Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ chess แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ chess แสดงบทความทั้งหมด

04 กุมภาพันธ์ 2569

มิติแห่งหมากกระดาน - การเดินทางผ่านห้วงความคิดและกลยุทธ์

ภาพวาดในสุสานของพระราชินีเนเฟอร์ตารี (1295-1255 ปีก่อนคริสตกาล) ทรงเครื่องประดับศีรษะเป็นรูปนกแร้งและหมวกโมเดียส กำลังเล่นหมากกระดาน

ในโลกแห่งหมากกระดาน พื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆบนแผ่นกระดาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่วางตัวหมากเท่านั้น แต่คือแบบจำลองของจักรวาล ตรรกะ และจิตวิทยา เมื่อเราพูดถึงมิติของเกม เราไม่ได้หมายถึงรูปทรงเรขาคณิต แต่หมายถึงชั้นความซับซ้อนที่ผู้เล่นต้องเผชิญ ยิ่งมิติสูงขึ้น ปัจจัยที่ต้องนำมาขบคิดตัดสินใจก็ยิ่งซับซ้อนและแปรผันมากขึ้นตามลำดับ
ในบทความนี้ เรามาเรียนรู้และทำความรู้จักกับหมากกระดานที่ยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆกันในมุมมองของมิติที่แตกต่าง ไม่พูดพล่ามทำเพลงให้มากความแล้ว งั้นเรามาเริ่มกันเลยครับ

หมากฮอส (Checkers) - มิติแห่งแรงปะทะ (2D)


หมากฮอสคือจุดเริ่มต้นที่บริสุทธิ์ของตรรกะ เปรียบเสมือนการสู้กันในสองมิติที่เน้นแรงปะทะเชิงเส้น ความซับซ้อนของมันอยู่ที่การคำนวณลำดับการกินและการบีบให้ฝ่ายตรงข้ามเดินในทางที่ถูกบังคับ (Forced Move) มันคือศิลปะแห่งการมองการณ์ไกลในแนวระนาบ ที่ความผิดพลาดเพียงก้าวเดียวอาจหมายถึงการพ่ายแพ้ทั้งกระดาน เสน่ห์ของหมากฮอสคือความเรียบง่ายที่ซ่อนความเฉียบคมดุจใบมีดโกน

โอเทลโล่ (Othello, Reversi) - มิติแห่งการพลิกผันและพลวัต (2.5D)


โอเทลโล่ขยับมิติขึ้นมาด้วยมิติพิเศษของการเปลี่ยนฝ่าย ตัวหมากแต่ละเม็ดมีศักดิ์เท่ากัน แต่แฝงไปด้วยพลังแห่งการพลิกผัน มิตินี้สอนให้เราเข้าใจว่าตำแหน่งที่ครอบครองอยู่อาจไม่ใช่ของเราตลอดไป และศัตรูในวันนี้อาจกลายเป็นพวกเราในวันหน้าเพียงแค่วางตัวหมากให้ถูกตำแหน่งเพียงเม็ดเดียว เกมนี้สอนให้รู้จักรักษาชัยภูมิที่มั่นคงท่ามกลางกระแสที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาที

หมากรุก (Chess) - มิติแห่งลำดับชั้นและชัยภูมิ (3D)


เมื่อเข้าสู่หมากรุก มิติที่สามจะถูกเพิ่มเข้ามาผ่านความต่างของอำนาจ ตัวหมากแต่ละตัวมีศักดิ์และสิทธิ์ไม่เท่ากัน เช่น ขุน, เรือ, ม้า, เบี้ย ฯลฯ การเล่นหมากรุกจึงไม่ใช่แค่การปะทะ แต่คือการประสานงานของกองทัพที่มีความหลากหลาย เกมนี้สอนเรื่องการบริหารทรัพยากรและการช่วงชิงชัยภูมิ (Positioning) ซึ่งตัวหมากแต่ละตัวต้องหนุนเสริมกันและกัน มิติของหมากรุกคือภาพจำลองของโครงสร้างสังคมและการสัประยุทธ์ที่เป็นระบบ หมากรุกในมิตินี้มีหลายชนิด เช่น หมากรุกสากล, หมากรุกไทย, หมากรุกจีน เป็นต้น

