ หมากล้อม (圍棋, 碁, Go game) - มิติแห่งอิทธิพลและกาลเวลา (4D)
หมากล้อมได้ข้ามพ้นจากเรื่องชนิดของตัวหมากไปสู่เรื่องของพื้นที่และความว่าง หมากแต่ละตัวที่วางลงไปอาจไม่ส่งผลทันที แต่จะแผ่อิทธิพลไปทั่วกระดานในอีกร้อยตาข้างหน้า นี่คือมิติที่สี่ที่เชื่อมโยงกับกาลเวลาและพลังงานที่มองไม่เห็น ผู้เล่นหมากล้อมไม่ได้สู้กันเพื่อเด็ดหัวแม่ทัพ แต่สู้กันเพื่อครอบครองพื้นที่และอิทธิพลที่กว้างใหญ่กว่า เกมนี้จึงสะท้อนปรัชญาเรื่องการดำรงอยู่และการขยายตัวของสรรพสิ่งในจักรวาล
คอนเน็กซิกซ์ หมากเรียงหก (Connect6, 連六棋) - มิติแห่งจังหวะซ้อนและความเร็ว (4.5D)
หากหมากล้อมคือการไหลตามกาลเวลาอย่างนุ่มนวล Connect6 ก็คือการเร่งเวลาให้บีบคั้นยิ่งขึ้น ด้วยกฎการสลับกันวางหมากตาละ 2 เม็ด มิติที่เพิ่มเข้ามานี้จะสร้างสภาวะที่เรียกว่าจังหวะซ้อนหรือการกระทำคู่ขนาน ที่ผู้เล่นต้องรับมือภัยคุกคามและสร้างโอกาสในสองตำแหน่งพร้อมกันในตาเดียว เกมนี้สอนให้เรามองเห็นการประสานงานของโครงข่ายแห่งความเป็นไปได้ที่มากกว่าจุดเดียว และฝึกการตัดสินใจที่เฉียบคมในสภาวะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันแบบทวีคูณ
คอนเน็กซิกซ์ หมากเรียงหก (Connect6, 連六棋) - มิติแห่งจังหวะซ้อนและความเร็ว (4.5D)
หากหมากล้อมคือการไหลตามกาลเวลาอย่างนุ่มนวล Connect6 ก็คือการเร่งเวลาให้บีบคั้นยิ่งขึ้น ด้วยกฎการสลับกันวางหมากตาละ 2 เม็ด มิติที่เพิ่มเข้ามานี้จะสร้างสภาวะที่เรียกว่าจังหวะซ้อนหรือการกระทำคู่ขนาน ที่ผู้เล่นต้องรับมือภัยคุกคามและสร้างโอกาสในสองตำแหน่งพร้อมกันในตาเดียว เกมนี้สอนให้เรามองเห็นการประสานงานของโครงข่ายแห่งความเป็นไปได้ที่มากกว่าจุดเดียว และฝึกการตัดสินใจที่เฉียบคมในสภาวะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันแบบทวีคูณ
ในขณะที่หมากกระดานที่ผ่านมาเป็นเกมแห่งตรรกะบริสุทธิ์ที่เห็นข้อมูลครบถ้วน (Perfect Information) แบ็กแกมมอนได้เพิ่มมิติที่ห้าเข้ามา นั่นคือ ความไม่แน่นอนของโชคชะตาผ่านลูกเต๋า และมิติของจิตวิทยาผ่าน Doubling Cube การต้องตัดสินใจภายใต้สภาวะที่ควบคุมไม่ได้ 100% คือการจำลองชีวิตจริงที่สมบูรณ์ที่สุด ผู้เล่นต้องบริหารความเสี่ยงภายใต้เมฆหมอกแห่งความผันผวน นี่คือเกมที่สอนให้มนุษย์ถ่อมตัวต่อโชคชะตา แต่ยังคงใช้ปัญญาเพื่อหาทางรอดที่เหมาะสมที่สุดไปพร้อมกัน
วิถีแห่งหมากกระดาน
ไม่ว่าจะเป็นเกมมิติใด ทุกหมากกระดานต่างมีคุณค่าในตัวเอง หมากฮอสสอนความแม่นยำ โอเทลโล่สอนการพลิกแพลง หมากรุกสอนระบบระเบียบ โชกิสอนเรื่องโอกาส หมากล้อมสอนการมองภาพรวม คอนเน็กซิกซ์สอนจังหวะที่เฉียบคม และแบ็กแกมมอนสอนการอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลง การเลือกเล่นเกมใดเกมหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องของการเลือกระดับความฉลาด แต่เป็นการเลือกเครื่องมือที่เราต้องการจะใช้ฝึกฝนจิตใจของเราเองในขณะนั้น
วิถีแห่งหมากกระดาน
ไม่ว่าจะเป็นเกมมิติใด ทุกหมากกระดานต่างมีคุณค่าในตัวเอง หมากฮอสสอนความแม่นยำ โอเทลโล่สอนการพลิกแพลง หมากรุกสอนระบบระเบียบ โชกิสอนเรื่องโอกาส หมากล้อมสอนการมองภาพรวม คอนเน็กซิกซ์สอนจังหวะที่เฉียบคม และแบ็กแกมมอนสอนการอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลง การเลือกเล่นเกมใดเกมหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องของการเลือกระดับความฉลาด แต่เป็นการเลือกเครื่องมือที่เราต้องการจะใช้ฝึกฝนจิตใจของเราเองในขณะนั้น
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับการเล่นหมากกระดาน คือ ความสนุก และมิตรภาพ หากเล่นแล้วสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไประหว่างทาง หยุดเล่นแล้วไปพักก่อนจะดีกว่า
ขอให้มีความสุขกับการเล่นหมากกระดานครับ ^_^

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น