Sponsor

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โยคะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โยคะ แสดงบทความทั้งหมด

18 พฤศจิกายน 2568

ท่ากำมือมั่น (握固) - อาวุธลับในการรักษาสุขภาพ


👶 ท่านทราบหรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว ทารกนั้นกำเนิดมาพร้อมกับศิลปะการบำรุงสุขภาพโดยธรรมชาติ? กำมือมั่น (握固 - ว้อกู้) คือ ลักษณะมือที่มักใช้กันในศาสตร์การบำรุงสุขภาพแบบเต๋า ซึ่งมิได้เพียงส่งเสริมให้ชี่แห่งใจ (心氣) รวมเป็นหนึ่งเท่านั้น หากยังสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายและป้องกันพิษภัย (辟邪防毒) ได้อีกด้วยนะ! 😮

✊ การกำมือมั่นนั้นทำได้ง่ายดายยิ่งนัก ทว่ามันกลับเป็นความลับแห่งร่างกายมนุษย์ในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและหลีกเลี่ยงพิษภัย โดยมีวิธีการดังนี้: ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือแตะที่โคนของนิ้วนาง ส่วนนิ้วอื่น ๆ ที่เหลือให้กำลงมาเบา ๆ ทารกก็มีลักษณะการกำมือเช่นนี้ จึงถูกขนานนามว่า "เคล็ดวิชาของทารก" (子决 - จื่อเจวี๋ย) หรือที่เรียกกันว่า "กำมือมั่น" (握固) นั่นเอง
กำมือแบบทารก
https://zhuanlan.zhihu.com/p/250515094

💡 การกำมือมั่นหากนำมาผนวกเข้ากับการฝึกฝนพลัง จะยิ่งให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น! ตำราเต่าอิ่นฝ่า (导引法) ได้กล่าวไว้ว่า:

“拘魂门,制魄户,名曰握固。法屈大拇指,着小指内抱之。”

"กุมประตูแห่งขวัญ, คุมทวารแห่งมิ่ง, นามว่ากำมือมั่น. วิธีการคืองอนิ้วหัวแม่มือ, สัมผัสภายในนิ้วก้อย[หรือนิ้วนาง]แล้วโอบไว้."

 และยังกล่าวอีกว่า:

“拘魂门,制魄户,名曰握固与魂魄安户也。”

"กุมประตูแห่งขวัญ, คุมทวารแห่งมิ่ง, นามว่ากำมือมั่นด้วยเป็นเรือนสงบแห่งมิ่งขวัญแล."

📜นี่คือวิธีในการผนึกจิง (固精) ทำให้ดวงตากระจ่าง (明目) ยืดอายุขัย (留年) และกลับคืนขวัญ (還魂) หากสามารถกำมือมั่นได้ตลอดวัน พลังงานชั่วร้ายและร้อยพิษภัยมิอาจกล้ำกลาย

🌿 การกำมือมั่นมิได้เพียงแต่สามารถปกปักรักษาซึ่ง 'จิง ชี่ เสิน' [แก่นแท้ พลังงาน และจิตวิญญาณ] ของผู้คนเท่านั้น หากยังช่วยทำให้จิตใจสงบและมั่นคง (安神定神) อีกด้วย แพทย์แผนจีนเชื่อว่าตับและไตมีรากฐานร่วมกัน (肝腎同根) ตับสามารถควบคุมอารมณ์และชี่เลือดได้ เส้นลมปราณตับนั้นเกี่ยวพันกับตับ, เอ็น, ดวงตา, ถุงน้ำดี และอื่น ๆ ส่วนไตนั้นคือน้ำ, เป็นพื้นฐานแห่งการเจริญเติบโตของร่างกาย เส้นลมปราณตับและเส้นลมปราณไต ทั้งสองนี้มักจะทำงานประสานกัน เพื่อกักเก็บและใช้แก่นแท้ (精) และมิ่ง (魄) ของผู้ฝึก หากบำเพ็ญอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ย่อมสามารถทำให้จิตใจสงบและมั่นคงได้

