Sponsor

30 ตุลาคม 2564

มองหมากรุกจีนเห็นประวัติศาสตร์

หมากรุกจีน (象棋; Xiangqi)

บริเวณกลางกระดานหมากรุกจีนเป็นแม่น้ำขั้นระหว่างสองฝ่าย มี 4 ตัวอักษรจีนเขียนว่า 楚河 漢界 หมายถึง น่านน้ำฉู่ เขตแดนฮั่น หมากรุกจีนถือเป็นการจำลองการต่อสู้ระหว่างแคว้นฉู่กับแคว้นฮั่น ซึ่งเรื่องราวตอนนี้อยู่ในหนังสือพงศาวดารไซ่ฮั่น เป็นเรื่องราวต่อเนื่องมาจากเลียดก๊ก หลังจิ๋นซีควบรวมประเทศและล่มสลาย เกิดกบฏลุกฮือจนกลายเป็นศึกฉู่ฮั่น เป็นศึกระหว่างเซี่ยงอวี่กับหลิงปัง ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของหลิวปังหรือพระเจ้าฮั่นโกโจแห่งราชวงศ์ฮั่น ต่อจากไซ่ฮั่นก็คือหนังสือตั้งฮั่น เป็นเรื่องราวของราชวงศ์ฮั่นจนถึงพระเจ้าเหี้ยนเต้ ตอนต้นของสามก๊กที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ต่อจากตั้งฮั่นก็คือสามก๊กนั่นเอง หนังสือพงศาวดารเหล่านี้เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันมาของประวัติศาสตร์จีนโบราณที่โด่งดัง
จากการอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์เหล่านี้จะเห็นได้ว่า แคว้นต่างๆมักจะล่มสลายเมื่อผู้นำและนักการเมืองสนใจแต่ประโยชน์ส่วนตน โดยไม่สนใจประชาราชบ้านเมือง ยุคนั้นจะเต็มไปด้วยการฉ้อราชบังหลวง ปกปิดปัญหา บิดเบือนกฎหมาย ละเลยบ้านเมือง เบียดบังประชา ฯลฯ เพื่อคงอำนาจอย่างฉ้อฉน เหล่านี้เป็นสิ่งที่หนังสือได้เฝ้าบอกกล่าวซ้ำไปซ้ำมา เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่ก็ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหนังสือพงศาวดารเหล่านั้นเอง

หมากรุกจีน เราเคยเล่นสนุกๆกับเพื่อนๆสมัยเด็กๆ แต่ก็ไม่ได้เล่นนานมากแล้ว เป็นหมากรุกที่เล่นสนุกมากๆเกมหนึ่งเลยทีเดียว เพื่อนๆมีใครเคยเล่นกันมั้ยเอ่ย แล้วห้องสมุดใกล้บ้านมีกระดานหมากรุกจีนให้เบิกมาเล่นมั้ย ลองเข้าถามหากันดูนะครับ
เล่นหมากรุกจีนเห็นถึงหนังสือประวัติศาสตร์ แรงบันดาลใจในการค้นหาความรู้มีอยู่ในทุกสิ่งเมื่อเรามองหา

แถม
หมากรุกจีนมีหมากตัวหนึ่งซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นคือ เผ้า หรือ ปืนใหญ่ มีการเดินเหมือนเรือ แต่การกินนั้นต้องมีหมากคั่นไว้ก่อน 1 ตัวจึงจะกระโดดข้ามไปกินได้
ตัวหมากเผ้าของสองฝ่ายเขียนต่างกันเล็กน้อย คือ ฝ่ายแดง(ทัพหลวง)เขียนว่า 炮 ส่วนฝ่ายดำ(ทัพกบฎ)เขียนว่า 砲
เป็นปืนใหญ่เหมือนกันแต่ความหมายต่างกันดังนี้ครับ ฝ่ายแดงมีคำว่า 火 ไฟ ผสมอยู่ จึงหมายถึง ปืนใหญ่ยิงก้อนไฟ ส่วนฝ่ายดำมีคำว่า 石 หิน จึงหมายถึง ปืนใหญ่ยิงก้อนหิน ครับ ดูเหมือนทัพหลวงจะมีอุปกรณ์ที่เหนือกว่าทัพกบฎนะครับ แต่ในการเล่นสองตัวนี้ใช้เหมือนกันทุกประการ แค่เขียนให้ต่างกันเฉยๆ 555+
ถ้านับว่าเป็นทัพสมัยโบราณ ปืนใหญ่จะหมายถึงเครื่องดีดก้อนหิน/ไฟขนาดใหญ่ที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์นั่นเองครับ

