Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชา แสดงบทความทั้งหมด

11 พฤศจิกายน 2568

โคลเวอร์ (Clover) - ใบนำโชคและดอกชงชา

โคลเวอร์ (Clover)
เป็นพืชตระกูลถั่ว มักนิยมปลูกคลุมดิน ไถกลบบำรุงดินได้ นิยมใช้เป็นอาหารสัตว์ ทั้งยังทำเป็นชงสมุนไพรบำรุงร่างกายได้ด้วย
อุดมไปด้วยแคลเซียม โครเมียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี อี เอ บี1 บี2 บี3 บี12 ฯลฯ

🍵ชาดอกโคลเวอร์
ใช้ดอก (และใบ) ต้มหรือชงดื่ม
รสหวานเล็กน้อย จืด ฤทธิ์เย็น

เข้าเส้นลมปราณ: หัวใจ, ปอด, ไต, กระเพาะปัสสาวะ

🔴☘️โคลเวอร์แดง (Red clover) (Trifolium pratense)
ฟอกเลือด บำรุงผิว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ระบายความร้อน ขับพิษ ลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด บำรุงเลือด บำรุงหยิน สงบจิตใจ

แก้อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน ผื่นแดงคัน โรคข้ออักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบวม ปัสสาวะแสบขัด อสุจิหลั่งเอง(ฝันเปียก) แผลเรื้อรัง แมลงกัดต่อย ปากแห้ง ท้องผูก ประจำเดือนขาด ไอแห้ง เจ็บคอ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต้านความวิตกกังวลและต้านอาการซึมเศร้า ฯลฯ

ข้อควรระวัง: แม้ว่าจะถือว่าปลอดภัย แต่ไม่ควรใช้ในสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีวิจัยที่แน่นอนในเรื่องนี้ และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (coumadin) หรือผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด

⚪️🍀โคลเวอร์ขาว (White clover) ( Trifolium repens )
นิยมนำมาทำชาดื่มเพื่อฟองเลือด ใบและดอกแห้งจะมีรสหวานเล็กน้อย มีกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ มักนิยมใช้สดหรือแห้งในขนมอบ สลัด และชา โคลเวอร์ขาวมีรสชาติอร่อยกว่าโคลเวอร์แดง เนื่องจากมีโปรตีน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นๆสูง

ทั้งโคลเวอร์แดงและขาวถูกนำมาใช้เพื่อถอนคำสาปและช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณ

ดรูอิด (Druids) ใช้สมุนไพรชนิดนี้เพื่อ “ปัดเป่าเวทมนตร์คาถาและวิญญาณชั่วร้าย”
โดยทั่วไปแล้วโคลเวอร์มักเกี่ยวข้องกับความโชคดี โดยเฉพาะใบโคลเวอร์สี่แฉก โคลเวอร์ขาวมักเกี่ยวข้องกับพลังเพศชาย โคลเวอร์ขาวยังเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครองและเครื่องรางป้องกันงู เวทมนตร์ และพลังงานด้านลบแบบต่างๆ

เป็นดอกไม้ที่สวยงาม มีประโยชน์ และน่าสนใจมากจริงๆเลยนะครับ

เมล็ดโคลเวอร์สำหรับปลูก https://s.shopee.co.th/70CENC9ySx

มาดูคลิปชาโควเวอร์แดง/ขาวกันครับ ทั้งสวยงามและน่าดื่มจริงๆ ชงผสมทั้งแดงขาวก็ได้นะ

06 มีนาคม 2567

สมุนไพรกับการบำรุงร่างกายและล้างพิษ

ภาพถ่ายโดย Anna Pou : https://www.pexels.com/th-th/photo/8329284/

แพทย์แผนโบราณ บางครั้งคนไข้สองคนมีอาการเหมือนกันแต่อาจใช่วิธีการหรือสมุนไพรที่รักษาต่างกัน บางคนอาการต่างกันแต่อาจใช้วิธีการหรือสมุนไพรที่รักษาเหมือนกัน นั่นเป็นเพราะว่า ต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านั้นอาจจะเหมือนกันหรือต่างกันก็ได้ ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล การรักษาแบบองค์รวมแบบแพทย์แผนโบราณนั้น อาการเดียวกันอาจไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการหรือตัวยาเดียวกันเสมอไป ต้องดูเป็นรายๆไปถึงต้นเหตุที่โดนกระทบจนมีอาการ ไม่ใช่ดูแค่ที่อาการหรือโรค จึงไม่สามารถบอกวิธีรักษาจากอาการและฟันธงได้อย่างตายตัว จึงจะเห็นว่าแพทย์แผนโบราณจำเป็นต้องแมะชีพจร ดูตา ดูลิ้น ดมกลิ่น ฟังเสียงพูด เพราะบางครั้งแต่ละคนอาจจะมีอาการที่แตกต่างกันแต่เกิดจากสาเหตุเดียวกัน นั่นขึ้นอยู่กับว่าส่วนใดอ่อนแอเป็นพิเศษ ส่วนนั้นก็จะได้รับผลกระทบก่อน เช่น คนนึงผมร่วง อีกคนปวดเข่า และอีกคนหูอื้อ อาการที่แตกต่างกันของ 3 คนนี้ อาจจะเกิดจากสภาวะไตพร่องเหมือนกันก็ได้ แต่ไปปะทุแสดงออกในจุดที่ต่างกันซึ่งอยู่ในสังกัดของไต ก็อาจจะรักษาด้วยสมุนไพรชุดเดียวกันได้หรือคนไข้อ่อนเพลียเหมือนกัน แต่คนหนึ่งสาเหตุอาจเกิดจากชี่ม้ามพร่อง อีกคนอาจเกิดจากไตพร่องก็ได้ ดังนั้น จึงไม่อาจใช้วิธีการหรือสมุนไพรเดียวกันในการรักษาอาการอ่อนเพลียนี้ได้
และด้วยเหตุผลนี้เช่นกันที่ทำให้ยาแผนโบราณมักจะถูกล้อเลียนว่าเป็นยาผีบอก เพราะว่าใช้รักษาได้หลายอาการ แต่จริงๆแล้วอาการที่เขียนไว้เหล่านั้นเป็นแค่อาการภายนอกที่แสดงออกจากต้นเหตุเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วสมุนไพรจะไปบำรุงและรักษาอวัยวะต้นเหตุภายในที่เสียสมดุล เมื่อสมดุลปกติดีแล้ว อาการต่างๆก็จะหายไปนั่นเอง แต่ต้องถูกสาเหตุไม่ใช่แค่ถูกอาการ เพราะอาการเดียวกันอาจจะมีสาเหตุต่างกัน ดังนั้นอาจจะใช้สมุนไพรเดียวกันไม่ได้ ตรงจุดนี้ต้องไปตรวจสุขภาพกับแพทย์แผนโบราณเท่านั้น

สำหรับวัคซีนโควิด คาดว่าคงมีผลกระทบต่อร่างกาย ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่มีอาการข้างเคียงปรากฎให้เห็น แต่บางคนก็มีอาการข้างเคียงชัดเจน ซึ่งอาการข้างเคียงก็อาจจะแตกต่างกันไปได้ หากใช้ปรัชญาข้างต้นในการวิเคราะห์จุดนี้ ก็แสดงว่าอาการต่างๆขึ้นอยู่กับจุดถูกกระทบ อวัยวะส่วนใดอ่อนแอเป็นพิเศษ หรือสมดุลส่วนใดเสียจนถึงระดับส่งผล อาการก็จะปะทุในสังกัดต่างๆของส่วนนั้นก่อน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน เพราะแต่ละคนมีจุดที่แข็งแรงและอ่อนแอต่างกัน ดังนั้นสาเหตุภายในก็จะต่างกันด้วย จึงยากที่จะบอกได้อย่างตายตัวว่าต้องทำอย่างไรจึงจะกลับสู่ปกติ ส่วนการรักษาเฉพาะตามอาการนั้นไม่ได้ช่วยรักษาในภาพรวมหรือต้นเหตุแต่อย่างใด อาการอาจหายได้เหมือนพ่นยาชา แต่ถ้าสาเหตุยังไม่หายก็ยังคงไม่กลับสู่ปกติ พอหายชาก็จะมีอาการอีก แต่ใช้การทำให้ชาร่วมด้วยก็ดี จะได้หายเจ็บปวด แต่ไม่ควรหยุดแค่ตรงนั้น ควรรักษาที่ต้นเหตุด้วยจะได้หายเจ็บเพราะไม่มีแผลจริงๆ ไม่ใช่แค่หายเจ็บเพราะแค่พ่นยาชา