💪 การกำมือมั่นมีคุณประโยชน์อย่างยิ่งในการบำรุงไตและช่วยเสริมพลังหยาง (補腎助陽) สำหรับผู้ป่วยวัยกลางคนและผู้สูงอายุที่มีอาการไตพร่อง (腎虛) ทั้งยังสามารถ ขจัดความชื้นและระงับสิ่งชั่วร้าย (祛濕抑邪) ได้ด้วย หากร่างกายมีความชื้นหรือชี่ร้าย (濕氣邪氣) ก็สามารถขับออกไปได้ด้วยการกำมือมั่น ซึ่งมีผลลัพธ์ที่โดดเด่นในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

💡 ข้อควรระวัง: ขณะกำมือมั่นไม่ควรกำแน่นจนเกินไป ควรให้รู้สึกสบายที่สุด การกำมือมั่นไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาและสถานที่ สามารถทำได้ทุกเมื่อและทุกแห่ง ควรทำละครั้ง 5 นาที+ หากกระทำขณะนั่งสมาธิหรือทำสมาธิ ควรทำอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง การกำมือมั่นก่อนนอนช่วยให้หลับได้เร็วขึ้น การกำมือมั่นมิได้ให้ผลลัพธ์ในสองสามวัน จำเป็นต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจึงจะบังเกิดผลอันน่าอัศจรรย์

🌈 บัดนี้ ท่านจงไปทดลองดูเถิด! จงให้การกำมือมั่น (握固) เป็นอาวุธลับในการปกปักรักษาซึ่ง 'จิง ชี่ เสิน' ของท่านเอง!

https://zhuanlan.zhihu.com/p/539285016


แถม
การกำมือมั่นควรกำทั้งสองข้างถ้าเป็นไปได้ แต่หากต้องกำมือมั่นข้างเดียว ควรเป็นมือซ้าย เพราะในทางเต๋าและแพทย์จีน แขนซ้ายสัมพันธ์กับเลือดและหัวใจ การกำมือมั่นที่มือซ้ายจะช่วยสงบเสิน (神) และกล่อมหัวใจให้เข้าสู่สภาวะพักผ่อนได้เร็วกว่า แต่หากทำสองข้างได้ จะเป็นการปิดวงจรพลังงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด เปรียบเสมือนการปิดประตูเมืองทั้งทิศตะวันออกและตะวันตกครับ


กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา - แปลและเรียบเรียง

แปลและเรียบเรียงจาก

01 สิงหาคม 2567

การประสานอิน 九字印 - โยคะนิ้วเพิ่มพลังสมาธิฟื้นฟูร่างกายป้องกันภยันตราย

ภาพจากตำรา 九字護身法 (คาถากันตัวเก้าอักษร) ปี 1881
อ่านจากขวาไปซ้าย
https://t.ly/FpI9a

ประสานอิน ที่นิยมเรียกกันในปัจจุบันนี้น่าจะมาจากคำว่า 九字印 (Kuji-in; คุจิอิง -ญี่ปุ่น, จิ่วจื้ออิ้น -จีนกลาง) แปลว่า เก้าอักขระลัญจกร คือการทำท่ามือเก้าแบบ ซึ่งการทำท่ามือแบบนี้เรียกกันว่า มุทรา (Mudra) หรือ โยคะนิ้ว มีท่วงท่ามากมาย ซึ่งท่ามือทั้งเก้านี้ เล่ากันว่าเกิดมาจากลัทธิเต๋า ที่ได้รับอิทธิพลโยคะนิ้วจากอินเดียอีกทีนึง แล้วก่อเกิดเป็นท่านิ้วทั้งเก้า เก้าอักขระนี้เดิมเป็นคาถาป้องกันตัวประกอบไปด้วย

臨兵闘者皆陳裂在前

ริน โป โต ชา ไก จิน เร็ตส์ ไซ เซ็น (สวดแบบญี่ปุ่น - แบบมาตราฐาน)
ลิ๋น ปิง โต้ว เจ่อ เจีย เจิ้น เลี่ย ไจ้ เชี๋ยน (สำเนียงจีนกลาง)

