Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด

14 มิถุนายน 2569

เครื่องรางฉุกเฉินจากหญ้าคา


🌾 ต้องเดินทางกะทันหัน แต่ไม่มีเครื่องรางพกติดตัว? ลองใช้ "มัดปมหญ้าคาเฉพาะกิจ" ตามภูมิปัญญาโบราณกันดู

หากต้องไปพักต่างถิ่น งานศพ โรงพยาบาล สถานที่ที่รู้สึกไม่น่าไว้วางใจ อับทึบ (พื้นที่หยินจัด) ฯลฯ แบบกะทันหัน หรือต้องการความสบายใจในต่างถิ่น คุณสามารถใช้หญ้าคามาทำเป็นเครื่องรางฉุกเฉินได้ทันที

👉 วิธีทำ
1. เด็ดใบหญ้าคามา 3 ใบ (เลขคี่เป็นพลังหยางบริสุทธิ์)
2. ซ้อนเข้าด้วยกัน แล้วผูกเป็นปมตรงกลางอย่างเบามือ (เพื่อทำหน้าที่เป็นตาข่ายดักจับพลังงานลบ)
3. ตัดหัวท้ายออกให้สั้น ห่อด้วยกระดาษทิชชู่หรือใส่ซองเล็กๆ (ถ้ามี เพื่อกัดบาด) แล้วพกไว้ในกระเป๋าเสื้อฝั่งซ้าย (เป็นหยาง)

เครื่องรางฉุกเฉินป้องกันพลังงานลบก็พร้อมปกป้องคุณแล้ว!

หากไม่มีกระเป๋าเสื้อ อาจเหน็บไว้ที่ขอบกางเกงหรือเข็มขัดฝั่งซ้าย, ใส่กระเป๋ากางเกงข้างซ้าย (ห้ามกระเป๋าหลัง), หรือเหน็บไว้ที่ถุงเท้าข้างซ้าย แทนก็ได้

⚠️ ข้อสำคัญ
หญ้าคามัดปมฉุกเฉินนี้ทำงานเหมือนตัวกรองพลังงานลบ เมื่อเสร็จภารกิจแล้ว ไม่ควรนำกลับเข้าบ้าน! ก่อนเข้าบ้านให้วางทิ้งไว้ใต้โคนต้นไม้ข้างทาง โดยตั้งจิตในใจสั้นๆว่า "ขอบคุณที่ช่วยปกป้องคุ้มครอง ตอนนี้ขอส่งคืนสู่พระแม่ธรณี" จากนั้นเดินจากมาได้เลย

ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยจ้าทุกท่าน



🌾 หากต้องการเครื่องรางธรรมชาติระยะยาวล่ะ?
วิธีมัดปมข้างต้นเหมาะสำหรับเป็นเครื่องรางฉุกเฉินแบบใช้ครั้งเดียว แต่หากใครต้องการเครื่องรางที่พกพาได้ตลอดปี มีระบบไหลเวียนสลายพลังงานในตัวเองตามศาสตร์แห่งรูปทรง (Sacred Geometry) สามารถบูชาชิโนะวะ (茅の輪) วงแหวนหญ้าคาถักมือแบบญี่ปุ่นโบราณได้จ้า

=======
🌾 ชิโนะวะ (茅の輪)
เครื่องรางหญ้าคาถักมือแบบญี่ปุ่นโบราณ [สินค้า Handcrafted พรีออเดอร์] สั่งซื้อได้ที่ Shopee https://s.shopee.co.th/20scTzDsWY

ขอบพระคุณมากจ้า🙏😇

11 พฤศจิกายน 2568

โคลเวอร์ (Clover) - ใบนำโชคและดอกชงชา

โคลเวอร์ (Clover)
เป็นพืชตระกูลถั่ว มักนิยมปลูกคลุมดิน ไถกลบบำรุงดินได้ นิยมใช้เป็นอาหารสัตว์ ทั้งยังทำเป็นชงสมุนไพรบำรุงร่างกายได้ด้วย
อุดมไปด้วยแคลเซียม โครเมียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี อี เอ บี1 บี2 บี3 บี12 ฯลฯ

🍵ชาดอกโคลเวอร์
ใช้ดอก (และใบ) ต้มหรือชงดื่ม
รสหวานเล็กน้อย จืด ฤทธิ์เย็น

เข้าเส้นลมปราณ: หัวใจ, ปอด, ไต, กระเพาะปัสสาวะ

🔴☘️โคลเวอร์แดง (Red clover) (Trifolium pratense)
ฟอกเลือด บำรุงผิว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ระบายความร้อน ขับพิษ ลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด บำรุงเลือด บำรุงหยิน สงบจิตใจ

แก้อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน ผื่นแดงคัน โรคข้ออักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบวม ปัสสาวะแสบขัด อสุจิหลั่งเอง(ฝันเปียก) แผลเรื้อรัง แมลงกัดต่อย ปากแห้ง ท้องผูก ประจำเดือนขาด ไอแห้ง เจ็บคอ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต้านความวิตกกังวลและต้านอาการซึมเศร้า ฯลฯ

ข้อควรระวัง: แม้ว่าจะถือว่าปลอดภัย แต่ไม่ควรใช้ในสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีวิจัยที่แน่นอนในเรื่องนี้ และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (coumadin) หรือผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด

⚪️🍀โคลเวอร์ขาว (White clover) ( Trifolium repens )
นิยมนำมาทำชาดื่มเพื่อฟองเลือด ใบและดอกแห้งจะมีรสหวานเล็กน้อย มีกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ มักนิยมใช้สดหรือแห้งในขนมอบ สลัด และชา โคลเวอร์ขาวมีรสชาติอร่อยกว่าโคลเวอร์แดง เนื่องจากมีโปรตีน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นๆสูง

ทั้งโคลเวอร์แดงและขาวถูกนำมาใช้เพื่อถอนคำสาปและช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณ

ดรูอิด (Druids) ใช้สมุนไพรชนิดนี้เพื่อ “ปัดเป่าเวทมนตร์คาถาและวิญญาณชั่วร้าย”
โดยทั่วไปแล้วโคลเวอร์มักเกี่ยวข้องกับความโชคดี โดยเฉพาะใบโคลเวอร์สี่แฉก โคลเวอร์ขาวมักเกี่ยวข้องกับพลังเพศชาย โคลเวอร์ขาวยังเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครองและเครื่องรางป้องกันงู เวทมนตร์ และพลังงานด้านลบแบบต่างๆ

เป็นดอกไม้ที่สวยงาม มีประโยชน์ และน่าสนใจมากจริงๆเลยนะครับ

เมล็ดโคลเวอร์สำหรับปลูก https://s.shopee.co.th/70CENC9ySx

มาดูคลิปชาโควเวอร์แดง/ขาวกันครับ ทั้งสวยงามและน่าดื่มจริงๆ ชงผสมทั้งแดงขาวก็ได้นะ

18 ธันวาคม 2564

หลินจือ(靈芝) - เห็ดวิเศษแห่งจิตวิญญาณ เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงร่างกาย รักษาสารพัดโรค

เห็ดหลินจือ(靈芝 เห็ดวิเศษแห่งจิตวิญญาณ) เป็นเห็ดมหัศจรรย์ที่ใช้บำรุงร่างกายมาหลายพันปี เพื่อยืดอายุ ชะลอความชรา ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เสริมภูมิคุ้มกัน และรักษาโรคต่างๆได้อย่างกว้างขวาง แต่เน้นในการบำรุงร่างกายเป็นหลัก มักเห็นผลในระยะยาว จึงต้อยค่อยๆใช้เพื่อบำรุงไปเรื่อยๆ
เห็นหลินจือมีอยู่หลายสี แต่ละสีก็มีสรรพคุณต่างๆกันไปในรายละเอียด แต่ทุกสีโดยรวมก็บำรุงร่างกายได้เหมือนกัน โดยเห็ดหลินจือที่แพทย์แผนจีนยกย่องที่สุดคือเห็ดหลินจือดำ เพราะมีสรรพคุณบำรุงไตมากกว่าสีอื่นๆ แต่เห็ดหลินจือที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันให้ความสำคัญมากที่สุดคือเห็ดหลินจือแดง เพราะในงานวิจัยต่างๆพบว่ามีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุดในบรรดาเห็ดหลินจือทั้งหมด ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ, ลดผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด, กระตุ้นภูมิคุ้มกัน, บำรุงผิวพรรณ, ควบคุมการก่อตัวของเกร็ดเลือดและสลายลิ่มเลือด, ฯลฯ อื่นๆ ทั้งยังมีวิตามินและเกลือแร่มากมาย

ตามหลักปรัชญาจีน เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กลาง(ไปทางอุ่น) ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของ ปอด ไต ตับ ม้าม หัวใจ และกระเพาะอาหาร
บำรุงชี่เลือด สามารถใช้ดื่มเพิ่มเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงร่างกายได้
บางตำราเสริมว่าช่วยบำรุงจงเจียว บำรุงสารจิง บำรุงสายตา ป้องกันความเครียด ขับชื้น สลายเสมหะ และล้างพิษได้

ในคัมภีร์เฉินหนงเปินเฉ่าจิง(คัมภีร์เภสัชศาสตร์ของเทพกสิกรรม)ได้กล่าวถึงเห็ดหลินจือแดงและดำไว้ว่า

=======
หลินจือแดง รสขม ฤทธิ์กลาง. รักษาการจับก้อนในหน้าอก, เพิ่มชี่หัวใจ, บำรุงจงเจียว, เพิ่มพูนสติปัญญา, ไม่ลืม. กินระยะยาวเบากายไม่แก่, ชะลออายุดั่งเทพเซียน. ชื่อหนึ่ง ตันจือ(เห็ดยาอายุวัฒนะ). เกิดแถวภูเขาหุบห้วย.

หลินจือดำ รสเค็ม ฤทธิ์กลาง. รักษาอาการปัสสาวะไม่คล่อง, ช่วยขับปัสสาวะ, เพิ่มชี่ไต, ทะลวงเก้าทวาร, หูไวฟังชัด. กินระยะยาวเบากายไม่แก่, ชะลออายุดั่งเทพเซียน. ชื่อหนึ่ง เสียนจือ(เห็ดมหัศจรรย์). เกิดแถวภูเขาหุบห้วย.
-คัมภีร์เฉินหนงเปินเฉ่าจิง

赤芝 味苦平。主治胸中結,益心氣,補中,增智慧,不忘。久食輕身不老,延年神仙。一名丹芝。生山谷。

黑芝 味鹹平。主治癃,利水道,益腎氣,通九竅,聰察。久食輕身不老,延年神仙。一名玄芝。生山谷。
《神農本草經》

=======
ปัจจุบันนี้แพทย์แผนจีนใช้เห็ดหลินจือเพื่อ

1) บำรุงปอดและไต รักษาอาการที่เกิดจากชี่ของปอดพร่อง ไตพร่อง เช่น ไอ หอบ เหนื่อยง่าย หายใจตื้น
2) บำรุงตับและไต รักษาอาการที่เกิดจากตับและไตพร่อง เช่น หูอื้อ หูหนวก อ่อนเพลีย เข่าไม่มีแรง
3) ลดความกระวนกระวาย แก้ชี่ของหัวใจพร่อง ซึ่งมีอาการ ชีพจรเต้นเร็ว นอนไม่หลับ และความจำเสื่อม
4) สำหรับแก้ม้ามพร่อง ที่มีอาการระบบย่อยไม่ดี
5) แก้ไวรัสตับอักเสบ บี

ในสมัยโบราณ ชาวจีนใช้เห็ดหลินจือเพื่อช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชลอชรา

สรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำใส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้ในปริมาณมาก หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานในผู้ป่วยนิ่วในไต หรือเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงเนื่องจากกรดออกซาลิค ควรดื่มน้ำมากๆเพื่อป้องกันการก่อตัวของออกซาเลท

(อ้างอิง https://t.ly/v3gc)

=======
วิธีที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากเห็ดหลินจือคือการต้ม ถ้าเป็นไปได้จึงแนะนำให้ต้มหรือชงดื่มเป็นชาเห็ดหลินจือจะดีที่สุด แต่ถ้าไม่สะดวกต้มจะใช้แบบบดผงบรรจุแคปซูลก็โอเค ส่วนแบบสกัดนั้นมีงานวิจัยถึงผลข้างเคียงต่อตับจากการใช้ติดต่อกันระยะยาว จึงควรระมังระวังในการใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะใช้หลินจือแบบใด (กรณีบำรุงสุขภาพทั่วไป) การใช้ต่อเนื่องก็ควรมีช่วงหยุดพักด้วย (ดูเพิ่มเติมได้ในส่วนแถม)
เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรเพียงไม่กี่ชนิดที่เหมาะสมกับการใช้เดี่ยวๆได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าตำรับ
เห็ดหลินจือแห้งเดี๋ยวนี้จะหั่นมาเป็นชิ้นๆ ต้มสะดวก ถ้ามีแบบเต็มดอกก็ควรหั่นเป็นชิ้นๆก่อนต้ม จะได้สารสำคัญออกมาดีที่สุด

วิธีต้มเห็ดหลินจือ
ใช้เห็ดหลินจือแห้ง วันละ 3-15 กรัม หรือ 1-10 ชิ้น นำมาล้างเร็วๆให้พอเอาเศษฝุ่นออก แช่น้ำสะอาดให้นิ่ม (30นาที+) แล้วนำไปตั้งไฟแรงจนเดือด จากนั้นปรับไฟอ่อนต้มต่อ 30 นาที+ นำน้ำมาดื่ม ดื่มตอนท้องว่างก่อนอาหารจะดูดซึมได้ดีที่สุด หรือหลังอาหาร 1 ช.ม. เช้าหรือเย็น
ใส่น้ำตามสมควร ต้มซ้ำได้

สำหรับใช้บำรุงในคนสุขภาพดี ต้มเพียง 3 กรัม หรือประมาณ 1-2 ชิ้น/วัน ก็เพียงพอ

=======
🛒
หลินจือแห้ง https://s.shopee.co.th/7fI8MQJdCw
หลินจือผงแคปซูล https://s.shopee.co.th/1LO4oQ3gLI

=======
แถม
เถาเยฺวียนหมิง(陶淵明)ถือเห็ดหลินจือ
วาดโดย เฉินหงโส้ว(陳洪綬)
https://t.ly/fG3kB
โดยปกติหลินจือจะบำรุงทุกอวัยวะอยู่แล้ว แต่จะเน้นเป็นพิเศษจากสีของหลินจือ

หลินจือแดง - หัวใจ
หลินจือม่วง - ข้อต่อ
หลินจือเขียว - ตับ
หลินจือขาว - ปอดและผิวหนัง
หลินจือเหลือง - ม้าม
หลินจือดำ - ไตและสมอง
-อ้างอิงจากคัมภีร์เปินเฉากังมู่(本草綱目)

หลินจือดำ ในตำราโบราณกล่าวว่ามีรสเค็ม ซึ่งเป็นการกล่าวตามหลักปรัชญาเพื่อให้กินความกว้าง(ไม่ได้หมายถึงแค่รสชาติ) แต่ความจริงนั้นรสหวาน ตำราใหม่ก็แก้เป็นรสหวานให้ตรงตามรสจริงๆแล้ว

สปอร์เห็ดหลินจือแคปซูล จะมีฤทธิ์อุ่น ผู้ที่ร่างกายแห้งควรใช้อย่างระมัดระวัง ส่วนหลินจือเป็นชิ้นๆที่เอามาต้มดื่มจะมีฤทธิ์กลาง ไม่ร้อนไม่เย็น ใช้ได้ทุกสภาพร่างกาย แต่ในชิ้นเห็ดย่อมมีสปอร์อยู่ด้วยจึงเป็นฤทธิ์กลางแต่ไปทางอุ่นเล็กน้อยนั่นเอง

ดังนั้น การใช้หลินจือเป็นระยะเวลานานอาจทำให้มีอาการแห้ง เช่น จมูกแห้ง, ปากแห้ง, คอแห้ง, ผิวแห้ง เป็นต้น ตำราดั้งเดิมแนะนำให้ใช้ เห็ดหูหนูขาว(白木耳) ~3-9 กรัม ร่วมกับหลินจือเพื่อเสริมหยินและสารเหลวให้กับปอดและกระเพาะ แก้อาการแห้ง

ในกรณีใช้หลินจือเพื่อบำรุงสุขภาพทั่วไป แนะนำให้มีช่วงพักด้วยก็จะดี เช่น ใช้หลินจือ 2-3 เดือนแล้วพัก 1-2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน หรือใช้ 3 สัปดาห์แล้วพัก 1 สัปดาห์ทุกเดือน หรือใช้ 5 วันแล้วพัก 2 วัน เป็นต้น หรือจะพักนานกว่านั้นก็ได้ เพราะเมื่อหลินจือล้างพิษร่างกายหมดแล้วก็ควรหยุด เพราะหากยังใช้ต่อเนื่องนานเกินไปมันอาจจะล้างเอาสารอาหารออกไปแทน อาจทำให้เกิดอาการพร่องได้ การพักบ้างหลังใช้ต่อเนื่องติดต่อกันนานๆจึงเป็นสิ่งที่แนะนำสำหรับผู้ที่ใช้หลินจือและสมุนไพรใดใดในการบำรุงสุขภาพทั่วไป

หลินจือธรรมชาติพบได้ตามขอนไม้

ข้างใต้เห็ดหลินจือจะขาวๆ

ก้านดอกของเห็ดหลินจือจะอยู่ที่ขอบดอก ต่างจากเห็ดทั่วไปที่ก้านอยู่ตรงกลาง

หลินจือดำ

อ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม
神農本草經 https://t.ly/3znA

14 เมษายน 2555

ธรรมชาติ กับพลังงานแสงอาทิตย์

ในป่าคอนกรีตที่เราอยู่กันนี้ เราสูญเสียงพลังงานแสงอาทิตย์ไปโดยเปล่าประโยชน์เยอะมากอย่างไม่รู้ตัว(ก็เลยมีการคิดค้นแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ก็ถูกบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ซื้อและปิดกิจการไป) ถ้าใครงงว่า “แล้วปกติพลังงานแสงอาทิตย์มีประโยชน์อะไรล่ะเนี่ย” คงถึงเวลาเคาะสนิมชีววิทยาพื้นฐานกันแล้วล่ะครับ



พื้นฐานของสิ่งมีชีวิตคือพลังงานที่ได้จากแสงอาทิตย์ เริ่มจากผู้สร้างก่อน คือพวกพืช รับพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยใบ และนำพลังงานนั้นแหละ มาสะสมไว้ ถ้าเป็นพวกหัวมัน ไม่ว่าจะเป็น มันเทศ มันสำปะหลัง ฯลฯ หรือตะกูลหัวทั้งหลาย มันก็จะสะสมพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ในหัวที่อยู่ใต้ดินของมัน ซึ่งใบของมันก็คือ ชีวะโซล่าเซล นี่แหละ แล้วเราก็ขุดไปกิน หรือเก็บกิน ไม่ว่าจะจากใบผัก หัว หรือผลไม้ก็ตาม และเราก็รับวิตามินแร่ธาตุส่วนนึงไปใช้ในร่างกาย(แร่ธาตุต่างและน้ำเป็นวัตถุดิบในการสร้างถังเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ ของพืช) แล้วการที่เรารู้สึกว่ากินแล้วมกำลังวังชา ก็เพราะพลังงานแสงอาทิตย์สะสมที่อยู่ในพืชผู้สร้างนั่นแหละครับ ซึ่งเราแยกธาตุออกมาใช้ด้วยการย่อยโมเลกุล นอกจากวิตามินแร่ธาตุก็มีพลังงานด้วยอย่างที่บอกไป

นี่คือชีววิทยาพื้นฐาน ในบทแรกๆเลย!



แค่เราเอาความรู้ชีววิทยาพื้นฐานระดับมัธยมมามองการเป็นอยู่ในเมืองทุกวันนี้โดยไม่ต้องใช้คนระดับด็อกเตอร์ ก็สรุปได้ว่า เราปล่อยพลังงานแสงอาทิตย์ไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะแทนที่จะมีพืชไว้ค่อยรับแสงแดงเพื่อสร้างอาหารให้เราฟรีๆ เรากลับโบกปูนทับดินซะนี่ สร้างตึกทับ โค่นทิ้งอย่างไม่ใยดี โดยไม่มีการปลูกชดเชยในจุดนั้นเลย(การปลูกจุดอื่นไม่สามารถชดเชยได้อย่างแท้จริง)

พลังงานที่ไม่ได้ใช้อาจตกค้าง จนทำให้โลกร้อนก็ได้

มนุษย์สมัยก่อนฉลาดในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยไม่ต้องสร้างโซล่าเซลเลย ก็เพียงแค่ทำการเพาะปลูกใช้พืชผักให้เก็บพลังงานแสงอาทิตย์แล้วมนุษย์ก็มีอาหารแล้ว
ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็เริ่มเห็นตึกหลายๆตึกเริ่มมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้บนด่านฟ้ากันบ้างแล้ว ซึ่งเป้าหมายอาจจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความร้อนจากแสงแดด แต่คนที่เคยเรียนชีววิทยามาบ้างก็จะรู้ว่ามันเป็นการใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ที่ส่องตัวตึกอย่างคุ้มค่าที่สุด



เมื่อรู้ถึงการใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ด้วยอย่างนี้แล้ว วันไหนที่เห็นแสงแดดส่องลงมาที่ระเบียงที่ยังว่างอยู่แทนที่จะให้มันเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานความร้อน(ฟิสิกส์พื้นฐาน)ก็ลองให้มันเปลี่ยนเป็นอาหารด้วยสิครับ(ชีววิทยาพื้นฐาน)จะได้ไม่เสียเปล่า ก็ด้วยการปลูกพืชผักในกระถางสักหน่อยก็ดี อาจเป็นการลดโลกร้อนด้วยนะ

ที่นี้เราก็ได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาที่ระเบียงอย่างมีคุณค่า และวิชาชีววิทยาพื้นฐานที่เรียนมาจะได้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันซะที(อย่างน้อยก็เรื่องนึงล่ะ)