โชกิ หมากรุกญี่ปุ่น (将棋, Shogi) - มิติแห่งวัฏจักร (3.5D)


โชกิมีรากฐานเดียวกับหมากรุก แต่เพิ่มมิติพิเศษที่เรียกว่า การวางตัวหมากคืนสนาม (Drop Rule) ในขณะที่หมากรุกชนิดอื่นตัวหมากที่ถูกกินไปแล้วในจะออกจากเกมไปเลย แต่ในโชกิ หมากของศัตรูที่เรากินได้จะกลับมาเป็นกำลังพลของเราเพื่อวางกลับลงในกระดานอีกครั้ง มิตินี้เปลี่ยนธรรมชาติของเกมหมากรุก จากการฆ่าเชลยมาเป็นการเกลี้ยกล่อมเชลยให้มาเป็นพวก (การหมุนเวียนแลกเปลี่ยนทรัพยากร) ทำให้สถานการณ์บนกระดานมีการซ้อนทับและความผันผวนสูงกว่าเดิม เพราะหมากที่ถูกกินไปแล้วไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่

โกะ หมากล้อม (圍棋, 碁, Go game) - มิติแห่งอิทธิพลและกาลเวลา (4D)


หมากล้อมได้ข้ามพ้นจากเรื่องชนิดของตัวหมากไปสู่เรื่องของพื้นที่และความว่าง หมากแต่ละตัวที่วางลงไปอาจไม่ส่งผลทันที แต่จะแผ่อิทธิพลไปทั่วกระดานในอีกร้อยตาข้างหน้า นี่คือมิติที่สี่ที่เชื่อมโยงกับกาลเวลาและพลังงานที่มองไม่เห็น ผู้เล่นหมากล้อมไม่ได้สู้กันเพื่อเด็ดหัวแม่ทัพ แต่สู้กันเพื่อครอบครองพื้นที่และอิทธิพลที่กว้างใหญ่กว่า เกมนี้จึงสะท้อนปรัชญาเรื่องการดำรงอยู่และการขยายตัวของสรรพสิ่งในจักรวาล

คอนเน็กซิกซ์ หมากเรียงหก (Connect6, 六子棋) - มิติแห่งจังหวะซ้อนและความเร็ว (4.5D)


หากหมากล้อมคือการไหลตามกาลเวลาอย่างนุ่มนวล คอนเน็กซิกซ์ก็คือการเร่งเวลาให้บีบคั้นยิ่งขึ้น ด้วยกฎการสลับกันวางหมากตาละ 2 เม็ด มิติที่เพิ่มเข้ามานี้จะสร้างสภาวะที่เรียกว่าจังหวะซ้อนหรือการกระทำคู่ขนาน ที่ผู้เล่นต้องรับมือภัยคุกคามและสร้างโอกาสในสองตำแหน่งพร้อมกันในตาเดียว เกมนี้สอนให้เรามองเห็นการประสานงานของโครงข่ายแห่งความเป็นไปได้ที่มากกว่าจุดเดียว และฝึกการตัดสินใจที่เฉียบคมในสภาวะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันแบบทวีคูณ

แบ็กแกมมอน (Backgammon) - มิติแห่งความน่าจะเป็นและจิตวิทยา (5D)


ในขณะที่หมากกระดานที่ผ่านมาเป็นเกมแห่งตรรกะบริสุทธิ์ที่เห็นข้อมูลครบถ้วน (Perfect Information) แบ็กแกมมอนได้เพิ่มมิติที่ห้าเข้ามา นั่นคือ ความไม่แน่นอนของโชคชะตาผ่านลูกเต๋า และมิติของจิตวิทยาผ่าน Doubling Cube การต้องตัดสินใจภายใต้สภาวะที่ควบคุมไม่ได้ 100% คือการจำลองชีวิตจริงที่สมบูรณ์ที่สุด ผู้เล่นต้องบริหารความเสี่ยงภายใต้เมฆหมอกแห่งความผันผวน นี่คือเกมที่สอนให้มนุษย์ถ่อมตัวต่อโชคชะตา แต่ยังคงใช้ปัญญาเพื่อหาทางรอดที่เหมาะสมที่สุดไปพร้อมกัน