นักรบ[แห่งเบื้องบน]ที่ลงมาล้วนจัดขบวนทัพอยู่เบื้องหน้า[ซึ่งเป็นกองหน้าให้ข้าฯ]

ประโยคนี้ปรากฏครั้งแรกในคัมภีร์เต๋า เป่าผู่จื่อ 抱朴子 รจนาโดย เก่อหง 葛洪 โดยมีคำต่างกันเล็กน้อยแต่ให้ความหมายใกล้เคียงกัน (บางก็บอกว่านี่คือบทสวดแบบจีน) คือ

臨兵鬭者,皆陣列前行。

ลิ๋น ปิง โต้ว เจ่อ, เจีย เจิ้น เลี่ย เชี๋ยน ซิ๋ง.

นักยุทธ์[แห่งเบื้องบน]ที่ลงมา, ล้วนจัดขบวนแถวเดินทัพเบื้องหน้า[ซึ่งเป็นกองหน้าให้ข้าฯ].

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบทอธิฐานในคัมภีร์ แต่เดิมใช้ปลุกใจทหารก่อนออกรบเพื่อชัยชนะ ต่อมาถูกนำไปใช้เป็นมนตราปราบมารขับไล่สิ่งชั่วร้าย ซึ่งว่ากันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ภายหลังใช้สวดเพื่อป้องกันภยันตราย ชนะการต่อสู้ ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ฟื้นฟูร่างกาย เพิ่มพลังให้กับจิตวิญญาณ

ที่แปลมานี้เป็นการแปลแบบกลางๆตามบริบท จริงๆเรื่องความหมายของคำเหล่านี้ถูกตีความไปมากมาย แปลได้หลากแบบหลายบริบท จัดหมวดเป็นหยินหยาง จัดเป็นดาวนพเคราะห์ ฯลฯ และอะไรอีกหลายอย่าง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในศาสตร์ต่างๆตามแต่จะตีความ

โดยมนตร์ทั้งเก้าคำเชื่อมโยงกับท่ามือดังนี้

臨 (ริน [มองลงมาจากเบื้องบน]) วัชระลัญจกร: ไม่หวั่นไหวเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ การรักษาจิตใจให้ไม่หวั่นไหวและไม่สับสน และเสริมร่างกายให้แข็งแกร่ง
ความมั่นคงของฐาน: ปรับโครงสร้างกระดูกและเอ็นให้สมดุล
兵 (โป [ทหาร]) มหาวัชระลัญจกร: ยืนอายุและย้อนวัยเสริมความมีชีวิตชีวา
การหมุนเวียนพลังชีวิต: กระตุ้นเลือดลมไปเลี้ยงข้อนิ้ว
闘 (โต [การต่อสู้]) พาหิระราชสีห์ลัญจกร: กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ส่งเสริมความมุ่งมั่นเมื่อเจอความยากลำบากติดขัด
การทะลวงจุดติดขัด: สลายลิ่มเลือดหรือพลังงานอุดตัน
者 (ชา [ผู้นั้น]) อันตรราชสีห์ลัญจกร: เยียวยารับรู้ร่างกายของตัวเองและร่างกายของผู้อื่นได้อย่างอิสระ
การเยียวยาตนเอง: ปรับจูนระบบประสาทอัตโนมัติ
皆 (ไก [ล้วน]) พาหิระพันธะลัญจกร: รู้เท่าทันกระแสใจของผู้คน
การหยั่งรู้ทิศทาง: รู้ว่าภยันตรายมาจากไหน
陳 (จิน [จัดขบวน]) อันตรพันธะลัญจกร: รวบรวมความนิยมชมชอบและความเคารพ
การสื่อสารที่ราบรื่น: ลดความขัดแย้งกับคนรอบข้าง
裂 (เร็ตส์ [แถว]) ปัญญามุฐิลัญจกร: ใจแห่งการช่วยเหลือผู้อื่น
การตัดขาดพันธนาการ: ตัดสภาพแวดล้อมที่รบกวนสมาธิ
在 (ไซ [อยู่]) ตะวันวัฏฏะลัญจกร: สามารถประสานสอดคล้องกับธรรมชาติได้อย่างอิสระมากขึ้น
ความว่างและการดำรงอยู่: เข้าถึงสภาวะกระทำโดยไร้กระทำ (無為)
前 (เซ็น [เบื้องหน้า]) เร้นลักษณ์ลัญจกร: พุทธภูมิ เข้าใกล้ภูมิธรรมแห่งอภิมนุษย์
ความกระจ่างแจ้ง: มองเห็นความจริงหลังม่านมายา (อนิจจัง)