ในทางแพทย์แผนจีนนั้นจัดลำดับของยาหรือสมุนไพรเอาไว้ 3 ระดับ คือ สมุนไพรชั้นสูง สมุนไพรชั้นกลาง และสมุนไพรชั้นล่าง สมุนไพรชั้นล่างนั้นเป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาแบบเจาะจง เฉพาะอาการ และเฉพาะโรคใดโรคหนึ่ง ซึ่งมักจะเป็นสมุนไพรที่มีพิษสูง ถ้าใช้จนหายโรคแล้วต้องหยุดใช้ ควบคุมการใช้อย่างเข้มงวด ใช้ในระยะสั้นๆ และจะไม่ใช้หากไม่จำเป็นจริงๆ ส่วนสมุนไพรชั้นสูงและกลางนั้นมักเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย ซึ่งใช้รักษาด้วย มักใช้ทั่วไป ใช้รักษาอย่างเป็นองค์รวมด้วยการฟื้นฟูร่างกายให้สมดุล เพื่อให้ร่างกายเยียวยาตัวเองต่อไป จึงควรนับเป็นการเยียวยามากกว่าการรักษา เช่น โสม โต่วต๋ง เขากวางอ่อน ตังเสียม เก๋ากี้ อบเชย ขมิ้น หลินจือ ฯลฯ หากใช้ในการบำรุงทั่วไปก็จะใช้ปริมาณน้อยๆ หรือเป็นส่วนผสมในอาหาร จึงใช้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีๆ แต่หากใช้ในการเยียวยารักษาก็จะมีการเพิ่มปริมาณขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้ต้องปรึกษาแพทย์แผนโบราณเท่านั้น

ในการบำรุงร่างกายโดยรวมก็มักจะแนะนำให้ใช้ โสม ซึ่งจะเพิ่มชี่(ทำให้มีพลัง) เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น และช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด แต่โสมจีน(โสมเกาหลี, โสมขาว)นั้นจะมีความเป็นหยาง คือ ร้อน คนที่มีอาการร้อนในหรือเป็นคนขี้ร้อนไม่ควรใช้ คนที่มีอาการร้อนควรจะใช้ โสมอเมริกา แทนเพราะมีความเป็นหยิน คือ เย็น แต่จะมีสรรพคุณอ่อนกว่าโสมจีน (ส่วนโสมแดงนั้นไม่แนะนำสำหรับคนทั่วไปเพราะว่าร้อนจัด ใช้เฉพาะแพทย์สั่งเท่านั้น) โสมควรดื่มตอนกลางวัน ส่วนในการล้างพิษก็มักจะแนะนำ เห็ดหลินจือ บำรุงได้และล้างพิษดี(หลินจือชิ้นสำหรับต้มหรือหลินจือผงแคปซูลก็ได้) เป็นกลางไม่ร้อนไม่เย็น เหล่านี้เป็นแค่คำแนะนำแบบทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน แต่คนส่วนใหญ่ใช้ได้ ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์แผนโบราณ
แม้จะใช้สมุนไพรบำรุงที่ได้รับความเชื่อถือว่าปลอดภัยสูง แต่หากใช้บำรุงอย่างต่อเนื่องทุกวันก็ควรมีช่วงหยุดบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้พัก โดยเฉพาะ หลินจือ หากใช้ต่อเนื่อง 1-3 เดือนก็ควรจะหยุดพัก 1 เดือน และหากล้างพิษหมดแล้วก็อาจดื่มเป็นครั้งคราวเพื่อบำรุงได้(อาจใช้ต่อเนื่องเพื่อล้างพิษปีละครั้งก็พอ เช่น 3 เดือน) ไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุด เพราะหากพิษหมดแล้วหลินจือจะไปล้างเอาสารอาหารแทน ดั่งสุภาษิตที่ว่า สิ่งที่ดีมากไปก็ไม่ดี ความสมดุลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
แต่มีข้อห้ามอยู่อย่างหนึ่งในการใช้สมุนไพรบำรุงร่างกายเหล่านี้ก็คือ ห้ามกินสมุนไพรบำรุงในขณะที่เป็นไข้ เพราะสมุนไพรจะไปบำรุงโรคด้วย

จะเห็นว่าแพทย์แผนโบราณจะเด่นในด้านรักษาแบบองค์รวม เพื่อให้ร่างกายเยียวยาตัวเองต่อไป หากเป็นอาการเรื้อรังน่ารำคาญที่รู้สึกไม่ปกติหรืออาการไม่รุนแรงมาก ก็จะช่วยได้เป็นอย่างดี เพราะหากเยียวยาได้ถูกต้องร่างกายก็จะฟื้นฟูตัวเอง การเยียวยาต้องใช้เวลา แต่ถ้าอาการรุนแรงมากจนเด่นชัด ตรงจุดนี้แพทย์แผนปัจจุบันจะเด่นมากกว่าและรวดเร็วกว่า จึงควรเลือกเข้ารับการรักษาตามจุดอ่อนจุดแข็งของวิธีการรักษาแต่ละแบบ หรือใช้ร่วมกันก็ยิ่งดีครับ รักษาด้วยและเยียวยาด้วย ได้ทั้งโรคหายและร่างกายก็แข็งแรงครับ

สำคัญที่สุดคือการพักผ่อนให้เพียงพอและกินอาหารที่ดี นั่นคือการรักษาสุขภาพกาย และต้องไม่เครียดและทำจิตใจให้เบิกบาน นั่นคือการรักษาสุขภาพใจ ภายในภายนอก หยินหยาง กายใจ ต้องได้รับการดูแลทั้งคู่อย่างเท่าเทียมกัน เมื่อมีสมดุลทุกอย่างก็ปกติสุข

มาดูแลสุขภาพกันให้ดีครับ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีกันถ้วนหน้านะครับ
สวัสดีครับ

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

18 ธันวาคม 2564

หลินจือ(靈芝) - เห็ดวิเศษแห่งจิตวิญญาณ เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงร่างกาย รักษาสารพัดโรค

เห็ดหลินจือ(靈芝 เห็ดวิเศษแห่งจิตวิญญาณ) เป็นเห็ดมหัศจรรย์ที่ใช้บำรุงร่างกายมาหลายพันปี เพื่อยืดอายุ ชะลอความชรา ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เสริมภูมิคุ้มกัน และรักษาโรคต่างๆได้อย่างกว้างขวาง แต่เน้นในการบำรุงร่างกายเป็นหลัก มักเห็นผลในระยะยาว จึงต้อยค่อยๆใช้เพื่อบำรุงไปเรื่อยๆ
เห็นหลินจือมีอยู่หลายสี แต่ละสีก็มีสรรพคุณต่างๆกันไปในรายละเอียด แต่ทุกสีโดยรวมก็บำรุงร่างกายได้เหมือนกัน โดยเห็ดหลินจือที่แพทย์แผนจีนยกย่องที่สุดคือเห็ดหลินจือดำ เพราะมีสรรพคุณบำรุงไตมากกว่าสีอื่นๆ แต่เห็ดหลินจือที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันให้ความสำคัญมากที่สุดคือเห็ดหลินจือแดง เพราะในงานวิจัยต่างๆพบว่ามีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุดในบรรดาเห็ดหลินจือทั้งหมด ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ, ลดผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด, กระตุ้นภูมิคุ้มกัน, บำรุงผิวพรรณ, ควบคุมการก่อตัวของเกร็ดเลือดและสลายลิ่มเลือด, ฯลฯ อื่นๆ ทั้งยังมีวิตามินและเกลือแร่มากมาย

ตามหลักปรัชญาจีน เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กลาง(ไปทางอุ่น) ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของ ปอด ไต ตับ ม้าม หัวใจ และกระเพาะอาหาร
บำรุงชี่เลือด สามารถใช้ดื่มเพิ่มเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงร่างกายได้
บางตำราเสริมว่าช่วยบำรุงจงเจียว บำรุงสารจิง บำรุงสายตา ป้องกันความเครียด ขับชื้น สลายเสมหะ และล้างพิษได้

ในคัมภีร์เฉินหนงเปินเฉ่าจิง(คัมภีร์เภสัชศาสตร์ของเทพกสิกรรม)ได้กล่าวถึงเห็ดหลินจือแดงและดำไว้ว่า

=======
หลินจือแดง รสขม ฤทธิ์กลาง. รักษาการจับก้อนในหน้าอก, เพิ่มชี่หัวใจ, บำรุงจงเจียว, เพิ่มพูนสติปัญญา, ไม่ลืม. กินระยะยาวเบากายไม่แก่, ชะลออายุดั่งเทพเซียน. ชื่อหนึ่ง ตันจือ(เห็ดยาอายุวัฒนะ). เกิดแถวภูเขาหุบห้วย.

หลินจือดำ รสเค็ม ฤทธิ์กลาง. รักษาอาการปัสสาวะไม่คล่อง, ช่วยขับปัสสาวะ, เพิ่มชี่ไต, ทะลวงเก้าทวาร, หูไวฟังชัด. กินระยะยาวเบากายไม่แก่, ชะลออายุดั่งเทพเซียน. ชื่อหนึ่ง เสียนจือ(เห็ดมหัศจรรย์). เกิดแถวภูเขาหุบห้วย.
-คัมภีร์เฉินหนงเปินเฉ่าจิง

赤芝 味苦平。主治胸中結,益心氣,補中,增智慧,不忘。久食輕身不老,延年神仙。一名丹芝。生山谷。

黑芝 味鹹平。主治癃,利水道,益腎氣,通九竅,聰察。久食輕身不老,延年神仙。一名玄芝。生山谷。
《神農本草經》

=======
ปัจจุบันนี้แพทย์แผนจีนใช้เห็ดหลินจือเพื่อ

1) บำรุงปอดและไต รักษาอาการที่เกิดจากชี่ของปอดพร่อง ไตพร่อง เช่น ไอ หอบ เหนื่อยง่าย หายใจตื้น
2) บำรุงตับและไต รักษาอาการที่เกิดจากตับและไตพร่อง เช่น หูอื้อ หูหนวก อ่อนเพลีย เข่าไม่มีแรง
3) ลดความกระวนกระวาย แก้ชี่ของหัวใจพร่อง ซึ่งมีอาการ ชีพจรเต้นเร็ว นอนไม่หลับ และความจำเสื่อม
4) สำหรับแก้ม้ามพร่อง ที่มีอาการระบบย่อยไม่ดี
5) แก้ไวรัสตับอักเสบ บี

ในสมัยโบราณ ชาวจีนใช้เห็ดหลินจือเพื่อช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชลอชรา

สรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำใส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้ในปริมาณมาก หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานในผู้ป่วยนิ่วในไต หรือเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงเนื่องจากกรดออกซาลิค ควรดื่มน้ำมากๆเพื่อป้องกันการก่อตัวของออกซาเลท

(อ้างอิง https://t.ly/v3gc)

=======
วิธีที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากเห็ดหลินจือคือการต้ม ถ้าเป็นไปได้จึงแนะนำให้ต้มหรือชงดื่มเป็นชาเห็ดหลินจือจะดีที่สุด แต่ถ้าไม่สะดวกต้มจะใช้แบบบดผงบรรจุแคปซูลก็โอเค ส่วนแบบสกัดนั้นมีงานวิจัยถึงผลข้างเคียงต่อตับจากการใช้ติดต่อกันระยะยาว จึงควรระมังระวังในการใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะใช้หลินจือแบบใด (กรณีบำรุงสุขภาพทั่วไป) การใช้ต่อเนื่องก็ควรมีช่วงหยุดพักด้วย (ดูเพิ่มเติมได้ในส่วนแถม)
เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรเพียงไม่กี่ชนิดที่เหมาะสมกับการใช้เดี่ยวๆได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าตำรับ
เห็ดหลินจือแห้งเดี๋ยวนี้จะหั่นมาเป็นชิ้นๆ ต้มสะดวก ถ้ามีแบบเต็มดอกก็ควรหั่นเป็นชิ้นๆก่อนต้ม จะได้สารสำคัญออกมาดีที่สุด

วิธีต้มเห็ดหลินจือ
ใช้เห็ดหลินจือแห้ง วันละ 3-15 กรัม หรือ 1-10 ชิ้น นำมาล้างเร็วๆให้พอเอาเศษฝุ่นออก แช่น้ำสะอาดให้นิ่ม (30นาที+) แล้วนำไปตั้งไฟแรงจนเดือด จากนั้นปรับไฟอ่อนต้มต่อ 30 นาที+ นำน้ำมาดื่ม ดื่มตอนท้องว่างก่อนอาหารจะดูดซึมได้ดีที่สุด หรือหลังอาหาร 1 ช.ม. เช้าหรือเย็น
ใส่น้ำตามสมควร ต้มซ้ำได้

สำหรับใช้บำรุงในคนสุขภาพดี ต้มเพียง 3 กรัม หรือประมาณ 1-2 ชิ้น/วัน ก็เพียงพอ

=======
🛒
หลินจือแห้ง https://s.shopee.co.th/7fI8MQJdCw
หลินจือผงแคปซูล https://s.shopee.co.th/1LO4oQ3gLI

=======
แถม
เถาเยฺวียนหมิง(陶淵明)ถือเห็ดหลินจือ
วาดโดย เฉินหงโส้ว(陳洪綬)
https://t.ly/fG3kB
โดยปกติหลินจือจะบำรุงทุกอวัยวะอยู่แล้ว แต่จะเน้นเป็นพิเศษจากสีของหลินจือ

หลินจือแดง - หัวใจ
หลินจือม่วง - ข้อต่อ
หลินจือเขียว - ตับ
หลินจือขาว - ปอดและผิวหนัง
หลินจือเหลือง - ม้าม
หลินจือดำ - ไตและสมอง
-อ้างอิงจากคัมภีร์เปินเฉากังมู่(本草綱目)

หลินจือดำ ในตำราโบราณกล่าวว่ามีรสเค็ม ซึ่งเป็นการกล่าวตามหลักปรัชญาเพื่อให้กินความกว้าง(ไม่ได้หมายถึงแค่รสชาติ) แต่ความจริงนั้นรสหวาน ตำราใหม่ก็แก้เป็นรสหวานให้ตรงตามรสจริงๆแล้ว

สปอร์เห็ดหลินจือแคปซูล จะมีฤทธิ์อุ่น ผู้ที่ร่างกายแห้งควรใช้อย่างระมัดระวัง ส่วนหลินจือเป็นชิ้นๆที่เอามาต้มดื่มจะมีฤทธิ์กลาง ไม่ร้อนไม่เย็น ใช้ได้ทุกสภาพร่างกาย แต่ในชิ้นเห็ดย่อมมีสปอร์อยู่ด้วยจึงเป็นฤทธิ์กลางแต่ไปทางอุ่นเล็กน้อยนั่นเอง

ดังนั้น การใช้หลินจือเป็นระยะเวลานานอาจทำให้มีอาการแห้ง เช่น จมูกแห้ง, ปากแห้ง, คอแห้ง, ผิวแห้ง เป็นต้น ตำราดั้งเดิมแนะนำให้ใช้ เห็ดหูหนูขาว(白木耳) ~3-9 กรัม ร่วมกับหลินจือเพื่อเสริมหยินและสารเหลวให้กับปอดและกระเพาะ แก้อาการแห้ง

ในกรณีใช้หลินจือเพื่อบำรุงสุขภาพทั่วไป แนะนำให้มีช่วงพักด้วยก็จะดี เช่น ใช้หลินจือ 2-3 เดือนแล้วพัก 1-2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน หรือใช้ 3 สัปดาห์แล้วพัก 1 สัปดาห์ทุกเดือน หรือใช้ 5 วันแล้วพัก 2 วัน เป็นต้น หรือจะพักนานกว่านั้นก็ได้ เพราะเมื่อหลินจือล้างพิษร่างกายหมดแล้วก็ควรหยุด เพราะหากยังใช้ต่อเนื่องนานเกินไปมันอาจจะล้างเอาสารอาหารออกไปแทน อาจทำให้เกิดอาการพร่องได้ การพักบ้างหลังใช้ต่อเนื่องติดต่อกันนานๆจึงเป็นสิ่งที่แนะนำสำหรับผู้ที่ใช้หลินจือและสมุนไพรใดใดในการบำรุงสุขภาพทั่วไป