วิถีแห่งหมากกระดาน
ไม่ว่าจะเป็นเกมมิติใด ทุกหมากกระดานต่างมีคุณค่าในตัวเอง หมากฮอสสอนความแม่นยำ โอเทลโล่สอนการพลิกแพลง หมากรุกสอนระบบระเบียบ โชกิสอนเรื่องโอกาส หมากล้อมสอนการมองภาพรวม คอนเน็กซิกซ์สอนจังหวะที่เฉียบคม และแบ็กแกมมอนสอนการอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลง การเลือกเล่นเกมใดเกมหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องของการเลือกระดับความฉลาด แต่เป็นการเลือกเครื่องมือที่เราต้องการจะใช้ฝึกฝนจิตใจของเราเองในขณะนั้น

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับการเล่นหมากกระดาน คือ ความสนุก และมิตรภาพ หากเล่นแล้วสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไประหว่างทาง หยุดเล่นแล้วไปพักก่อนจะดีกว่า

ขอให้มีความสุขกับการเล่นหมากกระดานครับ ^_^

30 ตุลาคม 2564

มองหมากรุกจีนเห็นประวัติศาสตร์

หมากรุกจีน (象棋; Xiangqi)

บริเวณกลางกระดานหมากรุกจีนเป็นแม่น้ำขั้นระหว่างสองฝ่าย มี 4 ตัวอักษรจีนเขียนว่า 楚河 漢界 หมายถึง น่านน้ำฉู่ เขตแดนฮั่น หมากรุกจีนถือเป็นการจำลองการต่อสู้ระหว่างแคว้นฉู่กับแคว้นฮั่น ซึ่งเรื่องราวตอนนี้อยู่ในหนังสือพงศาวดารไซ่ฮั่น เป็นเรื่องราวต่อเนื่องมาจากเลียดก๊ก หลังจิ๋นซีควบรวมประเทศและล่มสลาย เกิดกบฏลุกฮือจนกลายเป็นศึกฉู่ฮั่น เป็นศึกระหว่างเซี่ยงอวี่กับหลิงปัง ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของหลิวปังหรือพระเจ้าฮั่นโกโจแห่งราชวงศ์ฮั่น ต่อจากไซ่ฮั่นก็คือหนังสือตั้งฮั่น เป็นเรื่องราวของราชวงศ์ฮั่นจนถึงพระเจ้าเหี้ยนเต้ ตอนต้นของสามก๊กที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ต่อจากตั้งฮั่นก็คือสามก๊กนั่นเอง หนังสือพงศาวดารเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันมาของประวัติศาสตร์จีนโบราณที่โด่งดัง
จากการอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์เหล่านี้จะเห็นได้ว่า แคว้นต่างๆมักจะล่มสลายเมื่อผู้นำและนักการเมืองสนใจแต่ประโยชน์ส่วนตน โดยไม่สนใจประชาราชบ้านเมือง ยุคนั้นจะเต็มไปด้วยการฉ้อราชบังหลวง ปกปิดปัญหา บิดเบือนกฎหมาย ละเลยบ้านเมือง เบียดบังประชา ฯลฯ เพื่อคงอำนาจอย่างฉ้อฉน เหล่านี้เป็นสิ่งที่หนังสือได้เฝ้าบอกกล่าวซ้ำไปซ้ำมา เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่ก็ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหนังสือพงศาวดารเหล่านั้นเอง

หมากรุกจีน เราเคยเล่นสนุกๆกับเพื่อนๆสมัยเด็กๆ แต่ก็ไม่ได้เล่นนานมากแล้ว เป็นหมากรุกที่เล่นสนุกมากๆเกมหนึ่งเลยทีเดียว เพื่อนๆมีใครเคยเล่นกันมั้ยเอ่ย แล้วห้องสมุดใกล้บ้านมีกระดานหมากรุกจีนให้เบิกมาเล่นมั้ย ลองเข้าถามหากันดูนะครับ
เล่นหมากรุกจีนเห็นถึงหนังสือประวัติศาสตร์ แรงบันดาลใจในการค้นหาความรู้มีอยู่ในทุกสิ่งเมื่อเรามองหา

