Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยา แสดงบทความทั้งหมด

11 พฤศจิกายน 2568

โคลเวอร์ (Clover) - ใบนำโชคและดอกชงชา

โคลเวอร์ (Clover)
เป็นพืชตระกูลถั่ว มักนิยมปลูกคลุมดิน ไถกลบบำรุงดินได้ นิยมใช้เป็นอาหารสัตว์ ทั้งยังทำเป็นชงสมุนไพรบำรุงร่างกายได้ด้วย
อุดมไปด้วยแคลเซียม โครเมียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี อี เอ บี1 บี2 บี3 บี12 ฯลฯ

🍵ชาดอกโคลเวอร์
ใช้ดอก (และใบ) ต้มหรือชงดื่ม
รสหวานเล็กน้อย จืด ฤทธิ์เย็น

เข้าเส้นลมปราณ: หัวใจ, ปอด, ไต, กระเพาะปัสสาวะ

🔴☘️โคลเวอร์แดง (Red clover) (Trifolium pratense)
ฟอกเลือด บำรุงผิว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ระบายความร้อน ขับพิษ ลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด บำรุงเลือด บำรุงหยิน สงบจิตใจ

แก้อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน ผื่นแดงคัน โรคข้ออักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบวม ปัสสาวะแสบขัด อสุจิหลั่งเอง(ฝันเปียก) แผลเรื้อรัง แมลงกัดต่อย ปากแห้ง ท้องผูก ประจำเดือนขาด ไอแห้ง เจ็บคอ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต้านความวิตกกังวลและต้านอาการซึมเศร้า ฯลฯ

ข้อควรระวัง: แม้ว่าจะถือว่าปลอดภัย แต่ไม่ควรใช้ในสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีวิจัยที่แน่นอนในเรื่องนี้ และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (coumadin) หรือผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด

⚪️🍀โคลเวอร์ขาว (White clover) ( Trifolium repens )
นิยมนำมาทำชาดื่มเพื่อฟองเลือด ใบและดอกแห้งจะมีรสหวานเล็กน้อย มีกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ มักนิยมใช้สดหรือแห้งในขนมอบ สลัด และชา โคลเวอร์ขาวมีรสชาติอร่อยกว่าโคลเวอร์แดง เนื่องจากมีโปรตีน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นๆสูง

ทั้งโคลเวอร์แดงและขาวถูกนำมาใช้เพื่อถอนคำสาปและช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณ

ดรูอิด (Druids) ใช้สมุนไพรชนิดนี้เพื่อ “ปัดเป่าเวทมนตร์คาถาและวิญญาณชั่วร้าย”
โดยทั่วไปแล้วโคลเวอร์มักเกี่ยวข้องกับความโชคดี โดยเฉพาะใบโคลเวอร์สี่แฉก โคลเวอร์ขาวมักเกี่ยวข้องกับพลังเพศชาย โคลเวอร์ขาวยังเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครองและเครื่องรางป้องกันงู เวทมนตร์ และพลังงานด้านลบแบบต่างๆ

เป็นดอกไม้ที่สวยงาม มีประโยชน์ และน่าสนใจมากจริงๆเลยนะครับ

เมล็ดโคลเวอร์สำหรับปลูก https://s.shopee.co.th/70CENC9ySx

มาดูคลิปชาโควเวอร์แดง/ขาวกันครับ ทั้งสวยงามและน่าดื่มจริงๆ ชงผสมทั้งแดงขาวก็ได้นะ

08 กรกฎาคม 2567

รู้หรือไม่ว่าฟิชเชอร์แมนส์เฟรนแต่ละรสมีสรรพคุณไม่เหมือนกัน?

3 รสที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการระคายคอและมีเอกสารกำกับยา
https://fishermansfriend.com/th-th/flavours/categories/strong

ช่วงนี้มีคนไอและเจ็บคอกันเยอะ บางคนซื้อยาอมต่างๆมาอม ยี่ห้อดังหนึ่งในนั้นคือฟิชเชอร์แมนส์เฟรน(Fisherman's Friend) แต่รู้หรือไม่ว่าไม่ใช่ทุกรสของฟิชเชอร์แมนส์เฟรนที่จะบรรเทาอาการไอและเจ็บคอได้นะ

หากต้องการเป็นยาอมบรรเทาอาการระคายคอ ในตอนนี้ ฟิชเชอร์แมนส์เฟรนมีเพียง 3 แบบ ที่เป็นยาบรรเทาอาการเจ็บคอและไอ คือ Sugar Free Original, Aniseed (เทียนสัตตบุษย์), กับ Original เท่านั้น (สีซองตามในรูปข้างต้น)
ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้จะมีส่วนผสมของ เมนธอล (Menthol), พริก (Capsicum), ชะเอมเทศ (Liquorice), และ ยูคาลิปตัส (Eucalyptus) ซึ่งเป็นตัวยาหลักในการบรรเทาอาการระคายคอ
และข้างหลังซองจะมีพิมพ์ "เอกสารกำกับยา" อยู่ด้วย

ส่วนรสอื่นเป็นแค่ลูกอม มีสารให้ความหวานและกลิ่นรส แต่ไม่มีตัวยาที่ว่ามา และหลังซองไม่มีเอกสารกำกับยา อมเอาสดชื่น ชุ่มคอ และหอมได้ แต่ไม่ใช่ยาบรรเทาอาการระคายคอครับ

เลือกซื้อให้ตรงตามต้องการนะครับ
ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพให้ดีไม่ป่วยไม่ไข้นะครับ