หลินจือธรรมชาติพบได้ตามขอนไม้

ข้างใต้เห็ดหลินจือจะขาวๆ

ก้านดอกของเห็ดหลินจือจะอยู่ที่ขอบดอก ต่างจากเห็ดทั่วไปที่ก้านอยู่ตรงกลาง

หลินจือดำ

อ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม
神農本草經 https://t.ly/3znA

17 พฤศจิกายน 2564

อาการหลังฉีดวัคซีน COVID-19 - ข้อสังเกตและคำแนะนำ

六味地黄丸 ลิ่วเว่ยตี้หวงหยวน (แต้จิ๋ว: หลักบี่ตี่อึ่งอี๊): ตำรับยาบำรุงหยินไต

หลังจากที่ได้เขียนบทความ ความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากวัคซีน COVID-19 - ข้อสังเกตและคำแนะนำ ซึ่งเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนฉีดและการแก้ไข้หลังฉีดเบื้องต้นด้วยตนเองไปแล้ว และ แนะนำสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันและรักษาอาการโควิดเบื้องต้น เพราะแม้ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังต้องป้องกันตัวเองในทุกวิถีทางต่อไป ส่วนในบทความจะนี้เป็นการอัพเดทเพิ่มเติมโดยเน้นวิเคราะห์ถึงอาการระยะยาวหลังจากได้รับวัคซีน COVID-19 บางอาการได้ยินได้ฟังมาจากเพื่อนบ้าง คอมเม้นในเน็ตบ้าง คนใกล้ตัวบ้าง จากข่าวบ้าง ฯลฯ ที่เห็นว่าน่าสนใจและมีความสอดคล้อง จึงนำมาวิเคราะห์และรวบรวมไว้ที่นี้

บางคนฉีดแล้วผิวคล้ำขึ้นและรู้สึกร้อนวูบวาบ บางคนผมร่วงมาก นี่เป็นอาการเกี่ยวข้องกับหยินไตพร่อง ซึ่งตรงตามตำราเป๊ะ หากว่าตามตำราอาจมีอาการตามนี้ด้วย เช่น ปวดบั้นเอว, หูอื้อ, หูหนวก(ทั้งที่กายภาพของหูไม่เสียหาย), หูมีเสียง, ผมร่วง, ผมขาวก่อนวัย, ฟันโยกง่าย, จู่ๆก็ร้อนไม่มีสาเหตุ, เหงื่อออกเองตอนกลางคืน, ขอบตาดำคล้ำ, ผิวหน้าดำคล้ำ, สายตาแย่ลง, ลืมง่าย, วิงเวียนศีรษะ, อ่อนเพลีย, เหนื่อยง่าย, ปวดกระดูกหรือข้อ, แก่ก่อนวัย, ฯลฯ
[ไตพร่อง หรือไตเสื่อม ไม่ใช่โรคไตของแพทย์แผนปัจจุบันนะครับ แต่เป็นศัพท์ของแพทย์แผนจีน ที่หมายถึงการทำงานของไตด้อยลง พร่องลง ไม่เหมือนปกติ หยินหยางของไตไม่สมดุล เป็นต้น ซึ่งปกติจะไม่เป็นอะไรมาก แต่นานไปหากไม่บำรุงอาจนำไปสู่โรคความดัน, เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ไตวาย, ฯลฯ ได้ พวกโรคที่มักจะเกิดเองตามอายุทั้งที่ใช้ชีวิตเหมือนเดิม(แต่ร่างกายไม่เหมือนเดิม) เพราะเมื่อพ้น 30 ปีไปแล้ว ไตจะค่อยๆเริ่มเสื่อมลงปีละ ~1% ขึ้นอยู่กับความเครียดและการหักโหมร่างกาย ซึ่งถ้ามากก็จะเสื่อมเร็วกว่าปกติ จนเมื่อผมเริ่มหงอกอย่างจริงจัง คือไตพร่องไปพอสมควรแล้วตามความเป็นไปของร่างกายตามปกติ]
นอกจากตับไตอ่อนแอ ผมร่วงยังเกี่ยวกับเลือดร้อน, เลือดคั่ง, ชี่เลือดอ่อนแอด้วยก็มี ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับสารน้ำที่ลดลงและความร้อนที่มากเกิน
ไต ตามหลักปรัชญาจีน ควบคุมระบบน้ำในร่างกายและระบบสืบพันธุ์ สร้างไขกระดูกและสมอง ฯลฯ และสะท้อนออกมาที่เส้นผมและหู การบำรุงไตยังนับว่าเป็นการชลอความแก่ชราด้วย(อายุวัฒนะ)
อันที่จริงต้องให้แพทย์จีนวินิจฉัยก่อนจึงจะสรุปได้ เพราะปัจจัยมันกว้าง ทั้งหยินหยาง ชี่เลือด แต่โดยรวมๆ คือ วัคซีนกระทบไต จึงส่งผลต่อหัวใจและตับ ร้อนจนร่างกายมีสารน้ำน้อยลง เลือดหนืดทำให้หัวใจสูบฉีดลำบากจนทำงานหนัก ตับขาดเลือดจนประจำเดือนผิดปกติ เป็นต้น การคำนวณโดยหลักปรัชญาทั้งหมดก็ยังคงเป็นไปในทางนี้ แม้กระทั่งการอุดกั้น ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับหยินไตที่น้องลง ลมและเสมหะร้อนชื้นอุดกั้น จึงเกิดปัญหาหลอดเลือดสมอง
ยังมีข่าวว่า ผู้สูงอายุบางคนฉีดแล้วปึ๋งปั๋ง นั่นก็ เป็นไปตามหลักเดียวกัน คือ วัคซีนทำให้หยางเพิ่ม และผู้สูงอายุที่หยางพร่อง(สมรรถภาพทางเพศเสื่อม)เมื่อได้รับหยางก็ปึ๋งปั๋ง (ยาโป๋วทั้งหลายเป็นการเสริมหยางไต) แต่สำหรับคนปกติและคนหยินพร่อง ถ้าได้หยางเพิ่มมากเกินสมดุลจะเผาหยินจนพร่อง จึงมีอาการต่างๆตามที่เป็นข่าว และอาจทำให้หลั่งเร็วหรือเสื่อมฯ ความสมดุลคือหัวใจสำคัญ คนที่ร่างกายแข็งแรงและสมดุลดีก็อาจได้รับผลข้างเคียงมากกว่า
มีข่าวการวิจัยจากแพทย์ต่างชาติที่เริ่มงดฉีดกับผู้ที่อายุต่ำกว่า 30-50 ปี โดยเฉพาะเด็กผู้ชายเพราะอาจเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้น แพยท์แพทย์ปัจจุบันบอกว่า เพราะมีฮอร์โมนเพศชายสูงทำให้เกิดผลข้างเคียงได้มาก นั่นก็ตรงกับที่ว่าวัยหนุ่มยังมีหยางสมบูรณ์(สมรรถภาพทางเพศยังดีมาก) เมื่อฉีดหยางเข้าไปจากวัคซีน ก็ทำให้หยางเกิน จนเกิดผลข้างเคียงได้ นี่อาจเป็นสาเหตุที่วัคซีนหลายตัวเป็นอันตรายกับเด็กมากกว่าจนต้องงดฉีด(ในสหรัฐอเมริกา)
อาการช๊อกหลายกรณีก็เกินจากหยางเกินหยินน้อย หยินไม่ดึงรั้งหยางทำให้หยางลอย เกิดอาการช๊อค และเสียชีวิตได้ บางคนรอดมาได้ก็อาจเป็นโรคทางจิตประสาท เพราะไฟหัวใจเกิน จากสารน้ำในไตไม่เพียงพอ
สำหรับหญิงตั้งครรภ์ สำหรับแพทย์แผนโบราณนั้นหากป่วยจะให้รับยา จะระวังอย่างมากในเรื่องฤทธิ์ร้อนฤทธิ์เย็น(หยินหยาง)ของตัวยา เพราะคนท้องจะไวต่อหยินหยางที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งจะกระทบลูกในครรภ์และอาจแท้งได้ ต้องระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะยาที่กระทบกับไต ซึ่งตามหลักปรัชญาจีนไตจะเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ด้วยนั้น ยิ่งละเอียดอ่อนอย่างมากในการจะรับยาใดใดของหญิงตั้งครรภ์ ต้องพิจารณาให้รอบคอบเป็นพิเศษ
การผิวแห้งคันก็เป็นอาการหนึ่งของเลือดพร่องด้วยเช่นกัน ยังมีการนอนไม่หลับ ใจสั่น ฝันมากจนรบกวนการนอน ด้วย
อาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง ก็เป็นอาการหนึ่งของหยินไตพร่องด้วยเหมือนกันในกรณีนี้ อาจรวมถึงชี่พร่องด้วย
ปวดบวมแดงตามข้อต่อ ก็มีส่วนที่เกิดจากตับและไตพร่อง อาจรวมถึงม้ามพร่องร่วมด้วย
ไทรอยด์เป็นพิษก็เกิดจากการได้รับหยางมากเกินจนทำให้เลือดและหยินพร่อง
เกล็ดเลือดต่ำ คือเกิดจ้ำเลือดช้ำเอง หากเป็นแผลเลือดออกจะไหลไม่หยุด เกิดจากม้ามพร่อง(ชี่พร่อง) ชี่ช่วยควบคุมเลือดให้อยู่ในเส้นเลือด เมื่อชี่พร่องเลือดก็ออกจากเส้นเลือดง่าย กรณีนี้อาจเกิดจากเลือดพร่องเรื้อรัง เมื่อเลือดพร่องจึงทำให้ชี่พร่องตาม ต้องบำรุงเลือดหรือทั้งชี่และเลือด เช่น เห็ดหูหนูดำ, งาดำ, ฯลฯ