แถม
หมากรุกจีนมีหมากตัวหนึ่งซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นคือ เผ้า หรือ ปืนใหญ่ มีการเดินเหมือนเรือ แต่การกินนั้นต้องมีหมากคั่นไว้ก่อน 1 ตัวจึงจะกระโดดข้ามไปกินได้
ตัวหมากเผ้าของสองฝ่ายเขียนต่างกันเล็กน้อย คือ ฝ่ายแดง(ทัพหลวง)เขียนว่า 炮 ส่วนฝ่ายดำ(ทัพกบฎ)เขียนว่า 砲
เป็นปืนใหญ่เหมือนกันแต่ความหมายต่างกันดังนี้ครับ ฝ่ายแดงมีคำว่า 火 ไฟ ผสมอยู่ จึงหมายถึง ปืนใหญ่ยิงก้อนไฟ ส่วนฝ่ายดำมีคำว่า 石 หิน จึงหมายถึง ปืนใหญ่ยิงก้อนหิน ครับ ดูเหมือนทัพหลวงจะมีอุปกรณ์ที่เหนือกว่าทัพกบฎนะครับ แต่ในการเล่นสองตัวนี้ใช้เหมือนกันทุกประการ แค่เขียนให้ต่างกันเฉยๆ 555+
ถ้านับว่าเป็นทัพสมัยโบราณ ปืนใหญ่จะหมายถึงเครื่องดีดก้อนหิน/ไฟขนาดใหญ่ที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์นั่นเองครับ

เมื่อการเล่นจบลง ไม่ว่าว่าจะเป็นขุน เบี้ย หรือหมากยศต่างๆ ก็ถูกเก็บลงในกล่องเดียวกัน

เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย
ว่ากันว่าหานซิ่นแม่ทัพเอกของหลิวปัง ชื่นชอบการเล่นหมากรุกจีนอย่างมาก และสนับสนุนให้ทหารทุกคนเล่นในยามว่างเว้นจากการศึกเพื่อลับคมทางกลยุทธ์
ยังมีเรื่องเล่าว่าผู้คิดค้นหมากรุกจีนก็คือหานซิ่นนี่แหละ แต่ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกว่าน่าจะมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว


การประยุกต์ใช้การอ่านหมากในชีวิตประจำวัน

หมากล้อม (圍棋; Weiqi, 囲碁; Igo, 바둑; Baduk, Go game)

เราอาจเคยได้ยินสุภาษิตจีนว่า หมากรุกยังต้องคิด; หมากชีวิตจะไม่คิดได้อย่างไร. คำกล่าวนี้บ้างก็ว่า ขงเบ้งพูด บ้างก็ว่าพระจี้กงพูด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสุภาษิตนี้เป็นวลีที่น่าคิด และมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันแน่ๆ ว่าแต่แล้วจะใช้อย่างไรล่ะ?
ตอนเล่นหมากกระดาน ไม่ว่าจะเป็นหมากรุกหรือหมากล้อม เราจะถูกสอนให้รู้จักอ่านหมากล่วงหน้า และนำหลักคิดในการอ่านหมากมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
แต่ว่าจะประยุกต์อย่างไรล่ะ? ในชีวิตจริงเราจะอ่านหมากคิดล่วงหน้าอย่างไรได้บ้าง? มันไม่เหมือนกับบทกระดานที่มีกฎเกณฑ์ตายตัวนะ?