ซองซ้ายไม่มีเอกสารกำกับยา; ซองขวามีเอกสารกำกับยา (Sugar Free Original)

06 มีนาคม 2567

สมุนไพรกับการบำรุงร่างกายและล้างพิษ

ภาพถ่ายโดย Anna Pou : https://www.pexels.com/th-th/photo/8329284/

แพทย์แผนโบราณ บางครั้งคนไข้สองคนมีอาการเหมือนกันแต่อาจใช่วิธีการหรือสมุนไพรที่รักษาต่างกัน บางคนอาการต่างกันแต่อาจใช้วิธีการหรือสมุนไพรที่รักษาเหมือนกัน นั่นเป็นเพราะว่า ต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านั้นอาจจะเหมือนกันหรือต่างกันก็ได้ ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล การรักษาแบบองค์รวมแบบแพทย์แผนโบราณนั้น อาการเดียวกันอาจไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการหรือตัวยาเดียวกันเสมอไป ต้องดูเป็นรายๆไปถึงต้นเหตุที่โดนกระทบจนมีอาการ ไม่ใช่ดูแค่ที่อาการหรือโรค จึงไม่สามารถบอกวิธีรักษาจากอาการและฟันธงได้อย่างตายตัว จึงจะเห็นว่าแพทย์แผนโบราณจำเป็นต้องแมะชีพจร ดูตา ดูลิ้น ดมกลิ่น ฟังเสียงพูด เพราะบางครั้งแต่ละคนอาจจะมีอาการที่แตกต่างกันแต่เกิดจากสาเหตุเดียวกัน นั่นขึ้นอยู่กับว่าส่วนใดอ่อนแอเป็นพิเศษ ส่วนนั้นก็จะได้รับผลกระทบก่อน เช่น คนนึงผมร่วง อีกคนปวดเข่า และอีกคนหูอื้อ อาการที่แตกต่างกันของ 3 คนนี้ อาจจะเกิดจากสภาวะไตพร่องเหมือนกันก็ได้ แต่ไปปะทุแสดงออกในจุดที่ต่างกันซึ่งอยู่ในสังกัดของไต ก็อาจจะรักษาด้วยสมุนไพรชุดเดียวกันได้หรือคนไข้อ่อนเพลียเหมือนกัน แต่คนหนึ่งสาเหตุอาจเกิดจากชี่ม้ามพร่อง อีกคนอาจเกิดจากไตพร่องก็ได้ ดังนั้น จึงไม่อาจใช้วิธีการหรือสมุนไพรเดียวกันในการรักษาอาการอ่อนเพลียนี้ได้
และด้วยเหตุผลนี้เช่นกันที่ทำให้ยาแผนโบราณมักจะถูกล้อเลียนว่าเป็นยาผีบอก เพราะว่าใช้รักษาได้หลายอาการ แต่จริงๆแล้วอาการที่เขียนไว้เหล่านั้นเป็นแค่อาการภายนอกที่แสดงออกจากต้นเหตุเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วสมุนไพรจะไปบำรุงและรักษาอวัยวะต้นเหตุภายในที่เสียสมดุล เมื่อสมดุลปกติดีแล้ว อาการต่างๆก็จะหายไปนั่นเอง แต่ต้องถูกสาเหตุไม่ใช่แค่ถูกอาการ เพราะอาการเดียวกันอาจจะมีสาเหตุต่างกัน ดังนั้นอาจจะใช้สมุนไพรเดียวกันไม่ได้ ตรงจุดนี้ต้องไปตรวจสุขภาพกับแพทย์แผนโบราณเท่านั้น

สำหรับวัคซีนโควิด คาดว่าคงมีผลกระทบต่อร่างกาย ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่มีอาการข้างเคียงปรากฎให้เห็น แต่บางคนก็มีอาการข้างเคียงชัดเจน ซึ่งอาการข้างเคียงก็อาจจะแตกต่างกันไปได้ หากใช้ปรัชญาข้างต้นในการวิเคราะห์จุดนี้ ก็แสดงว่าอาการต่างๆขึ้นอยู่กับจุดถูกกระทบ อวัยวะส่วนใดอ่อนแอเป็นพิเศษ หรือสมดุลส่วนใดเสียจนถึงระดับส่งผล อาการก็จะปะทุในสังกัดต่างๆของส่วนนั้นก่อน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน เพราะแต่ละคนมีจุดที่แข็งแรงและอ่อนแอต่างกัน ดังนั้นสาเหตุภายในก็จะต่างกันด้วย จึงยากที่จะบอกได้อย่างตายตัวว่าต้องทำอย่างไรจึงจะกลับสู่ปกติ ส่วนการรักษาเฉพาะตามอาการนั้นไม่ได้ช่วยรักษาในภาพรวมหรือต้นเหตุแต่อย่างใด อาการอาจหายได้เหมือนพ่นยาชา แต่ถ้าสาเหตุยังไม่หายก็ยังคงไม่กลับสู่ปกติ พอหายชาก็จะมีอาการอีก แต่ใช้การทำให้ชาร่วมด้วยก็ดี จะได้หายเจ็บปวด แต่ไม่ควรหยุดแค่ตรงนั้น ควรรักษาที่ต้นเหตุด้วยจะได้หายเจ็บเพราะไม่มีแผลจริงๆ ไม่ใช่แค่หายเจ็บเพราะแค่พ่นยาชา

