Sponsor

19 มกราคม 2569

12 บทเรียนชีวิตจาก Dirk Schiemann นักแบ็กแกมมอนระดับปรมาจารย์

https://bgverband.de/dbgv/ehrungen

12 บทเรียนชีวิตจาก Dirk Schiemann นักแบ็กแกมมอนระดับปรมาจารย์ (Super Grandmaster)

1. ยอมรับบทบาทของความบังเอิญ
ชีวิตเรามักได้รับอิทธิพลจากเหตุบังเอิญ เช่นเดียวกับที่ Dirk Schiemann ได้เข้าสู่โลกของแบ็กแกมมอนโดยไม่ได้ตั้งใจ จากการเล่นกับพี่ชายตอนเด็กและการพบหนังสือหายาก Backgammon ของ Paul Magriel โดยบังเอิญ (ในตอนนั้นมีเพียง ~15 เล่มในเยอรมันนี) ซึ่งเปลี่ยนชีวิตเขาอย่างสิ้นเชิง

2. ใช้จุดแข็งของตัวเองให้เกิดประโยชน์
Schiemann เริ่มเล่นแบ็กแกมมอนในทัวร์นาเมนต์ระดับเริ่มต้นและชนะได้อย่างรวดเร็ว เขาใช้ทักษะนี้สร้างรายได้ตั้งแต่วัยเรียน และค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นอาชีพ

3. ยอมรับความสุ่มในชีวิต
Schiemann มองโลกผ่าน "เลนส์แห่งความสุ่ม" และเชื่อว่าเราไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ไกลเกินไป เพราะโลกเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

4. เรียนรู้ที่จะเล่นให้ดี
แม้ว่าโชคจะมีบทบาทในเกม แต่การเล่นให้ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราประสบความสำเร็จมากขึ้น Schiemann เชื่อว่าความสามารถในการปรับและเปลี่ยนแผนคือกุญแจสำคัญ

5. เน้นไปที่สิ่งที่ควบคุมได้ (โฟกัสที่การตัดสินใจ ไม่ใช่ผลลัพธ์)
เขาเน้นว่า การตัดสินใจที่ดีไม่ได้การันตีผลลัพธ์ แต่การมองผลลัพธ์อย่างไม่ยึดติดจะช่วยให้เราสบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

6. รู้จักอคติของตัวเอง
อคติหรือความลำเอียงในการตัดสินใจ เช่น การกลัวความเสี่ยงหรือการมั่นใจในตัวเองมากเกินไป พยายามค้นหาอคติและแนวโน้มที่ทำผิดพลาด เพื่อปรับปรุงและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

7. คิดออกเสียง
Schiemann ใช้การอธิบายความคิดของตัวเองระหว่างเล่นเกมบน YouTube เพื่อช่วยให้ตนเองและผู้ชมเข้าใจวิธีคิดเชิงกลยุทธ์อย่างลึกซึ้ง
"เมื่อคุณเล่นอย่างเงียบๆ คุณจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในหัวของคุณ และคุณตัดสินใจได้อย่างไร ดังนั้น มันช่วยฉันในการตัดสินใจอย่างแน่นอน หากฉันต้องพูดออกมา นั่นคือจุดเริ่มต้น และผู้คนชอบมัน"

8. คำนวณความเสี่ยง
เขาเลือกลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเล่นแบ็กแกมมอนและโป๊กเกอร์มืออาชีพ แต่ย้ำว่าความเสี่ยงต้องถูกคำนวณอย่างรอบคอบเสมอ
"แบ็กแกมมอนนั้นง่ายกว่าชีวิตจริงมาก ดังนั้น เมื่อคุณทำอะไรเสี่ยงๆ จงเตรียมใจไว้ว่ามันจะผิดพลาด และคุณไม่ควรทำอะไรเสี่ยงๆ ถ้าผลลัพธ์เชิงลบส่งผลต่อชีวิตของคุณจริงๆ"

9. เรียนรู้กฎและเชื่อในสัญชาตญาณ
ในแบ็กแกมมอน การเข้าใจหลักคณิตศาสตร์และตรรกะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การพัฒนาสัญชาตญาณและการจดจำรูปแบบช่วยเสริมให้การเล่นแข็งแกร่งขึ้น
"เนื่องจากทุกอย่างซับซ้อนเกินไป ...คุณไม่สามารถคำนวณหรือประเมินผลได้อย่างแม่นยำ คุณจึงต้องใช้สัญชาตญาณหรือการจดจำรูปแบบด้วยเช่นกัน"

10. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรโจมตี
Schiemann สอนว่าการตัดสินใจว่าจะ "โจมตี" หรือไม่ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด ซึ่งต้องใช้การวิเคราะห์ที่ซับซ้อน

11. ค้นหาความสมดุลในชีวิต
แบ็กแกมมอนเกี่ยวข้องกับการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้ากระดานตลอดเวลา ดังนั้น งานอดิเรกจึงควรเป็นเรื่องทางกายภาพเป็นหลัก เช่น การเดินป่า เทนนิส และแบดมินตัน และอะไรที่ใช้การเคลื่อนไหว และใช่ อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องนั่งหน้าจอ นอกจากนี้ Schiemann ยังหาเวลาทำสมาธิทุกวันอีกด้วย

12. ออกไปเล่นแบ็กแกมมอน!
สุดท้าย Schiemann เชื่อว่าการสนุกกับเกมหรือสิ่งที่ทำจะช่วยให้เรามุ่งมั่นและก้าวหน้าไปได้ไกลกว่าเดิม
"เพราะว่ามันสนุกและน่าตื่นเต้นมาก เรียนรู้ได้ง่าย และไม่เหมือนหมากรุก คุณสามารถเริ่มเอาชนะผู้เล่นที่เก่งกว่าได้ทันที ดังนั้นในแง่นี้มันจึงสนุกกว่า"

สรุป
บทเรียนจาก Schiemann ไม่ได้มีเพียงการเล่นแบ็กแกมมอน แต่ยังเป็นปรัชญาชีวิตที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ - ยอมรับความสุ่ม ปรับเปลี่ยน และทำสิ่งที่ดีที่สุดในทุกเกมของชีวิต

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน

https://dirk-schiemann.de/

อ้างอิง

17 มกราคม 2569

วิถีแห่งการเปลี่ยนแปลง - แบ็กแกมมอนในเงาอี้จิง


《易經》中的「易」這個字,古人總結它有三個含義:簡易、變易、不易。 (https://m.secretchina.com/news/b5/2018/12/13/878679.html)

ในคัมภีร์อี้จิง (易經) คำว่า "อี้" (易) มีความหมายสามนัย, ตามที่คนโบราณสรุปไว้ คือ: ความเรียบง่าย (簡易), ความเปลี่ยนแปลง (變易), และความไม่เปลี่ยน (不易).