มันทำได้ครับ โดยให้เริ่มจากเรื่องง่ายๆก่อน

ตัวอย่างเช่น ก่อนที่เราจะทำอะไร ให้คิดถึงเป้าหมายที่ต้องการและคิดลำดับที่ที่ต้องทำขี้นมาก่อน เช่น จะกินขนม(เป้าหมาย) ให้เรามีสติรู้ตัว คิดลำดับการเปิดซองขนม ตั้งแต่ เดินไปหยิบขนม หยิบกรรไกร จะใช้เครื่องทุ่นแรงอะไรได้บ้าง? จะตัดเปิดซองที่ไหน? จะนั่งกินตรงไหน?
จากนั้นก็ทำไปตามกระบวนการที่คิด หากมีปัญหาอะไรระหว่างทางก็คิดกระบวนการและวิธีการแก้ปัญหาใหม่ต่อไปเรื่อยๆตามการเรียนรู้

หรืออีกตัวอย่างที่น่าสนใจ หากเทียบกับการทำครัวอาจจะเห็นภาพได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างเช่น ก่อนที่จะทำอาหารสักเมนู แทนที่จะไปเปิดกระทะใส่น้ำมันตั้งไฟทันที แล้วค่อยวิ่งวุ่นหาวัตถุดิบ ก็ให้เป็นเปลี่ยน คิดกระบวนการขึ้นมาก่อนว่า เมนูนี้ต้องใช้อะไรบ้าง แล้วไปเตรียมมาให้ครบถ้วนก่อน วางไว้ให้พร้อม แล้วจึงค่อยตั้งกระทะและเริ่มทำ

ง่ายๆอย่างนี้แหละครับ แต่ส่วนใหญ่มักจะลืมทำ

สรุปได้ว่า การอ่านหมากในชีวิตประจำวัน คือ การมีสติในสิ่งที่ทำ คิดก่อนทำ และทำไปอย่างรู้ตัว และมีกระบวนการมีลำดับเหมือนลำดับการอ่านหมาก คิดถึงเป้าหมายที่ต้องการก่อนแล้วย้อนกลับมาคิดลำดับกระบวนการว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร การฝึกอ่านหมากในชีวิตประจำวันก็ขึ้นเหมือนการฝึกอ่านหมากกระดานครับ คือ แรกๆอาจจะหลงๆลืมๆผิดๆถูกๆ แต่หลังจากนั้นการอ่านหมากจะพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆในตัวของมันเอง
ถ้ามองดีๆจะเห็นว่าสิ่งนี้ใกล้เคียวกับการวิปัสสนามากเลยที่มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมในทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ และเป็นการคิดในแบบอิทัปปัจจยาที่เป็นไปตามลำดับความความเป็นจริงตามธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้น

การเคลื่อนไหวจึงจะสูญเสียทรัพยากรน้อยที่สุดตามกระบวนการที่เราคิด(ขึ้นอยู่กับว่าเราชำนาญในวิธีการนั้นมากน้อยแค่ไหน) แต่ย่อมดีกว่าดุ่มๆทำไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลังว่าจะทำอย่างไรหรือรอบตัวมีอะไรใช้ทุ่นแรงได้บ้าง แม้ในชีวิตจริงเราอาจจะดุ่มๆทำไปก็ไม่มีผลอะไรตามมามากนัก(แค่อาจวุ่นวายสักหน่อย เสียเวลาสักนิด)ต่างจากหมากกระดานที่จะแพ้หรือชนะชัดเจน แต่หากเราฝึกคิด ฝึกอ่านหมากในชีวิตประจำวัน ฝึกให้เป็นนิสัย คิดก่อนทำ คือ คิดจนตลอดจนจบกระบวนการหนึ่งๆ ก็นับว่าเราได้ประโยชน์ที่หมากกระดานสอนเราให้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้วล่ะครับ

ส่วนตัวเรามองว่า การเล่นหมากกระดานหรือบอร์ดเกมต่างๆ เป็นการจำลองความคิด ฝึกให้เราได้หัดคิดจากเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อฝึกสมอง ฝึกความคิดในการอ่านหมาก และฝึกจิตใจในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะต้องเจอขึ้นในชีวิตจริง การเล่นหมากกระดานให้เก่งเป็นยอดฝีมือก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่แม้จะไม่มีเวลาเล่นมากนักหรือเล่นไม่เก่งก็ไม่เป็นไร มันก็ยังฝึกให้เราได้คิดอย่างรอบคอบและพัฒนาระบบความคิดจนดีกว่าเดิมแน่นอน การเจอปัญหาจำลองบนกระดานทั้งทางความคิดและจิตใจเสียก่อนย่อมเป็นเรื่องดี ก็เหมือนการเข้ายิมออกกำลังกายให้แข็งแรงอย่างปลอดภัยของวิทยาศาสตร์การกีฬา ดีกว่าต้องมาเจอในชีวิตจริงอย่างไม่คาดคิดแน่นอนครับ

