Sponsor

10 มีนาคม 2552

ThaiAdPoint - เว็บที่จ้างคุณดูโฆษณา

ไทยแอดพอยท์หลายคนอาจจะรู้จัก ส่วนอีกหลายคนยังไม่รู้ว่าเว็บนี้ทำอะไร งั้นเรามารู้จัก ThaiAdPoint กันครับ

เว็บไทยแอดพอยท์เป็นเว็บธุรกิจโฆษณาแบบได้รับอนุญาติในประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ.2543 ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 300,000 รหัสแล้วครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย

แล้วเว็บนี้ทำอะไร เว็บนี้เขาให้รายได้กับคนเล่นเน็ตครับ ด้วยการสมัครสมาชิกแล้วเข้าไปคลิกโฆษณา เปิดไว้ 30 วินาที เท่านี้เองครับ ทางเว็บเขาก็หักเปอร์เซ็นของค่าโฆษณามาให้เรานั่นเอง ได้เงินง่ายๆจากการคลิกโฆษณานี่แหละเหมือนเป็นงาน Part Time ซึ่งวันๆนึงก็จะมีโฆษณามากมายให้เราค่อยๆคลิกครับ ประมาณวันละไม่ต่ำกว่า 30 โฆษณาเลยทีเดียว ยิ่งคลิกเยอะยิ่งได้เยอะ

ไม่ใช่แค่คลิกอย่างเดียวนะครับ เขามีทางเลือกให้เราอีกด้วย เช่น ถ้าเราเข้าร่วมกิจกรรมของผู้โฆษณาก็จะให้เิงินเพิ่มอีก ก็ประมาณว่าทางผู้โฆษณาให้เราโหลดโปรแกรมมาติดตั้งและใช้จริง เมื่อเราทำตามนั้นก็จะได้เงินเพิ่มอีกเป็นค่าร่วมกิจกรรม อาจจะได้ 20 บาท หรือไม่ก็ 2,500 แล้วแต่ว่าเป็นกิจกรรมแบบไหน อาจจะเป็นกิจกรรมพรี หรือมีค่าใช้จ่ายต้องดูให้เอาครับ ก็ประมาณนั้น

เว็บนี้จ่ายจริงครับ แต่อาจจะได้เงินยากหน่อยเพราะว่าได้เงินสะสมวันละไม่มาก และต้องทำเงินถึง 1,500 ถึงเขาจะส่งเงินมาให้เรา แต่ก็ดีกว่าเล่นเน็ตผ่านไปเปล่าๆนี่ครับ จริงมั้ย

06 มีนาคม 2552

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย กับภาวะสมองเสื่อม

ตำนานสมุนไพรแป๊ะก๊วย
แป๊ะก๊วย เป็นพืชโบราณที่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ใบเดี่ยวลักษณะคล้ายพัด กว่า 5,000 ปีแล้วที่หมอแผนโบราณจีนได้ใช้สมุนไพรแป๊ะก๊วยในการบำบัดอาการไอ หอบหืด และภาวะภูมิแพ้ต่างๆ
ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผลการศึกษาวิจัยกว่า 400 เรื่องตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางการแพทย์ที่สามารถยืนยันในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย ปัจจุบันมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในยุโรปและอเมริกา เพื่อหวังผลให้เลือดลมไหลเวียนดี บำรุงสมอง รวมถึงเพิ่มความคิดความจำให้ดีขึ้น

ภาวะสมองเสื่อม
ภาวะสมองเสื่อม(Dementia) คือ กลุ่มอาการต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากการทำงานของสมองที่เสื่อมลง ซึ่งมีผลต่อความจำ ความคิด เชาวน์ปัญญา การใช้เหตุผล และการแก้ไขปัญหา
เมื่อคนเราอายุ 25 ปีจะไม่มีการสร้างเซลล์สมองใหม่ขึ้นมาทดแทนอีก แต่กลับเสื่อมลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อสมองเสื่อมลง ก็จะส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันอย่างมาก ระยะแรกจะตอบสนองช้าลง และหลงลืมบ่อยขึ้น จนจำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ จำไม่ได้ว่าใส่เสื้อหรืออาบน้ำอย่างไร อาการระยะรุนแรง จะทำอะไรซับซ้อนไม่ได้ พูดไม่เป็นภาษา เดินไม่ได้ กินเองไม่ได้ ต้องมีคนคอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นการดูแลสมองของเราตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในบั้นปลาย ไม่ต้องเป็นภาระของผู้อื่น ปัจจุบันสมองเสื่อมเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุหลัก คือ
1.อัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease)
เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะสมองเสื่อมซึ่งคาดว่าเกิดจากการทำลายเซลล์สมองของสารอนุมูลอิสระ ที่ส่งผลให้เกิดการสะสมของโปรตีนชนิดหนึ่งในเซลล์ประสาท และ Amyloid plaques ในเนื้อสมองส่วนความจำทำให้เซลล์สมองตาย ไม่สามารถรับส่งกระแสประสาทได้ดังเดิม ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้
2.ความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง (Vascular dementia)
เช่น หลอดเลือดสมองตีบ ส่งผลให้ไม่สามารถนำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ ทำให้เซลล์สมองเสื่อมลงและตายในที่สุด มักพบในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยชะลอการเสื่อมของสมองได้อย่างไร?
จากผลการศึกษาวิจัยมากกว่า 400 เรื่องช่วงยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยในการป้องกันและรักษาภาวะสมองเสื่อมดังนี้
-ช่วยบรรเทาอาการและชะลอความเสื่อมของสมองได้
-ช่วยฟื้นฟูความทรงจำในผู้ป่วยสมองเสื่อมได้
-ช่วยเพิ่มความจำ ความคิด และการเรียนรู้ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์
-ช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสมาธิ ช่วยลดภาวะซึมเศร้า
-ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด
-ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำระยะสั้นได้

สารออกฤทธิ์ในสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย
สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยมีสารสำคัญ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฟลาโวน ไกลโคไซด์(Flavone Glycoside) และกลุ่มเทอร์ปีน แคลโตน(Terpene Lactone) ประกอบด้วย จิงโกไลด์(Ginkgolide) และบิโลบาไลด์(Bilobalide) ซึ่งมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้
-เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง(Antioxidant) ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
-เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น
-เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดเส้นเล็กๆ ส่งผลให้การนำพาออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงสมอง และส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น
-ต่อต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดได้

คุณค่าของสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยด้านอื่นๆ
1.รักษาอาการหูอื้อ วิงเวียน
การไหลเวียนของเลือดบริเวณหูชั้นในที่ผิดปกติ เป็นสารเหตุหนึ่งของอาการหูอื้อ และวิงเวียนศีรษะ จากหลายการวิจัย พบว่าแป๊ะก๊วยช่วยรักษาอาการหูอื้อ และวิงเวียนศีรษะได้
2.บรรเทาอาการของโรคหลอดเลือดอุดตัน
แป๊ะก๊วยช่วยบรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดส่วนปลายแขนขาอุดตันได้อย่างมีนัยสำคัญ การวิจัยในผู้ป่วยหลอดเลือดดำอักเสบที่ขาโดยให้รับประทานสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย พบว่าสามารถเดินได้ไกลกว่าผู้ป่วยที่ไม่รับประทานถึง 34 เมตร


จากผลการวิจัย ให้ผู้หญิงอาสาสมัครสุขภาพดีอายุเฉี่ย 32 ปีรับประทานสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย พบว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงสรุปว่าสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย สามารถเพิ่มการจดจำ การคิด และการเรียนรู้สำหรับวัยกลางคนได้ ไม่จำกัดเพียงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้น

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยเหมาะกับใคร
-ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้ที่ใช้สมอง ความคิด ความจำในการทำงาน ซึ่งส่งผลให้สมองเครียดและสร้างอนุมูลอิสระขึ้นมาทำลายเซลล์สมอง
-ผู้สูงอายุ

ข้อแนะนำการเลือกรับประทานสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย
-ควรอยู่ในรูปแคปซูลนิ่ม ช่วยในการแตกตัวให้ดูดซึมเข้าสูงร่างกายได้ดี
-ต้องผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัยปราศจากสารเคมีตกค้าง


สนับสนุนข้อมูลโดย ศูนย์ข้อมูลวิชาการ
บริษท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด
MEGA We Care

05 มีนาคม 2552

The Basic Drills of Wing Chun

พื้นฐานการชกแบบเจาะของมวยหย่งชุน รูปแบบที่อาจารย์ยิปมันชอบใช้ ถ้าได้ดูภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่อง Ip Man-ปรมาจารย์หย่งชุนยิปมัน ที่เคยได้นำเสนอในบทความก่อนหน้านี้ จะได้เห็นท่านี้บ่อย(และเท่ห์มากด้วย) นำมาลงให้ได้ศึกษากันครับ

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่


แถมเบื้องหลังการถ่ายทำ Ip Man

สูงสุดสู่ตกต่ำของมวยตระกูลหย่งชุน


ในช่วงต้นของทศวรรษที่ 1950 มวยจีนเป็นที่นิยมของคนหนุ่มและคนทำงานมาก มวยในยุคนั้นมี มวยตระกูลหง มวยกระเรียนขาว มวยมังกร มวยไฉเลฝัด แต่มวยหย่งชุนกลับไม่เคยมีใครเคยได้ยิน ในขณะนั้นหนุ่มน้อยจากฟอซานชื่อว่ายิปมันได้อพยพมายังฮ่องกง ยิปมันฝึกมวยหย่งชุนจากฮ่องกงและต่อมาเรียนรู้เพิ่มเติมจากเหลี่ยงปิ๊ก ลูกชายปรมาจารย์เหลียงจ้าน หลังจากมาถึงฮ่องกงเขาก็เริ่มสอนมวยที่สมาคมภัตตาคาร หลังจากนั้นเขาก็เปิดสำนักมวยเล็กๆที่บ้านเขาแถบธุรกิจร้านอาหารด้วย เนื้อที่เพียงสิบถึงสิบห้าตารางเมตร กับเวลาผ่านไปเขาได้สอนศิษย์ที่มีชื่อเสียงหลายคน และมวยหย่งชุนก็เริ่มเป็นที่รู้จักในฮ่องกง ตอนนั้นมวยต่างสำนักก็เริ่มท้าประลองกัน ทั้งในที่สาธารณะและลับๆ ศิษย์ของอาจารย์ ยิปมันที่มีชื่อเสียงในการประลองและชนะบ่อยๆคือ หลกหยิ่ว หว่องซั่มเหลี่ยง เนื่องจากบริษัทรถโดยสารเกาลูนอยู่เพียงไม่กี่ก้าวจากโรงเรียนของยิปมัน พนักงานขับรถบัสหลังเลิกงานก็มาร่วมฝึกกับพนักงานของภัตตาคารในละแวกนั้น จากนั้นนักเรียนจากโรงเรียนใกล้ เช่น เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ เช่น บรู๊ซลี และฮอกกิ่นเชียง ก็เริ่มมาฝึกด้วย เศรษฐกิจแย่มากในขณะนั้น ผู้ลี้ภัยจากจีนเข้ามายังฮ่องกงเป็นร้อยๆต่อวันและงานก็หายากมาก ค่าแรงต่ำและชั่วโมงงานยาวต่อวัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ศิษย์หาเวลามาฝึกได้น้อย ศิษย์ช่วงต้นๆของยิปมันจึงเริ่มหารายได้โดยการเปิดโรงเรียนสอน เช่น เหลี่ยงเซียง หลกหยิ่ว หว่องซั่มเหลี่ยง ส่วน ซุ่ยเซียงถิ้น เปิดสอนเป็นการส่วนตัว


ปี 1957 ศิษย์รุ่นแรกๆของยิปมัน วิลเลี่ยม เชียง อพยพไปออสเตรเลีย ระหว่างเดินทางเกิดเรื่องขึ้นโดยเขาถูกล๊อคอยู่ในห้อง กลาสีและต่อสู้กับกลาสีมากว่าสิบคน เรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับในออสเตรเลียและหย่งชุนจึงเป็น ที่รู้จักในประเทศนั้น แต่บัดนั้น ประมาณหนึ่งปีต่อมาบรู๊ซลีได้ย้ายไปอยู่อเมริกา ที่นั้นคนอเมริกาได้เป็นความสามารถของเขาในการป้องกันตัวเริ่มจากการเป็น ตัวรองในเรื่องหน้ากากแตน Green Hornet เขาจึงเริ่มสอนมวยหย่งชุนให้กับบุคคลที่มีชื่อเสียง และดาราในแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้นเขา กลับไปฮ่องกงและได้แสดงในหนังที่ได้รับความนิยมทั่วโลก คนทั้งโลกเริ่มรู้จักมวยจีนและโดยเฉพาะมวยหย่งชุน หลังจากที่บรู๊ซเสีย ชีวิตไป ศิษย์ของเหลียงเซียงหรือเหลียงถิงสอนศิษย์ที่ชื่อว่า เกนเบิรต์ในเยอรมันนีทำให้หย่งชุนเริ่มเผยแพร่ในประเทศนั้น วิตเตอร์ กานหรือ ก๋านหว่าจิต ศิษย์อีกคนของ ยิปมันนำหย่งชุนไปสอนที่อังกฤษ ส่วน ลอหมันกั๋ม หลานอาจารย์ยิปมันนำเอาหย่งชุนไปสอนที่สวิสและ ไต้หวันประเทศของเขา หย่งชุนจึงเริ่มเป็นมวยที่แพร่หลายที่สุด มวยหนึ่งในโลกนี้ ในขณะที่มวยนี้ถูกแพร่ขยายออกไป อาจารย์ยิปมันก็ได้เสียชีวิตลง

ก่อนยิปมันเสียชีวิตในปี 1972 เขาได้หยุดการสอนแต่เป็นการชี้แนะแทนเขามีชีวิตที่ลำบากในปีแรกๆที่เขาอพยพมาฮ่องกง แต่ในปีท้ายๆของชีวิตศิษย์มีสตางค์ เช่น ดังซิงและฉานจีชู สายสืบแห่งตำรวจหลวงฮ่องกงได้หยุงสถานะทางการเงินของอาจารย์ยิปมันไว้ ยิปมันคือปรมาจารย์แห่งมวยหย่งชุนและบั้นปลายของชีวิตมี ความสุขพอสมควร แต่เขาก็ไม่ได้มอบหมายตำแหน่งผู้สืบทอดมวยหย่งชุนกับใครเลย อาจเป็นเพราะเขาไม่พบคนที่เขาคิดว่าเหมาะสม หรือว่านี่ไม่เป็นสิ่งที่เขายี่หระเลยก็ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามยิปมันคือปรมาจารย์ ของมวยหย่งชุน หลังเขาเสียชิวิตลงไม่นานศิษย์หย่งชุนเริ่มรู้ว่าเสาหลักของหย่งชุนได้ศูนย์ สิ้นไปแล้ว

ปัจจุบัน หย่งชุนเป็นสังคมที่ใหญ่มากมีโรงฝึกทั่วโลก ไม่ว่าสมาคมหรือองค์กรใดๆต้องการผู้นำที่จะรวมศูนย์ทุกคนอยู่ร่วมและร่วมงานด้วยกัน ด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบ ศิษย์ของยิปมันน่าจะเป็นผู้นำของมวยนี้กลับไม่สามารถทำได้หรือไม่อยากทำ

ยี่สิบเจ็ดปีหลังยิปมันลาโลกไป ผู้ฝึกมวยหย่งชุนเริ่มห่างจากกันไปทุกที โดยที่ไม่มีผู้นำนั่นเอง หลายคนเริ่มสอนวิธีของตนเอง บางคนติคนอื่นที่สอนไม่เหมือนตนเอง หลายคนเริ่มสร้างทฤษฎีที่ยิปมันไม่เคยสอน หลานคนก็อ้างว่าเขาสอนมวยหย่งชุนต้นตำหรับและของแท้ เขาอ้างว่าคนที่สอนมวยหย่งชุนขนานแท้ต้องผ่านการทดสอบของเขาเท่านั้น การอ้างที่กล่าวมาได้ทำลายความเชื่อมั่นที่ดีๆและแบ่งแยก ผู้ฝึกมวยหย่งชุนจากกัน หย่งชุนคือมวยแขนงหนึ่งที่เราพูดถึงเป็นศาสตร์แห่งการต่อสู้ ผู้ฝึกต้อง เรียนและฝึกฝนเป็นเวลานาน เขาต้องใช้มัน ในการต่อสู้และป้องกันตัวเพื่อได้ประสพการณ์ที่แท้จริง นี่เป็นเรื่องที่จริงจังซึ่งอาจหมายถึงความเป็นหรือตายในบางสถานการณ์ มันไม่ใช่สิ่ง ที่คุณจ่ายเงินและผมทำก๊อปปี้ให้ มันไม่ง่ายอย่างนั้น ใครก็ตามที่เรียน ฝึก และใช้มวยหย่งชุนเป็นเวลานานคงเข้าใจถึงความจริงของมวยนี้ บ้าง เห็นไปได้อย่างไร ที่ใครก็ตามจะดูถูกประสพการณ์ของคนอื่นและเรียกตนเองว่าเป็นเจ้าของมวยหย่งชุนที่แท้คนเดียวและชักนำให้คนอื่นมีความคิดอ่านเช่นตน

ฐานรากของ หย่งชุนอยู่ในมวยเส้นที่ยิปมันได้ ทิ้งไว้ให้เรา แต่หลักและทฤษฎีท่านสอนโดยคำพูด หลายคนอาจแปลความ หมายได้ต่างๆนาๆ ผมแน่ใจว่า อาจารย์ยิปมันคงดีใจมากที่ทราบว่าเราได้นำสิ่งที่ท่านสอนมาใช้ประโยชน์ได้ ถ้าเรามีผู้นำที่ดีที่สามารถรวมพวกเราเข้าด้วยกันได้ เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนประสพการณ์ ความคิดและยอมรับซึ่งกันและกัน ด้วยความคิดที่เปิดกว้าง หย่งชุนจะพัฒนา มากกว่าที่เป็นอยู่ หากไม่มีการรวมตัว และการสนับสนุนจากสมาชิกในสังคมหย่งชุนแล้ว สักวันมวยหย่งชุนคงจะถูกลืมเลือนไปในกาลเวลา หลักและทฤษฎีที่อาจารย์ยิปมันได้สอนไว้ก็คงหายไปจนไม่มีใครรู้จักมวยหย่งชุนอีกต่อไป วันหนึ่งหย่งชุนคงจะเหลือแค่ชื่อในประวัติศาสตร์ของศิลปะการต่อสู้


โดย อาจารย์ดันเกิ้น เลียง
http://www.geocities.com/yuttha015/home.html