Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป้องกันตัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป้องกันตัว แสดงบทความทั้งหมด

29 มีนาคม 2568

ตระหนักรู้และเตรียมพร้อม - ทำไมควรมีชุดของใช้ฉุกเฉินประจำวัน (EDC)

Every Day Carry Four (EDC 4)

ในชีวิตประจำวัน เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อย ภัยธรรมชาติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องหลบหนี การมี ชุดของใช้ฉุกเฉินประจำวัน (Everyday Carry; EDC) ติดตัวไว้เสมอจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับคุณและคนรอบข้าง

EDC คืออะไร?
EDC (Everyday Carry) คือ ของใช้จำเป็นที่พกพาติดตัวเป็นประจำทุกวัน นอกเหนือจากสิ่งของประจำวันทั่วไป (กระเป๋าสตางค์, บัตรประจำตัว, กุญแจบ้าน/รถ, นาฬิกาข้อมือ, แว่นกันแดด, ฯลฯ) เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ของเหล่านี้ควรมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่มีประโยชน์สูง ไม่ว่าจะพกไว้ในกระสตางค์ กระเป๋าทำงาน หรือกระเป๋าเหน็บเข็มขัดก็ได้

ทำไมต้องมี EDC?
  1. ช่วยชีวิตในสถานการณ์คับขัน – เช่น อุบัติเหตุ ก่อการร้าย ภัยธรรมชาติ หรือต้องหลบหนีออกจากอาคาร
  2. เพิ่มความมั่นใจ – เมื่อรู้ว่ามีอุปกรณ์ช่วยเหลือติดตัวไว้เสมอ
  3. ช่วยเหลือผู้อื่น – บางครั้งคุณอาจเป็นคนแรกที่สามารถให้ความช่วยเหลือคนรอบข้างได้
ของแนะนำเป็นทางเลือกในชุด EDC
  1. อุปกรณ์ฉุกเฉิน
  2. อุปกรณ์ปฐมพยาบาล
    • พลาสเตอร์ปิดแผล
    • ยาหอม ยาดม
    • ยาฆ่าเชื้อ
    • ยาแก้ปวด
    • ยาประจำตัว
  3. อุปกรณ์สื่อสาร
    • โทรศัพท์มือถือ + Power Bank
    • เบอร์โทรติดต่อฉุกเฉินแบบจดไว้ในกระดาษ (เบอร์ญาติ, เบอร์การแพทย์ฉุกเฉิน 1669)
    • สมุดฉีกขนาดพกพา (สำหรับจด หรือเขียนโน้ตเพื่อส่งสาร)
    • ปากกา
  4. ของใช้ส่วนตัวและอื่นๆ
    • เงินสดเล็กน้อย (สำหรับกรณีฉุกเฉิน)
    • กระดาษทิชชู
    • อาหารฉุกเฉิน MRE
    • ขวดน้ำดื่มขนาดเล็ก
    • ที่พึ่งทางใจ (เครื่องราง, ภาพครอบครัว)
    • เข็มกลัด
    • เศษผ้า เข็ม และด้าย
    • อุปกรณ์จุดไฟ (ไม้ขีด, ไฟแช็ก, แท่งจุดไฟ)
สรุป
การเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม EDC ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่คือเครื่องมือที่อาจช่วยชีวิตคุณและคนที่คุณรักได้ ลองเริ่มจากของชิ้นเล็กๆ ที่จำเป็นที่สุด (แนะนำมีดพับสวิสเป็นอันดับแรก) แล้วค่อยๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสม

อย่ารอให้เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น… เตรียมตัวไว้ก่อนดีกว่า!

คุณมี EDC อะไรติดตัวบ้าง? แชร์ไอเดียดีๆ ให้กันได้ในคอมเมนต์นะครับ!