นี่ก็เป็นทัศนะคติของผมในเรื่องนี้ หวังว่าแนวคิดนี้เหล่านี้คงจะเป็นตัวอย่างง่ายๆให้ท่านนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และขอให้ท่านมุ่งสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ดั่งหวังนะครับ
สวัสดีครับ ^_^

=======

ควรจะยกจึงเคลื่อนพล ดูกำลังตนกำลังท่าน
อย่าห้าวหาญ ถือกำลังแต่ผู้เดียว
-พิชัยสงครามหานซิ่น

=======

เป็นประโยชน์ก็เคลื่อน
ไม่เป็นประโยชน์ก็หยุด

=======

หมากรุกไทย (Makruk)


หมากรุกจีน (象棋; Xiangqi)

12 กันยายน 2555

Chess & Minesweeper - หมากรุก กับ ไมน์สวีปเปอร์เกมส์กู้ระเบิด

หมากรุกเป็นการคิดหาข้อสรุปจากข้อมูลที่สมบูรณ์บนกระดาน หมากกระดานไม่มีความลับใดๆไม่มีการเดา คิดด้วยตรรกะตรงไปตรงมา(โดยห้ามพลาดแม้ข้อมูลเดียว) แต่เกม Minesweeper ต่างออกไปหน่อยตรงที่เราจะได้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์แต่ต้องตัดสินใจจากข้อ จำกัดนั้น ซึ่งอาจจจะต้องมีการเดาบ้างในบางกรณี(เดาอย่างมีหลักการ)
ทั้งวิธีคิดของหมากรุก และ Minesweeper เป็นการคิดที่เสริมกันและกัน ในชีวิตจริงบางครั้งเราต้องตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ไม่พอก็ต้องยอมรับความ เสี่ยง แต่ต้องเป็นการยอมรับความเสี่ยงเพื่อเรียนรู้ และเราก็จะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ขึ้นเพื่อตัดสินใจในอนาคต
ไม่ต้องกลัวผิด จากข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำกัด มันเป็นการฝึกคิด หากมันผิด เราก็จะได้รู้ว่าอะไรที่เราขาดไป และนั้นคือเป้าหมายให้เราได้เรียนรู้เพิ่มเติม

ปล. นี่เป็นบทสรุปจากข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำกัดของมือใหม่คนหนึ่งเท่านั้น หากมีอะไรผิดพลาดขออภัยและโปรดให้คำแนะนำเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยครับ ขอบคุณครับ :)

พอเล่นเป็นแล้วมันก็สนุกตื่นเต้นเร้าใจดีเหมือนกันนะ

โชกิ หรือ หมากรุกญี่ปุ่น ผมชอบเล่นมาก เล่นแล้วมันส์จริงๆ
หมากที่เราจับกินจะเป็นพวกเราวางกลับลงไปได้ด้วย

Minesweeper ที่ International Minesweeper Committee รับรองให้ใช้ในการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการมี 3 โปรแกรมคือ
ส่วนตัวผมชอบของ Minesweeper Arbiter มากที่สุด ลองโหลดมาเล่นกันดูครับ
Minesweeper มีจัดการแข่งขันด้วยก็เลยมีโปรแกรมมาตราฐานในการแข่งขันนั่นเองครับ โดยมาตราฐานกำหนดไว้ว่าที่ระดับ Beginner (8x8 หรือ 9x9 ช่อง มีระเบิด 10 ลูก), Intermediate (16x16 ช่อง มีระเบิด 40 ลูก) และ Expert (30x16 ช่อง มีระเบิด 99 ลูก)

แถม

วันนี้เท่านี้ครับ
สวัสดีครับ ^v^