อาหารบำรุงไตให้กินอาหารพวกพืชผักสีม่วง ดำ เช่น เห็ดหูหนูดำ, เห็ดหอม, ถั่วดำ, งาดำ, ข้าวสีดำ, ผลไม้ฉ่ำน้ำ, องุ่นดำ, ลูกเกดดำ, เฉาก๊วย, สาหร่ายทะเล, สมุนไพรบำรุงไตหยิน, ฯลฯ ค้นหาอาหารบำรุงไตเพิ่มในอินเตอร์เน็ตได้ครับ
หากเป็นสมุนไพรพื้นฐานที่พอจะแนะนำได้โดยไม่ต้องให้แพยท์สั่งก็ เช่น ชาเส็กตี่อึ๊ง(จีนกลาง: สูตี้หวง 熟地黃), เก๋ากี้(枸杞子), หลินจือ(靈芝)ฯลฯ
ถ้ามีอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้า ท้องอืดเบื่ออาหาร แนะนำ ตังเซียม(จีนกลาง: ตั่งเซิน, 黨參, 党参) หรือ โสม(人参) หรือ โสมอเมริกา(西洋参; จีนกลาง: ซีหยางเซิน; แต๋จิ้ว: ไซเอี่ยเซียม), ฯลฯ เพื่อบำรุงชี่เลือด สารน้ำ และภูมิคุ้มกัน
*ผู้เป็นโรคไตหรือไตวาย, ตั้งครรภ์, ให้นมบุตร, โรคประจำตัว, ฯลฯ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
*การกินเพื่อบำรุงไม่ควรมากเกินไปในแต่ละวัน ควรกินแต่พอดีต่อครั้ง ควรมีช่วงวันเว้นบ้าง และควรกินอาหารให้หลากหลาย
*การใช้สมุนไพรใดใด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์สภาพร่างกายก่อนจะดีที่สุดนะครับ

ที่น่ากังวลคือ หากต้องการรับวัคซีน COVID-19 เข็มถัดไป แต่ยังบำรุงร่างกายให้กลับมาสู่สมดุลไม่ได้ แล้วรับวัคซีน COVID-19 เพิ่ม อาจจะทำให้ร่างกายยิ่งเสียสมดุลและเป็นอันตราย การรับเข็มหลังๆจึงอาจมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นด้วยเหตุนี้หรือไม่?

ข่าวที่มีผลข้างเคียง แล้วพบโรคประจำตัวนั้น หรือบางคนก็เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวที่ไม่เคยรู้ว่ามีหลังจากฉีดวัคซีนได้ไม่นาน น่าแปลกมากที่โรคเหล่านั้นเป็นโรคที่มีเหตุมาจาก ไตพร่องทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน, หัวใจ, หลอดเลือดสมองอุดกั้น, ฯลฯ หรือแม้โรคไตเอง จะเป็นโรคประจำตัวที่มีมาก่อนหรือเพิ่งเป็นทันทีหลังฉีดวัคซีนกันแน่? เพราะบางคนก็สลบขณะฉีดวัคซีนก็มี ซึ่งการที่หมดสติในหลักปรัชญาจีนคือหยินหยางแยกส่วน ลองสังเกตดูว่าคนเรามักเป็นลมขณะยืนตากแดดร้อนๆ คือได้รับหยางมากเกินไปจนหยินมาไม่ทัน ร่างกายจึงสลบหลับไป เมื่อเพิ่มหยินกลับมาได้บ้างแล้วจึงจะฟื้นคืนสติได้ วัคซีนน่าจะมีความเป็นหยางมาก ทำให้ร่างกายบางคนที่มีหยินหยางไม่สมดุลรับไม่ได้(อย่างที่กล่าวมามากแล้วข้างต้น) และการทำให้หยินหยางในร่างกายเสียสมดุลอย่างมาก กระทบไตจนอาจทำให้เป็นโรคต่างๆข้างต้นอย่างฉับพลันได้หรือไม่? นับเป็นความบังเอิญที่ควรตรวจสอบอย่างมาก

นี่เป็นการสันนิฐานจากข้อมูลเท่าที่มี ถ้าต้องการ(และผมก็ต้องการมาก)ที่จะรู้ว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร ทาง สธ. ควรให้แพทย์แผนจีนหรือไทยได้ลงหน้างานเพื่อดูเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ แล้วประชาชนทุกคนจะได้คำแนะนำที่เที่ยงตรงและถูกต้องยิ่งกว่านี้(และมีสิทธิ์จ่ายยาสมุนไพรเพื่อปรับสมดุลได้) แต่ไม่มีใครออกมาพูดเรื่องนี้ ผมจึงต้องออกมาแนะนำเองด้วยความรู้เท่าหางอึ่งที่มี ถือว่าเป็นการโยนหินหยกก็แล้วกันนะครับ โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อใครสักคน แค่นี้ผมก็ยินดีแล้ว

ด้วยความจริงใจ
ขอให้ทุกคนปลอดภัย
ขอบคุณครับ


แถม
มีหลายท่านตั้งโพสสอบถามอาการข้างเคียง เพื่อเป็นแหล่งรวมข้อมูลยกมาข้างล่างนี้ไว้อันนึง ในคอมเม้นมีหลายคนได้รับผลกระทบ และมีอาการแสดงผลออกมามากมาย
โปรดใช้วิจารณญาณในการพินิจพิเคราะห์

โพสข้างต้นโดยรีพอร์ตจนถูกปิดไปแล้ว แต่สามารถเข้าไปดูจากอีกแหล่งได้ที่ https://t.me/vaccine_efffects และ https://t.me/ThChildJabVictems ผ่านทางแอป Telegram หรือที่กลุ่ม แพทย์ & ทนาย ไม่เอาบังคับ ฉ ว ซ และคนทั่วไป ใน FB มีคนรวบรวมโพสต์จากที่ต่างๆที่พูดถึงผลข้างเคียงของวัคซีนเอาไว้ มีหลายคนได้รับผลกระทบมากจริงๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการพินิจพิเคราะห์

หลังจากผ่านมา 4 ปี ผลข้างเคียงจากวัคซีนก็สามารถพูดถึงในสื่อกระแสหลักเสียที ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอาการกระทบลามสู่อวัยวะอื่นมากน้อยเพียงใดแล้ว แต่อาจจะยังไม่สายหากจะทำการล้างพิษปรับสมดุลร่างกาย ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่รักสุขภาพครับ

อ้างอิงและแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

13 ตุลาคม 2564

ความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากวัคซีน COVID-19 - ข้อสังเกตและคำแนะนำ

เรามีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องผลข้างเคียงจาการฉีดวัคซีน COVID-19 ที่อาจถึงขั้นเสียชีวิตนั้น ไม่ว่าจะเนื่องด้วยโรคประจำตัวหรือสุขภาพส่วนตัวของแต่ละบุคคลหรือไม่ก็ตาม ข้าพเจ้าเห็นว่าอาจจะสามารถล่วงรู้และป้องกันได้
โดยใช้ข้อมูลจากข่าวเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนมาวิเคราะห์ ทำให้เห็นว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับสารน้ำลดน้อยลง(สารน้ำ เช่น น้ำ, เลือด, ความชุ่มชื้นที่สร้างของเหลวต่างๆในร่างกาย เป็นต้น)

  • ผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน เมื่อชันสูตรแล้วมักจะเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการขาดสารน้ำ เช่น ร่างกายขาดน้ำ, ขาดเลือด, ฯลฯ (อ่านเพิ่มเติม https://cutt.ly/VEpNKfm)
  • เด็กที่ได้รับการฉีด Pf หลังฉีดวัคซีนต้องงดการออกกำลังกาย และมีเพศสัมพันธุ์(หรือช่วยตัวเอง)เพราะจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แม้จะบอกว่าเพราะหัวใจอาจทำงานหนักจนเป็นเหตุ แต่จะเห็นว่า การออกกำลังกายทำให้ร่างการสูญเสียสารน้ำมาก หัวใจใช้สารน้ำมาก และการมีเพศสัมพันธ์ก็เช่นกัน(ซึ่งเป็นสารน้ำที่มีความข้นสูง)
  • บางคนฉีดแล้วโรคเก่ากำเริบ เช่น เริม หรือ งูสวัส ซึ่งโรคเหล่านี้มักโผล่มาเมื่อร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกัน(ทั่วไป)ตก โดยเฉพาะเมื่อภายในร่างกายร้อนและขาดความชุ่มชื้น ก็มาจากสารน้ำที่น้อยจนไม่สมดุลกับความร้อน
  • ผู้หญิงหลายท่านฉีดแล้วประจำเดือนเลื่อน ประจำเดือนขาด นั่นเป็นอาการของเลือดพร่อง ซึ่งก็คือสารน้ำที่พร่องไปเหมือนกัน
  • การที่ฉีดเข็มหลังๆยิ่งมีความรุนแรงของผลข้างเคียงมากขึ้นเรื่อยๆ อาจเพราะร่างกายสร้างสารน้ำกลับคืนมาไม่ทันหรือไม่?

หากจับด้วยปรัชญาจีน จะเห็นว่าทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการมีฤทธิ์ร้อน(หยาง)ที่มากกว่าฤทธิ์เย็น(หยิน)แทบทั้งนั้น อาจเป็นไปได้ว่าวัคซีนผลาญสารน้ำในร่างกายไปมาก ดังนั้น จึงควรปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่ง คือ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มากทั้งก่อนและหลังรับวัคซีน งดชา, กาแฟ, และแอลกอฮอล์ เนื่องจากทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
ตัวอย่างสมุนไพรจับเลี้ยง
ภาพจาก https://t.ly/Rgdj

ถ้าต้องการให้ร่างกายกักเก็บสารน้ำได้มาก แนะนำให้กินของที่เสริมหยิน(ฤทธิ์เย็น) ซึ่งของที่หาง่าย เช่น จับเลี้ยง(ควรเป็นแบบต้มสมุนไพร ไม่ใส่น้ำตาล), ฯลฯ เป็นต้น ดื่มก่อนไปฉีดวัคซีน เพื่อบำรุงหยินโดยรวมให้ร่างกายสามารถกักเก็บสารน้ำไว้ให้มากเพื่อป้องกันและรับมือการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่จะผลาญสารน้ำจำนวนมาก ไม่หักโหมทำงานหรือออกกำลังกาย และไม่นอนดึก(ไม่เกิน 23:00 น.) การนอนให้เพียงพอก็ช่วยบำรุงหยินด้วยเช่นกัน (อันนี้กล่าวถึงการเตรียมตัวก่อนฉีด ไม่นับเรื่องอาการไข้หลังฉีดที่ต้องดูแลต่างกัน*(ดูที่เพิ่มเติมข้างล่าง))

โดยรวมคือแนะนำให้เสริมสารน้ำ บำรุงหยิน บำรุงไต(ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมน้ำในร่างกาย) กินอาหารพวกพืชผักสีม่วง ดำ เช่น เห็ดหูหนูดำ, เห็ดหอม, ถั่วดำ, งาดำ, เห็ดหอม, ข้าวสีดำ, ผลไม้ฉ่ำน้ำ, เฉาก๊วย, สมุนไพรบำรุงไตหยิน, ฯลฯ
สำหรับคนที่ฉีดแล้ว โดยเฉพาะผู้หญิงที่ประจำเดือนขาด แนะนำให้บำรุงเลือดร่วมด้วย
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครรู้ว่าต้องปรับสมดุลมากน้อยแค่ไหน(นอกจากจะได้รับการวินิจฉัย) ขอเพียงทำให้ดีที่สุดเท่าที่เรามีข้อมูล ไม่มีอะไรรับประกันได้

สำหรับคนที่ติดแล้วหายแล้วและเป็น Long Covid จากที่เก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ ส่วนใหญ่จะเป็นอาการ ชี่และเลือดพร่อง จึงควรบำรุงชี่เลือด ซึ่งร่างกายแต่ละคนต้องบำรุงแตกต่างกันไป ควรวินิฉัยก่อน แต่ถ้าเป็นเรา เราจะบำรุงด้วย โสม(人参) หรือ โสมอเมริกา(西洋参; จีนกลาง: ซีหยางเซิน; แต๋จิ้ว: ไซเอี่ยเซียม) หรือ ตังเซียม(黨參, 党参; จีนกลาง: ตั่งเซิน)

เราเป็นเพียงหนอนหนังสือ อาศัยว่าเคยอ่านหนังสือมาบ้าง จึงวิเคราะห์ตามหลักปรัชญาเท่าที่รู้โดยใช้ข้อมูลจากข่าว เราอยากให้มีแพทย์แผนจีนและแผนไทยลงสถานที่จริงมากๆเลย เพื่อจะได้เก็บข้อมูลเรื่องพวกนี้ จะได้มีข้อมูลหน้างาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น เราเคยแนะนำ สธ. ไปแล้ว แต่ไม่มีการจัดสรรแต่อย่างใด เราจึงขอแนะนำเอง เท่าที่ความรู้อันน้อยนิดของเรามี

ถือเสียว่าบทความนี้เป็นการโยนหินล่อหยกก็แล้วกัน ที่จะล่อให้ผู้รู้ขบคิดเกี่ยวกับข้อสังเกตเหล่านี้ และออกมาแก้ไขเพิ่มเติมคำแนะนำให้ถูกต้องยิ่งขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้คนจำนวนมากต่อไป

เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่จำเป็นต้องรับวัคซีนและรับวัคซีนแล้ว
ขอให้ทุกคนปลอดภัยและมีสุขภาพดี
ด้วยความปราถนาดี

六味地黄丸 ลิ่วเว่ยตี้หวงหยวน (แต้จิ๋ว: หลักบี่ตี่อึ่งอี๊): ตำรับยาบำรุงหยินไต

เพิ่มเติม
ก่อนฉีด นอกจากจับเลี้ยงแล้ว สมุนไพรบำรุงสารน้ำที่หาง่ายแบบไม่ต้องให้หมอจ่ายยังมีอีกมาก เช่น ถั่วเขียวต้ม, น้ำเก็กฮวย, เฉาก๊วย, น้ำใบบัวบก, ชาใบหม่อน, ชาแชตี่, ชาเส็กตี่, ชาห้าบุปผา, เซี่ยซางจู, น้ำรางจืด, ฯลฯ ที่ใช้แก้ร้อนในดับกระหายถือว่าใช้ได้ในเบื้องต้น; ไม่ใส่น้ำตาลหรือใส่น้ำตาลแต่น้อยจะดีกว่า
อย่างไรก็ตาม จับเลี้ยงโดดเด่นที่สุดเพราะรวมสมุนไพรเหล่านี้ไว้หลากหลายชนิด ช่วยปรับสมดุลแบบองค์รวม และฤทธิ์ไม่เย็นจัดจนเกินไป
ควรกินก่อนฉีดและหลังฉีดสักระยะนึง เพื่อปรับสมดุลร่างกาย ไม่ให้เกิดความร้อน ความแห้ง ในร่างกาย และสร้างความชุ่มชื้นและบำรุงสารน้ำ ฯลฯ ให้กลับสู่สมดุลตามปกติ

*คำแนะนำวิธีดูแลอาการไข้หลังฉีดวัคซีน
หลังฉีดมักจะมีอาการไข้อยู่ประมาณวันสองวัน ซึ่งแต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกัน ให้ดูแลตามอาการ :
ถ้าเป็นหวัดเย็น เช่น หนาวสั่น, ปวดหัว, ปวดข้อ, น้ำมูกใส, ฯลฯ แนะนำให้ดื่มสมุนไพรรสเผ็ดอุ่น เช่น น้ำขิง
ถ้าเป็นหวัดร้อน เช่น ไข้สูง, เจ็บคอ, คอแห้ง, น้ำมูกข้นเหลือง, ฯลฯ แนะนำให้ดื่มสมุนไพรรสเผ็ดเย็น เช่น น้ำเก็กฮวย, ชาใบหม่อน, ชามินต์, ฯลฯ
(สามารถนำไปใช้กับอาการไข้ทั่วก็ไปได้)
หลังจากหายจากอาการไข้แล้วก็กลับไปเสริมหยินสารน้ำในร่างกายต่ออีกสักระยะหนึ่งเพื่อปรับสมดุลร่างกายให้กลับสู่ปกติ