หากบทความนี้มีประโยชน์ อย่าลืมแบ่งปันให้คนรอบตัวเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กันนะครับ😊

ผู้ที่เตรียมสิ่งของไว้ยามฉุกเฉินไม่ใช่คนโง่
แต่เป็นผู้ที่ตระหนักในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแม้ว่ามันจะไม่เกิดก็ตาม
เพราะความไม่พร้อมจ่ายแพงกว่าเสมอ



แถม




16 มกราคม 2568

ท่ารำมวยของกองทัพจีน - ฝึกการป้องกันตัวด้วยตนเองที่บ้าน

Image by Mohamed Hassan from Pixabay

สวัสดีครับทุกท่าน เมื่อคนเราต้องปกป้องตัวเอง คนที่เรารัก และทรัพย์สิน การมีความรู้ หรือเคยฝึกพื้นฐานเอาไว้ย่อมเป็นสิ่งที่ช่วยได้บ้างหากจำเป็นต้องใช้ บทความนี้จะมาแนะนำการฝึกศิลปะการป้องกันตัวที่สามารถฝึกเองได้ที่บ้านผ่านคลิปวิดิโอ ท่ารำมวยของกองทัพจีน เป็นท่วงท่าที่ไม่ซับซ้อนมากนักและนำไปปรับใช้ได้อย่างตรงไปตรงมา ตามแนวคิดของกองทัพส่วนใหญ่ที่มักเน้นฝึกได้รวดเร็วและใช้งานได้ทันที ซึ่งท่ารำมวยของกองทัพจีนนี้น่าจะตรงตามแนวคิดนั้นพอดี (ชุดรำมวยนี้น่าจะเป็นท่ารำมวยเก่าชุดหนึ่งของกองทัพจีน คิดว่าอาจเป็นการนำวิชามวยจีนบางสำนักมาย่อให้สั้นเพื่อฝึกทหาร แต่ไม่ทราบว่ามวยอะไร วอนผู้รู้ช่วยแถลงไขในคอมเม้นต์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ) จึงอยากมาแนะนำให้สำหรับผู้ที่สนใจให้ลองนำไปฝึกฝนด้วยตนเองดูครับ ไม่ยาวมากและค่อนข้างครบเครื่องพอสมควร ไม่ว่าจะเพื่อออกกำลังกายหรือฝึกไว้ป้องกันด้วยก็ตาม ฝึกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใช้พื้นที่น้อย มีทั้งหมด 16 ท่า พร้อมทั้งสาธิตการนำไปใช้จริงบางส่วน งั้นก็ไปเริ่มกันเลยครับ

ท่าที่ 1-8


ท่าที่ 9-16


ขอขอบคุณเจ้าของคลิปสำหรับวิทยาทานอันทรงคุณค่ามา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

สรุปท่ารำมวยของกองทัพจีน
ท่าเตรียม ยืนตรงหน้ามองตรง แบมือไปข้างหน้า และส้นเท้าชิด จากนั้นกำหมดหันหลังมือไปข้างหน้า เท้าชิด และหันหน้า
  1. ปัดป้อง ป้องกันด้านบนและชก
  2. ฟัดและเตะ ชก
  3. ไขว้แขนป้องกันด้านบน จับดึงและเตะ
  4. ทุบ ชกหมัดเหวี่ยงและเข่า
  5. ป้องกัน ถีบออกข้าง
  6. จับ ดึง เตะตัด
  7. ป้องกันด้านบน จับขา
  8. จับ พลิกโยน
  9. ปัดป้อง ชกเสย
  10. คว้าจับ เกี่ยวลง
  11. เตะและคว้าจับข้อมือ
  12. เตะ จับล็อค
  13. ปัดป้อง ชก
  14. คว้าจับ ล็อคข้อมือ
  15. คว้าจับแขน กดคอ
  16. ล็อคแขน กดแขน
กลับมายืนตรงเป็นท่าจบ

หลังจากฝึกรำมวยได้ครบชุดแล้ว แนะนำให้ฝึกกลับด้านด้วยนะครับ คือ เมื่อฝึกด้านขวาแล้วก็ควรฝึกด้านซ้ายด้วย จะได้ถนัดทั้งสองด้าน

ทำไมต้องรำมวย?
ในการฝึกการต่อสู้ป้องกันตัวนั้นแค่ฝึกท่าชกเตะต่อยให้คล่องๆโดยไม่ต้องรำมวยก็ได้ครับ หากฝึกจนชำนาญเป็นระเบียบแล้วก็ย่อมมีทักษะอย่างแน่อน ซึ่งยังไงก็เป็นสิ่งที่ต้องทำไม่ว่าจะรำมวยหรือไม่รำมวย ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมต้องรำมวยด้วยล่ะ?