หากเราวางกระดานแบ็กแกมมอนลงตรงหน้า เราอาจพบว่ามันคือแบบจำลองของจักรวาลตามคติอี้จิงที่สมบูรณ์

ขั้วตรงข้ามและจุดกำเนิด (หยินหยาง)

อี้จิงเริ่มต้นจากความไร้ขั้ว (無極 - อู๋จี๋) สู่การแบ่งแยกเป็นสองขั้ว (太極 - ไท่จี๋) ในแบ็กแกมมอนคือการแบ่งหมากเป็นสองสี และทิศทางการเดินที่สวนทางกัน

หยินและหยางไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่โอบอุ้มกันและกัน เหมือนหัวกับก้อยในเหรียญเดียวกัน การจัดกระดานเริ่มต้น หมากขาวมีส่วนหนึ่งอยู่ในแดนหมากดำ และหมากดำมีส่วนหนึ่งอยู่ในแดนหมากขาว สะท้อนสัญลักษณ์ไท่จี๋ถู (太極圖 - สัญลักษณ์หยินหยาง) ที่มีจุดขาวในดำและจุดดำในขาว เป็นการบอกว่าในหยินมีหยาง ในหยางมีหยิน ในรุกมีรับ ในรับมีรุก ไม่มีชัยภูมิใดที่เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยสมบูรณ์

เมื่อหมากถูกกิน (Hit) หมากนั้นจะถูกหยิบออกไปนอกกระดาน (Bar) ซึ่งในมุมมองอี้จิง นี่อาจเป็นสภาวะกึ่งกลางระหว่างความตายและการเกิดใหม่ ที่รอคอยแรงหนุนจากฟ้า (ลูกเต๋า) เพื่อกลับเข้าสู่วัฏจักรอีกครั้ง การที่ต้องทอยลูกเต๋าเพื่อให้ตัวหมากเกิดใหม่ในแดนศัตรู คือการจำลองวัฏจักรชีวิต เหมือนจุดหยินในหยาง จุดหยางในหยิน ซึ่งเป็นตำแหน่งในการเกิดใหม่ของหยินหยางเช่นกัน การถูกกินไม่ใช่จุดจบ แต่คือโอกาสในการเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อสร้างกลยุทธ์ใหม่

ลูกเต๋าคือพลวัต
ในอี้จิง เราเข้าใจโลกผ่านกว้า (卦 - เส้นลักษณ์) ซึ่งแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทุกครั้งที่ทอยลูกเต๋า สถานการณ์บนกระดานจะเปลี่ยนรูปแบบไปทันที เปรียบเสมือนการเปลี่ยนเส้นหยินหยางในกว้า จากกว้าเชี๋ยน (䷀ - 乾 - ฟ้า - การรุกคืบ) อาจกลายเป็นกว้าคุน (䷁ - 坤 - ดิน - การนิ่งรับ) จากการทอยลูกเต๋าเพียงครั้งเดียว

สรรพสิ่งถึงที่สุด
จักพลิกพัน
โบราณกล่าวว่า "เมื่อสิ่งใดขึ้นถึงจุดสูงสุดจักต้องพลิกกลับเป็นตรงข้าม" (物極必反) นี่คือสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลง (易) ในแบ็กแกมมอน เมื่อท่านสร้างกำแพง (Prime) ที่แข็งแกร่งที่สุดจนหมากศัตรูก็ไม่อาจทะลวงผ่านได้ นั่นคือจุดที่ถึงที่สุดที่การเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาถึง เพราะในตาถัดไปท่านอาจถูกบังคับให้ทำลายกำแพงนั้นลงด้วยมือของท่านเอง หากสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งในจังหวะที่เหมาะสมก็ย่อมทลายลงในจังหวะที่สมควรจักเป็นประโยชน์ แต่หากสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งในจังหวะที่ไม่เหมาะสมก็ย่อมทลายลงในจังหวะที่ไม่สมควรจักเป็นภัย เมื่อหยินสุดจะกลายเป็นหยาง หยางสุดจะกลายเป็นหยิน เป็นการเตือนให้เราไม่ยึดติดกับความตกต่ำหรือความรุ่งเรืองที่เป็นเรื่องชั่วคราว

การหาความพอดีท่ามกลางสถานการณ์ (中)
แก่นของอี้จิงคือการหาตำแหน่งที่สมควรในเวลาที่เหมาะสม (กาลเทศะ) การเดินหมากในแบ็กแกมมอนไม่ใช่การหาทางที่ดีที่สุดแบบตายตัว แต่คือการหาทางที่เหมาะสมกับเวลาในขณะนั้น หากท่านทอยเต๋าได้ 6-6 ในขณะที่เกมตาม นี่คือ กว้าฟู่ (䷗ - 復 - การกลับมา - จะเห็นว่าพลังหยางเริ่มกลับมาเกิดขึ้นจากข้างล่างแล้ว) แต่ถ้าได้ 6-6 ในขณะที่ต้องการความละเอียดอ่อน นี่อาจเป็นภัย แบ็กแกมมอนฝึกให้เราเป็นวิญญูชน (君子 - จวินจื่อ) ตามแบบอี้จิง คือ ผู้ที่รู้จังหวะรุกจังหวะถอย รู้ว่าเมื่อใดควรลงมือเมื่อใดควรเร้นกาย เป็นผู้ที่ไม่ฝืนกระแสของการเปลี่ยนแปลง แต่ไหลไปตามมัน รู้วาระโอกาส

ความไม่เปลี่ยนแปลง (不易) ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง (易)
ท่ามกลางลูกเต๋าที่ผันผวน (ความเปลี่ยน) มีกฎกติกาและสถิติที่เป็นแก่น (ความไม่เปลี่ยน) การเล่นแบ็กแกมมอนเพื่อเห็นจิตวิญญาณอี้จิง อาจทำได้ด้วยการรักษาสภาวะจิตใจที่ไม่เปลี่ยน (ความสงบ) ท่ามกลางสถานการณ์บนกระดานที่เปลี่ยนตลอดเวลา (ความเคลื่อนไหว) ซึ่งทำให้เห็นว่า ชัยชนะและความพ่ายแพ้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติ ไม่ต่างจากฤดูกาลที่หมุนเวียนผันเปลี่ยนกันไป
แม้สิ่งภายนอกจะเป็นดั่งพายุที่วุ่นวาย แต่ใจกลางตาของพายุนั้นนิ่งสงบ เพียงแค่เห็นและยอมรับทุกสิ่งที่แปลงเปลี่ยน

เลขศาสตร์แห่งฟ้าดิน
ในทางอี้จิงและดาราศาสตร์จีน ตัวเลขไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือรหัสของจักรวาล
  • กระดานมีฝั่งล่ะ 12 ตำแหน่ง สะท้อนถึง 12 นักษัตร หรือ 12 ชั่วยามในหนึ่งวัน หรือ 12 เดือนใน 1 ปี การเคลื่อนหมากผ่านแต่ละจุดเปรียบเสมือนการเดินทางของห้วงเวลาที่ไม่หยุดนิ่ง การที่ผู้เล่นต้องเดินหมากย้อนศรกันผ่าน 24 ตำแหน่งนี้ จึงเปรียบเสมือนกงล้อแห่งฤดูกาลที่พัดพาสรรพสิ่งสวนทางกันเพื่อสร้างสมดุลให้กับโลก
  • กระดานมีทั้งหมด 24 ตำแหน่ง ซึ่งสอดคล้องกับ 24 ปักษ์ใน 1 ปี (1 เดือนมี 2 ฤดูย่อย) ในปฏิทินจีน ซึ่งเป็นการแบ่งวัฏจักรหนึ่งปีออกเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงตามพลังงานธรรมชาติ
แบ็กแกมมอนอาจกำลังบอกเราว่าทุกตำแหน่งมีเวลาของมัน บางช่วงเวลาตำแหน่งนี้เป็นประโยชน์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป (แต้มเต๋าเปลี่ยน) ตำแหน่งที่เคยดีอาจกลายเป็นภาระ นี่คือสัจธรรม

ความสอดคล้องที่น่าทึ่งที่สุดระหว่างแบ็กแกมมอนกับคัมภีร์อี้จิง คือตัวเลข 64 บนหน้าสูงสุดของลูกเต๋า Doubling Cube ซึ่งตรงกับจำนวน 64 กว้าในคัมภีร์อี้จิงพอดิบพอดี ตัวเลข 64 บนหน้าสูงสุดของ Doubling Cube ไม่ใช่เพียงขีดจำกัดทางคณิตศาสตร์ แต่มันสะท้อนนัยสำคัญของ 64 กว้าในคัมภีร์อี้จิง ซึ่งเป็นตัวแทนของทุกสภาวะความเปลี่ยนแปลงหลักที่เป็นไปได้ในจักรวาล เมื่อผู้เล่นท้าทายกันจนถึงเลข 64 (ซึ่งมักจะเกิดขึ้นใน Money play) นั่นหมายถึงสถานการณ์ได้ดำเนินมาจนถึงจุดสูงสุดของวัฏจักร เป็นสภาวะที่ความเสี่ยงและความเป็นไปได้ถูกรีดเค้นออกมาจนสุดขอบเขต การตัดสินใจในจุดนี้จึงไม่ใช่แค่การชิงแต้ม แต่คือการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า เมื่อสรรพสิ่งแปรเปลี่ยนไปจนถึงขีดสุด (กว้าที่ 64 - ䷿ - 未濟 - เว่ยจี้ - ยังไม่เสร็จสิ้น) วงจรใหม่ย่อมเริ่มต้นขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะด้วยชัยชนะที่เด็ดขาดหรือการพ่ายแพ้เพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่ก็ตาม สูงสุดย่อมคืนสู่สามัญ
การที่เลข 64 คือเลขยกกำลังของ 2 (2^6) สอดคล้องกับโครงสร้างของกว้าที่เกิดจากการซ้อนทับของเส้นหยินหยาง 6 ชั้น (ฉักลักษณ์) ซึ่งสะท้อนว่าทุกการทวีคูณของเดิมพัน คือการซ้อนทับของมิติแห่งความจริงที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

ในสมัยโบราณของจีน แบ็กแกมมอนเคยถูกเรียกว่า ซวงลิ่ว (雙六 - คู่หก) ซึ่งชื่อนี้เองก็มีความหมายแฝงถึงเลข 6 ซึ่งเป็นเลขสูงสุดของหยิน (太陰 - ไท่หยิน) หรือจะเปรียบถึงจำนวนเส้น (爻 - เย๋า) ของกว้าก็ได้เช่นกัน

คัมภีร์อี้จิงที่ไร้อักษร เรียนรู้โดยไร้เรียนรู้
แบ็กแกมมอนไม่ใช่เกมของการเอาชนะโชคชะตา แต่เป็นศิลปะของการร่ายรำไปกับท่วงทำนองแห่งจักรวาล
  • ลูกเต๋า คือ พลังแห่งฟ้า (ความเปลี่ยนแปลง โชคชะตา กาลเวลา หรือฤดูกาล)
  • กระดาน คือ พลังแห่งดิน (พื้นที่ และระยะทาง)
  • ผู้เล่น คือ พลังแห่งคน ผู้ประสานฟ้าดินผ่านวาระแห่งปัญญา
แบ็กแกมมอนจึงเป็นเครื่องมือชั้นดีอีกชิ้นหนึ่งในการทำความเข้าใจอี้จิง เพราะมันทำให้เราเห็นว่า ความเปลี่ยนแปลง (易) คือสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลง (不易) และผู้ที่ถือว่าประสบความสำเร็จคือผู้ที่สามารถปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างกลมกลืนที่สุดตามวาระแห่งตน ไม่ว่าจะถูกมองว่าแพ้หรือชนะก็ตาม

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน

ลูกเต๋าคือ ฟ้าลิขิต ความแปรปรวน
กระดานคือ ดินทวน รอยวิถี
คนประคอง ปัญญา หาจังหวะที่พอดี
ร่ายรำไป ในที ความเปลี่ยนแปลง

ยี่สิบสี่ปักษ์ คือกงล้อ กาลเวลา
หกสิบสี่กว้า จุดบรรจบ สัจธรรมแฝง
สูงสุดคืน สู่สามัญ ไม่เปลี่ยนแปลง
คือวิถีแห่ง แบ็กแกมมอน เงาอี้จิง

ฝู๋ซีกำลังพิจารณากระดานแบ็กแกมมอน
[ภาพ AI]

13 มกราคม 2569

บทเรียนจากกระดานอันยุ่งเหยิงของแบ็กแกมมอน - เมื่อชีวิตไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Persian_Backgammon_board_made_in_Khatam_technique.jpg

ในโลกของเกมกระดานส่วนใหญ่ เรามักคุ้นเคยกับความว่างเปล่าหรือความเป็นระเบียบก่อนเริ่มเกม หมากล้อมเริ่มต้นจากดินแดนที่ว่างเปล่า หมากรุกเริ่มต้นจากกองทัพที่เป็นระเบียบและสมมาตร
แต่ แบ็กแกมมอน (Backgammon) กลับโยนเราลงไปในสถานการณ์ที่เหมือนมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นอยู่ก่อนแล้ว

นี่คือการจำลองสัจธรรมของชีวิตซึ่งจริงที่สุดข้อหนึ่งที่ว่า "ไม่มีใครในโลกนี้ที่เริ่มต้นจากศูนย์อย่างแท้จริง"

พันธนาการและมรดก หมากสองตัว ณ ตำแหน่งที่ห่างไกลที่สุด
เมื่อเราจัดกระดานแบ็กแกมมอนเสร็จ สิ่งแรกที่เราเห็นคือหมาก 2 ตัวของฝ่ายเราที่ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ลึกที่สุดในเขตของศัตรู (จุด 24) ในขณะที่ศัตรูก็มีหมาก 2 ตัววางอยู่ในแดนลึกของเราเช่นกัน

ในเชิงปรัชญา นี่คือมรดกแห่งชะตากรรม มนุษย์เราเกิดมาใช่ว่าจะไม่มีอะไรมาก่อนเลยจริงๆหรอกครับ คนเราเกิดมาพร้อมกับต้นทุนทางครอบครัว ยีนทางพันธุกรรม วัฒนธรรม หรือแม้แต่หนี้และความขัดแย้งที่คนรุ่นก่อนสร้างทิ้งไว้ หมาก 2 ตัวที่จุด 24 คือตัวแทนของอุปสรรคที่เราไม่ได้เลือก แต่เราต้องรับผิดชอบ และหาวิธีพามันออกมา (Home) ให้ได้ หากทิ้งพวกมันไว้เพียงเพราะว่ามันเดินยาก เราจะไม่มีวันชนะในเกมนี้เลย

ดุลยภาพแห่งหยินหยาง ทางเดินที่สวนทางกัน
การจัดหมากเริ่มต้นของแบ็กแกมมอนสร้างสิ่งที่เรียกว่าความสมมาตรที่มีพลวัต แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีหมากเท่ากันในตำแหน่งที่สะท้อนกัน แต่ทิศทางการเดินนั้นสวนทางกันโดยสิ้นเชิง

นี่คือการจำลองกระแสแห่งชะตาชีวิตที่ว่า เป้าหมายของเราอาจเป็นความขัดข้องของคนอื่น และฐานที่มั่น (Home) ของคนอื่นอาจคือสิ่งกีดขวางของเรา ในชีวิตจริง ความขัดแย้งอาจไม่ได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนชั่วร้าย แต่เกิดจากการที่เราต่างต้องเดินสวนทางผ่านคอขวดเดียวกันในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน การที่หมากต้องเดินสวนกันตั้งแต่ต้นและอาจเกิดความติดขัดนั้น สอนให้เราเข้าใจว่าชีวิตคือการบริหารความขัดแย้ง ไม่ใช่การเดินในทุ่งลาเวนเดอร์ที่ไม่มีอุปสรรคใดใด

การบริหารความวุ่นวายกับทรัพยากรที่กระจัดกระจาย
ตัวหมากอื่น ๆ ที่กระจายไปตามจุดต่างๆ (5 ตัวที่จุด 13, 3 ตัวที่จุด 8, 5 ตัวที่จุด 6) สะท้อนถึงทรัพยากรที่กระจัดกระจายในชีวิต คนเราอาจมีความถนัดบางอย่าง (จุดที่แข็งแกร่ง) มีทรัพย์สินบางส่วนที่อยู่นอกตัว (จุดกึ่งกลาง) และมีเป้าหมายที่รอคอยการเติมเต็ม

แบ็กแกมมอนไม่ยอมให้เราค่อย ๆ สร้างกองทัพ แต่บังคับให้เราบริหารสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีที่สุด ภายใต้แรงกดดันจากลูกเต๋า (กาลเวลาและโชคชะตา) ที่หมุนวนผันแปรอยู่ตลอดเวลา

ยอมรับสิ่งที่ได้รับ เพื่อสร้างสิ่งที่ตั้งใจ
การที่แบ็กแกมมอนเริ่มเกมด้วยตำแหน่งที่ยุ่งเหยิงเช่นนี้ สอนให้ผู้เล่นละทิ้งอัตตาและปล่อยวางความโหยหาถึงความสมบูรณ์ตอนเริ่มต้น ถ้าชีวิตเริ่มจากศูนย์ เมื่อล้มเหลวเราอาจจะอ้างก้าวแรกที่ผิดพลาด ทั้งที่มันอาจผิดพลาดระหว่างทางก็ได้ แต่เมื่อชีวิตเริ่มจากความผิดพลาดที่โลกนี้โยนมาให้ตั้งแต่ต้น หน้าที่ของเราจึงไม่ใช่การบ่นถึงชัยภูมิเริ่มต้นที่เสียเปรียบ แต่หน้าที่ของเราคือการใช้เจตจำนง (คน) เพื่อนำทางหมากเหล่านั้นผ่านโชคชะตา (ฟ้า) ไปบนความเป็นจริง (ดิน) ณ ปัจจุบัน

สุดท้ายนี้ แบ็กแกมมอนจึงเป็นเกมที่มอบแบบจำลองและการปลอบประโลมให้กับผู้ที่กำลังเหนื่อยล้ากับต้นทุนชีวิต มันบอกเราว่า แม้หมากของเราจะติดอยู่ในแดนศัตรู หรือสถานการณ์เริ่มต้นจะดูสับสนวุ่นวายเพียงใด แต่นั่นคือความงดงามในความไม่สมบูรณ์แบบแห่งชีวิต ชัยชนะที่แท้จริงไม่ได้วัดจากว่าใครเริ่มจากจุดที่ง่ายกว่า แต่วัดจากว่าใครสามารถนำพาหมากที่ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์เหล่านี้ มุ่งสู่จุดหมายได้อย่างสง่างามและมั่นคงที่สุดต่างหาก

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน
ผ่านพ้นช่วงชีวิตอันยากลำบากนี้ไปได้
และวันหนึ่ง
เมื่อหันกลับมามอง
ขอให้มันเป็นเรื่องเล่า
แห่งชะตา

ภาพถ่ายโดย Gildo Cancelli: https://www.pexels.com/th-th/photo/11199451/

แถม
ในอดีตมีหมากกระดานที่ชื่อว่า Tabula ในยุคโรมัน เป็นเกมที่คล้ายแบ็กเกมมอน ใช้กระดานแบบเดียวกัน แต่เริ่มต้นจากกระดานที่ว่างเปล่า หมากทุกตัวอยู่นอกกระดาน ใช้เต๋า 3 ลูก และเดินหมากไปทางเดียวกัน แต่สุดท้ายแบ็กแกมมอนที่จัดหมากเริ่มเกมแบบในปัจจุบันกลับได้รับความนิยมมากกว่าและเล่นกันมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมันให้ความสมดุลระหว่างความลึกซึ้งและความสนุกได้ดีที่สุดนั่นเอง

11 มกราคม 2569

U - ภาษา U ภาษาประดิษย์ที่มีแค่ 1 คำถ้วน

U (conlang)

U คือ ภาษาประดิษฐ์แนวเซ็น (Zen constructed language) ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยนักสร้างภาษาชื่อ arseniiv เมื่อปี ค.ศ. 2013

ระบบเสียง ระบบสัทวิทยาของภาษา U ประกอบด้วยหน่วยเสียงเพียงหน่วยเดียวคือ /u/ [อู] ซึ่งครอบคลุมการออกเสียงที่เป็นไปได้ทั้งหมด เนื่องจากไม่มีคู่เทียบเสียงที่ทำให้ความหมายเปลี่ยน (minimal pairs)

คลังคำศัพท์ คลังคำศัพท์ของภาษา U ประกอบด้วยคำเพียงคำเดียวคือ u /u/ ซึ่งสื่อความหมายได้หลากหลาย เช่น มันไร้สาระ, มันไม่มีจุดหมาย, มันไม่จำเป็น, มันไม่มีอยู่จริง หรือแทนด้วยสัญลักษณ์ทางตรรกศาสตร์คือ ⊥ [ความจริงคว่ำ] ทั้งนี้ การกล่าวซ้ำคำเดิมหรือการเว้นว่างไว้ ไม่ได้ทำให้ความหมายของสารเปลี่ยนแปลงไป

ระบบการเขียน ภาษา U ใช้การเขียนตามเสียง (Phonetic writing) โดยที่ตัวอักษรหรือข้อความใดๆ ก็ตาม สามารถตีความได้ว่าเป็นตัวแทนของหน่วยเสียง /u/

บทวิเคราะห์ การจำแนกความแตกต่างว่าข้อความใดเขียนด้วยภาษา U หรือไม่ หรือการพิจารณาว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นเป็นภาษา U หรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จึงนำไปสู่คำถามเชิงวาทศิลป์ที่ว่า: "มันคือ u หรือมันไม่ใช่ u กันแน่?" อย่างไรก็ตาม... u

ลักษณะเด่น
ภาษา U ดูเหมือนจะเป็นภาษาประดิษฐ์ที่มีการอธิบายเนื้อหาครอบคลุมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านไวยากรณ์ สัทศาสตร์ การใช้งาน และอรรถศาสตร์ เมื่อเปรียบเทียบกับภาษาประดิษฐ์อื่นๆ

บทกวี

u u u u u
u u u u u u u
u u u u u

บทกวีไฮกุ โดย ckiku

=======

บทความข้างต้นแปลจาก บทความ U (conlang) ซึ่งเป็นเสมือนคู่มือภาษา U อย่างเป็นทางการ

ภาษา U ของ Arseniiv เป็นภาษาประดิษฐ์ที่ไม่ได้เป็นแค่ภาษาประดิษฐ์ แต่มันคือศิลปะเชิงมโนทัศน์ (Conceptual Art) ที่เสียดสีวงการภาษาศาสตร์ประดิษฐ์ได้อย่างแสบทรวง

ในขณะที่ภาษาประดิษฐ์ต่างๆพยายามสร้างคำสร้างกฎเกณฑ์มากมายเพื่อระบุทุกอย่างให้ชัดเจน ภาษา U กลับใช้หลักความว่างเปล่าเพื่อบอกว่า สุดท้ายแล้วภาษาอาจเป็นแค่กรงขังหรือเรื่องไร้สาระหรือไม่?
การที่อ้างว่ามันเป็นภาษาที่มีการอธิบายเนื้อหาที่ครอบคลุมที่สุด เป็นการประชดประชันที่ฉลาดมาก เพราะเมื่อมีแค่ 1 คำ และ 1 เสียง คำอธิบายเพียงไม่กี่บรรทัดย่อมถือว่าครบถ้วน 100% ของระบบภาษานั้นแล้วโดยปริยาย
แล้วการถามว่า "มันคือ u หรือมันไม่ใช่ u กันแน่" คล้ายกับปริศนาธรรมโกอานในนิกายเซ็น เช่น "เสียงปรบมือข้างเป็นอย่างไร?" เพื่อให้ผู้ศึกษาหลุดพ้นจากพันธนาการของตรรกะแบบทวิภาวะ จริง-เท็จ ถูก-ผิด ดี-เลว
สำหรับกวีไฮกุในตอนท้าย คืออารมณ์ขันแบบเนิร์ดๆของชาวภาษาประดิษฐ์ดีๆนี่เอง ว่าแต่... การใช้ภาษาที่มีคำน้อยที่สุด มาเขียนเป็นบทกวีไฮกุ มันจะทำให้เข้าถึงแก่นของเซ็นมากกว่าการเขียนไฮกุด้วยภาษาปกติรึเปล่านะ?

เหนือตรรกะทั้งปวง
คือความว่าง
ที่ไร้คำบรรยาย


อ้างอิง

09 มกราคม 2569

วิถีแห่งปรัชญาเต๋าบนกระดานแบ็กแกมมอน

https://www.choge-blog.com/history/tao/

ในสายธารแห่งภูมิปัญญาตะวันออก มีศาสตร์และศิลป์หลายแขนงที่ถูกยกย่องว่าเป็นเครื่องมือของปราชญ์ในการขัดเกลาจิตวิญญาณเพื่อเข้าถึงความจริงแท้ของเต๋า (道) ศาสตร์และศิลป์เหล่านี้มิใช่เพียงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นกระจกสะท้อนสภาวะภายในจิตใจ

แบ็กแกมมอน เป็นเกมกระดานทอยเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดเกมหนึ่งของมนุษยชาติ แต่มักถูกมองข้ามในมิติทางจิตวิญญาณ โดยมองเป็นเพียงเกมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของโครงสร้างเกม จะพบว่าแบ็กแกมมอนนั้นมีความสอดคล้องกับปรัชญาเต๋าอย่างน่าอัศจรรย์ และอาจมีคุณค่าเทียบเท่ากับเครื่องมือในการบำเพ็ญเพียรชั้นสูง ที่ช่วยลดทอนอัตตาตัวตน และนำพาผู้เล่นกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ

ลูกเต๋า ประจักษ์พยานแห่งการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ
หลักการของต๋า (道) คือการยอมรับในธรรมชาติ (自然 - จื้อหราน) หรือความเป็นไปเองของสรรพสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมกะเกณฑ์ได้ (ตถตา)

ในแบ็กแกมมอน ลูกเต๋า คือ ตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของพลังธรรมชาตินี้ ไม่มีใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเก่งกาจหรือมีอำนาจเพียงใด จะสามารถสั่งให้ลูกเต๋าออกแต้มที่ตนต้องการได้ (ไม่นับการโกงจากลูกเต๋าที่ผิดธรรมชาติ) ความไม่แน่นอนของการทอยลูกเต๋า คือการจำลองความไร้ระเบียบที่ซ่อนอยู่ในระเบียบของจักรวาล

ผู้เล่นที่มีความยึดติดมักจะรำคาญใจเมื่อได้แต้มแย่ และมักลำพองใจเมื่อได้แต้มดี แต่ในสายตาของเต๋า (道) แต้มเต๋าไม่มีดีหรือแย่ มันเพียงแค่เป็นในแบบที่มันเป็น การฝึกฝนในวิถีนี้ คือการเฝ้าดูผลลัพธ์ของลูกเต๋าเช่นเดียวกับการเห็นฝนตกหรือแดดออก คือยอมรับโดยดุษณี ไม่ผลักไส ไม่โหยหา และไม่เฉยๆ

การเดินหมากแบบอู๋เหวย (無為) กระทำโดยไม่ฝืนวิถี
เมื่อแต้มเต๋าทอยออกมาแล้ว หน้าที่ของผู้เล่นคือการเดินหมาก นี่คือจุดบรรจบระหว่างชะตากรรมแห่งฟ้า (สิ่งที่ลูกเต๋ามอบให้) และเจตจำนงเสรีแห่งมนุษย์ (การตัดสินใจของตน)

ปรัชญาเต๋า (道) สอนเรื่องอู๋เหวย (無為) คือ การกระทำโดยไร้กระทำ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการอยู่เฉย แต่หมายถึงการกระทำที่สอดคล้องลื่นไหลไปกับสภาวการณ์ตรงหน้าอย่างไม่ฝืนธรรมชาติ ดุจดั่งธารน้ำ เมื่อเจอโขดหิน มันก็แค่ไหลอ้อมไป

ผู้เล่นแบ็กแกมมอนที่เข้าถึงวิถีนี้ จะไม่พยายามฝืนเดินหมากในรูปแบบที่ตนอยากจะเดิน แต่จะมองหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ประสานกลมกลืนที่สุด โดยสอดคล้องกับสภาวการณ์ (แต้มเต๋าและตำแหน่งบนกระดาน) จะเอื้ออำนวยได้ในขณะนั้น การเดินหมากที่ดีที่สุดในแบ็กแกมมอนมักเป็นการเดินหมากที่ถ่อมตน ยืดหยุ่น และพร้อมปรับเปลี่ยนตามวิถีแห่งฟ้าที่มิอาจคาดเดา ไม่ว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม

เครื่องมือขัดเกลาอัตตาและลดทอนความอยาก
คุณค่าสูงสุดของแบ็กแกมมอนในฐานะเครื่องมือบำเพ็ญเต๋า (道) คือความสามารถในการเปลือยอัตตา (我) และความอยาก (欲) ของผู้เล่นได้อย่างหนักหน่วงและตรงไปตรงมา
  • การลดทอนอัตตา: ผู้เล่นที่เปี่ยมด้วยทักษะอาจพ่ายแพ้ให้กับผู้เล่นมือใหม่ได้ เพียงเพราะโชคร้าย นี่คือยาขมที่ช่วยทลายความยึดมั่นถือมั่นว่าฉันเก่ง ฉันควบคุมได้ แบ็กแกมมอนสอนให้เรารู้ตัวว่าเราเล็กจ้อยเพียงใดเมื่ออยู่ต่อหน้ากระแสธารแห่งความน่าจะเป็นอันยิ่งใหญ่เหลือคณา
  • การลดทอนความอยาก: ทุกครั้งที่กุมลูกเต๋า จิตมักจะเกิดความอยากว่า ขอให้ได้แต้มนั้นแต้มนี้ เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ความทุกข์ก็เกิดทันที แบ็กแกมมอนฝึกให้เราเผชิญหน้ากับความจริงเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนจิตเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความคาดหวังและการปรุงแต่งลง แล้วอยู่กับความจริงตรงหน้าที่ได้รับ

กระจกเงาสะท้อนปัจจุบันขณะ
ท้ายที่สุดแล้ว แบ็กแกมมอนไม่ใช่เกมแห่งการวางแผนเพียว ๆ เหมือนหมากกระดานชนิดอื่น แต่เป็นเกมแห่งการตื่นรู้ในปัจจุบันขณะ การทอยลูกเต๋าครั้งที่แล้วนั้นผ่านไปแล้ว ไม่มีความหมายอะไรอีก และการทอยครั้งหน้าก็ยังมาไม่ถึง และไม่มีใครล่วงรู้ สิ่งที่มีอยู่จริงตอนนี้คือสถานะของกระดาน ณ วินาทีนี้ และแต้มเต๋าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ณ ขณะนี้

เมื่อใช้แบ็กแกมมอนเป็นเครื่องมือแห่งการฝึกตน ย่อมได้เรียนรู้ที่จะรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่ง ไม่กระเพื่อมไหวไปตามความผันผวนของโชคชะตา มองเห็นความจริงตรงหน้าอย่างที่มันเป็น ปราศจากการปรุงแต่งด้วยความโลภ ความโกรธ หรือความหลง ลดทอนทุกสิงในจิตลง เมื่อจิตว่างเปล่าปราศจากการยึดติด กระดานแบ็กแกมมอนก็ไม่ใช่การแข่งขันเอาแพ้ชนะอีกต่อไป แต่กลายเป็นกระจกเงาที่ว่างเปล่า ซึ่งสะท้อนวิถีแห่งเต๋า ที่ซึ่งชะตาฟ้าและมานะตน ร่ายรำร่วมกันอย่างกลมกลืนและงดงาม

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน

เล่าจื่อกับฝู๋ซีเล่นแบ็กแกมมอน
โดยมีขงจื่อบรรเลงกู่ฉินและโจวเหวินหวางเฝ้าดู
[ภาพ AI]

แบ็กแกมมอนในรอยจารึกประวัติศาสตร์จีน
ในประวัติศาสตร์จีน แบ็กแกมมอนรู้จักกันในชื่อ ซวงลู่ (雙陸 - หมากสองทาง) หรือ ซวงลิ่ว (雙六 - คู่หก) ซึ่งมีรากเหง้ามาจาก ปรสสะ (प्रासक) ของอินเดีย และแพร่หลายอย่างมากตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังจนถึงราชวงศ์หยวน

ซวงลู่เป็นที่นิยมในราชสำนัก เป็นเกมโปรดของจักรพรรดิ แม้แต่จักรพรรดินีอู่เจ๋อเทียน (武則天 - บูเช็กเทียน) จักรพรรดิเซวียนจงแห่งราชวงศ์ถัง (唐玄宗) และจักรพรรดิหมิงจงแห่งราชวงศ์ถังตอนปลาย (后唐明宗) ก็ยังชื่นชอบการเล่นซวงลู่

จักรพรรดินีอู่เจ๋อเทียน (武則天 - บูเช็กเทียน) เคยสุบินว่าเล่นซวงลู่กับเทพธิดาบนสวรรค์ แต่กลับแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะไม่มีตัวหมากวางในตำแหน่งที่ควรอยู่ ตี้เหรินเจี๋ย (狄仁傑) ได้ถวายคำพยากรณ์ว่า "เล่นซวงลู่ไม่ชนะ เพราะไม่มี 'จื่อ' (子 แปลว่า ตัวหมาก หรือบุตร)" เป็นการบอกว่าสวรรค์กำลังใช้ตัวหมาก (子) เพื่อเตือนสติพระนางเกี่ยวกับโอรส (子)
ในประวัติตอนนี้สื่อสมัยใหม่มักเข้าใจผิดว่าสุบินถึงหมากรุกจีน แต่จริง ๆ คือแบ็กแกมมอน

ภาพเขียน สตรีในวังกำลังเล่นแบ็กแกมมอน (內人雙陸圖)
โดย โจวฟาง (周昉) จิตรกรสมัยราชวงศ์ถัง

ในหนังสือขงจื่อเซี่ยงทัวถามไถ่กัน《孔子項託相問書》ปรากฏเรื่องเล่าว่า ขงจื่อเคยเชื้อเชิญเซี่ยงทัว (項託) เด็กชายอัจฉริยะ ให้มาร่วมเล่นซวงลู่ด้วยกัน ซึ่งสะท้อนว่า แม้แต่ในวรรณกรรมทางปัญญา แบ็กแกมมอนก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างปราชญ์

ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ มีการจัดทำตำราปู่ซวง 《譜雙》 ซึ่งบันทึกกฎกติกาและรูปแบบการเล่นซวงลู่ ซึ่งมีความหลากหลายในเอเชียตะวันออกไว้อย่างละเอียด

02 มกราคม 2569

พิชัยสงครามซุนวูกับแบ็กแกมมอน

ซุนวูสอนแบ็กแกมมอนให้กับลูกศิษย์
[ภาพ AI]

แบ็กแกมมอน นอกจากจะเป็นเครื่องมือสำหรับการบำเพ็ญตนในชีวิตประจำวันที่ดีแล้ว ตามที่ได้เขียนไว้ในบทความอื่น ๆ มันยังเป็นเครื่องมือในการฝึกฝนแนวคิดของพิชัยสงครามได้ด้วยในฐานะกระดานศึก

หากหมากรุก คือ กระดานจำลองการประจัญหน้ารบ
หากหมากล้อม คือ กระดานจำลองการตั้งค่ายขยายอิทธิพล
แบ็กแกมมอน ก็คือ กระดานจำลองการเดินทัพหรือส่งกำลังบำรุงผ่านชัยภูมิที่ผันผวน เพื่อช่วงชิงประโยชน์ภายใต้สภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งสอดคล้องกับหลักการในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อที่ว่า "สงคราม คือวิถีแห่งเล่ห์ลวง"

兵者,詭道也。
《始計》

สงครามนั้น, คือเล่ห์วิถี.
-บทที่ 1 เริ่มต้นประเมิน

การคิดคำนวณ (算) อ่านหมากก่อนรบ

夫未戰而廟算勝者,得算多也;未戰而廟算不勝者,得算少也;多算勝,少算不勝,而況於無算乎?
《始計》

อันว่ายังไม่รบแต่คำนวณในศาลเจ้าได้ว่าชนะ, เพราะได้คำนวณมาก; ยังไม่รบแต่คำนวณในศาลเจ้าได้ว่าไม่ชนะ, เพราะได้คำนวณน้อย; คำนวณมากชนะ, คำนวณน้อยไม่ชนะ, แล้วจะกล่าวไปใยกับการไร้การคำนวณเลย?
-บทที่ 1 เริ่มต้นประเมิน

ในแบ็กแกมมอน การคำนวณไม่ใช่แค่การนับแต้มเดิน (Pip Count) แต่คือการประเมินค่าคาดหวัง (Expected Value) ทุกครั้งที่เราทอยลูกเต๋า เราต้องตัดสินใจเดินหมากบนพื้นฐานของสถิติและความน่าจะเป็น ไม่ใช่เดินหมากจากอารมณ์ชั่ววูบ

ในการประเมินสถานการณ์ก่อนจะตัดสินใจเดินหมากหรือใช้ Doubling Cube นั้น ผู้เล่นที่มีประสบการณ์จะทำแบบเดียวกับในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ บทที่ 1 คือ การวิเคราะห์และคำนวณความได้เปรียบเสียเปรียบของตนเองและคู่ต่อสู้อย่างถ่องแท้ก่อน เพื่อเลือกทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดแต่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในขณะนั้น

ชนะโดยไม่ต้องรบ ปรัชญาแห่ง Doubling Cube

是故百戰百勝,非善之善者也;不戰而屈人之兵,善之善者也。
《謀攻》

ดังนั้น ร้อยรบร้อยชนะ, มิใช่ความยอดเยี่ยมแห่งความยอดเยี่ยม; ไม่รบแต่สยบทหารของผู้อื่นได้, คือยอดเยี่ยมแห่งความยอดเยี่ยม.
-บทที่ 3 กลยุทธ์โจมตี

นี่คือหลักการที่สอดคล้องกับ Doubling Cube อย่างที่สุด

ในแบ็กแกมมอน เมื่อเราสามารถสร้างชัยภูมิที่ได้เปรียบจนคู่ต่อสู้เริ่มหวาดหวั่น การประกาศ Double คือการบีบให้คู่ต่อสู้ต้องเลือกระหว่าง ยอมแพ้ทันที (Drop) หรือ สู้ต่อด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น (Take)

หากคู่ต่อสู้ยอมแพ้ เราจะชนะแต้มของแมทนั้นในทันทีโดยไม่ต้องเดินหมากจนจบเกม นี่คือการสยบศัตรูเชิงยุทธศาสตร์ โดยไม่ต้องนองเลือดจนถึงตาสุดท้าย เป็นการชนะโดยไม่ต้องรบ

ชัยภูมิ จังหวะ และโมเมนตัม (势)

勢如張弩,節如機發。
《兵勢》

พลานุภาพดั่งการน้าวเกาทัณฑ์, จังหวะดั่งการเหนี่ยวไก.
-บทที่ 5 พลานุภาพทางทหาร

ซุนจื่อเน้นเรื่องพลานุภาพ (势) ที่เกิดจากตำแหน่งและชัยภูมิ ในแบ็กแกมมอนสิ่งนี้ปรากฏชัดในรูปแบบของ
  • The Prime (กำแพง): การสร้างจุดยึดติดกัน 6 จุดเปรียบเสมือนการสร้างปราการที่แน่นหนา เพื่อกักขังหมากของคู่ต่อสู้ พลานุภาพนี้ไม่ได้เกิดจากการโจมตี แต่เกิดจากการล้อมปิดทางเข้าออก
  • Anchors (จุดยึด): การยึดตำแหน่งสำคัญในแดนศัตรูเปรียบเสมือนการส่งจารชน (สายลับ) หรือกองหน้าชั้นดีที่คัดเลือกแล้ว ให้ไปฝังตัวอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบ เพื่อรอจังหวะสวนกลับเมื่อสบโอกาส
เมื่อทุกสิ่งกื้อหนุนและจังหวะเหมาะเจาะ ก็ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งได้อีกต่อไปดั่งที่ซุนจื่อกล่าวไว้ว่า

故善戰人之勢,如轉圓石于千仞之山者,勢也。
《兵勢》

เหตุนี้ พลานุภาพของคนที่ยอดเยี่ยมในการรบ, ดั่งการกลิ้นหินกลมจากภูเขาสูงนับพันวา, นี่แหละพลานุภาพล่ะ.
-บทที่ 5 พลานุภาพทางทหาร

หากกระทำได้อย่างสอดคล้องกับพลานุภาพของธรรมชาติเช่นนี้ ผลลัพธ์ที่หมายไว้ จึงไม่อาจไม่เกิดขึ้นได้เลย

การเป็นดั่งน้ำ

故兵無常勢,水無常形;能因敵變化而取勝,謂之神。
《虛實》

เหตุนี้ กองทหารไร้พลานุภาพที่ตายตัว, น้ำไร้รูปลักษณ์ที่แน่นอน; ผู้ที่สามารถตามการแปรเปลี่ยนของข้าศึกแล้วคว้าชัยมาได้, เรียกว่าเทพ.
-บทที่ 6 จุดอ่อนจุดแข็ง

แบ็กแกมมอนสอนให้เราเป็นดั่งน้ำ เพราะลูกเต๋าคือสิ่งที่เปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามในทุกรอบของการบัญชาการ จึงจำเป็นต้องปรับตัวตามสภาวการณ์ หากทอยได้แต้มต่ำ เราอาจเน้นการสร้างกำแพงเมือง (Prime) เพื่อตั้งรับไว้ก่อน หากทอยได้แต้มสูง เราอาจเปลี่ยนจากเกมตั้งรับเป็นเกมรุก (Blitz) ก็ได้ เป็นต้น

น้ำนั้นไร้รูปแบบ ผู้เล่นที่ยึดติดกับแผนการเดียวมักจะพ่ายแพ้ แบ็กแกมมอนเป็นหมากกระดานที่จำลองสภาวะที่แผนการต้องเปลี่ยนตามสถานการณ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพิชัยสงครามซุนจื่อ หลักการนั้นมีอยู่แต่ไร้สูตรสำเร็จ

การเข้าตีต้องเลี่ยงจุดแข็งตีจุดอ่อน

夫兵形象水,水之形,避高而趨下:兵之形,避實而擊虛
《虛實》

อันว่ารูปลักษณ์กองทหารเอาอย่างน้ำ, รูปลักษ์ของน้ำ, เลี่ยงสูงแล้วลงต่ำ: รูปลักษณ์ของกองทหาร, เลี่ยงเต็มแล้วตีพร่อง;
-บทที่ 6 จุดอ่อนจุดแข็ง

ในแบ็กแกมมอน ยุทธวิธี Hit and Run หรือการโจมตีหมากเดียว (Blot) ของคู่ต่อสู้ในขณะที่เรามีกำแพงที่บ้าน (Home) คือการสะท้อนหลักการนี้

เราไม่เข้าปะทะตรง ๆ ในจุดที่ศัตรูสร้างกองกำลังไว้หนาแน่น แต่เราจะรอจังหวะที่ศัตรูจำเป็นต้องเปิดช่องว่างจากแต้มเต๋าที่ไม่เป็นใจ (สถานการณ์บางอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยต่อศัตรู) เมื่อเห็นว่าสบโอกาสแล้ว จึงทำการโจมตี กินหมากของคู่ต่อสู้ให้ออกนอกกระดาน (Bar) เพื่อทำลายจังหวะกองทัพของศัตรู

การรักษาทัพในยามเพลี่ยงพล้ำ

昔之善戰者,先為不可勝,以待敵之可勝,不可勝在己,可勝在敵。故善戰者,能為不可勝,不能使敵必可勝。故曰:勝可知,而不可為。
《軍形》

ผู้สันทัดการรบในอดีต, ทำตนให้ไม่อาจพ่ายก่อน, อาศัยรอข้าศึกที่อาจพ่าย, ไม่อาจพ่ายอยู่ที่ตน, อาจพ่ายอยู่ที่ข้าศึก. เหตุนี้ ผู้สันทันการรบ, สามารถทำตนให้ไม่อาจพ่าย, แต่ไม่อาจสั่งให้ข้าศึกต้องพ่ายได้. เหตุนี้จึงกล่าวว่า: ชัยชนะอาจรู้, แต่ไม่อาจสร้าง.
-บทที่ 4 รูปลักษณ์กองทัพ

ในแบ็กแกมมอนอาจมีหลายครั้งที่เราทอยลูกเต๋าได้แต้มที่แย่อย่างต่อเนื่อง จนสภาวการณ์ดูเหมือนจะแพ้ ซุนจื่อจึงสอนว่าหน้าที่ของแม่ทัพคือการ "ทำตนให้ไม่อาจพ่ายก่อน"

กลยุทธ์เกมตาม คือ การสร้างจุดยึด (Anchors) ในแดนศัตรูเปรียบเสมือนการซุ่มกองกำลังไว้ในชัยภูมิที่ลึกที่สุด เพื่อรอคอยโอกาสที่ไม่เป็นใจของศัตรู (ซึ่งต้องเกิดขึ้นแน่ตามกฎของความน่าจะเป็น) และเมื่อได้จังหวะจึงปฏิบัติการทันที

แม้รู้ว่าเกมนี้อาจแพ้ ก็ต้องแพ้อย่างมีชั้นเชิง ในแบ็กแกมมอน คือ การพยายามเดินหมากเพื่อไม่ให้เสียแต้มแบบ Gammon (2 แต้ม) หรือ Backgammon (3 แต้ม) การไม่ให้เสียแต้มมากเกินไปในสนามรบ (หนึ่งเกม) คือการรักษาโอกาสในการกลับมาเอาชนะในสงคราม (แต้มแมตช์รวม) ได้ต่อไป แม้จะแพ้สนามรบแต่ยังไม่ได้แพ้สงคราม

สิ่งนี้สอนให้เรารู้จักอดทนในยามวิกฤตหรือยามที่โชคชะตาไม่เข้าข้าง เฝ้ารอช่องโหว่ของศัตรูด้วยใจที่สงบนิ่ง หากเห็นว่าสู้ไม่ได้แน่ ก็ให้หาทางถอยทัพอย่างเป็นระบบ คือสูญเสียน้อยที่สุด ถอยเพื่อรอโอกาสต่อไปในคราหน้า เราไม่อาจชนะได้ตลอดเวลา แต่เราสามารถแพ้ในท่าที่ชนะได้

สรุปทัศนะแบ็กแกมมอนในเชิงปรัชญาพิชัยสงคราม
แบ็กแกมมอนไม่ได้เป็นเพียงเกมวิ่งแข่งเข้าเส้นชัย แต่มันคือการเดินทัพในสมรภูมิที่ต้องจัดการกับความไม่แน่นอนในทุกตาเดิน
  • ลูกเต๋า คือ สภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหรือข้อมูลที่ไม่อาจครบถ้วน หรือที่เรียกกันว่า หมอกแห่งสงคราม (Fog of War)
  • กระดาน คือ ชัยภูมิ
  • ตัวหมาก คือ กองทหาร
  • Doubling Cube คือ สงครามจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์

เมื่อมองแบ็กแกมมอนผ่านเลนส์ของพิชัยสงครามซุนจื่อจะพบว่า เกมนี้คือเครื่องมือที่ปลอดภัยและดีที่สุดเกมหนึ่งในการฝึกฝนสติและปัญญา เพื่อเรียนรู้ในการรับมือกับความผันผวนของโลกแห่งความจริง และเป็นกระดานศึกจำลองการทำสงครามที่มีปัจจัยหลักสมบูรณ์ที่สุดอีกเกมหนึ่ง เป็นดั่งตำราพิชัยสงครามไร้อักษร

ยังมีแนวคิดอื่น ๆ อีกมากมายที่แบ็กแกมมอนจะมอบให้ได้ในฐานะของหมากกระดานเชิงพิชัยสงคราม ลองตีความแล้วมองหาภูมิปัญญาต่าง ๆ จากการเล่นแบ็กแกมมอนกันดูนะครับ

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน

https://historiapjo.blogspot.com/2013/01/4t-eso-la-guerra-i-jo-reflexions-dels.html

知彼知己,百戰不殆;不知彼而知己,一勝一負;不知彼不知己,每戰必敗。
《謀攻》

รู้เขารู้เรา, ร้อยรบไม่อันตราย; ไม่รู้เขาแต่รู้เรา, หนึ่งชนะหนึ่งพ่าย; ไม่รู้เขาไม่รู้เรา, ทุกรบจักแพ้.
-บทที่ 3 กลยุทธ์โจมตี

อ้างอิง

01 มกราคม 2569

ถอดรหัสปรัชญา ฟ้า-ดิน-คน ผ่านแบ็กแกมมอน

https://secretnyc.co/7-spring-nyc-first-ever-backgammon-cafe/

ในปรัชญาจีนโบราณ ความสำเร็จที่สมบูรณ์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อองค์ประกอบทั้งสามประการ คือ ฟ้า (天), ดิน (地), และ คน (人) ประสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว หรือที่เรียกว่าซานไฉ (三才) หากเรามองหาเครื่องมือหรือเกมกระดานจำลองชีวิตที่สะท้อนความจริงนี้ได้ชัดเจนที่สุด แบ็กแกมมอน คือคำตอบนั้น

ฟ้า (天) โชคชะตา และการยอมรับการเปลี่ยนแปลง
ในแบ็กแกมมอน ลูกเต๋า คือตัวแทนของ ฟ้า หรืออำนาจที่อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจหรือโอกาสที่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

ปรัชญาเต๋าและคัมภีร์อี้จิงสอนให้เราเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลง แต้มเต๋าที่ทอยออกมาได้ไม่ดีเปรียบเสมือนพายุที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิต หรือฝนตกกระหน่ำในวันที่มีนัดสำคัญ แบ็กแกมมอนสอนให้เราเลิกตีโพยตีพายต่อโชคชะตา แต่สอนให้ยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับจังหวะของฟ้า เพื่อทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้และรอคอยโอกาสที่เหมาะสมในตาถัดไป

ดิน (地) กฎเกณฑ์ ชัยภูมิ และทรัพยากร
กระดานและตำแหน่งหมาก คือตัวแทนของ ดิน หรือปัจจัยแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม ในเชิงกลยุทธ์ตามตำราพิชัยสงครามซุนวู ดินคือชัยภูมิที่เราต้องวิเคราะห์ให้ขาด

หมากบนกระดานในแต่ละตำแหน่ง (Points) และการใช้ Doubling Cube คือการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในชีวิตประจำวัน ดิน คือ ความรู้ ทุนทรัพย์ และกฎเกณฑ์ แบ็กแกมมอนฝึกให้เรามองเห็นโครงสร้างของปัญหา รู้ว่าเมื่อใดควรโจมตีเพื่อคุมพื้นที่ และเมื่อใดควรป้องกันเพื่อรักษาดุลภาพเอาไว้

คน (人) ปัญญา การตัดสินใจ และความเพียร
ผู้เล่นคือตัวแทนของ คน ผู้ทำหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างฟ้า (ลูกเต๋า) และดิน (กระดาน) เข้าด้วยกัน หากฟ้าไม่เป็นใจและดินขัดขวาง คนคือปัจจัยเดียวที่อาจพลิกสถานการณ์ได้

แบ็กแกมมอนสอนเรื่องการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในชีวิตจริง ทุกครั้งที่เราเลือกเดินหมากท่ามกลางตัวเลือกนับสิบ เรากำลังฝึกฝนปัญญาในการยอมรับผลลัพธ์ที่ตามมา มนุษย์ที่สมบูรณ์ในวิถีแห่งแบ็กแกมมอน คือผู้ที่เดินหมากได้ดีที่สุดตามหลักการ แม้จะรู้ว่าอาจแพ้เพราะแต้มเต๋าก็ตาม แต่นั่น คือการทำหน้าที่ของคนอย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว

ประโยชน์ของแบ็กแกมมอนในการเข้าถึงความจริงของชีวิต
เมื่อเราฝึกเล่นแบ็กแกมมอนเป็นประจำ เราจะเริ่มมองเห็นชีวิตในมุมที่ต่างไป
  1. ลดอัตตา (Ego): เราจะเข้าใจว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากตัวเราเพียงอย่างเดียว (คน) แต่ต้องพึ่งพาสถานการณ์ (ดิน) และจังหวะเวลา (ฟ้า) ด้วย
  2. ความสงบทางอารมณ์: เมื่อเข้าใจว่าโชคคือส่วนหนึ่งของชีวิต เราจะเลิกโกรธแค้นต่อโชคร้าย และเลิกลำพองต่อโชคดี แต่จะมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของการตัดสินใจแทน ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ก็พอแล้ว
  3. การบริหารความเสี่ยง: การใช้ Doubling Cube ในเกม จะช่วยให้เรากล้าตัดสินใจในเรื่องใหญ่ของชีวิต โดยมีพื้นฐานจากการคำนวณมูลค่าของโอกาสอย่างรอบคอบ

แบ็กแกมมอนจึงเป็นเกมที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุดเกมหนึ่งในมุมมองนี้ เพราะมันจำลองความผันผวนแห่งกระบวนการของโลกไว้อย่างงดงามและสนุก การเล่นแบ็กแกมมอนจึงไม่ใช่เพียงเพื่อชัยชนะเหนือคู่ต่อสู้ แต่ควรใช้เป็นเครื่งอมือในการบำเพ็ญตนให้เป็นคนที่สมบูรณ์ ผู้ซึ่งยืนหยัดอย่างมั่นคงบนดินที่อาจขวางกั้น ภายใต้ฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

อ่านวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อนภาษาไทยได้ที่ How to play Backgammon - กติกาและวิธีการเล่นแบ็กแกมม่อน