ในทางแพทย์แผนจีนนั้นจัดลำดับของยาหรือสมุนไพรเอาไว้ 3 ระดับ คือ สมุนไพรชั้นสูง สมุนไพรชั้นกลาง และสมุนไพรชั้นล่าง สมุนไพรชั้นล่างนั้นเป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาแบบเจาะจง เฉพาะอาการ และเฉพาะโรคใดโรคหนึ่ง ซึ่งมักจะเป็นสมุนไพรที่มีพิษสูง ถ้าใช้จนหายโรคแล้วต้องหยุดใช้ ควบคุมการใช้อย่างเข้มงวด ใช้ในระยะสั้นๆ และจะไม่ใช้หากไม่จำเป็นจริงๆ ส่วนสมุนไพรชั้นสูงและกลางนั้นมักเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย ซึ่งใช้รักษาด้วย มักใช้ทั่วไป ใช้รักษาอย่างเป็นองค์รวมด้วยการฟื้นฟูร่างกายให้สมดุล เพื่อให้ร่างกายเยียวยาตัวเองต่อไป จึงควรนับเป็นการเยียวยามากกว่าการรักษา เช่น โสม โต่วต๋ง เขากวางอ่อน ตังเสียม เก๋ากี้ อบเชย ขมิ้น หลินจือ ฯลฯ หากใช้ในการบำรุงทั่วไปก็จะใช้ปริมาณน้อยๆ หรือเป็นส่วนผสมในอาหาร จึงใช้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีๆ แต่หากใช้ในการเยียวยารักษาก็จะมีการเพิ่มปริมาณขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้ต้องปรึกษาแพทย์แผนโบราณเท่านั้น

ในการบำรุงร่างกายโดยรวมก็มักจะแนะนำให้ใช้ โสม ซึ่งจะเพิ่มชี่(ทำให้มีพลัง) เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น และช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด แต่โสมจีน(โสมเกาหลี, โสมขาว)นั้นจะมีความเป็นหยาง คือ ร้อน คนที่มีอาการร้อนในหรือเป็นคนขี้ร้อนไม่ควรใช้ คนที่มีอาการร้อนควรจะใช้ โสมอเมริกา แทนเพราะมีความเป็นหยิน คือ เย็น แต่จะมีสรรพคุณอ่อนกว่าโสมจีน (ส่วนโสมแดงนั้นไม่แนะนำสำหรับคนทั่วไปเพราะว่าร้อนจัด ใช้เฉพาะแพทย์สั่งเท่านั้น) โสมควรดื่มตอนกลางวัน ส่วนในการล้างพิษก็มักจะแนะนำ เห็ดหลินจือ บำรุงได้และล้างพิษดี(หลินจือชิ้นสำหรับต้มหรือหลินจือผงแคปซูลก็ได้) เป็นกลางไม่ร้อนไม่เย็น เหล่านี้เป็นแค่คำแนะนำแบบทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน แต่คนส่วนใหญ่ใช้ได้ ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์แผนโบราณ
แม้จะใช้สมุนไพรบำรุงที่ได้รับความเชื่อถือว่าปลอดภัยสูง แต่หากใช้บำรุงอย่างต่อเนื่องทุกวันก็ควรมีช่วงหยุดบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้พัก โดยเฉพาะ หลินจือ หากใช้ต่อเนื่อง 1-3 เดือนก็ควรจะหยุดพัก 1 เดือน และหากล้างพิษหมดแล้วก็อาจดื่มเป็นครั้งคราวเพื่อบำรุงได้(อาจใช้ต่อเนื่องเพื่อล้างพิษปีละครั้งก็พอ เช่น 3 เดือน) ไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุด เพราะหากพิษหมดแล้วหลินจือจะไปล้างเอาสารอาหารแทน ดั่งสุภาษิตที่ว่า สิ่งที่ดีมากไปก็ไม่ดี ความสมดุลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
แต่มีข้อห้ามอยู่อย่างหนึ่งในการใช้สมุนไพรบำรุงร่างกายเหล่านี้ก็คือ ห้ามกินสมุนไพรบำรุงในขณะที่เป็นไข้ เพราะสมุนไพรจะไปบำรุงโรคด้วย

จะเห็นว่าแพทย์แผนโบราณจะเด่นในด้านรักษาแบบองค์รวม เพื่อให้ร่างกายเยียวยาตัวเองต่อไป หากเป็นอาการเรื้อรังน่ารำคาญที่รู้สึกไม่ปกติหรืออาการไม่รุนแรงมาก ก็จะช่วยได้เป็นอย่างดี เพราะหากเยียวยาได้ถูกต้องร่างกายก็จะฟื้นฟูตัวเอง การเยียวยาต้องใช้เวลา แต่ถ้าอาการรุนแรงมากจนเด่นชัด ตรงจุดนี้แพทย์แผนปัจจุบันจะเด่นมากกว่าและรวดเร็วกว่า จึงควรเลือกเข้ารับการรักษาตามจุดอ่อนจุดแข็งของวิธีการรักษาแต่ละแบบ หรือใช้ร่วมกันก็ยิ่งดีครับ รักษาด้วยและเยียวยาด้วย ได้ทั้งโรคหายและร่างกายก็แข็งแรงครับ

สำคัญที่สุดคือการพักผ่อนให้เพียงพอและกินอาหารที่ดี นั่นคือการรักษาสุขภาพกาย และต้องไม่เครียดและทำจิตใจให้เบิกบาน นั่นคือการรักษาสุขภาพใจ ภายในภายนอก หยินหยาง กายใจ ต้องได้รับการดูแลทั้งคู่อย่างเท่าเทียมกัน เมื่อมีสมดุลทุกอย่างก็ปกติสุข

มาดูแลสุขภาพกันให้ดีครับ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีกันถ้วนหน้านะครับ
สวัสดีครับ