ท่ารำมวยเป็นท่วงท่าที่ได้รับการกลั่นเนื้อหาสาระมาอย่างครบถ้วนแล้วของกระบวนวิชานั้นๆ จึงได้มาเป็นท่ารำให้ได้เราฝึกฝน ก็เพื่อเป็นการท่องจำแนวคิดหลัก ในไทยเรียกเรียกชุดท่ารำของมวยจีนว่า มวยเส้น คือ ท่ารำที่เป็นเส้นร้อยเรียงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบตามลำดับซึ่งทำไว้ดีแล้ว (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า กาตะ (Kata); ภาษาอังกฤษเรียกว่า Form หรือ Kung fu form)
ท่ารำมวยเปรียบเสมือนคัมภีร์ของวิชานั้น การรำมวยเปรียบเสมือนการท่องหรือคัดคัมภีร์เพื่อทบทวนเนื้อหา จึงเป็นส่วนเริ่มต้นที่สำคัญในการเรียนศิลปะการป้องกันตัวของจีน (กังฟู จริงๆคำว่ากังฟู แปลว่า ทักษะที่ได้จากการฝึกฝน แต่ในไทยเราใช้เรียกมวยจีน) เพราะเมื่อเราจำเนื้อหาในคัมภีร์ได้ก็สามารถหยิบทีละกระบวนท่ามาเพื่อฝึก ผสมผสาน สลับลำดับ หรือประยุกต์ต่อยอดเองสำหรับฝึกเป็นท่าใช้จริงต่อไปได้ ซึ่งท่าทั้งหมดก็หยิบมาจากท่ารำนั่นเอง หรือแม้ไม่ได้หยิบมาแยกฝึกก็ตาม การรำมวยเส้นก็เป็นการทบทวนทุกกระบวนท่าและจัดโครงสร้างที่ถูกต้องไปพร้อมๆกับการยืดเส้นยืดสาย อย่างน้อยก็เป็นการออกกำลังกายที่ได้วิชาติดไม้ติดมือบ้างไม่มากก็น้อย และสามารถส่งต่อวิชาได้โดยไม่ลืมท่วงท่าใด เพราะแก่นของท่วงท่าร้อยเรียงอยู่ในมวยเส้นหมดแล้วนั่นเอง ที่เหลือก็อยู่ที่ผู้รำว่าจะเข้าถึงความหมายของแต่ละท่วงท่าหรือไม่เท่านั้นเอง ซึ่งก็ต้องได้รับการอธิบายโดยผู้สอนว่าแต่ละท่านั้นมีแนวคิดอย่างไร หากรู้พื้นฐานทางปรัชญาตรงนี้แล้วก็สามารถนำไปพลิกแพลงต่อยอดได้หลากหลายไม่จบสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกระบวนท่าใหม่หรือนำไปประยุกต์ใช้กับอาวุธต่างๆ ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน (บางมวยเริ่มจากมือเปล่าแล้วประยุกต์ใช้กับอาวุธ บางมวยเริ่มจากอาวุธแล้วประยุกต์ใช้กับมือเปล่า)

ในการเรียนมวยจีนที่เป็นวิชาขึ้นชื่อทั่วไปนั้น มักจะมีท่ารำที่มีลายละเอียดซับซ้อน ดังนั้น ควรจะไปเรียนโดยมีครูผู้สอนแนะนำจะดีที่สุด เพราะจะมีรายละเอียดเรื่องการวางมือวางเท้า โครงสร้าง การก้าวเท้า การหายใจ การส่งแรง การลงน้ำหนักเท้า สมดุลการยืน ฯลฯ ซึ่งละเอียดเกินกว่าท่วงท่าที่เห็น ดูแค่คลิปแล้วทำตามอย่างเดียวไม่เพียงพอ คลิปเหมือนมีไว้ทบทวนสำหรับผู้ที่เคยเรียนมาแล้วมากกว่าครับ