วิธีทำคือ ทำลัญจกรทีละท่าและสวดมนตราทีละคำตามลำดับ หรือจะทำท่าใดท่าหนึ่งที่ต้องการค้างไว้ก็ได้ ซึ่งแต่ละท่าก็มีสรรพคุณแตกต่างกันไป แต่โดยรวมก็ใช้ในการทำสมาธิและบำรุงสุขภาพได้
ถ้าเป็นไปได้อย่างน้อยท่าละ 3-5 ลมหายใจเข้าออก หรือถ้ามีเวลาท่าละประมาณ 30 วินาที - 3 นาที หากกรณีเร่งด่วนท่าละ 1 ลมหายใจ

ตามหลักของแพทย์แผนจีนนั้น บนฝ่ามือและนิ้วมีจุดสะท้อนอวัยวะภายในจำนวนมาก นอกจากการนวดกดจุดฝ่ามือและนิ้ว หรือหมุนลูกติ้งแล้ว การทำโยคะนิ้วก็ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มอัตราการฟื้นฟูอวัยวะภายในได้
นินจาเองก็นำท่าทั้งเก้าท่าเหล่านี้มาใช้ เพื่อรับมือกับความกดดันในขณะซุ่มซ่อนทำภารกิจลับ ทำให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ ร่วมกับการกำหนดลมหายใจ ทำให้จิตใจสงบและเฉียบคม
อาจนับเป็นการทำสมาธิแบบเคลื่อนไหวแบบหนึ่ง

โดยท่าประสานอินทั้งเก้านี้มีการบีบรัดข้อนิ้วในหลายส่วน ถ้าตามหลักการกดจุดแล้ว การกดจุดบริเวณนิ้วมือหรือดึงข้อนิ้วมือเบาๆทุกนิ้วจะช่วยลดความกระวนกระวาย  ความตื่นตระหนกตกใจ ทำบ่อยๆใช้แก้อาการตกใจง่าย แก้อารมณ์แปรปรวนง่าย แก้อาการประสาทไวเกินควร ลดความหวาดหวั่น แก้ปัสสาวะรดที่นอนได้
และอาจเป็นท่าเพื่อบริหารนิ้วเพื่อป้องกันนิ้วล๊อคได้

โอเค ไหนๆก็ไหนๆแล้ว งั้นมาฝึกการทำเก้าอักขระลัญจกรกันดีกว่า แนะนำว่าให้ดูคลิปและเปรียบเทียบกับภาพจากตำราข้างบนด้วยนะครับ(ดูจากขวามาซ้าย)จะได้เข้าใจลักษณะมือตรงต้นฉบับมากขึ้น