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

02 พฤศจิกายน 2564

แนะนำสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันและรักษาอาการโควิด และ Long COVID เบื้องต้น

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://t.ly/Jbw0

ตอนนี้ทุกคนทราบกันแล้วว่าวัคซีนฉุกเฉินสำหรับโควิด-19 ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ ดังนั้นไม่ว่าจะฉีดแล้วหรือยังไม่ฉีดก็จำเป็นต้องนิวนอร์มอลกันต่อไป ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องเสริมภูมิคุ้มกันทั่วไปของร่างกายเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น ขิง, กระชายขาว, ขมิ้น, ผงกะหรี่, ฯลฯ ก็นับว่าเป็นอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ แต่หากต้องการเป็นสมุนไพรตำรับในการเสริมภูมิคุ้มกันแบบจริงๆจังๆ บทความนี้ได้รวบรวมตำรับสมุนไพรที่เราเคยแนะนำมาไว้ที่นี่ในที่เดียว พร้อมอธิบายโดยสังเขป ส่วนรายละเอียดและอ้างอิงต่างๆสามารถคลิกอ่านเข้าไปในชื่อนั้นๆได้เลยครับ
การรักษาอาการ Long Covid เบื้องต้นด้วยตนเองเลื่อนลงไปที่ย่อหน้าล่างสุดในส่วนแถมได้เลยครับ

ภูมิคุ้มกันภายในดำรงอยู่
ปัจจัยก่อโรคมิอาจกระทำ
-คัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง
ภาพจาก https://t.ly/BXzJ

สมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • 玉屏风 ยวี่ผิงเฟิง Yu Ping Feng ม่านหยกกันลม : เป็นยาฤทธิ์อุ่น บำรุงปอด เสริมภูมิคุ้มกัน ตัวนี้แบบสำเร็จรูปไม่ค่อยมีในไทย แต่ตามร้านยาจีนจัดชุดสมุนไพรได้ (อาจขอให้เขาปั่นเป็นผงบรรจุแคปซูลให้ แล้วแต่ร้าน หรือเอามาต้ม/ชงดื่มก็ได้) ซึ่งมีความโดดเด่นในการป้องกันไข้หวัดที่แพร่ทางอากาศได้ดีมาก และเสริมสร้างเนื้อเยื่อปอด ประเทศจีนใช้มาตั้งแต่โบราณ ยามเกิดโรคระบาดหรือฤดูไข้หวัดทั่วไป และสมัยที่เกิดโรคซาร์สระบาด ทางการจีนก็ได้แนะนำประชาชนให้ใช้ยวี่ผิงเฟิงในการเสริมภูมิคุ้มกัน ในไทยพอหาแบบเม็ดสำเร็จรูปได้บ้าง เช่น ยาฟูจง
  • 香砂六君子 เซียงซาลิ่วจุนจื่อ (แต้จิ๋ว: เฮียงซาหลักกุง) Xiang Sha Liu Jun Zi : เป็นยาฤทธิ์อุ่น ตัวนี้มีแบบเม็ดสำเร็จรูปหาง่ายในตามร้านยาจีนทั่วไป ไม่โดดเด่นเท่ายวี่ผิงเฟิง แต่ทดแทนได้ในการเสริมภูมิคุ้มกัน
  • 靈芝 เห็ดหลินจือ Ling Zhi : เป็นยาฤทธิ์กลาง เสริมภูมิคุ้มกัน แก้ภูมิแพ้ ช่วยควบคุมและสลายลิ่มเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น รักษาโรคหลอดเลือดสมอง บำรุงสายตา บำรุงตับไต ยับยั้งเชื้อไวรัสได้หลายชนิด ฯลฯ นำแบบชิ้นๆมาต้มดื่มจะได้สรรพคุณดีที่สุด สำหรับคนทั่วไปดื่มบำรุง ใช้ ~3 g หรือ ~1-2 ชิ้น/วัน
  • 人参 โสม Renshen : เป็นยาฤทธิ์อุ่น เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงสมอง บำรุงร่างกาย บำรุงหยวนชี่(元氣)ใช้แก้อาการอ่อนเพลียยามฉุกเฉินได้เพราะออกฤทธิ์เร็วมาก ยังสามารถใช้ช่วยผู้ป่วยที่สูญเสียชี่อย่างรุนแรงจนเข้าสู่ภาวะโคม่าหรือช็อคใกล้เสียชีวิตได้ด้วย ใช้วันละ ~3 g *คนที่แพ้โสม, ตัวร้อน, หรือความดันสูงไม่ควรใช้
  • 夏桑菊 เซียซางจู Xia Sang Ju : เป็นยาฤทธิ์เย็น แก้ไข้แก้ร้อนใน พอจะหาซื้อได้ง่าย เป็นแบบเกล็ดละลายน้ำสำหรับชงดื่ม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและรักษาไข้หวัดได้ แต่ส่วนใหญ่ที่มีขายมักมาไม่เต็มตำรับที่จะให้สรรพคุณอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็สามารถดื่มเล่นๆเป็นเครื่องดื่มสุขภาพได้(ระวังน้ำตาล) มีการวิจัยว่าตำรับนี้อาจมีสารประกอบที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก(H5N1) และโรคไข้หวัดได้
  • มหาพิกัดตรีผลา เป็นตำรับยาไทยที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้
  • ยาหอม เป็นยาฤทธิ์กลาง(ไปทางอุ่น) บำรุงประสาท บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ บำรุงเลือดลม แก้อ่อนเพลีย แก้นอนไม่หลับ ป้องกันไข้หวัด *ผู้แพ้เกสรดอกไม้ไม่ควรใช้
เลือกอันใดอันหนึ่ง หรือใช้สลับกันในแต่ละครั้ง(ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนยาหรือยาใดยาหนึ่งหมด) อันที่จริงยังมีอีกพอสมควรที่เป็นตำรับเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ตำรับอื่นๆหาในไทยไม่ได้ จึงไม่นำมาแนะนำไว้ ณ ที่นี้ และจากทั้งหมด ยวี่ผิงเฟิงโดดเด่นที่สุด ถือเป็นพระเอกในเรื่องนี้เลยก็ว่าได้
ปริมาณในการใช้สามารถปรับลดได้ตามส่วน กินได้ทุกวันเมื่อต้องออกไปข้างนอก แต่ควรมีช่วงเว้นพักบ้าง สมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันมักจะมีฤทธิ์อุ่นร้อน เสริมกระตุ้นชี่(ปราณ) ดังนั้น หากมีอาการร้อนในให้หยุดกินชั่วคราวจนกว่าจะหาย หากเป็นไข้ ให้หยุดกินทันที แล้วกินสมุนไพรรักษาอาการไข้ข้างล่างนี้แทนทันที