ในท่ารำมวยของกองทัพจีนนี้แม้จะไม่ซับซ้อนมากและเห็นว่าพอที่จะฝึกเองผ่านคลิปได้ก็ตาม (เอาจริงๆก็แอบซับซ้อนอยู่นะ) แต่ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าการวางและก้าวเท้าจะมีหลายแบบ อาจเป็นการลงน้ำหนัก 50% หรือขาใดขาหนึ่ง 70% ก็แล้วแต่ท่วงท่า ลองสังเกตและหาสมดุลที่เหมาะสมกับกระบวนท่านั้นๆดูครับ โดยทั่วไปจะลงน้ำหนักถ่ายเทไปมาอยู่ราวๆนี้ครับ

คุณธรรมที่ผู้ฝึกมวยควรมี
ผู้ที่ฝึกการต่อสู้บางครั้งย่อมมีบ้างที่อาจจะร้อนวิชา เหล่าบูรพาจารย์จึงต้องถ่วงดุลด้วยหลักการ ซึ่งได้กล่าวสั่งสอนให้ผู้ฝึกมวยจีนทุกคนถือคุณธรรม 10 ประการ
คุณธรรมภายนอก คือ ถ่อมตน, จริงใจ, มารยาท, มโนสำนึก, สัจจะ (謙誠禮義信) และ คุณธรรมภายใน คือ กล้าหาญ, อดทน, อดกลั้น, พากเพียร, มุ่งมั่น (勇忍恆毅志)
ฝึกมวยเพื่อส่งเสริมสุขภาพกายใจ หลีกเลี่ยงการต่อสู้และรักษาสันติจนถึงที่สุด หากมิอาจเลี่ยงแล้วจึงจะใช้การต่อสู้เพื่อปกป้องตนเองและคนที่เรารักให้รอดพ้นอันตราย (มีไว้แต่ไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แต่ไม่มี) มิใช่เพื่อจะเอาชนะคะคานระรานกลั่นแกล้งผู้อื่น การฝึกมวยต้องบ่มเพาะคุณธรรมทั้งกายและใจไปพร้อมกัน หากไร้คุณธรรมก็เป็นแค่คนพาล

มีแล้วไม่ได้ใช้
ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี

ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง
มีความสุข และปลอดภัยตลอดปีนะครับ


แถม


ท่ารำมวยหมัดตั๊กแตนเส้นสั้น

BJJ พื้นฐาน สำหรับการป้องกันตัวในท่านอน




อ้างอิง

01 สิงหาคม 2566

Zebra F-701 และ Parker Jotter ปากกาหน้าตาเรียบร้อยแต่ใช้สอยได้ดุดัน

https://www.zebrapen.com/products/f-701-all-metal-retractable-ballpoint

Zebra F-701 ปากกาลูกลื่นด้ามโลหะ เปลี่ยนไส้ได้ ทนทาน และเรียบง่าย เป็นปากกาที่นิยมในหมู่นัก #EDC ในการประยุกต์ใช้เป็นปากกาเทคติคอลสำหรับป้องกันตัวทั้งชายและหญิง ซึ่งมีการทดสอบแล้วว่าทนทานเพียงพอ

ชี้เป้า Zebra F-701 https://shope.ee/3ptk8MxOjy

โดยทั่วไปปากกาเทคติคอล (#tacticalpen ปากกายุทธวิธี)ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะนั้นมักจะมีหน้าตาที่ดุดัน อาจจะมีความแหลมคม ดูมีความทหาร(สายบู๊) และอาจดูคล้ายอาวุธมากเกินไป ในการพกพาสำหรับพลเรือน(สายบุ๋น)อาจถูกเพ่งเล็งได้ในบางกรณีว่าเป็นอาวุธ แม้ว่ามันจะเป็นปากกาด้วยก็ตาม และอาจจะไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้
ด้วยเหตุนี้ทำให้ปากกาสัญชาติญี่ปุ่น Zebra F-701 จึงได้รับความนิยมในการพกพาในชีวิตประจำวันในเมืองมากกว่า ด้วยรูปทรงที่เรียบร้อย ทำจากสเตสเลสล้วน และเขียนได้ดีตามหน้าที่ที่มันควรจะเป็น แม้ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเทคติคอล แต่ก็ทนทานพอที่จะใช้ต่อสู้ป้องกันตัว(#selfdefense)ได้พอๆกัน
ด้วยปากกาหน้าตาเรียบร้อยและทนทาน แม้จะเป็นสายวิชาการ(บุ๋น)แต่ก็มีอาวุธติดตัวกับเขาได้เหมือนกันนะ อิอิ