แถม
แม้ฉีดวัคซีนฉุกเฉินนี้แล้วก็ต้องดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อ่านต่อ แนะนำสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันและรักษาอาการโควิดเบื้องต้น
หลังจากหายจากอาการไข้หลังฉีดวัคซีน ยังมีอาการระยะยาวต่างๆตามมาอีก มาวิเคราะห์กันครับ อ่านต่อ อาการหลังฉีดวัคซีน COVID-19 - ข้อสังเกตและคำแนะนำ

อ้างอิงและแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

15 กรกฎาคม 2564

玉屏风 ยวี่ผิงเฟิง ม่านหยกกันลม - สมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน


เว่ย์ชี่ (卫气, 衛氣) คือ ลมปราณคุ้มกัน เพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก ก็คือ ภูมิคุ้มกันนั่นเอง ยาจีนที่นิยมใช้เสริมเว่ย์ชี่คือ 玉屏风 ยวี่ผิงเฟิง Yu Ping Feng ม่านหยกกันลม ใช้บำรุงปอด เสริมภูมิคุ้มกัน ชื่อนี้เปรียบเปรยถึงเกราะหยกที่ห่อหุ้มร่างกายป้องกันเชื้อโรคที่แพร่ทางลม เป็นยาสมุนไพรที่ใช้อย่างแพร่หลายในจีนและต่างประเทศยามมีโรคระบาด

สำรับสมุนไพรยวี่ผิงเฟิง/วัน
  • 黄芪 หวงฉี 3g
  • 白术 ไป๋จู๋ 6g
  • 防风 ฟางเฟิง 3g
หาซื้อได้ตามร้านยาจีนทั่วไป
ต้มหรือชง แบ่งดื่มวันละ 2 ครั้ง
หรือบดเป็นผลรับประทานก็ได้

สรรพคุณ : บำรุงชี่ปอดและม้าม เสริมภูมิคุ้มกัน หยุดอาการเหงื่อออกเองเนื่องจากชี่พร่อง แก้การเป็นหวัดบ่อยติดเชื้อง่าย

รสชาติทานง่าย ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งยังนิยมใช้เป็นยาที่กินก่อนป่วย ซึ่งเป็นการใช้เพื่อป้องกันไข้หวัดและโรคระบาดที่แพร่ทางอากาศ แก้ภูมิแพ้ คนที่เป็นหวัดบ่อย เสริมภูมิคุ้มกันป้องกันและลดการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย แต่หากร้อนในหรือเป็นไข้หวัดแล้วให้หยุดใช้
หากเป็นไข้แล้วให้กินยาแก้ไข้ เช่น ฟ้าทะลายโจร หรือ ยินเคี้ยวฯ (ดูโพสแนะนำสมุนไพรทดแทนหากฟ้าทะลายโจรขาดตลาด https://jazzylj.blogspot.com/2021/07/blog-post.html)

玉屏风 ยวี่ผิงเฟิง ในไทยหาแบบสำเร็จรูปได้ยาก แต่ก็มีอยู่บ้างครับ เช่น
ชุดชาสำเร็จรูป 金金茶 จินจินฉา ของหัวเฉียวแพทย์แผนจีนก็ใช้ 玉屏风 ยวี่ผิงเฟิง เป็นตัวหลักแล้วเสริมสมุนไพรตามสูตรเฉพาะของเขาเพิ่มเข้าไป
หรือแบบเม็ดสำเร็จรูปก็มีเหมือนกันครับ เป็นยาบำรุงปอดยี่ห้อ ฟูจง ก็ใช้ 玉屏风 ยวี่ผิงเฟิง เป็นตัวยาหลักผสมกับสมุนไพรสูตรของเขาเพิ่มเข้าไป
ใช้ได้เหมือนกัน

แต่วิธีที่ดีที่สุดในการเลี่ยงการรับเชื้อ คือ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ เลี่ยงการสัมผัสปาก จมูก และดวงตา และรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสมด้วยนะครับ

เราจะผ่านมันไปด้วยกันครับ
ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรงในทุกๆวัน🙏😇

*สตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้
*ร้อนใน เจ็บคอ มีไข้ ความดันโลหิตสูง ไม่ควรใช้
*ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์โดยไม่หยุดพัก
*มีอาการเหงื่อออกเองเนื่องจากหยินไตพร่องไม่ควรใช้
*ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้


นี่ก็เป็นม่านหยกกันลม(玉屏風)เหมือนกัน
แต่เป็นฉากกั้นลมที่ทำจากหยกของจริง😁

via GIPHY


แถม
สมุนไพรจีนบำรุงชี่ยังมีอีกหลายตำรับ และม่านหยกกันลมมีความโดดเด่นสูงสุด แต่อาจจะหายากหน่อยในประเทศไทย จึงขอตำรับทดแทนที่หาได้ง่ายกว่า (แต่สรรพคุณการเสริมภูมิคุ้มกันจะไม่เท่าม่านหยกกันลม) และมีจำหน่ายตามร้านยาจีนเป็นเม็ดสำเร็จรูป
สรรพคุณ : บำรุงชี่ม้ามและกระเพาะ ขจัดชื้น แก้อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องอืดแน่น ปวดท้องจากชี่ม้ามพร่อง ระบบย่อยไม่ดี ถ่ายเหลว หน้าซีดขาว มือเท้าอ่อนแรง
ยาหอม ของไทยเราเอง เป็นยาฤทธิ์กลาง(ไปทางอุ่น) บำรุงประสาท บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ บำรุงเลือดลม แก้อ่อนเพลีย แก้นอนไม่หลับ ป้องกันไข้หวัด *ผู้แพ้เกสรดอกไม้ไม่ควรใช้

เหล่านี้สามารถพอจะใช้เสริมภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดทดแทนม่านหยกกันลมได้ ข้อห้ามก็เหมือนกับม่านหยกกันลมครับ ไม่ควรใช้ในผู้ที่มีความร้อน หยางแกร่ง หยินพร่อง กระหายน้ำ คอแห้ง เลือดพร่อง ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนใช้

อ้างอิง
https://nimh.org.uk/wp-content/uploads/2020/04/COVID-19-treatment-protocol-NIMH-2.pdf
https://baike.baidu.com/item/%E7%8E%89%E5%B1%8F%E9%A3%8E%E6%95%A3/1650602
https://www.huachiewtcm.com/content/8273/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99
https://www.huachiewtcm.com/content/7950/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-jin-jin-chinese-herbal-drink
https://www.gfcherbs.com/Images/Jade%20Windscreen%20Monograph.pdf
https://www.americandragon.com/Herb%20Formulas%20copy/YuPingFengSan.html
https://clinicaltrials.gov/ct2/show/NCT04668222
https://greymountainherbs.com/tag/jade-windscreen/
https://physiologicnyc.com/from-my-chinese-medicine-cabinet-yu-ping-feng-san/
https://www.gushiciku.cn/dl/1lRU2/zh-tw
https://www.orientalmed.net/16404093/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%8A%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E8%A1%A5%E4%B8%AD%E7%9B%8A%E6%B0%94%E6%B1%A4-bu-zhong-yi-qi-tang

สมุนไพรทดแทนฟ้าทะลายโจร หากฟ้าทะลายโจรขาดตลาด


หากฟ้าทะลายโจรขาดตลาด หาซื้อไม่ได้ ตามตำรายาจีนมีสมุนไพรพื้นฐานที่มีสรรพคุณหมวดเดียวกับฟ้าทะลายโจร คือ
金银花 (กิมหงึ่งฮวย(แต้จิ๋ว), จินหยินฮวา, ดอกสายน้ำผึ้ง) และ 连翘 (เหลี่ยงเคี้ยว(แต้จิ๋ว), เหลียนเฉียว) ใช้อย่างละ 6 กรัม/วัน ต้มหรือชงเป็นชาดื่ม

อาจใช้ตัวเดียวก็ได้ มักนิยมใช้ 金银花 จินหยินฮวา มาชงดื่มเป็นชา เพราะมีรสหวานเย็น กลิ่นหอมดื่มง่าย (ส่วน 连翘 เหลียนเฉียว มีรสขม)

หากจะใช้เป็นสำรับ
金银花 6 กรัม
连翘 6 กรัม
鱼腥草 (หื่อเซ็งเช่า(แต้จิ๋ว), ยวี่ชิงเฉ่า, พลูคาว, คาวทอง) 10 กรัม (ช่วยเสริมฤทธิ์สองตัวแรก)
炙甘草 (จื้อกานเฉ่า, ชะเอมเทศผัดน้ำผึ้ง) 10 กรัม (ช่วยผสานยาไม่ให้เย็นเกินไป)

อาจใส่ 陈皮 (เฉินผี, เปลือกส้มจีน) 10 กรัม (หากมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วย)

ล้างให้สะอาดแล้วต้ม 15 นาที ต้มซ้ำได้ ดื่มทั้งวัน
หาซื้อได้ตามร้านยาจีนทั่วไป

เผื่อเป็นประโยชน์ในยามจำเป็นนะครับ
เราจะผ่านมันไปด้วยกันครับ
ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรงในทุกๆวัน🙏😇

แถม
ยาจีนอีกสำรับที่ใช้ทดแทนฟ้าทะลายโจรได้ มีทำเป็นยาเม็ดสำเร็จรูปด้วย คือ ยินเคี้ยวโกยตั๊กเพี่ยง 银翘解毒片 (Yin Qiao Jie Du Pian)
สรรพคุณ : แก้ร้อนใน แก้ไข้ บรรเทาอาการไอ แก้หวัดร้อน(เสมะเหนียวข้น)
เป็นหนึ่งในยาจีนที่ถูกนำไปวิจัยเรื่องการยับยั้งและรักษาโควิด
หาซื้อได้ตามร้านยาจีนทั่วไป

03 กันยายน 2563

夏桑菊 XiaSangJu - เซียซางจู เครื่องดื่มสมุนไพรมากประโยชน์

ส่วนผสมของเซียซางจู

夏桑菊 Xiàsāngjú หรือที่เรียกกันว่า เซียซางจู เป็นสูตรที่คิดค้นโดย อู๋จูทง(吳鞠通) ในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งยาสูตรนี้มีบทบาทอย่างมากในช่วงที่เกิดโรคระบาดที่ประเทศจีนในมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียงช่วง ค.ศ. 1814
ในปี ค.ศ. 2007 นักวิจัยจาก Hong Kong University of Science and Technology พบสารประกอบที่อาจช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของ H5N1(ไข้หวัดนก) และโรคไข้หวัดได้ เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรฤทธิ์เย็น ประกอบด้วยสมุนไพร 3 ชนิด คือ

夏枯草 แห่โกวเช่า (เซี่ยคูเฉ่า, Self-heal, Heal-all, Prunella vulgaris) 4-8 กรัม
野菊花 เก๊กฮวยป่า (Chrysanthemum lavandulifolium) 3-6 กรัม
冬桑葉 ใบหม่อน (Mulberry leaf) 2-4 กรัม

สามารถเพิ่มลดได้ตามสัดส่วน(4:3:2) หรือปรับปริมาณสมุนไพรได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
เอาสมุนไพรทั้งหมดมาล้างน้ำเสร็จแล้ว นำมาแช่น้ำให้พองประมาณ 15-30 นาที จากนั้นขึ้นเตาตั้งไฟแรงให้เดือด แล้วลดเป็นไฟอ่อนต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที กรองเอาน้ำมาดื่ม ใส่หรือไม่ใส่น้ำตาลก็ได้ตามชอบ
ต้มซ้ำได้ ลดน้ำลงครึ่งหนึ่ง

สรรพคุณ
ชำระร้อนในตับทำให้การมองเห็นสว่างขึ้น บำรุงสายตา ขับลมกระจายร้อน ขจัดชื้น ปวดชา ถอนพิษ ทำให้สดชื่น
แก้ร้อนใน แก้เจ็บคอ แก้ไอ(เสมหะหนา เหนียว เหลือง) เสริมภูมิคุ้มกันและบรรเทาไข้หวัด(ร้อน) ลดความดันโลหิต แก้วิงเวียน แก้ปวดหัว แก้หูอื้อ แก้ตาแดง ลดบวม แก้ปวดตา กลัวแสง กลัวลม ฯลฯ
แก้โรคเริมที่ริมฝีปาก(Oral herpes, HSV-1)ที่เกิดจากลมร้อน ชำระความร้อนในปอด เป็นสูตรอ่อนโยนสำหรับโรคผิวหนังหรือโรคปอดที่เกิดจากลมร้อน

ปัจจุบันมีขายเป็นซองเกล็ดละลายน้ำดื่ม ชงง่าย ไม่ต้องต้ม

ต้มสดสรรพคุณแน่น
นุ่ม หอม สัมผัสละมุน รสกลมกล่อม คล่องคอ

🛒สั่งซื้อชุดสมุนไพรเซียซางจูสำหรับต้มได้ที่ shopee https://shopee.co.th/product/83249973/14091969509?smtt=0.83251451-1661788722.9
🛒สั่งซื้อเซี่ยซางจูแบบผงชงได้ที่ https://shope.ee/8UljycMvg4

เซียซางจู อาจรู้จักอีกชื่อว่า ซางจูหยิน(桑菊飲 Sang Ju Yin) อาจมีการปรับสูตรเพิ่มเติมแตกต่างกันไปจากสูตรหลักนี้ได้

อ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม
https://baike.baidu.com/item/%E5%A4%8F%E6%A1%91%E8%8F%8A

Five Flower Tea - ชาห้าบุปผา - 五花茶


ไปเจอชาดอกไม้ชุดนึงน่าสนใจ เป็นชาดอกไม้ 5 ชนิด ยังไม่เห็นแบบสำเร็จรูปในประเทศไทย คงต้องจัดชุดตามร้านยาจีนทั่วไป ใช้ปริมาณเท่าๆกันหรือตามชอบ เหมาะสำหรับดื่มในฤดูร้อน

五花茶 ชาห้าบุปผา

ประกอบด้วย
金銀花 ดอกสายน้ำผึ้ง
菊花 เก๊กฮวย
槐花 ไฮว่ฮวย(Sophora japonica linne)
木棉花 บักมีฮวย(ดอกงิ้วแดง)
雞蛋花 ดอกลีลาวดี

สรรพคุณ
ชำระร้อนตับ ขจัดไฟหัวใจ ดับร้อนขจัดชื้น



อ้างอิง
https://baike.baidu.com/item/%E4%BA%94%E8%8A%B1%E8%8C%B6

30 เมษายน 2557

มาชงชากันเถอะ



การชงชาปกติที่แช่ใบชาไว้ในกาเพื่อดื่มทั้งวันนั้น(แช่เกิน 5 นาที)จะมีสารแทนนินออกมามากทำให้รสฝาด และท้องผูกครับ
การชงสดนั้นให้แช่ใบชาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วรินน้ำชาใส่เหยือก
(หรือรองใบชาออก)พักไว้ดื่มได้เลยครับ ส่วนใบชานั้นไว้ชงซ้ำได้อีก 2-3 รอบ หรือจนกว่าจะจืดครับ(การชงซ้ำให้เพิ่มเวลาแช่อีก 10 วินาที/ครั้ง ชงซ้ำภายในวันนั้น)

การชงสดจะได้รสชาติที่แท้จริงของชา และที่สำคัญไม่ฝาดด้วยครับ
มาละเลียดรสชากันครับ


เชิญดื่ม เชิญดื่ม

ชุดชงชาเฉพาะกิจ จากของที่มีในครัว
แก้วเซรามิคชงชาแบบมีไส้กรอง
ชุดชงชาจีนดินเผา
http://www.14kumpa.com/2010/07/kungfu-tea-gongfu-cha.html#ixzz2VLQ9cH8O

วัฒนธรรมชุบแป้งทอง: ความหมายในถ้วยชา


ชงชาด้วยก้ายหว่าน
 
ชงชาด้วยป้านชา


การชงชาประณีตอย่างละเอียด-ภาษาไทย


การชงชาจีนแบบประณีต(工夫茶)
http://www.14kumpa.com/2010/07/kungfu-tea-gongfu-cha.html#ixzz2VLQ9cH8O


ลิงค์ความรู้เรื่องชา
http://steventearoom.blogspot.com
http://dekchaitea.blogspot.com
http://www.14kumpa.com