แถม
https://t.ly/NRw3V

九字切り (Kujigiri; คุจิงิริ -ญี่ปุ่น, จิ่วจื้อเชี่ย -จีน) แปลว่า การตัดเก้าอักขระ เป็นการสร้างตาข่ายอาคมขึ้นเบื้องหน้าเพื่อป้องกันตัวเองจากสิ่งชั่วร้ายด้วยคาถากันตัวเก้าอักษร
วิธีทำคือ ให้ใช้มือซ้ายขวากำมือแล้วเหยียดนิ้วชี้กับนิ้วกลางติดกัน(เสมือนกระบี่)แล้วให้นิ้วมือขวาสวมเข้าไปที่มือซ้ายเหมือนกระบี่เสียบอยู่ในฝัก (อสิลัญจกร ดูภาพข้างล่างประกอบ) จากนั้นดึงกระบี่ออกจากฝัก แล้วใช้กระบี่ตัดอากาศเบื้องหน้า เริ่มจากแนวนอน(วาดจากซ้ายไปขวา)สลับตามด้วยแนวตั้ง(วาดจากบนลงล่าง) แล้วตัดสลับขยับเป็นตาข่ายเบื้องหน้าตามในรูป ซึ่งในการตัดทีละครั้งก็สวดคาถาทีละคำ ก็จะได้ตาข่ายอาคมเก้าเส้น แนวนอนห้าแนวตั้งสี่
เมื่อตัดเก้าอักขระแล้วจะเกิดบาเรียอาคมรอบตัวเพื่อป้องกันภยันตรายจากสิ่งไม่ดีทั้งหลายรวมถึงคำสาป บ้างก็ว่ากันว่าอาคมนี้ป้องกันทุกสิ่งทุกอย่างไม่ให้เข้ามา ทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี เป็นการปิดกั้นพลังชี่จากภายนอกทั้งหมด (จะรู้สึกตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งหมด) อยู่ในอาคมนิรภัย ดั้งนั้นเมื่อต้องการยุติการใช้พลังของตาข่ายอาคมแล้วก็ต้องทำการเรียกคืนอาคม ด้วยการสวมกระบี่เข้าฝัก (บางสำนักก็ต่างกัน เช่น สะบัดกระบี่ลงพื้นแรงๆ 1 ครั้ง พร้อมผ่อนลมหายใจออกยาวๆ (ฮ่า...) เพื่อส่งอาคมกระจายตัว เป็นต้น)
ปกติหากไม่ตกอยู่ในอันตรายจริงๆไม่ควรใช้ เพราะมันจะพลังงานในร่างกายสูงมากเพื่อคงอาคมซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพ แต่ในการตัดเก้าอักขระนั้นอาจมีบทสวดเสริมในการเริ่มและเรียกคืนอาคมที่แต่ต่างกันตามแต่สำนัก ดังนั้น โปรดศึกษาให้ดีก่อนที่จะใช้

การตัดเก้าอักขระ 九字切り Kujigiri คุจิงิริ
ภาพจากตำรา 九字護身法 (คาถากันตัวเก้าอักษร) ปี 1881
https://t.ly/FpI9a




ท่าโยคะนิ้วมีหลายท่า หากให้แนะนำเพียงท่าเดียวที่เป็นพื้นฐานและทรงพลังที่สุด คือ ท่ากำมือมั่น (握固) - อาวุธลับในการรักษาสุขภาพ

07 เมษายน 2565

Khechari Mudra - เขจรีมุทรา โยคะลิ้นที่ต้องม้วนลิ้นกลับเข้าไปหลังโพรงจมูกเพื่อเตะฐานต่อมใต้สมอง

เขจรีมุทรา(Khechari mudra หรือ Khecari mudra) เป็นท่าโยคะลิ้นที่ได้ยินครั้งแรกแล้วต้องอึ้งทึ่งเสียว มันคือการม้วนลิ้นเข้าปากเพื่อแหย่ขึ้นไปหลังโพรงจมูกแล้วเอาปลายลิ้นขึ้นไปดุนฐานต่อมใต้สมอง(ตาที่สาม)เพื่อรับน้ำอมฤต(Amrita)ซึ่งจะมีรสหวานเหมือนน้ำผึ้ง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ

โดยมีการฝึก 4 ขั้น
เขจรีมุทรา 4 ขั้น
https://www.quora.com/What-is-khachri-mudra-how-to-prove-it