Zebra F-701 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปากกาที่หน้าตาเป็นมิตร ทนทาน และเป็นเทคติคอลได้ด้วย
ชี้เป้า Zebra F-701 https://shope.ee/3ptk8MxOjy

แถม
ปากกา Zebar F-701 และ Zebra F-402 ถูกแนะนำไว้ในหนังสือ 100 เทคนิคลับของหน่วย SEAL ด้วย ชี้เป้าหนังสือ https://shope.ee/2fhn2vZAC2
และเล่ม 2 หนังสือ 100 เทคนิครับของหน่วย SEAL (ฉบับต้องรอดในทุกสถานการณ์) ชี้เป้าหนังสือ https://shope.ee/VdISxYHFd

ชี้เป้าไส้ปากกา Refill https://shope.ee/8zbqbKa44U

วิธีเปลี่ยนไส้ปากกา Zebar Pen


https://www.zebrapen.com/products/f-701-all-metal-retractable-ballpoint

แถม

Parker Jotter
รุ่นสแตนเลสล้วน(สีเงิน)เป็นปากกาเปลี่ยนไส้ได้ รุ่นที่นิยมนำมาพก #EDC ประยุกต์เป็นปากกาเทคติคอล(#tacticalpen)ไว้ป้องกันตัว(#selfdefense)ได้ มีน้ำหนักเบาและเหล็กบางกว่า Zebra F-701 แต่หาไส้เปลี่ยนได้ง่ายกว่า เพราะใช้ไส้แบบมาตรฐานสากล

ชี้เป้า ไส้ปากกา Refill แบบ Parker ราคาถูก https://shope.ee/5pfI9ySwQD

ชี้เป้า Baoer 037 เป็นปากกาจากจีนรุ่นเทียบเท่า Parker Jotter ราคาหลักสิบ สเป็คและน้ำหนักเทียบเท่ากัน https://shope.ee/7AAoWycb1t

ปากกาแบบเปลี่ยนไส้ได้อาจจะมีราคาสูงหน่อย แต่สร้างมลพิษน้อยกว่าปากกาใช้แล้วทิ้ง และรีไซเคิลได้ เป็นการใช้ประโยชน์และรักษ์โลกในทางหนึ่งด้วย ใช้เป็นปากกาประจำตัวกันไปได้ยาวๆเลยครับ

Zebra F-701 น้ำหนักประมาณ 20 กรัม
Parker Jotter น้ำหนักประมาณ 16 กรัม

การใช้อาวุธในการป้องกันตัวช่วยให้ได้เปรียบกว่าการใช้แค่มือเปล่าแน่นอน แต่มันเป็นเทคนิคที่ต่อยอดจากทักษะการป้องกันตัวมือเปล่าครับ(หรือกลับกัน) ไม่ใช่แค่มีอาวุธแล้วจะช่วยได้เลย จึงต้องมีการฝึกฝนทั้งการใช้ การพก และการเข้าถึงอาวุธด้วย ทั้งฝึกมือเปล่าและการเสริมด้วยอาวุธนั้น การกำปากกาให้ปลายชี้ขึ้นแล้วแทง เป็นเทคนิคที่ต่อยอดมาจากการใช้หมัดตรง; การกำปากกาให้ปลายชี้ลงแล้วตำ เป็นเทคนิคที่ต่อยอดมาจากการใช้หมัดทุบ(หรือสันมือฟัน) เมื่อเสริมอาวุธก็จะเพิ่มอำนาจยั้บยั้งได้มากขึ้น เพื่อให้มีเวลาหนีเอาตัวรอดได้ (การป้องกันตัวจะเน้นที่เอาตัวรอด ไม่เน้นที่ชนะ ซึ่งถ้าเลี่ยงการต่อสู้ได้ตั้งแต่ต้นก็ควรเลี่ยงจะดีที่สุดครับ ดังนั้น ถ้าหนีได้ให้หนีก่อน) แต่จะใช้ได้ผลแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับทักษะและการฝึกฝน ดังนั้น มาฝึกวิชาป้องกันตัวเป็นการออกกำลังกายกันครับ ;)

ศึกษาเพิ่มเติม