สมุนไพรรักษาอาการโควิดเบื้องต้นที่บ้านด้วยตนเอง
  • ฟ้าทะลายโจร 穿心莲 ชวนซินเหลียน Green chiretta : เป็นยาฤทธิ์เย็น อันนี้ทุกคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้วเพราะมีการวิจัยเกี่ยวกับโควิด หากเป็นเม็ดก็ใช้ตามข้อบ่งใช้ตามฉลาก หากเป็นต้นสดใช้ทั้งต้นไม่รวมราก ครั้งละ 1 กำมือ/ครั้ง วันนึงก็ประมาณ 3-4 กำมือ หากเป็นตากแห้งใช้ 3 กรัม+/ครั้ง หรือวันละ 9-12 กรัม+/วัน ต้มดื่มวันละ 3-4 ครั้ง เช้า-เที่ยง-เย็น-ก่อนนอน
  • 银翘解毒片 ยินเคี้ยวโกยตั๊กเพี่ยง Yin Qiao Jie Du Pian : เป็นยาฤทธิ์เย็น หนึ่งในยาจีนที่ถูกนำไปวิจัยเรื่องการยับยั้งและรักษาโควิด และเสริมสร้างเนื้อเยื่อปอด ใช้เสริมภูมิคุ้มกันได้บ้าง แต่ใช้ระยะสั้นเพื่อรักษาจะดีกว่า ใช้ตามข้อบ่งใช้ตามฉลาก(สามารถกินพร้อมฟ้าทะลายโจรได้ เสริมสรรพคุณ) หาซื้อแบบเม็ดสำเร็จรูปได้ง่ายตามร้านยาจีนทั่วไป
  • 连花清瘟 เหลียนฮัวชิงเวิน Lianhua Qingwen เป็นยาฤทธิ์เย็น หนึ่งในยาจีนที่ถูกนำไปวิจัยเรื่องการยับยั้งและรักษาโควิด ใช้ตามข้อบ่งใช้ตามฉลาก มีสมุนไพรหลักเดียวกันกับ ยินเคี้ยวฯ
  • 金花清感 จินฮัวชิงกั่ง Jinhua Qinggan เป็นยาฤทธิ์เย็น หนึ่งในยาจีนที่ถูกนำไปวิจัยเรื่องการยับยั้งและรักษาโควิด และถูกนำไปใช้รักษาโควิดในบางประเทศแล้ว ใช้ตามข้อบ่งใช้ตามฉลาก มีสมุนไพรหลักเดียวกันกับ เหลียนฮัวฯ
  • 藿香正气丸 ฮั่วเซียงเจิ้นชี่หยวน Huo Xiang Zheng Qi Wan : เป็นยาฤทธิ์อุ่น รักษาอาการไข้หวัดเย็นได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ฟ้าทะลายโจรหรือยินเคี้ยวฯเนื่องจากกระเพาะเย็น (ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย อาเจียน ถ่ายเหลว แขนขาอ่อนแรง ใจสั่น ฯลฯ) ให้ใช้ตัวนี้แทน หรือใช้แก้อาการแขนขาอ่อนแรงหรือกระเพาะเย็นจากการใช้ฟ้าทะลายโจร(ที่มากหรือนานเกินไป)ก็ได้ และช่วยให้ร่างกายทนยาเย็นได้นานขึ้น ใช้ป้องกันไข้หวัดได้บ้าง (เช่น กินวันละครั้งทุกเช้า หรือหลังโดนฝน กรณีป้องกันไม่ควรต่อเนื่องเกิน 7 วัน) แต่เหมาะกับการใช้รักษามากกว่าป้องกัน
  • ยาห้าราก, ยาจันทลีลา, และยาประสะฟ้าทะลายโจร เป็นตำรับยาไทยที่ได้รับการวิจัยในการยับยั้งเชื้อโควิด ใช้ตามข้อบ่งใช้ตามฉลาก
เลือกอันใดอันหนึ่ง หรือใช้สลับกันในแต่ละครั้ง(ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนยาหรือยาใดยาหนึ่งหมด) กินทันเมื่อเริ่มมีอาการ เมื่อหายแล้วควรหยุด ปริมาณในการใช้สามารถปรับลดได้ตามส่วน ครบ 3 วันต้องดีขึ้น ครบ 5 วันต้องหาย ถ้าไม่หายให้รีบไปพบแพทย์
สมุนไพรรักษาโควิดมักมีฤทธิ์หนาวเย็น เพื่อถ่วงดุลกับอาการไข้สูงตัวร้อนจัดให้ร่างกายกับมาสู่สมดุลให้มากที่สุด แต่การใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องอาจทำให้กระเพาะเย็น ซึ่งอาจนำไปสู่อาการแขนขาอ่อนแรงได้ โดยเฉพาะการใช้ฟ้าทะลายโจรเดี่ยวๆ หากเป็นเช่นนั้นให้ดื่มน้ำขิงเพื่อแก้อาการในเบื้องต้นได้ หรือใช้ ฮั่วเซียงเจิ้งชี่ หากน้ำขิงไม่ช่วย
ส่วนตัวแนะนำให้ใช้เป็นยาตำรับ(สูตรยาที่มีสมุนไพรหลายตัวรวมกัน)มากกว่า เพราะมีความสมดุลหยินหยางอยู่ในตำรับ จะมีอาการข้างเคียงน้อยกว่า