ขั้นที่ 1 ให้ม้วนปลายลิ้นดุนเพดานอ่อนไปจนถึงลิ้นไก่ แล้วอยู่ตรงนั้นให้นานที่สุด ถ้าล้าก็ให้พัก แล้วค่อยทำซ้ำหากยังไหว ทำจนกว่าจะรู้สึกสบายๆ แล้วค่อยๆพยายามฝึกขั้นถัดไป ขั้นที่ 2 ขยับไปหลังลิ้นไก่ ขั้นที่ 3 ขึ้นไปโพรงจมูก เมื่ออยู่ตำแหน่งนี้จนสบายๆแล้วอาจใช้ลิ้นเลือกปิดโพรงจมูกซ้ายหรือขวาได้เพื่อควบคุมช่องลมหายใจ(เป็นการฝึกโยคะอีกแบบหนึ่ง)
ในขั้นที่ 1-3 อาจต้องใช้เวลานานครึ่งปีถึงหลายปี ต้องฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป ห้ามข้ามขั้น เพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บที่โคนลิ้น บางช่วงอาจต้องใช้นิ้วช่วยดันลิ้นเข้าไปบ้าง หรืออาจต้องแลบลิ้นออกมาเพื่อใช้มือรีดลิ้น(เรียกว่า รีดนมจากลิ้น)เพื่อให้ลิ้นยาวขึ้น(เขาแนะนำให้ทำขณะอาบน้ำจะได้ไม่เปราะเปื้อน)
แต่ในขั้นตอนที่ 4 นั้นเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดและบางคนอาจทำไม่ได้เลย เนื่องจากเยื่อที่โคนลิ้นไม่ยืดออกมากพอที่จะยื่นปลายลิ้นไปจนถึงฐานต่อมใต้สมอง จึงมีโยคีบางท่านกรีด frenum ใต้ลิ้นเพื่อให้ขยับได้ลึกขึ้นไปอีก! แต่ว่ากันว่าหากฝึกนานพอก็อาจจะยืดออกได้เองจนอาจทำขั้นที่ 4 ได้
ทางที่ดีที่สุดควรฝึกภายใต้คำแนะนำของครูโยคะผู้เชี่ยวชาญ
ในช่วงแรกๆที่ไปถึงขั้นที่ 4 หากรสชาติที่ได้รับเป็นรสขมหรือเค็ม ว่ากันว่าเป็นการขับพิษของร่างกาย ให้บ้วนทิ้ง เมื่อฝึกไปเรื่อยๆมันจะเป็นรสหวานของน้ำอมฤตจึงกลืนได้

เป็นท่าโยคะที่ใช้ทำเพื่อช่วยในการนั่งสมาธิให้รู้สึกสงบเบิกบานจากการหลั่งสารของต่อมใต้สมอง ซึ่งว่ากันว่าน่าจะเป็นสารโดปามีนที่ทำให้ปิติสุขรู้สึกเหมือนเป็นอมตะและช่วยให้ไม่หิว ทำให้มีความมั่นใจและกระฉับกระเฉงมากขึ้น ช่วยให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการเดินทางทางจิตวิญญาณ
สามารถทำท่านี้ได้ทุกเวลาที่สะดวก แต่มีคำแนะนำว่าให้ทำตอนท้องว่าง หลังตื่นตอน และดื่มน้ำก่อนทำ จะเหมาะสมที่สุด
และห้ามทำหากมีเสมหะและน้ำมูกมากเกินไป หรือเพิ่งผ่าตัดตาหรือจมูกมาไม่นาน

ประโยชร์ของเขจรีมุทรา
  • ช่วยให้จิตใจเบิกบานขณะทำสมาธิ
  • เปิดจักระตาที่สาม พัฒนาจิตสำนึกและการรับรู้
  • การรับรสจะดีขึ้น
  • ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย
  • ทำให้ร่างกายแข็งแรง
  • ช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่การพูดติดขัด
  • ลดความวิตกกังวล
  • ช่วยฟื้นฟูตับไต และอวัยวะต่างๆ
  • เพิ่มความมั่นใจ ความกล้าหาญ ลดความเกียจคร้านง่วงเหงาหาวนอน
  • ช่วยให้ไม่รู้สึกหิวกระหาย
  • ต้านทานโรคภัย
  • เสริมสร้างระบบประสาท
และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเป็นข้อมูลทางฝั่งของอินเดีย