เมื่อการเล่นจบลง ไม่ว่าว่าจะเป็นขุน เบี้ย หรือหมากยศต่างๆ ก็ถูกเก็บลงในกล่องเดียวกัน

เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย
ว่ากันว่าหานซิ่นแม่ทัพเอกของหลิวปัง ชื่นชอบการเล่นหมากรุกจีนอย่างมาก และสนับสนุนให้ทหารทุกคนเล่นในยามว่างเว้นจากการศึกเพื่อลับคมทางกลยุทธ์
ยังมีเรื่องเล่าว่าผู้คิดค้นหมากรุกจีนก็คือหานซิ่นนี่แหละ แต่ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกว่าน่าจะมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว

砲

การประยุกต์ใช้การอ่านหมากในชีวิตประจำวัน

หมากล้อม (圍棋; Weiqi, 囲碁; Igo, 바둑; Baduk, Go game)

เราอาจเคยได้ยินสุภาษิตจีนว่า หมากรุกยังต้องคิด; หมากชีวิตจะไม่คิดได้อย่างไร. คำกล่าวนี้บ้างก็ว่า ขงเบ้งพูด บ้างก็ว่าพระจี้กงพูด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสุภาษิตนี้เป็นวลีที่น่าคิด และมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันแน่ๆ ว่าแต่แล้วจะใช้อย่างไรล่ะ?
ตอนเล่นหมากกระดาน ไม่ว่าจะเป็นหมากรุกหรือหมากล้อม เราจะถูกสอนให้รู้จักอ่านหมากล่วงหน้า และนำหลักคิดในการอ่านหมากมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
แต่ว่าจะประยุกต์อย่างไรล่ะ? ในชีวิตจริงเราจะอ่านหมากคิดล่วงหน้าอย่างไรได้บ้าง? มันไม่เหมือนกับบทกระดานที่มีกฎเกณฑ์ตายตัวนะ?

มันทำได้ครับ โดยให้เริ่มจากเรื่องง่ายๆก่อน

ตัวอย่างเช่น ก่อนที่เราจะทำอะไร ให้คิดถึงเป้าหมายที่ต้องการและคิดลำดับที่ที่ต้องทำขี้นมาก่อน เช่น จะกินขนม(เป้าหมาย) ให้เรามีสติรู้ตัว คิดลำดับการเปิดซองขนม ตั้งแต่ เดินไปหยิบขนม หยิบกรรไกร จะใช้เครื่องทุ่นแรงอะไรได้บ้าง? จะตัดเปิดซองที่ไหน? จะนั่งกินตรงไหน?
จากนั้นก็ทำไปตามกระบวนการที่คิด หากมีปัญหาอะไรระหว่างทางก็คิดกระบวนการและวิธีการแก้ปัญหาใหม่ต่อไปเรื่อยๆตามการเรียนรู้

หรืออีกตัวอย่างที่น่าสนใจ หากเทียบกับการทำครัวอาจจะเห็นภาพได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างเช่น ก่อนที่จะทำอาหารสักเมนู แทนที่จะไปเปิดกระทะใส่น้ำมันตั้งไฟทันที แล้วค่อยวิ่งวุ่นหาวัตถุดิบ ก็ให้เป็นเปลี่ยน คิดกระบวนการขึ้นมาก่อนว่า เมนูนี้ต้องใช้อะไรบ้าง แล้วไปเตรียมมาให้ครบถ้วนก่อน วางไว้ให้พร้อม แล้วจึงค่อยตั้งกระทะและเริ่มทำ

ง่ายๆอย่างนี้แหละครับ แต่ส่วนใหญ่มักจะลืมทำ

สรุปได้ว่า การอ่านหมากในชีวิตประจำวัน คือ การมีสติในสิ่งที่ทำ คิดก่อนทำ และทำไปอย่างรู้ตัว และมีกระบวนการมีลำดับเหมือนลำดับการอ่านหมาก คิดถึงเป้าหมายที่ต้องการก่อนแล้วย้อนกลับมาคิดลำดับกระบวนการว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร การฝึกอ่านหมากในชีวิตประจำวันก็ขึ้นเหมือนการฝึกอ่านหมากกระดานครับ คือ แรกๆอาจจะหลงๆลืมๆผิดๆถูกๆ แต่หลังจากนั้นการอ่านหมากจะพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆในตัวของมันเอง
ถ้ามองดีๆจะเห็นว่าสิ่งนี้ใกล้เคียวกับการวิปัสสนามากเลยที่มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมในทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ และเป็นการคิดในแบบอิทัปปัจจยาที่เป็นไปตามลำดับความความเป็นจริงตามธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้น

การเคลื่อนไหวจึงจะสูญเสียทรัพยากรน้อยที่สุดตามกระบวนการที่เราคิด(ขึ้นอยู่กับว่าเราชำนาญในวิธีการนั้นมากน้อยแค่ไหน) แต่ย่อมดีกว่าดุ่มๆทำไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลังว่าจะทำอย่างไรหรือรอบตัวมีอะไรใช้ทุ่นแรงได้บ้าง แม้ในชีวิตจริงเราอาจจะดุ่มๆทำไปก็ไม่มีผลอะไรตามมามากนัก(แค่อาจวุ่นวายสักหน่อย เสียเวลาสักนิด)ต่างจากหมากกระดานที่จะแพ้หรือชนะชัดเจน แต่หากเราฝึกคิด ฝึกอ่านหมากในชีวิตประจำวัน ฝึกให้เป็นนิสัย คิดก่อนทำ คือ คิดจนตลอดจนจบกระบวนการหนึ่งๆ ก็นับว่าเราได้ประโยชน์ที่หมากกระดานสอนเราให้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้วล่ะครับ

ส่วนตัวเรามองว่า การเล่นหมากกระดานหรือบอร์ดเกมต่างๆ เป็นการจำลองความคิด ฝึกให้เราได้หัดคิดจากเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อฝึกสมอง ฝึกความคิดในการอ่านหมาก และฝึกจิตใจในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะต้องเจอขึ้นในชีวิตจริง การเล่นหมากกระดานให้เก่งเป็นยอดฝีมือก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่แม้จะไม่มีเวลาเล่นมากนักหรือเล่นไม่เก่งก็ไม่เป็นไร มันก็ยังฝึกให้เราได้คิดอย่างรอบคอบและพัฒนาระบบความคิดจนดีกว่าเดิมแน่นอน การเจอปัญหาจำลองบนกระดานทั้งทางความคิดและจิตใจเสียก่อนย่อมเป็นเรื่องดี ก็เหมือนการเข้ายิมออกกำลังกายให้แข็งแรงอย่างปลอดภัยของวิทยาศาสตร์การกีฬา ดีกว่าต้องมาเจอในชีวิตจริงอย่างไม่คาดคิดแน่นอนครับ

นี่ก็เป็นทัศนะคติของผมในเรื่องนี้ หวังว่าแนวคิดนี้เหล่านี้คงจะเป็นตัวอย่างง่ายๆให้ท่านนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และขอให้ท่านมุ่งสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ดั่งหวังนะครับ
สวัสดีครับ ^_^

=======

ควรจะยกจึงเคลื่อนพล ดูกำลังตนกำลังท่าน
อย่าห้าวหาญ ถือกำลังแต่ผู้เดียว
-พิชัยสงครามหานซิ่น

=======

เป็นประโยชน์ก็เคลื่อน
ไม่เป็นประโยชน์ก็หยุด

=======

หมากรุกไทย (Makruk)


หมากรุกจีน (象棋; Xiangqi)

28 ตุลาคม 2564

อี้จิงกับอิทัปปัจจยตา


อี้จิง(易經)เป็นวิชาที่ว่าด้วย การเปลี่ยนแปลง(易) กล่าวกันว่าหากเข้าใจอี้จิง(เข้าใจการเปลี่ยนแปลง)จะสามารถทำนายอนาคตได้ และสามารถชี้เส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างแม่นยำ เพราะโลกนี้คือการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง อี้จิงจึงเป็นวิชาที่อยู่คู่กับชีวิตคนเราเสมอ และสามารถตีความเพื่อใช้ในศาสตร์ต่างๆได้ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น พิชัยสงคราม, การแพทย์, การเมือง, การปกครอง, ฯลฯ ประยุกต์ใช้ได้หมด
แม้กระทั้งการหุงข้าวก็เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การตั้งไฟ ซาวข้าว ใส่น้ำ ตั้งหม้อ รอให้น้ำเดือด ข้าวพองตัว เรื่อยไปจนถึงได้กินและถ่ายออก มันคือการเปลี่ยนแปลงทุกขั้นตอน เป็นกระบวนการ ส่วนจะต้องใช้ไฟขนาดไหน ใส่ข้าว ใส่น้ำเท่าไหร่จึงจะพอดี เป็นวิธีการ ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจของงานนั้นๆต่อไป อี้จิงครอบคลุมเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด แต่การจะทำความเข้าใจหลักคิดของอี้จิงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นคัมภีร์โบราณที่คำอธิบายได้สูญหายไปมาก และไม่มีคำอธิบายอย่างชัดเจนในภาษาไทย

โดยส่วนตัว สำหรับคนที่ต้องการจะเข้าใจหลักคิดของอี้จิง ไม่ว่าท่านจะเคยอ่านอี้จิงหรือไม่ก็ตาม เราอยากแนะนำให้หนังสือ อิทัปปัจจยตา ของพระพุทธทาสภิกขุ(อ่านและดาวน์โหลด https://cutt.ly/2ElUCWT) ซึ่งเนื้อหาว่าด้วยเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ตามที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้ไว้ และส่วนตัวเราคิดว่าน่าจะเป็นแก่นเดียวกันกับอี้จิง โดยเฉพาะในการทำความเข้าใจกระบวนการของธรรมชาติ และสามารถประยุกต์ใช้ในศาสตร์ใดใดได้ทุกแขนงเช่นกัน เล่มนี้อธิบายถึงหลักคิดของกระบวนการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งอย่างชัดเจน
เมื่ออ่านอิทัปปัจจยาแล้ว ก็แนะนำให้อ่านหนังสือ ปฏิจสมุปบาทจากพระโอษฐ์(อ่านและดาวน์โหลด https://cutt.ly/kElUBYC)เป็นเล่มถัดไป เล่มนี้เป็นคำตรัสจากพระไตรปิฎกที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องกระบวนการของหลักอิทัปปัจจยตาโดยใช้ความทุกข์เป็นกรณีศึกษา ซึ่งพระพุทธทาสเป็นหัวหน้าทีมแปลและจัดหมวดใหม่เป็นชุดจากพระโอษฐ์(คัดเอาแต่คำสอนที่ในพระไตรปิฎกบอกว่าเป็นคำที่พระพุทธเจ้าตรัสเองมาจัดหมวดใหม่ ให้เรื่องเดียวกันอยู่ในเล่มเดียวกัน)

พระพุทธทาสท่านกล่าวว่า เมื่อเห็นอิทัปปัจจยตาแล้วก็ทำปาบไม่ได้ ทำบุญก็เป็นบุญโดยไม่ต้องทำ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือที่แนะนำไป อาจช่วยให้ท่านเข้าใจแก่นหลักความคิดของการเปลี่ยนแปลง(易)ดั่งที่ท่านปราถนานะครับ

อ้างอิง
https://www.goodreads.com/book/show/28955433

25 ตุลาคม 2564

ยุทธศาสตร์หานซิ่น

หานซิ่น(ฮั่นสิน) ภาพจากซีรี่ย์เรื่อง King's War

หานซิ่น หรือฉบับแปลไทยคลาสสิคเรียกว่า ฮั่นสิน อยู่ในยุคก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นก่อนยุคสามก๊ก ช่วงแรกหานซิ่นเป็นทหารอยู่ในฌ้อปาอ๋อง แต่ไม่ได้รับการเลี้ยงดู แม้นำเสนออะไรก็ไม่มีใครเคารพ เพราะเห็นว่าเคยเป็นคนเข็ญใจไร้ทรัพย์มาก่อน ทั้งยังเป็นเพียงทหารยศต่ำเท่านั้น ภายหลังหานซิ่นจึงไปอยู่กับหลิวปัง(เล่าปัง)
แต่ก่อนที่หานซิ่นจะไปอยู่กับหลิวปัง เขาได้เคยเสนอยุทธศาสตร์เพื่อก่อตั้งราชอาณาจักรให้กับฌ้อปาอ๋อง แต่ไม่ได้รับการเหลียวแล แถมถูกด่าว่า "ถือดียังไง เป็นแค่ทหารต่ำต้อย กลับมาสั่งสอนข้าฯ" จนเกือบโดนโทษประหาร ดีว่ามีคนช่วยขอโทษไว้จึงรอดตายมาได้ หานซิ่นก็นึกน้อยใจอยู่ตั้งแต่นั้น
ภายหลังไม่นาน จางเหลียง(เตียวเหลียง)ได้เจอหนังสือเล่มนี้ เมื่อได้อ่าน จางเหลียงถึงกับอุทานว่า
"ถ้าฌ้อปาอ๋องทำเหมือนหนังสือนี้ที่ไหนฮั่นอ๋อง[หลิวปัง]จะทำการใหญ่ได้ ก็จะตายอยู่ ณ เมืองโปต๋ง จึงนึกว่าหนังสือฉบับนี้ลึกซึ้งยากที่จะรู้ความคิดฮั่นสิน เปรียบเหมือนเกียงจูแหย ซึ่งเป็นทหารเอกของพระเจ้าบู๊อ๋อง ถ้ามิดังนั้นอุปมาเหมือนอีอี๋น ครั้งแผ่นดินเสียถาง สองคนนี้เป็นแม่ทัพปราบยุคเข็ญ ฮั่นสินก็มีสติปัญญาหาผู้เสมอมิได้ ถ้าเราได้พบจะเกลี้ยกล่อมให้ไปอยู่ด้วยฮั่นอ๋อง"
ด้วยเหตุนี้ จางเหลียงจึงเกลียกล่อมให้หานซิ่นไปอยู่กับหลิวปังและร่วมก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นได้สำเร็จ
และต่อไปนี้คือ ยุทธศาสตร์หานซิ่นที่เสนอต่อฌ้อปาอ๋อง แต่ฌ้อปาอ๋องไม่รับฟังทำให้เสียเมืองจนตัวตาย

=======
ยุทธศาสตร์หานซิ่น

ข้าพเจ้าฮั่นสินขอกราบเรียนจงจู๊เหลง ให้เอาหนังสือข้าพเจ้าขึ้นกราบทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ทราบ ประเพณีกษัตริย์พระองค์ใดเป็นใหญ่จะทำศึกรักษาแผ่นดิน จงพิเคราะห์ดูให้รู้การรอบคอบต้องกับตำรับคัมภีร์พิชัยสงคราม ควรจะยกจึงเคลื่อนพลดูกำลังตนกำลังท่าน อย่าห้าวหาญ ถือกำลังแต่ผู้เดียว ถ้าข้าศึกฝีมืออ่อนแต่กำลังศึกกล้า อย่าเพ่อเข้าโจมตีดูทีทำนองศึกก่อน ถ้าเห็นทัพใดไม่ปกติจึงทำ บัดนี้ไต้อ๋องก็ถือพระองค์ว่ามีกำลังมากได้ครองสมบัติในเมืองหลวง หัวเมืองขึ้นทั้งปวงแลอาณาประชาราษฎร์ ยังมิได้อ่อนน้อมกระด้างกระเดื่องอยู่มากนัก ถ้ากำลังย่อหย่อนลงจะรักษาแผ่นดินไปไม่ตลอด ข้าพเจ้ามีความวิตกด้วยเล่าปังซึ่งมีรับสั่งให้ไปตั้งอยู่เมืองโปต๋งนั้น แต่ก่อนไม่ซื่อตรงเป็นคนโลภนักเล่นแต่สตรีเป็นอัตรา เที่ยวเสพสุราเป็นนิจ บัดนี้กลับตัวได้คิดแปลงกฎหมายบ้านเมืองเสียใหม่ ตรองการแต่จะให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้ความสุขไป เพราะจะใคร่เป็นเจ้าในเมืองหลวงถึงสมบัติแลบรรดาหัวเมืองทั้งปวงที่อยู่ในไต้อ๋อง ถ้าบำรุงแผ่นดินต้องตามกษัตริย์แต่ก่อนอันครองยุติธรรมก็จะค่อยเป็นสุขไป ถ้าจะฆ่าผู้คนแลฟังคำยุยงมีอาญาเหมือนจี๋นซีฮองเต้นั้นไม่ควร ทุกวันนี้คนทั้งปวงก็มีใจเจ็บแค้นเป็นอันมาก ว่าฆ่าจูหยินซึ่งเป็นซาซีฮองเต้ แล้วขุดศพแลเผาตำหนักอาปงจ๋งเสีย หัวเมืองทั้งนั้นเห็นไปเข้าด้วยฮั่นอ๋องทหารข้าศึกก็จะมากขึ้น ซึ่งให้เผาหนทางจั๋นโต๋เสียนั้นโดยความคิดจะให้ประมาท อนึ่งด่านสามจีนก็ยังหามั่นคงไม่ พระองค์ให้ฮั่นอ๋องไปครั้งนี้ เหมือนหนึ่งให้หัดทหารฝึกเพลงอาวุธจะกลับมาตีชิงสมบัติเป็นมั่นคง อันทหารของพระองค์ซึ่งยังอยู่นี้ รู้แต่จะรบมิได้มีปัญญา ดีแต่ปากกล้าคอยพูดนอก มิอาจออกทูลทัดทานพระองค์ได้ ขออย่าประมาทพระทัยว่าไม่มีผู้ใดเสมอ จงให้หัดทหารที่มีฝีมือแลความคิดไปรักษาด่านสามจีนไว้ ให้ตัวเจียงหำตั้งอี้สุมาหืนเข้ามาไว้ในเมือง แล้วให้ทหารไปรับบิดาแลพรรคพวกบุตรภรรยาของฮั่นอ๋องมาคุมไว้ คิดแต่งทหารไปกำกับหัวเมืองทั้งปวงดูแยบคาย จงคัดทหารคนมีสติปัญญากล้าแข็งสักสองคน มาตั้งเป็นที่ใจเสียงสำหรับว่าการในพระนครคนหนึ่งๆ เป็นไต้เจียงกุ๋นแม่ทัพจะได้ฝึกหัดทหารไว้ปราบหัวเมืองทั้งปวงเหมือนอย่างพระเจ้าบู๊อ๋องครองแผ่นดินตั้วก๊กจิว

=======

แม้ว่าภายหลังหานซิ่นจะได้มาอยู่กับหลิวปัง แต่ในตอนแรกก็ไม่ได้รับความไว้วางใจ จนน้อยใจหนีไปอีกเหมือนกัน แต่ได้เซียวเหอ(เสียวโห)ตามกลับมา และทูลรับรองต่อหลิวปังว่า คนนี้เป็นคนดีจริงมีสติปัญญา หานซิ่นจึงได้เป็นแม่ทัพใหญ่ และเป็นตำนานตราบจนทุกวันนี้

เซียวเหอไล่ตามหานซิ่นใต้แสงจันทร์

พิชัยสงครามหานซิ่น

ห่านซิ่นแม่ทัพผู้ไร้พ่ายยังมีผลึกความคิดที่น่าสนใจอีกมากมาย ทดลองอ่านและเป็นเจ้าของตำราพิชัยสงครามหานซิ่นได้ที่ https://cutt.ly/UTMzyMy
Thumbnail Seller Link
พิชัยสงครามหานซิ่น
กนกเกียรติ หริรักษ์หรรษา
www.mebmarket.com
หานซิ่น(ฮั่นสิน) เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้ร่วมกับหลิวปัง(เล่าปัง)สถาปนาราชวงศ์ฮั่น ซึ่งถูกยกย่องจากจางเหลียง(เตียวเหลียง)ที่ปรึกษาของหลิวปังว่า หานซิ่นมีปัญญา...
Get it now

อ้างอิง