แนะนำเพิ่มอีกอย่างคือ ยาน้ำ/ยากิน/ยาอมแก้ไอ จะได้ช่วยบรรเทาอาการไอและทำให้ชุ่มคอ

ถึงตอนนี้โควิด-19 ก็ยังคงระบาดซ้ำแม้ในประเทศที่ฉีดวัคซีนเกิน 70% ไปแล้วก็ตาม อาจจะระบาดมากกว่าก่อนฉีดเลยด้วยซ้ำ(อ่านต่อ https://t.ly/mEwU และ https://t.ly/qPGA และ https://t.ly/tl4X) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ประชาชนอย่างเราจำเป็นต้องรู้ทางเลือกในการเสริมภูมิคุ้มกันและบำบัดรักษาอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง หวังพึ่งวัคซีนไม่ได้ เพราะวัคซีนยังไม่สามารถให้ในสิ่งนี้ได้ เนื่องจากยังเป็นวัคซีนฉุกเฉินที่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อได้(อ่านต่อ ความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากวัคซีน COVID-19 - ข้อสังเกตและคำแนะนำ และ อาการหลังฉีดวัคซีน COVID-19 - ข้อสังเกตและคำแนะนำ)

เราได้มีโอกาสศึกษาเชิงวิชาการและปรัชญา จึงนำมาเสนอเท่าที่เห็นว่าจะพอเป็นประโยชน์และหาได้ง่ายในประเทศไทย หากท่านใดมีคนใกล้ชิดเป็นหมอแผนโบราณ ลองสอบถามจากเขาดูนะครับ เพื่อตรวจสอบอีกครั้งและปรับใช้ให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์, ให้นมบุตร, ผู้มีโรคประจำตัว, ฯลฯ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับ

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้จะเสริมภูมิคุ้มกันแล้ว ก็จำเป็นต้องนิวนอร์มอลกันต่อไปก่อน เพื่อลดการรับเชื้อให้มากที่สุด เป็นการแบ่งเบาภาระของภูมิคุ้มกัน ก่อนที่เราจะรู้จักโรคชนิดนี้ดีขึ้นกว่าเดิม
หวังว่าบทความของเราจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใฝ่รู้ที่สนใจ และถือเป็นอีกหลายๆทางเลือกในการเลือกใช้ตำรับสมุนไพรที่หาได้ง่ายๆนะครับ

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆคน
ขอให้ทุกท่านปลอดภัย
และผ่านมันไปให้ได้ด้วยกันนะครับ
ด้วยความปราถนาดี

ตำรับสมุนไพรม่านหยกกันลม(玉屏风 ยวี่ผิงเฟิง)
ขอบคุณภาพประกอบจาก https://t.ly/zT3J

แถม
การออกกำลังกายอย่างง่ายๆได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เพื่อเสริมการไหลเวียนของชี่และเลือด แนะนำ 易筋經 - อี้จินจิง คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น 8 กระบวนท่า
การนวดกดจุดเพื่อเสริมภูมิต้านทานอย่างง่ายๆที่แนะนำคือ ท่าลูบท้องวนตามเข็มนาฬิการอบสะดือ วงรอบกว้างประมาณช่วงลิ้นปี่ถึงท้องน้อย ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของชี่และเลือด ยังมีท่าอื่นๆอีกอ่านเพิ่มเติมที่ นวดทุยหนากดจุดแบบแพทย์แผนจีนเพิ่มภูมิต้านทานป้องกัน COVID-19

คลิปการคำแนะนำของแพทย์ท่านนี้ตรงตามหลักการของปรัชญาจีนพอดีเลยครับ ที่ว่าด้วยการบำรุงระบบย่อยอาหาร ซึ่งปรัชญาจีนเรียกว่าระบบม้ามและกระเพาะ คือบำรุงชี่ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันครับ ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะครับ

การรักษาอาการ Long Covid เบื้องต้นด้วยตนเอง
เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานสูงในการต่อสู้กับโรคร้าย จึงอาจทำให้ร่างกายพร่องและมีอาการหลงเหลืออยู่ จำเป็นต้องได้รับการบำรุงหลายส่วน จากกรณีที่พบนั้นมีหลายอาการ จำเป็นต้องให้แพทย์วินิจฉัยก่อน แต่อาการหลักที่มีร่วมกัน คือ ชี่พร่อง (อ่อนเพลีย, เหนื่อยง่าย, ท้องร่วง, จู่ๆก็เหงื่ออกมากเกินไป, ฯลฯ) ต้องฟื้นฟูพลังชี่เป็นเบื้องต้น ให้เลือกใช้ ตังเซียม(จีนกลาง: ตั่งเซิน, 黨參, 党参) หรือ โสม(人参) หรือ โสมอเมริกา(西洋参; จีนกลาง: ซีหยางเซิน; แต๋จิ้ว: ไซเอี่ยเซียม) หรือ ปักคี้(黃芪; จีนกลาง: หวงฉี; แต๋จิ๋ว: อึ่งคี้) ฯลฯ พวกสมุนไพรบำรุงชี่ เอามาต้มหรือชงดื่ม หรือตุ๋นทำแกงจืดกินเป็นกับข้าวก็ได้ เพื่อบำรุงชี่เลือดฟื้นฟูกำลัง
หากมีอาการสมองฝ่อ (อาการ Brain fog เป็นอาการที่เราจะรู้สึกเหมือนมีเมฆหมอกหนาๆปกคลุมอยู่ทั่วสมอง ทำให้สมองเบลอๆตื้อๆ, สมองล้า, หลงๆลืมๆ, ความจำสั้น, ไม่มีสมาธิ, เวียนหัวมึนงง, คิดช้ากว่าปกติ, ฯลฯ) ให้ใช้ สูตี้หวง(แต้จิ๋ว: เส็กตี่อึ๊ง; 熟地黃) บำรุงเลือด บำรุงหยิน บำรุงไขกระดูก เพิ่มเนื้อสมอง หรืออาจเป็นตำรับ ลิวเว่ยตี้หวงหยวน(六味地黄丸; Liu Wei Di Huang Wan; แต้จิ๋ว: หลักบี่ตี่อึ่งอี๊) มีแบบสำเร็จรูปขายตามร้านยาจีนทั่วไป
หากไม่แน่ใจว่าร่างกายจะเหมาะกับแบบใดก็อาจบำรุงแบบกลางๆ โดยใช้หลินจือต้มดื่ม หรือใช้ยาหอมตอนเช้าและก่อนนอนก็ได้
ถ้าไม่ดีขึ้นเลยภายใน 1 สัปดาห์ - 1 เดือนควรไปพบแพทย์

ในการฝึกชี่กงเสริมการไหลเวียนของชี่เลือด แนะนำ 易筋經 - อี้จินจิง คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น 8 กระบวนท่า เป็นชี่กงแบบง่ายๆ ในหน้าเว็บนี้มีหลายชุดหลายประบวนท่าให้เลือกฝึกทั้ง คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น 8 กระบวนท่า, คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น 12 กระบวนท่าของวัดเส้าหลิน, และ ปาต้วนจิ่น 8 กระบวนท่าอันงดงาม ก็สามารถเลือกได้ตามชอบครับ ทำทุกวันหรืออย่างน้อย 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นกายบริหารง่ายๆบำรุงชี่บำรุงกำลัง
ขอให้ท่านหายเป็นปกติในเร็ววันครับ

อ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม
https://nimh.org.uk/wp-content/uploads/2020/04/COVID-19-treatment-protocol-NIMH-2.pdf

23 ตุลาคม 2564

สมุนไพรจีนรักษาแผลเริม สิว และโรคผิวหนัง

คนที่เป็นแผลเริมที่ปากจะรู้ว่ามันน่ารำคาญขนาดไหน ทั้งคัน แสบร้อน ถ้าไม่กินยาหรือทายา จะปวดแสบปวดร้อนจนนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว อีกทั้งเมื่อแผลกำเริบก็ต้องระวังไม่ให้ติดคนอื่นด้วย(รับผิดชอบต่อสังคม) และยาเริมเป็นอะไรที่แพงมาก และตามใบกำกับยาบอกไว้ว่ามีผลกระทบต่อตับไต แต่จะทำยังไงได้ ไม่กินก็ไม่ได้ แผลมันจะไม่หายง่ายแถมเจ็บด้วย เราก็หาสมุนไพรสำหรับรักษาแผลเริม ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรสำหรับทา แบบกินหาไม่ได้เลย ก็เลยใช้ยาทาสมุนไพรจีนเพื่อไม่ให้เจ็บแผล คู่กับยากินแผนปัจจุบันปัจจุบันเพื่อให้แผลไม่กำเริบและหายเร็ว
ค้นหาไปค้นหามา จนในที่สุดก็เจอยาสมุนไพรจีนตัวนึงเป็นยากิน ชื่อว่า มีกีฟู ของ อ้วยอันโอสถ เราเห็นว่ามีสรรพคุณ แก้แผลพุพอง อยู่ด้วย ซึ่งเริมในทางแพทย์แผนจีนคือแผลพุพองจากความร้อนชื้นในร่างกาย เลยทดลองเอามากินดูตอนเป็นเริม ตามโดสข้างกล่อง ครั้งละ 10 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เราก็กินเช้าเย็น 10 เม็ดอาจฟังดูเยอะ แต่สามารถกินทีละ 5 เม็ดได้สบายๆ มันเป็นลูกกลอนเม็ดไม่ใหญ่มากครับ ควบคู่กับการทาน้ำมันฯห้าวหาญไปด้วย วิธีทา คือ เหยาะยาลงบนช้อนโยเกิร์ตสักหยด เอาทิชชูมารองใต้แผลที่ปากแล้วค่อยๆเทลงไปเหนือแผล จะเย็นสบาย ทาก่อนนอน หลับสบายไม่แสบร้อนแผล
กินไป 3 วันแผลเริ่มแห้ง 5 วันก็เริ่มตกสะเก็ด แต่ราคาถูกกว่าและปลอดภัยกว่าด้วย จะกินต่อจนกว่าจะหมดขวด(10 วัน)หรือหยุดแค่วันที่ 5 เหมือนยาแผนปัจจุบันก็แล้วแต่พิจารณา เพราะเริ่มจะหายแล้วครับ

มาลองคำนวณราคากัน ราคาหน้ากล่องมีกีฟูอยู่ที่ 100 บาท; บรรจุ 200 เม็ด. กินครั้งละ 10 เม็ด; วันละ 2 ครั้ง. 1 ขวดกินได้ 10 วัน; ตกวันละ 10 บาท. ถูกกว่ายาเริมแผนปัจจุบันกว่าครึ่ง ซึ่งตกประมาณ 20-100 บาท/วัน ขึ้นอยู่กับ mg ของยา และต้องกินอย่างน้อย 5 วัน
น้ำมันฯห้าวหาญ ขวดละ 80 บาท ใช้แค่ทีละหยดวันละครั้ง หรือ 2-4 ครั้งก็ได้ ยังเหลืออีกมาก เอาไว้ทาแผลแก้ คัน แมลงกัดต่อย และอื่นๆได้ด้วย ถูกกว่ามาก ส่วนครีมทาเริมหลอดละ 120 บาท ทาทุกๆ 4 ช.ม. ส่วนใหญ่เมื่อหายก็จะหมดหลอดพอดี

มีกีฟู ภาษาจีนแปลว่า ผิวสวย สรรพคุณตามใบกำกับยาบอกว่า แก้โรคผิวหนัง พุพอง น้ำเหลืองเสีย ผื่นคันตามหนัง หรือใช้รักษาสิวก็ได้ เห็นว่ามีรักษาแผลพุพอง จึงลองกับแผลเริมที่ปากก็ได้ผล เริมที่อื่นก็น่าจะได้เหมือนกัน และคิดว่า งูสวัส ก็อาจจะรักษาได้ ถ้าแผลไม่ใหญ่เกินไป แต่อาจต้องกินเพิ่มเป็น 3 ครั้ง/วัน เพราะแผลใหญ่กว่าเริมมาก และอาจใช้เวลานานกว่า (อันนี้เดาว่าอย่างนั้น คงต้องพิจารณาจากความรุนแรงของอาการ ถ้าอาการเบาๆสมุนไพรก็น่าจะช่วยได้)

ส่วนประกอบมีกีฟู
ไข่มุก : บำรุงผิว สงบตับ ลดไฟตับ
เลี่ยงเคี้ยว : ดับร้อน ขับพิษ ลดความร้อนของเลือด
แชตี่ : ดับร้อน ทำให้เลือดเย็น เสริมหยิน
ข้าวเย็นเหนือ : ขับพิษ ขจัดความชื้น-ร้อนจากผิว
หงึ่งฮวย : ดับร้อน ถอนพิษร้อน ขับความชื้น-ร้อน

โดยรวมเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ทำให้เลือดเย็นลง ปอดเย็นลง และแก้ร้อนใน ซึ่งตามหลักแพทย์แผนจีน ปอดส่งผลเกี่ยวข้องกับผิวหนังด้วย จึงรักษาอาการได้กว้างหากเหตุของโรคมาจากการที่มีการอักเสบ เลือดร้อน ปอดร้อน เมื่อหายดีแล้วก็ควรหยุดกิน เพราะมันคือยารักษา ไม่ใช่ยาบำรุงครับ

ที่นำมาแบ่งปันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัว นำมาเล่าสู่กันฟัง เราใช้แล้วหาย อาจป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆบ้างนะครับ เอาไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสายสมุนไพร เพราะยาเริมแพงเหลือเกิน โรคคนรวย ไม่รวยอย่าเป็น เพราะยามันแพง 555+😂(แซว) และคนที่เป็น เมื่อมีอาการก็ควรระวังไปติดคนอื่นด้วยนะครับ เพราะพวกเราเองก็ติดจากคนที่ไม่ระวังเหมือนกัน เมื่อเป็นแล้วก็กินยา ทายา ไม่นอนดึก(เกิน 11pm) พักผ่อนให้เพียงพอ งดอาหารทะเล ของร้อนใน และสุรา

ขอให้ทุกท่านสุขภาพดี
ไม่ป่วยไม่ไข้นะครับ
สวัสดีครับ

แถม
เคยลองกินสมุนไพรเพื่อแก้เริมที่ปากมาหลายตัว ผลไม่ชัดเจนเท่ามีกีฟู เพราะยังไม่ได้ทดลองแบบจริงๆจังๆ แต่รู้สึกว่าน่าจะพอช่วยได้เหมือนกัน คือถ้าหามีกีฟูไม่ได้ก็ลองให้กิน แปะฮวยจั่วจิเฉ่า หรือ ยิ่นเคี้ยวโกยตั๊กเพี่ยง หรือ ยาเขียว หรือ ยมขมเม็ดตราใบห่อ อย่างใดอย่างหนึ่งแทนครับ
แต่ให้ดีทาน้ำมันฯห้าวหาญวันละครั้งก่อนนอนหรือทุกๆ 2-4 ช.ม. ช่วยได้มากครับ ยาทาภายนอกจะช่วยให้แผลหายและแห้งเร็วอย่างเห็นได้ชัด
การดื่มจับเลี้ยงหรือเซี่ยซางจูในช่วงที่เป็นด้วยก็ช่วยเสริมให้เริมไม่ลุกลามได้เหมือนกันครับ แต่ไม่ควรกินพร้อมยา เว้นสักครึ่งช.ม.เป็นอย่างน้อย (ระวังน้ำตาล)

อ้างอิง