เราก็สงสัยว่าทางฝั่งจีนจะมีอะไรแบบนี้มั้ย จึงไปค้นคว้าดู และพบสิ่งที่น่าจะใกล้เคียงกับเขจรีมุทราก็คือ เทคนิคการนั่งสมาธิของพุทธศาสนาบางนิกาย ซึ่งแนะนำมีการม้วนลิ้นดุนเพดานปากด้วย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ฟุ้งซ่านง่าย เนื่องจากการดุนลิ้นจะช่วยให้เสียงในหัวสงบลงได้(เหมือนลิ้นถูกพับไว้ทำให้รู้สึกไม่คิดที่จะพูด) โดยเฉพาะการนั่งสมาธิแบบเซ็น(Zen)ของจีนที่อธิบายโดยพระเถระเซวียนฮว่า ท่านกล่าวไว้ว่า

การม้วนลิ้นดุนเพดานปากช่วยผสานเส้นลมปราณเส้นเริ่น (任脈) และเส้นตู (督脈) แต่เดิมนั้นทั้งสองเส้นปราณไม่ได้ผสานกัน แต่ถ้าผสานเส้นปราณได้แล้ว เราสามารถหมุนวงล้อแห่งธรรมขึ้นมาได้ เมื่อเราสามารถหมุนล้อแห่งธรรม เราสามารถก่อให้เกิดพลังสมาธิและพลังปัญญาได้

เส้นลมปราณเริ่นตู
ทางเดินกำลังภายใน
เคล็ดวิชาเสี่ยวโจวเทียน
ภาพจาก t.ly/P8i2
เส้นเริ่น(Ren mai เชื่อมโยงกับเส้นลมปราณหยินทุกเส้น สนับสนุนชี่ให้กับเส้นลมปราณหยินทั้งหมด)เป็นเส้นที่วิ่งกึ่งกลางลำตัวด้านหน้า และเส้นตู(Du mai เชื่อมโยงกับเส้นสมปราณหยางทุกเส้น ควบคุมการไหลเวียนของชี่ในเส้นลมปราณหยางทั้งหมด)เป็นเส้นที่วิ่งกึ่งกลางลำตัวด้านหลัง เมื่อจรดเส้นลมปราณทั้งสองเข้าด้วยกัน ลมปราณก็วิ่งเป็นวงจรไร้สิ้นสุด เส้นลมปราณไหลเวียนสะดวก เรียกว่าวงโคจรน้อย(小周天 เสี่ยวโจวเทียน) ตามหลักเต๋าเมื่อหยินกับหยางบรรจบกัน จะเกิดการก่อกำเนิดไปสู่การก่อนกำเนิด ผลคือให้ความอ่อนเยาว์เป็นอมตะ
เหตุนี้ เพียงม้วนลิ้นดุนเพดานปากก็ได้ประโยชน์แล้ว และยังใช้ในการฝึกลมปราณแบบเต๋าอีกด้วย อาจไม่ต้องถึงขั้นแหย่เข้าไปหลังโพรงจมูกก็ได้ แต่ยิ่งม้วนลิ้นเข้าไปได้ยิ่งลึกก็ยิ่งดี

การจะเอาลิ้นวกกลับเข้าไปหลังโพรงจมูกเพื่อเตะต่อมใต้สมองฟังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่มีผู้ที่ฝึกแล้วสามารถทำได้จริงครับ ทั้งโยคีและคนทั่วไปที่ฝึกมาแล้ว เราไปดูคลิปกันครับ

*คนขวัญอ่อนไม่ควรดู*


😱
นี่แหละคือการม้วนลิ้นเพื่อเอาปลายลิ้นไปดุนที่ฐานต่อมใต้สมอง👅🧠
ร่างกายมนุษย์นี่อัศจรรย์มากจริงๆ

https://pixabay.com/illustrations/meditation-spiritual-yoga-1384758/

อ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม